เครื่องคำนวณจุดคุ้มทุนโฆษณาเข้า LINE
กรอกราคาขายเฉลี่ย กำไรขั้นต้น อัตราปิดการขาย และอัตราการเพิ่มเพื่อน แล้วดูเพดานที่จ่ายได้จริงต่อคลิก ต่อ Lead และต่อลูกค้าหนึ่งราย
- ใช้ฟรี
- ไม่ต้องสมัคร
- ไม่ต้องกรอกอีเมล
- คำนวณในเบราว์เซอร์
สมมติฐานของโมเดลนี้: นับเพื่อนใหม่ 1 คนเป็น 1 Lead ถ้าธุรกิจคุณมีขั้นคัดกรองก่อนถึงจะนับเป็น Lead ให้ปรับอัตราเพิ่มเพื่อนลงตามจริง
รู้เพดานแล้ว ขั้นต่อไปคือรู้ของจริง
ตอนนี้คุณรู้ Break-even CAC และ ROAS แล้ว ขั้นต่อไปคือรู้ว่าแคมเปญจริงสร้างยอดขายใน LINE ได้เท่าไร เทียบกับเพดานนี้
วิธีใช้เครื่องมือนี้
- 1. ใส่ราคาขายเฉลี่ยต่อออเดอร์ของสินค้าหรือบริการที่กำลังยิงโฆษณา
- 2. ใส่กำไรขั้นต้นเป็นเปอร์เซ็นต์ (ราคาขายลบต้นทุนสินค้า ไม่รวมค่าใช้จ่ายคงที่)
- 3. ใส่อัตราปิดการขายจาก Lead และอัตราเพิ่มเพื่อนจากคลิกโฆษณา ดึงจากตัวเลขจริงย้อนหลังของคุณ
- 4. ใส่ CPC ที่จ่ายอยู่ตอนนี้ เพื่อเทียบกับเพดานที่คำนวณได้ทันที
- 5. ถ้าขึ้นว่ายังไม่คุ้ม ให้ดูว่าจะลด CPC เพิ่มอัตราปิดการขาย หรือเพิ่มกำไรต่อออเดอร์ก่อน
สูตรที่ใช้คำนวณ
โมเดลนี้จำลองเส้นทาง คลิกโฆษณา → เพิ่มเพื่อน → ปิดการขาย โดยตั้งสมมติฐานว่าเพื่อนใหม่ 1 คน = 1 Lead 1 คน เพื่อให้ใช้ได้กับธุรกิจที่ยังไม่มีขั้นคัดกรองแยกจากการเพิ่มเพื่อน
| ค่าที่ได้ | สูตร |
|---|---|
| กำไรต่อออเดอร์ | ราคาขาย × กำไรขั้นต้น% |
| Break-even CAC (จ่ายต่อลูกค้า 1 คนได้สูงสุด) | = กำไรต่อออเดอร์ |
| Break-even CPL (จ่ายต่อ Lead ได้สูงสุด) | กำไรต่อออเดอร์ × อัตราปิดการขาย% |
| CPC สูงสุดที่จ่ายได้ | กำไรต่อออเดอร์ × อัตราปิดการขาย% × อัตราเพิ่มเพื่อน% |
| Break-even ROAS | 1 ÷ กำไรขั้นต้น% |
สมมติฐานของโมเดลนี้คือเพื่อนใหม่ 1 คน = 1 Lead 1 คน ถ้าธุรกิจของคุณมีขั้นคัดกรองก่อนนับเป็น Lead จริง ให้ปรับอัตราเพิ่มเพื่อนลงตามอัตรา Lead จริงแทน ไม่เช่นนั้นเพดานที่คำนวณได้จะสูงเกินจริง
ตัวอย่างการใช้งาน
ตัวอย่างสมมติ คลินิกทันตกรรมจัดฟันแห่งหนึ่งคิดราคาคอร์สจัดฟันเฉลี่ย 45,000 บาทต่อเคส กำไรขั้นต้น 35% อัตราปิดการขายจาก Lead อยู่ที่ 15% และอัตราเพิ่มเพื่อนจากคลิกโฆษณาอยู่ที่ 25%
