← กลับไปหน้าบทความ
ขั้นสูง (MarTech)

ลิงก์ที่ส่งต่อกันในแชทแล้วพารามิเตอร์หายหมด เพราะเบราว์เซอร์ตัดทิ้งก่อนถึงเว็บ

ทีมบรรณาธิการ linli01 พ.ย. 09:28อัปเดต 01 พ.ย. 09:28อ่าน 2 นาที
ลิงก์ที่ส่งต่อกันในแชทแล้วพารามิเตอร์หายหมด เพราะเบราว์เซอร์ตัดทิ้งก่อนถึงเว็บ
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

ตั้งแต่ iOS 17 Safari ตัดพารามิเตอร์ติดตามที่ Apple คัดไว้ เช่น gclid และ fbclid ออกจากลิงก์ที่เปิดมาจาก Mail, Messages และโหมดส่วนตัว ก่อนที่หน้าเว็บจะโหลด ลิงก์ที่คนในครอบครัวส่งต่อกันทาง iMessage จึงถึงเว็บโดยไม่มี click id ทางรอดคือเก็บ click id ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ตั้งแต่คลิกแรก และใช้โทเค็นของคุณเองแทนพารามิเตอร์ในลิงก์ที่ต้องถูกส่งต่อ

ลองนึกถึงคู่รักที่กำลังเลือกแพ็กเกจถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง ฝ่ายหญิงกดแอดใน Instagram เข้าเว็บ ดูราคา แล้วคัดลอกลิงก์ส่งให้แฟนทาง iMessage พร้อมพิมพ์ว่า ‘ดูอันนี้หน่อย’ ฝ่ายชายเปิดลิงก์ใน Safari แล้วกดทัก LINE ร้านทันที ‘ที่แฟนส่งลิงก์มาให้ดูครับ ขอรายละเอียดแพ็กเกจที่ 2 หน่อยครับ’

คนที่คลิกแอดคือฝ่ายหญิง แต่คนที่ทักและโอนเงินคือฝ่ายชาย และเมื่อลิงก์ผ่าน Messages Safari จะตัด gclid ทิ้งก่อนเว็บของคุณมองเห็น แชทนี้จึงถูกบันทึกเป็น direct ส่วน Google ไม่เคยรู้ว่าคลิกที่มันเรียกเก็บเงินไปนำไปสู่ยอดขาย 29,000 บาท (ตัวเลขสมมติเพื่อให้เห็นภาพ)

Safari ตัดอะไร และตัดตอนไหน

Link Tracking Protection มาพร้อม Safari 17 ตามที่ Apple ระบุ Safari จะลบพารามิเตอร์ใน URL ที่ออกแบบมาติดตามผู้ใช้ข้ามเว็บ ออกจากลิงก์ที่เปิดมาจาก Mail, Messages และการท่องเว็บแบบส่วนตัว รายการพารามิเตอร์เป็นรายการที่ Apple คัดไว้เอง ซึ่งรู้กันว่ารวม click id ของแพลตฟอร์มโฆษณาใหญ่อย่าง gclid และ fbclid

ลิงก์ที่เปิดจากโฆษณาโดยตรงไม่ใช่เป้าหมายของฟีเจอร์นี้ ปัญหาเกิดตอนลิงก์ถูกคัดลอกไปวางต่อ ซึ่งเป็นพฤติกรรมปกติของคนที่ซื้อของราคาสูงเป็นคู่หรือเป็นครอบครัวและต้องส่งให้คนอื่นดูก่อนโอน

Apple ปรับค่าเริ่มต้นและขอบเขตของการป้องกันแบบนี้ระหว่างเวอร์ชันมาแล้ว และ LINE ไม่ได้อยู่ในรายชื่อช่องทางที่ Apple ระบุ ผมจึงไม่ฟันธงแทนว่าลิงก์ที่ส่งต่อในแชท LINE ถูกตัดหรือไม่ ต้องทดสอบกับเครื่องของคุณเอง

คนที่คลิกกับคนที่ซื้อมักเป็นคนละคน

gclid ผูกกับการคลิกของคนหนึ่งคน แต่การตัดสินใจซื้อของแพงในบ้านเราเกิดจากหลายคน พ่อแม่ส่งให้ลูก เพื่อนส่งให้เพื่อน เจ้าของบริษัทส่งให้ฝ่ายจัดซื้อ ลิงก์ที่พกพารหัสคลิกไปด้วยจึงเปลี่ยนมือไปหาคนที่ไม่เคยเห็นโฆษณาเลย

