เครื่องคำนวณจุดคุ้มทุนโฆษณาเข้า LINE

กรอกราคาขายเฉลี่ย กำไรขั้นต้น อัตราปิดการขาย และอัตราการเพิ่มเพื่อน แล้วดูเพดานที่จ่ายได้จริงต่อคลิก ต่อ Lead และต่อลูกค้าหนึ่งราย

  • ใช้ฟรี
  • ไม่ต้องสมัคร
  • ไม่ต้องกรอกอีเมล
  • คำนวณในเบราว์เซอร์
จุดคุ้มทุนรายได้ต้นทุนกำไร
กำไรต่อออเดอร์
0 บาท
ราคาขายเฉลี่ย × กำไรขั้นต้น%
Break-even CAC
0 บาท
= กำไรต่อออเดอร์ (จ่ายเกินนี้คือขาดทุน)
Break-even CPL
กำไรต่อออเดอร์ × อัตราปิดการขาย%
CPC สูงสุดที่จ่ายได้
กำไรต่อออเดอร์ × อัตราปิดการขาย% × อัตราเพิ่มเพื่อน%
Break-even ROAS
1 ÷ กำไรขั้นต้น%
Lead ที่ต้องใช้ต่อ 1 ออเดอร์
1 ÷ อัตราปิดการขาย%
คลิกที่ต้องใช้ต่อ 1 ออเดอร์
1 ÷ (อัตราปิดการขาย% × อัตราเพิ่มเพื่อน%)
ต้นทุนต่อออเดอร์ที่ CPC ปัจจุบัน
คลิกที่ต้องใช้ต่อออเดอร์ × CPC ปัจจุบัน
กรอกอัตราปิดการขาย อัตราเพิ่มเพื่อน และ CPC ปัจจุบันให้ครบ เพื่อดูว่าตอนนี้คุ้มหรือยัง

สมมติฐานของโมเดลนี้: นับเพื่อนใหม่ 1 คนเป็น 1 Lead ถ้าธุรกิจคุณมีขั้นคัดกรองก่อนถึงจะนับเป็น Lead ให้ปรับอัตราเพิ่มเพื่อนลงตามจริง

รู้เพดานแล้ว ขั้นต่อไปคือรู้ของจริง

ตอนนี้คุณรู้ Break-even CAC และ ROAS แล้ว ขั้นต่อไปคือรู้ว่าแคมเปญจริงสร้างยอดขายใน LINE ได้เท่าไร เทียบกับเพดานนี้

วิธีใช้เครื่องมือนี้

  1. 1. ใส่ราคาขายเฉลี่ยต่อออเดอร์ของสินค้าหรือบริการที่กำลังยิงโฆษณา
  2. 2. ใส่กำไรขั้นต้นเป็นเปอร์เซ็นต์ (ราคาขายลบต้นทุนสินค้า ไม่รวมค่าใช้จ่ายคงที่)
  3. 3. ใส่อัตราปิดการขายจาก Lead และอัตราเพิ่มเพื่อนจากคลิกโฆษณา ดึงจากตัวเลขจริงย้อนหลังของคุณ
  4. 4. ใส่ CPC ที่จ่ายอยู่ตอนนี้ เพื่อเทียบกับเพดานที่คำนวณได้ทันที
  5. 5. ถ้าขึ้นว่ายังไม่คุ้ม ให้ดูว่าจะลด CPC เพิ่มอัตราปิดการขาย หรือเพิ่มกำไรต่อออเดอร์ก่อน

สูตรที่ใช้คำนวณ

โมเดลนี้จำลองเส้นทาง คลิกโฆษณา → เพิ่มเพื่อน → ปิดการขาย โดยตั้งสมมติฐานว่าเพื่อนใหม่ 1 คน = 1 Lead 1 คน เพื่อให้ใช้ได้กับธุรกิจที่ยังไม่มีขั้นคัดกรองแยกจากการเพิ่มเพื่อน

ค่าที่ได้สูตร
กำไรต่อออเดอร์ราคาขาย × กำไรขั้นต้น%
Break-even CAC (จ่ายต่อลูกค้า 1 คนได้สูงสุด)= กำไรต่อออเดอร์
Break-even CPL (จ่ายต่อ Lead ได้สูงสุด)กำไรต่อออเดอร์ × อัตราปิดการขาย%
CPC สูงสุดที่จ่ายได้กำไรต่อออเดอร์ × อัตราปิดการขาย% × อัตราเพิ่มเพื่อน%
Break-even ROAS1 ÷ กำไรขั้นต้น%