กำไรต่อเคสจะอยู่ที่ 15,750 บาท ทำให้ Break-even CAC อยู่ที่ 15,750 บาทต่อคนไข้ 1 ราย Break-even CPL อยู่ที่ 2,362.50 บาทต่อ Lead และ CPC สูงสุดที่จ่ายได้อยู่ที่ประมาณ 590.63 บาทต่อคลิก ส่วน Break-even ROAS อยู่ที่ประมาณ 2.86
ถ้าคลินิกจ่าย CPC จริงอยู่ที่ 150 บาท เครื่องมือจะขึ้นว่ายังคุ้มอยู่มาก เพราะต่ำกว่าเพดานเกือบ 4 เท่า นั่นแปลว่าคลินิกนี้มีพื้นที่ให้ประมูลราคาคลิกสูงขึ้นเพื่อแย่งทราฟฟิกคุณภาพดีกว่าเดิมได้ โดยยังไม่เสี่ยงขาดทุน
ตัวเลขข้างบนเป็นตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายวิธีอ่านผล ไม่ใช่ผลลัพธ์ของคลินิกหรือธุรกิจรายใดรายหนึ่ง
ใช้ตอนไหน
- • ก่อนตั้งราคาประมูลสูงสุดต่อคลิกในตัวจัดการโฆษณา
- • ตอนสินค้าหรือคอร์สมีการปรับราคาหรือต้นทุน แล้วต้องคำนวณเพดานใหม่
- • ตอนตัดสินใจว่าจะรับ Lead ที่ CPC สูงขึ้นเพื่อแลกกับคุณภาพที่ดีขึ้นหรือไม่
- • ตอนอธิบายให้เจ้าของธุรกิจเห็นว่าทำไมโฆษณาที่ CPC สูงบางแคมเปญถึงยังคุ้มทุนกว่าแคมเปญที่ CPC ต่ำ
ทำเอง vs ใช้ linli
| สิ่งที่ต้องทำ | ถ้าทำเอง | ถ้าใช้ linli |
|---|---|---|
| คำนวณเพดาน CPC ก่อนยิงโฆษณา | ตั้งสูตรในสเปรดชีตแล้วอัปเดตมือทุกครั้งที่ราคาเปลี่ยน | คำนวณได้ทันทีจากเครื่องมือนี้ ไม่ต้องทำสเปรดชีตเอง |
| รู้ว่าอัตราปิดการขายจริงตอนนี้เท่าไร | นับจากชีตหรือแชทย้อนหลังด้วยมือ | เห็นอัตราปิดการขายจริงจากสถานะ Lead ที่เปลี่ยนจนถึง WON |
| เทียบ CPC จริงกับเพดานแบบเรียลไทม์ | ต้องดึงรายงานโฆษณามาเทียบเองเป็นระยะ | ดูค่าโฆษณาควบคู่กับ Lead และยอดขายจริงในที่เดียว |
| ปรับกลยุทธ์เมื่อเพดานเปลี่ยน | คำนวณใหม่ทุกครั้งด้วยมือ เสี่ยงลืมอัปเดต | ข้อมูลอัปเดตต่อเนื่องจากสถานะ Lead และยอดขายที่บันทึกจริง |
linli ไม่ได้ตั้งราคาประมูลให้อัตโนมัติ แต่ให้ข้อมูล Lead และยอดขายจริงที่ครบพอจะใช้คำนวณเพดานนี้ซ้ำได้ทุกเดือนโดยไม่ต้องกรอกมือ
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมต้องคำนวณจุดคุ้มทุนก่อน ไม่ดูแค่ ROAS ตอนสิ้นเดือนเลย
ROAS สิ้นเดือนบอกได้แค่ว่าที่ผ่านมาคุ้มหรือไม่คุ้ม แต่จุดคุ้มทุนบอกเพดานล่วงหน้าว่าจ่ายได้สูงสุดเท่าไรถึงยังไม่ขาดทุน ทำให้ตัดสินใจตอนประมูลราคาหรือปรับงบได้ทันที ไม่ต้องรอดูผลลัพธ์ท้ายเดือนแล้วค่อยแก้
กำไรขั้นต้นกับกำไรสุทธิใช้ตัวไหนคำนวณ