เมื่อพารามิเตอร์ถูกตัด ผลกระทบแรกคือยอดตกเป็น direct ผลกระทบที่สองซ่อนอยู่ลึกกว่า คือแคมเปญที่ทำให้คนอยากแชร์ให้ปรึกษากัน เช่นแพ็กเกจแต่งงาน คอนโด หรือจัดฟัน จะดูเหมือนไม่มียอดขาย และคุณอาจตัดมันทิ้งเพราะรายงานบอกอย่างนั้น ผมมองว่านี่คืออันตรายที่สุดของเรื่องทั้งหมด ไม่ใช่ตัวเลข direct ที่เพิ่มขึ้นเฉย ๆ

ตารางทดสอบ ช่องทางไหนต้องจดผลเอง

ตารางนี้แยกช่องทางที่ Apple ระบุไว้ออกจากช่องทางที่ต้องทดสอบเอง ช่องที่สามคือสิ่งที่คุณต้องกรอกจากเครื่องของคุณ ผมไม่เติมผลให้เพราะผลต่างกันตามเวอร์ชัน iOS

ช่องทางที่ส่งลิงก์Apple ระบุว่าอยู่ในขอบเขตไหมสิ่งที่ต้องจดจากเครื่องคุณ
Messages (iMessage) เปิดใน Safariระบุว่าอยู่ในขอบเขตgclid, fbclid, utm_* ตัวไหนยังเหลือ
Mail เปิดใน Safariระบุว่าอยู่ในขอบเขตตัวไหนยังเหลือ
Safari โหมดส่วนตัวระบุว่าอยู่ในขอบเขตตัวไหนยังเหลือ
แชท LINE เปิดในเบราว์เซอร์ของ LINEไม่อยู่ในรายชื่อที่ Apple ระบุต้องทดสอบเอง
แชท LINE กดเปิดต่อใน Safariไม่อยู่ในรายชื่อที่ Apple ระบุต้องทดสอบเอง
คลิกแอดจากแอป Instagram หรือ Facebook โดยตรงไม่ใช่เป้าหมายของฟีเจอร์นี้ดูแยกเรื่องคุกกี้ของ ITP

ทดสอบเสร็จได้ในหนึ่งชั่วโมง

  1. สร้างลิงก์ทดสอบที่ต่อท้ายด้วย ?gclid=TESTGCLID&fbclid=TESTFBCLID&utm_source=test&utm_campaign=ltp&ref=abc123 โดยใส่พารามิเตอร์ของคุณเองหนึ่งตัว (เช่น ref) ไว้เทียบกับพารามิเตอร์ที่ Apple รู้จัก
  2. สร้างหน้า debug ง่าย ๆ บนโดเมนของคุณที่พิมพ์ค่า window.location.search ลงหน้าจอ หรือดูจาก log ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ อย่าเชื่อแถบ address เพราะ Safari ซ่อนส่วนท้ายของ URL บางส่วน
  3. ส่งลิงก์จากเครื่องหนึ่งไปอีกเครื่องผ่านทุกช่องทางในตาราง ถ้ามี iPhone สองรุ่นที่ iOS ต่างกันให้ทดสอบทั้งคู่
  4. จดผลลงตารางพร้อมเวอร์ชัน iOS ว่าตัวไหนเหลือ ตัวไหนหาย โดยเฉพาะ utm_* และพารามิเตอร์ที่คุณตั้งเอง
  5. ทำซ้ำเมื่อ iOS รุ่นใหญ่ออก เพราะ Apple ปรับกติกาเรื่องนี้ได้ ผลที่ได้วันนี้อาจไม่เหมือนปีหน้า ถ้าอยากเทียบกับปัญหาตระกูลเดียวกัน อ่านiOS/ITP ตัดพารามิเตอร์ทิ้ง วัดผลแอดเข้า LINE ยังไง