สมมติฐานของโมเดลนี้คือเพื่อนใหม่ 1 คน = 1 Lead 1 คน ถ้าธุรกิจของคุณมีขั้นคัดกรองก่อนนับเป็น Lead จริง ให้ปรับอัตราเพิ่มเพื่อนลงตามอัตรา Lead จริงแทน ไม่เช่นนั้นเพดานที่คำนวณได้จะสูงเกินจริง

ตัวอย่างการใช้งาน

ตัวอย่างสมมติ คลินิกทันตกรรมจัดฟันแห่งหนึ่งคิดราคาคอร์สจัดฟันเฉลี่ย 45,000 บาทต่อเคส กำไรขั้นต้น 35% อัตราปิดการขายจาก Lead อยู่ที่ 15% และอัตราเพิ่มเพื่อนจากคลิกโฆษณาอยู่ที่ 25%

กำไรต่อเคสจะอยู่ที่ 15,750 บาท ทำให้ Break-even CAC อยู่ที่ 15,750 บาทต่อคนไข้ 1 ราย Break-even CPL อยู่ที่ 2,362.50 บาทต่อ Lead และ CPC สูงสุดที่จ่ายได้อยู่ที่ประมาณ 590.63 บาทต่อคลิก ส่วน Break-even ROAS อยู่ที่ประมาณ 2.86

ถ้าคลินิกจ่าย CPC จริงอยู่ที่ 150 บาท เครื่องมือจะขึ้นว่ายังคุ้มอยู่มาก เพราะต่ำกว่าเพดานเกือบ 4 เท่า นั่นแปลว่าคลินิกนี้มีพื้นที่ให้ประมูลราคาคลิกสูงขึ้นเพื่อแย่งทราฟฟิกคุณภาพดีกว่าเดิมได้ โดยยังไม่เสี่ยงขาดทุน

ตัวเลขข้างบนเป็นตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายวิธีอ่านผล ไม่ใช่ผลลัพธ์ของคลินิกหรือธุรกิจรายใดรายหนึ่ง

ใช้ตอนไหน

  • • ก่อนตั้งราคาประมูลสูงสุดต่อคลิกในตัวจัดการโฆษณา
  • • ตอนสินค้าหรือคอร์สมีการปรับราคาหรือต้นทุน แล้วต้องคำนวณเพดานใหม่
  • • ตอนตัดสินใจว่าจะรับ Lead ที่ CPC สูงขึ้นเพื่อแลกกับคุณภาพที่ดีขึ้นหรือไม่
  • • ตอนอธิบายให้เจ้าของธุรกิจเห็นว่าทำไมโฆษณาที่ CPC สูงบางแคมเปญถึงยังคุ้มทุนกว่าแคมเปญที่ CPC ต่ำ

ทำเอง vs ใช้ linli

สิ่งที่ต้องทำถ้าทำเองถ้าใช้ linli
คำนวณเพดาน CPC ก่อนยิงโฆษณาตั้งสูตรในสเปรดชีตแล้วอัปเดตมือทุกครั้งที่ราคาเปลี่ยนคำนวณได้ทันทีจากเครื่องมือนี้ ไม่ต้องทำสเปรดชีตเอง
รู้ว่าอัตราปิดการขายจริงตอนนี้เท่าไรนับจากชีตหรือแชทย้อนหลังด้วยมือเห็นอัตราปิดการขายจริงจากสถานะ Lead ที่เปลี่ยนจนถึง WON
เทียบ CPC จริงกับเพดานแบบเรียลไทม์ต้องดึงรายงานโฆษณามาเทียบเองเป็นระยะดูค่าโฆษณาควบคู่กับ Lead และยอดขายจริงในที่เดียว
ปรับกลยุทธ์เมื่อเพดานเปลี่ยนคำนวณใหม่ทุกครั้งด้วยมือ เสี่ยงลืมอัปเดตข้อมูลอัปเดตต่อเนื่องจากสถานะ Lead และยอดขายที่บันทึกจริง

linli ไม่ได้ตั้งราคาประมูลให้อัตโนมัติ แต่ให้ข้อมูล Lead และยอดขายจริงที่ครบพอจะใช้คำนวณเพดานนี้ซ้ำได้ทุกเดือนโดยไม่ต้องกรอกมือ