ใช้กำไรขั้นต้น (Gross Margin) คือราคาขายลบต้นทุนสินค้าโดยตรง ไม่รวมค่าใช้จ่ายคงที่อย่างค่าเช่าหรือเงินเดือน เพราะโมเดลนี้ต้องการรู้ว่าลูกค้าหนึ่งรายทำกำไรพอจ่ายค่าโฆษณาได้แค่ไหน ถ้าใช้กำไรสุทธิเพดานที่คำนวณได้จะต่ำเกินจริงเพราะไปหักต้นทุนคงที่ซ้ำสอง
ถ้าไม่มีขั้นทักแชทหรือ Lead แยกจากเพิ่มเพื่อนเลย ใช้เครื่องมือนี้ได้ไหม
ได้ โมเดลนี้ตั้งสมมติฐานไว้แล้วว่าเพื่อนใหม่ 1 คน = 1 Lead เพื่อให้ใช้ได้กับธุรกิจที่ยังไม่มีขั้นคัดกรองแยกต่างหาก ถ้าธุรกิจคุณมีขั้นทักแชทหรือคัดกรองก่อนนับเป็น Lead จริง ให้ปรับอัตราเพิ่มเพื่อนลงให้ใกล้เคียงอัตราการเป็น Lead จริงแทน
Break-even ROAS กับ Break-even CAC ใช้ดูตอนไหนต่างกัน
Break-even ROAS เหมาะกับการดูภาพรวมระดับแคมเปญหรือทั้งบัญชีโฆษณา เพราะคำนวณจากกำไรขั้นต้นอย่างเดียว ส่วน Break-even CAC เหมาะกับการดูระดับลูกค้าหนึ่งราย เพราะรวมอัตราปิดการขายและอัตราเพิ่มเพื่อนเข้าไปด้วย ถ้าอยากรู้ว่าจ่ายค่าคลิกได้สูงสุดเท่าไร ให้ดู CPC สูงสุดซึ่งมาจาก CAC อีกที
CPC ที่จ่ายอยู่ตอนนี้สูงกว่าเพดานนิดเดียว ต้องหยุดแคมเปญทันทีไหม
ไม่จำเป็นต้องหยุดทันที แต่ควรดูสาเหตุก่อนว่าจะแก้ตรงไหนได้เร็วที่สุด ระหว่างลด CPC ด้วยการปรับกลุ่มเป้าหมายหรือครีเอทีฟ เพิ่มอัตราปิดการขายด้วยการปรับสคริปต์แอดมิน หรือเพิ่มกำไรต่อออเดอร์ด้วยการอัปเซล เพดานที่คำนวณได้เป็นจุดอ้างอิง ไม่ใช่กฎที่ต้องหยุดทันทีที่เกิน
อ่านต่อ
คู่มือและเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง
- LINE Ads Tracking — วัดผลถึงยอดขาย
- วัดยอดขายจริงจาก LINE
- เครื่องคำนวณ ROI โฆษณาเข้า LINEกรอกงบโฆษณาและตัวเลขแต่ละขั้นของ Funnel แล้วเครื่องมือจะคำนวณ CPC, ต้นทุนต่อการกดเข้า LINE, ต้นทุนต่อเพื่อนใหม่, CPL, CAC, ROAS และ ROI ให้ทันที
- เครื่องคำนวณผลกระทบของอัตราปิดการขายใน LINEเปรียบเทียบรายได้ระหว่างอัตราปิดการขายปัจจุบันกับเป้าหมาย จากจำนวน Lead และมูลค่าออเดอร์เฉลี่ยที่คุณกรอกเอง
- ดูเครื่องมือฟรีทั้งหมด
รู้เพดานแล้ว อยากรู้ CPC และอัตราปิดการขายจริงแบบไม่ต้องกรอกเองทุกเดือน
linli เก็บค่าโฆษณา Lead และยอดขายที่ปิดจริงใน LINE ไว้ในที่เดียว ทดลองฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
อยากรู้ ROI จริงของแคมเปญที่ยิงเข้า LINE ลอง เครื่องคำนวณ ROI โฆษณาเข้า LINE ต่อจากหน้านี้ได้