เก็บที่มาด้วยวิธีที่ไม่พึ่งพารามิเตอร์ท้าย URL

  • บันทึก click id ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ตอนคลิกแรก เซิร์ฟเวอร์ของคุณเห็นลิงก์ตัวเต็มก่อนที่ใครจะคัดลอกไปไหน ให้เก็บค่าไว้กับ visitor ID ทันที วิธีนี้ช่วยคนที่คลิก แต่ไม่ช่วยคนที่รับลิงก์ต่อ
  • ใช้โทเค็นในเส้นทางของลิงก์ที่ต้องส่งต่อ เช่น ร้านของคุณ.com/r/k8f3a ที่เซิร์ฟเวอร์บันทึกการเปิดแล้วค่อย redirect เพราะโทเค็นอยู่ใน path ไม่ใช่ query จึงไม่ใช่เป้าหมายของการตัดพารามิเตอร์ ดูแนวคิดในshort link ที่เก็บ attribution ก่อนเข้า LINE
  • ทำปุ่มแชร์ในหน้า ปุ่มนี้สร้างลิงก์สะอาดที่พารหัสแนะนำของคุณไปแทนให้ผู้ใช้คัดลอก URL ดิบจากแถบ address
  • ถามในแชทแรก ถ้าลูกค้าบอกว่าแฟนหรือเพื่อนส่งลิงก์มาให้ ให้ติดแท็กนั้นไว้ในแชท ผลสำรวจแบบง่าย ๆ ใช้เสริมได้จริง ดูแบบสอบถามรู้จักร้านเราจากไหน
  • อย่าฝากทั้งหมดไว้กับ gclid ผสมกับ utm และข้อมูลฝั่งแชท เพื่อให้ยังบอกแคมเปญได้แม้ click id หาย เปรียบเทียบสองแนวทางในutm กับ click id ต่างกันอย่างไร

อ่านรายงานอย่างไรระหว่างที่ยังแก้ไม่เสร็จ

ถ้าแคมเปญของคุณขายสินค้าที่ต้องปรึกษากันในบ้านและลูกค้าส่วนใหญ่ใช้ iPhone ให้ดูสัดส่วน direct ของกลุ่มนั้นแยกจากกลุ่มอื่นเป็นรายสัปดาห์ ถ้า direct ของกลุ่ม iPhone สูงกว่ากลุ่มแอนดรอยด์ชัดเจน และสูงขึ้นเมื่อสินค้าแพงขึ้น แปลว่าส่วนต่างนั้นคือยอดที่หายจากการส่งต่อลิงก์มากกว่ายอดที่เกิดจากแบรนด์แข็งเอง

อย่าตัดงบแคมเปญเพราะ direct เพิ่ม โดยไม่ตรวจสองข้อข้างบนก่อน และถ้าอยากเห็นภาพกว้างของเรื่อง ATT กับสัญญาณที่หายบน iOS อ่านผลของ ATT ต่อการวัดผลผ่าน LINE ประกอบ

สรุป

เรื่องนี้ไม่ได้จบด้วยการหาวิธีหลบ Safari แต่จบด้วยการยอมรับว่าลิงก์ที่ถูกส่งต่อเป็นพฤติกรรมจริงของลูกค้า และออกแบบการเก็บที่มาให้ผูกกับตัวคุณเอง ไม่ใช่กับสิ่งที่ติดมากับ URL

สัปดาห์นี้ทดสอบตารางข้างบนให้เสร็จก่อน ผลของมันบอกว่าคุณต้องลงแรงกับโทเค็นใน path หรือแค่ปรับการอ่านรายงานเท่านั้น

  • Safari ตัด click id ที่รู้จักจากลิงก์ที่เปิดผ่าน Mail, Messages และโหมดส่วนตัว
  • แคมเปญสินค้าราคาสูงที่ลูกค้าต้องส่งต่อให้คนในบ้านดูได้รับผลกระทบมากที่สุด
  • ทดสอบด้วยเครื่องจริงและหน้า debug แล้วบันทึกเวอร์ชัน iOS ไว้ด้วย
  • ใช้โทเค็นใน path และการบันทึกฝั่งเซิร์ฟเวอร์แทนการพึ่งพารามิเตอร์ท้าย URL

คำถามที่พบบ่อย

utm_source และ utm_campaign โดนตัดด้วยไหม

จากรายการที่รู้กัน Link Tracking Protection มุ่งตัด click id ของแพลตฟอร์ม ส่วน utm ที่คุณตั้งเองมักยังอยู่ แต่รายการเปลี่ยนได้ตามเวอร์ชัน จึงควรทดสอบด้วยลิงก์ที่มี utm ครบในเครื่องจริงก่อนสรุป

