ทีมคอนเทนต์ที่ไม่ได้ยิงแอด ควรถูกวัดด้วยตัวเลขอะไรที่ยุติธรรม
สรุปสั้น ๆ
วัดทีมคอนเทนต์ด้วยสิ่งที่เนื้อหาเปลี่ยนในเส้นทางก่อนปิดการขาย ไม่ใช่ยอดวิว และไม่ใช่ยอดขายท้ายสุดอย่างเดียว ใช้ตัวเลขสี่กลุ่ม คือแชทที่เริ่มจากเนื้อหา คุณภาพของแชทเหล่านั้น ภาระคำถามซ้ำที่เนื้อหาช่วยลด และการเป็นตัวช่วยก่อนปิด แล้วตั้งเป้าเทียบกับฐานของทีมเอง ไม่เทียบกับแอด
ประชุมสรุปไตรมาส ผู้บริหารถามว่า ยอดขายจากแอดเพิ่มสิบห้าเปอร์เซ็นต์ แล้วทีมคอนเทนต์ที่ผลิตบทความและคลิปสิบสองชิ้นทำอะไรให้บ้าง หัวหน้าทีมตอบว่ายอดวิวรวมเพิ่มสองเท่า ผู้บริหารถามต่อว่ายอดวิวนั้นกลายเป็นยอดขายเท่าไหร่ หัวหน้าทีมตอบไม่ได้ (ฉากสมมติ แต่ใครอยู่ในองค์กรแบบนี้คงรู้จัก)
ทั้งสองฝ่ายไม่ผิด ยอดวิวไม่ใช่ตัวชี้วัดที่ยอมรับได้ แต่การขอให้ทีมที่ไม่ได้ปิดการขายรับผิดชอบยอดขายเต็มตัวก็ไม่ยุติธรรมเช่นกัน ต้องมีตัวเลขตรงกลางที่วัดได้และทีมควบคุมได้
ทำไมยอดวิวและยอดขายท้ายสุดจึงไม่ยุติธรรม
ยอดวิวให้รางวัลกับหัวข้อที่ล่อคนกดมากกว่าหัวข้อที่พาคนเข้าใกล้การซื้อ ทีมที่ถูกวัดด้วยยอดวิวจะเลือกเรื่องที่คนชอบดูแต่ไม่เกี่ยวกับสินค้า ขณะที่ยอดขายท้ายสุดแบบ last click เป็นของแอดเกือบทั้งหมด เพราะคนมักกดแอดเป็นขั้นสุดท้าย ทั้งที่เนื้อหาอาจเป็นสิ่งที่ทำให้เขาเชื่อใจก่อนหน้านั้น
แนวคิดการให้เครดิตตามตำแหน่งในเส้นทางอธิบายไว้ในเรื่อง attribution แบบตามตำแหน่ง และเรื่อง first touch ซึ่งให้เครดิตกับจุดเริ่มต้นเส้นทางที่เนื้อหามักอยู่
ตัวเลขสี่กลุ่มที่วัดทีมคอนเทนต์ได้
ตารางด้านล่างอธิบายตัวเลขแต่ละกลุ่ม แต่ละกลุ่มตอบคำถามต่างกัน กลุ่มแรกบอกว่าเนื้อหาพาคนมาทักไหม กลุ่มที่สองบอกว่าคนที่มาเป็นคนซื้อจริงหรือเปล่า กลุ่มที่สามคือคุณค่าที่หลายทีมมองข้าม เพราะเนื้อหาที่ตอบคำถามพื้นฐานให้ลูกค้ารู้ก่อนจะทัก ช่วยให้แอดมินคุยเรื่องที่ซื้อจริงได้เร็วขึ้น และกลุ่มที่สี่เป็นตัวช่วยที่รายงานแยกจากยอดขายหลัก
| กลุ่ม | ตัวเลข | ข้อมูลมาจาก |
|---|---|---|
| แชทที่เริ่มจากเนื้อหา | แชทใหม่ต่อ 1,000 วิวของหน้า | UTM หรือรหัสแหล่งในลิงก์ LINE ของเนื้อหาชิ้นนั้น |
| คุณภาพของแชทเหล่านั้น | อัตราตอบคำถามคัดกรองครบ และอัตราปิดเทียบแชทจากแอด | ป้ายสถานะในแชท |
| ภาระคำถามซ้ำที่ลดลง | สัดส่วนข้อความแรกที่ถามเรื่องซึ่งเนื้อหาตอบไว้แล้ว | สุ่มอ่านแชทและติดป้ายหัวข้อ |