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมต้องคำนวณจุดคุ้มทุนก่อน ไม่ดูแค่ ROAS ตอนสิ้นเดือนเลย

ROAS สิ้นเดือนบอกได้แค่ว่าที่ผ่านมาคุ้มหรือไม่คุ้ม แต่จุดคุ้มทุนบอกเพดานล่วงหน้าว่าจ่ายได้สูงสุดเท่าไรถึงยังไม่ขาดทุน ทำให้ตัดสินใจตอนประมูลราคาหรือปรับงบได้ทันที ไม่ต้องรอดูผลลัพธ์ท้ายเดือนแล้วค่อยแก้

กำไรขั้นต้นกับกำไรสุทธิใช้ตัวไหนคำนวณ

ใช้กำไรขั้นต้น (Gross Margin) คือราคาขายลบต้นทุนสินค้าโดยตรง ไม่รวมค่าใช้จ่ายคงที่อย่างค่าเช่าหรือเงินเดือน เพราะโมเดลนี้ต้องการรู้ว่าลูกค้าหนึ่งรายทำกำไรพอจ่ายค่าโฆษณาได้แค่ไหน ถ้าใช้กำไรสุทธิเพดานที่คำนวณได้จะต่ำเกินจริงเพราะไปหักต้นทุนคงที่ซ้ำสอง

ถ้าไม่มีขั้นทักแชทหรือ Lead แยกจากเพิ่มเพื่อนเลย ใช้เครื่องมือนี้ได้ไหม

ได้ โมเดลนี้ตั้งสมมติฐานไว้แล้วว่าเพื่อนใหม่ 1 คน = 1 Lead เพื่อให้ใช้ได้กับธุรกิจที่ยังไม่มีขั้นคัดกรองแยกต่างหาก ถ้าธุรกิจคุณมีขั้นทักแชทหรือคัดกรองก่อนนับเป็น Lead จริง ให้ปรับอัตราเพิ่มเพื่อนลงให้ใกล้เคียงอัตราการเป็น Lead จริงแทน

Break-even ROAS กับ Break-even CAC ใช้ดูตอนไหนต่างกัน

Break-even ROAS เหมาะกับการดูภาพรวมระดับแคมเปญหรือทั้งบัญชีโฆษณา เพราะคำนวณจากกำไรขั้นต้นอย่างเดียว ส่วน Break-even CAC เหมาะกับการดูระดับลูกค้าหนึ่งราย เพราะรวมอัตราปิดการขายและอัตราเพิ่มเพื่อนเข้าไปด้วย ถ้าอยากรู้ว่าจ่ายค่าคลิกได้สูงสุดเท่าไร ให้ดู CPC สูงสุดซึ่งมาจาก CAC อีกที

CPC ที่จ่ายอยู่ตอนนี้สูงกว่าเพดานนิดเดียว ต้องหยุดแคมเปญทันทีไหม

ไม่จำเป็นต้องหยุดทันที แต่ควรดูสาเหตุก่อนว่าจะแก้ตรงไหนได้เร็วที่สุด ระหว่างลด CPC ด้วยการปรับกลุ่มเป้าหมายหรือครีเอทีฟ เพิ่มอัตราปิดการขายด้วยการปรับสคริปต์แอดมิน หรือเพิ่มกำไรต่อออเดอร์ด้วยการอัปเซล เพดานที่คำนวณได้เป็นจุดอ้างอิง ไม่ใช่กฎที่ต้องหยุดทันทีที่เกิน

อ่านต่อ

คู่มือและเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง

รู้เพดานแล้ว อยากรู้ CPC และอัตราปิดการขายจริงแบบไม่ต้องกรอกเองทุกเดือน

linli เก็บค่าโฆษณา Lead และยอดขายที่ปิดจริงใน LINE ไว้ในที่เดียว ทดลองฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

อยากรู้ ROI จริงของแคมเปญที่ยิงเข้า LINE ลอง เครื่องคำนวณ ROI โฆษณาเข้า LINE ต่อจากหน้านี้ได้