ถ้า utm ยังอยู่ ทำไมยังต้องห่วงเรื่อง gclid

เพราะ gclid คือสิ่งที่ใช้จับคู่ยอดขายกับคลิกเมื่ออัปโหลด offline conversion กลับ Google Ads utm บอกได้แค่ว่าแคมเปญไหน แต่ไม่ให้ระบบประมูลเรียนรู้ระดับคลิก

ลูกค้าส่งลิงก์ต่อทาง LINE ถูกตัดไหม

Apple ระบุขอบเขตไว้ที่ Mail, Messages และโหมดส่วนตัว LINE ไม่อยู่ในรายชื่อนั้น แต่แอปและเบราว์เซอร์ในแอปอาจมีกติกาของตัวเอง ให้ใช้ตารางทดสอบข้างต้นกับเครื่องของคุณ

ใช้ short link ของ bit.ly หรือบริการภายนอกแทนได้ไหม

ได้ แต่ถ้าบริการนั้นเก็บสถิติไว้ที่ฝั่งเขาเท่านั้น คุณจะไม่มีข้อมูลระดับคลิกเป็นของตัวเอง ลิงก์สั้นบนโดเมนของคุณที่บันทึกคลิกลงฐานข้อมูลตัวเองให้ข้อมูลที่ผูกกับ LINE user ID ได้ในภายหลัง

ต้องแจ้งลูกค้าไหมเมื่อเก็บรหัสแนะนำกับ visitor ID

ถ้าข้อมูลเหล่านี้ผูกกับตัวบุคคลได้ ควรระบุวัตถุประสงค์ในนโยบายความเป็นส่วนตัวและมีฐานทางกฎหมายที่ชัด ควรปรึกษาผู้ดูแลด้าน PDPA ก่อนเริ่มเก็บ

ลองตรวจด้วยตัวเอง

Attribution Data-Loss Simulator

จำลองเส้นทางลิงก์ของคุณทีละ hop แล้วดูว่า UTM กับ Click ID ขาดตรงจุดไหน

หาจุดที่ข้อมูลหาย

ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก

วัด Conversion LINE ทุกแบรนด์ รวมศูนย์ที่เดียว

องค์กรที่มีหลายแบรนด์ หลายสาขา หลาย LINE OA linli รวม Tracking และส่ง Conversion กลับทุกแพลตฟอร์ม พร้อม Custom Limit เริ่มฟรี 14 วัน

ติดต่อทีม Sales

บทความที่เกี่ยวข้อง

Consent Mode แบบ Basic กับ Advanced ต่างกันตรงไหน ร้านไทยควรเลือกแบบไหน

Consent Mode แบบ Basic กับ Advanced ต่างกันตรงไหน ร้านไทยควรเลือกแบบไหน

Basic ไม่ส่งอะไรเลยจนกว่าผู้ใช้จะยินยอม ส่วน Advanced ส่งสัญญาณแบบไม่มีคุกกี้ก่อน บทความนี้ตั้งเกณฑ์เลือกตามปริมาณคลิกและความเสี่ยง PDPA ของร้านไทย
Brand Lift Study คุ้มทำไหม เมื่อยอดจริงไปจบในห้องแชท

Brand Lift Study คุ้มทำไหม เมื่อยอดจริงไปจบในห้องแชท

Brand Lift Study วัดการจำและความคิดผ่านแบบสำรวจ ไม่ได้วัดยอดที่ปิดในแชท บทความนี้ไล่เกณฑ์ว่าเมื่อไหร่คุ้ม ต้องมีตัวอย่างเท่าไหร่ และทางเลือกที่ถูกกว่า
ใช้ปริมาณการค้นหาชื่อแบรนด์เป็นสัญญาณล่วงหน้า ก่อนยอดทักจะขยับ

ใช้ปริมาณการค้นหาชื่อแบรนด์เป็นสัญญาณล่วงหน้า ก่อนยอดทักจะขยับ

ยอดทักใน LINE เป็นตัวเลขปลายทางที่ขยับช้า ส่วนสัดส่วนการค้นหาชื่อแบรนด์เทียบคู่แข่งขยับก่อน บทความนี้สอนคำนวณเองด้วย Google Trends และอ่านให้ถูกวิธี