| ตัวช่วยก่อนปิด | สัดส่วนออเดอร์ที่ลูกค้าเคยเปิดเนื้อหาก่อนปิด | เส้นทางลูกค้าที่ผูกกับคำสั่งซื้อ |
ติดแท็กให้ตัวเลขเกิดขึ้นได้จริง
- ทุกเนื้อหามีลิงก์ LINE ที่ใส่รหัสเนื้อหาในพารามิเตอร์ เช่น utm_content เป็นรหัสบทความ ไม่ใช่ลิงก์ LINE เปล่า
- ปุ่ม LINE ในหน้าเนื้อหาถูกวัดด้วยเหตุการณ์คลิกที่บันทึกรหัสหน้า วางโครงเนื้อหาให้พาไปที่ปุ่มตามที่ระบุไว้ในเรื่องกลุ่มเนื้อหาที่พาไปปุ่ม LINE
- ข้อความต้อนรับแยกตามแหล่ง เพื่อให้แอดมินรู้ว่าลูกค้าอ่านเรื่องอะไรมาก่อนและไม่ต้องถามซ้ำ
- ในแชทที่ไม่มีแท็ก ให้แอดมินถามหนึ่งข้อ ‘เจอร้านเราจากไหนคะ’ และบันทึกเป็นคำตอบลูกค้าบอกเอง แยกจากแท็กจากลิงก์
ตั้งเป้าเทียบกับฐานของทีมเอง
เป้าของทีมคอนเทนต์ไม่ควรเทียบกับแอด เพราะแอดซื้อทราฟฟิกที่ตั้งใจซื้อ ส่วนเนื้อหาดึงคนที่ยังหาข้อมูล ให้ใช้ไตรมาสก่อนเป็นฐานแล้วตั้งการปรับปรุงที่ทีมควบคุมได้ ตารางด้านล่างเป็นตัวอย่างสมมติ
| ตัวชี้วัด | ไตรมาสก่อน | เป้าไตรมาสนี้ |
|---|---|---|
| แชทต่อ 1,000 วิวของหน้า | 6 | 8 |
| แชทจากเนื้อหาที่ตอบคำถามคัดกรองครบ | 35% | 45% |
| ข้อความแรกที่ถามเรื่องที่เนื้อหาตอบแล้ว | 40% | 30% |
| ออเดอร์ที่เคยเปิดเนื้อหาก่อนปิด | 15% | 20% |
กติกาเพื่อให้ยุติธรรมกับทุกฝ่าย
- ตัวช่วยที่นับให้ทีมคอนเทนต์เป็นรายงานแยก ไม่ถูกรวมเข้ากับยอดขายที่ถูกนับให้ media buyer และแอดมิน ไม่เช่นนั้นผลรวมเครดิตจะเกินหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ ดูตัวชี้วัดของสองบทบาทนั้นในเรื่อง KPI ของ media buyerและเรื่อง KPI ของแอดมินแชท
- ให้เวลาเนื้อหาที่ค้นหาเจอได้นานอย่างน้อยหลายเดือนก่อนประเมิน เพราะผลสะสม
- คนที่ติดแท็กและตรวจตัวเลขไม่ควรเป็นเฉพาะทีมคอนเทนต์ ให้ทีมแอดหรือฝ่ายข้อมูลสุ่มตรวจเพื่อกันตัวเลขที่ปรับแต่ง
- ไม่ใช้ยอดขายรวมของบริษัทเป็น KPI รายบุคคลของคนเขียน เพราะนอกเหนือการควบคุมของเขา
ถ้าเป็นเอเจนซี่ที่รับทำคอนเทนต์ให้ลูกค้า
เอเจนซี่ควรเขียนตัวชี้วัดสี่กลุ่มนี้ลงในสัญญาตั้งแต่แรก เพราะลูกค้าที่ไม่เห็นยอดขายตรง ๆ จากคอนเทนต์มักตัดงบเป็นอย่างแรกเมื่อต้องลดต้นทุน และต้องตกลงว่าใครเป็นคนให้ข้อมูลแชทและสถานะการปิด ถ้าลูกค้าไม่ส่งข้อมูลกลับมา เอเจนซี่จะวัดกลุ่มที่สองและสี่ไม่ได้
สรุป
ความยุติธรรมของ KPI ทีมคอนเทนต์มาจากการวัดสิ่งที่เนื้อหาเปลี่ยนจริงและทีมควบคุมได้ ไม่ใช่การหาตัวเลขที่ทำให้ทีมดูดีหรือดูแย่ ชุดสี่กลุ่มนี้ไม่สมบูรณ์ แต่ดีกว่ายอดวิวอย่างเดียว และวัดได้ด้วยข้อมูลแชทที่ธุรกิจมีอยู่แล้ว
ไตรมาสนี้ ให้ติดรหัสเนื้อหาในลิงก์ LINE ของทุกชิ้นก่อนอย่างอื่น เพราะถ้าไม่มีรหัส ตัวเลขสามในสี่กลุ่มจะวัดไม่ได้เลย
- ยอดวิวล่อให้ทำเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับการซื้อ ยอดขายท้ายสุดตกเป็นของแอด
- ใช้สี่กลุ่ม คือแชทจากเนื้อหา คุณภาพแชท คำถามซ้ำที่ลด และตัวช่วยก่อนปิด
- ตั้งเป้าเทียบฐานของทีมเอง และรายงานตัวช่วยแยกจากยอดขายหลัก
- ให้เวลาเนื้อหาที่อยู่ได้นานก่อนประเมินผล
คำถามที่พบบ่อย
ยอดวิวควรเลิกดูไปเลยไหม
ไม่ต้องเลิก ใช้เป็นตัวบอกสุขภาพการเข้าถึงได้ แต่ไม่ควรเป็น KPI ที่ตัดสินผลงาน เพราะแก้ด้วยหัวข้อล่อคลิกได้ง่าย
เนื้อหาที่ไม่มีลิงก์ LINE เลยจะวัดอย่างไร
ถ้าเนื้อหานั้นมีเจตนาสร้างการรับรู้ ใช้ตัวเลขกลุ่มที่สี่ คือสัดส่วนลูกค้าที่เคยเปิดก่อนปิด แต่ถ้าไม่มีทางวัดเลย ควรถามว่าทำไมเนื้อหาชิ้นนั้นไม่มีทางไปต่อ
ทีมคอนเทนต์ควรได้โบนัสตามยอดขายไหม
ผูกบางส่วนกับตัวเลขที่ทีมควบคุมได้ เช่นแชทต่อพันวิวและอัตราปิดของแชทจากเนื้อหา ส่วนยอดขายรวมของบริษัทไม่ควรเป็นเกณฑ์หลักของคนเขียนเพราะเกินการควบคุม
จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกค้าเคยเปิดเนื้อหาก่อนปิด
ต้องผูกเส้นทางบนเว็บกับบัญชี LINE ผ่านรหัสอ้างอิงหรือ UTM ที่เก็บไว้ ถ้ายังผูกไม่ได้ ให้เริ่มจากแท็กในแชทที่ลูกค้าบอกเองก่อน แล้วค่อยพัฒนา
ไตรมาสแรกที่เริ่มวัดควรทำอะไร
ใช้เป็นไตรมาสเก็บฐาน ติดแท็กทุกชิ้นและบันทึกตัวเลขโดยยังไม่ผูกกับผลงานรายบุคคล เมื่อมีฐานหนึ่งไตรมาสแล้วจึงตั้งเป้า
ลองตรวจด้วยตัวเอง
ตรวจ Tracking โฆษณาเข้า LINE
ใส่ URL หน้า Landing ของคุณ แล้วดูว่าเส้นทาง Ads → LINE ของคุณวัดผลได้จริงหรือขาดตรงไหน
ตรวจ Tracking ฟรีใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก
อ่านต่อแบบเจาะลึก
พิสูจน์ผลงานแอดเข้า LINE ให้ลูกค้าเห็นถึงยอดขาย
ดูแลลูกค้าหลายราย แต่ละรายมี LINE OA ของตัวเอง linli แยกโปรเจกต์ แยก Tracking และส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มของแต่ละลูกค้า เริ่มฟรี 14 วัน
ทดลองใช้ฟรี 14 วัน