เครื่องคำนวณผลกระทบของอัตราปิดการขายใน LINE

เปรียบเทียบรายได้ระหว่างอัตราปิดการขายปัจจุบันกับเป้าหมาย จากจำนวน Lead และมูลค่าออเดอร์เฉลี่ยที่คุณกรอกเอง

  • ใช้ฟรี
  • ไม่ต้องสมัคร
  • ไม่ต้องกรอกอีเมล
  • คำนวณในเบราว์เซอร์
ทักคุยเสนอปิดมูลค่าที่ยังอยู่ในไปป์ไลน์คุ้มไหมกับต้นทุนที่ลงไป

ใส่ตัวเลขจากประสบการณ์ของทีมคุณเอง เราไม่ได้ใส่ค่ามาตรฐานอุตสาหกรรมให้

ตอนนี้
0 ราย/เดือน
0 บาท
ที่อัตราปิด 0%
0 ราย/เดือน
0 บาท
ส่วนต่างต่อเดือน
0 บาท
ส่วนต่างต่อปี
0 บาท
Lead ต่อพนักงานขาย 1 คน
คน/เดือน

ตัวเลขทั้งหมดนี้เป็น ประมาณการจากสมมติฐานของคุณเอง ไม่ใช่การรับประกันผล เครื่องมือนี้แค่คูณเลขที่คุณกรอกให้เห็นภาพว่าส่วนต่างมีมูลค่าเท่าไร ไม่ได้ทำนายว่าอัตราปิดจะขึ้นจริง

ตัวเลขนี้เป็นการประมาณการ ไม่ใช่การรับประกันผล

ส่วนต่างด้านบนคำนวณจากสมมติฐานที่คุณกรอกเอง สิ่งที่ทำให้สมมติฐานนี้เป็นจริงได้คือการรู้ว่า Lead แต่ละรายมาจากแคมเปญไหนและอยู่ขั้นไหนของการขาย

วิธีใช้เครื่องมือนี้

  1. 1. ใส่จำนวน Lead ที่เข้ามาต่อเดือนโดยเฉลี่ย
  2. 2. ใส่อัตราปิดการขายปัจจุบันของทีม และอัตราที่ตั้งเป้าไว้อยากให้ถึง
  3. 3. ใส่มูลค่าออเดอร์เฉลี่ยและจำนวนพนักงานขายที่ดูแล Lead กลุ่มนี้อยู่
  4. 4. ถ้ามีข้อมูลว่าการตอบแชทไวขึ้นช่วยเพิ่มอัตราปิดกี่เปอร์เซ็นต์ ใส่เพิ่มในช่องสุดท้ายได้ ไม่บังคับ
  5. 5. อ่านส่วนต่างรายได้ต่อเดือนและต่อปี แล้วใช้เป็นตัวเลขอ้างอิงว่าการปรับปรุงอัตราปิดคุ้มค่ากับการลงทุนแค่ไหน

ตัวอย่างการใช้งาน

ตัวอย่างสมมติ ร้านขายเฟอร์นิเจอร์สั่งทำมี Lead เข้ามาทาง LINE เฉลี่ยเดือนละ 180 คน อัตราปิดการขายตอนนี้อยู่ที่ 10% มูลค่าออเดอร์เฉลี่ย 18,000 บาท มีพนักงานขาย 2 คนดูแล Lead กลุ่มนี้ และตั้งเป้าอยากขยับอัตราปิดไปที่ 14%

ที่อัตราปัจจุบัน ร้านปิดการขายได้ประมาณ 18 รายต่อเดือน คิดเป็นรายได้ราว 324,000 บาท ถ้าขยับไปถึง 14% จะปิดได้ประมาณ 25.2 รายต่อเดือน คิดเป็นรายได้ราว 453,600 บาท ส่วนต่างต่อเดือนอยู่ที่ประมาณ 129,600 บาท หรือประมาณ 1,555,200 บาทต่อปี

ตัวเลขนี้ช่วยให้ร้านตัดสินใจได้ว่าการลงทุนอบรมทีมขายหรือปรับสคริปต์ปิดการขายเพื่อขยับอัตราปิดขึ้น 4 จุด คุ้มค่ากับส่วนต่างรายได้ที่อาจเกิดขึ้นหรือไม่ แต่ทั้งหมดนี้ยังเป็นแค่การประมาณการ ไม่ใช่ตัวเลขที่รับประกันว่าจะเกิดขึ้นจริง

ตัวอย่างข้างบนเป็นสถานการณ์สมมติเพื่ออธิบายวิธีอ่านผล ไม่ใช่ผลลัพธ์ของธุรกิจจริง

ใช้ตอนไหน

  • • ตอนของบอบรมทีมขายหรือปรับสคริปต์ปิดการขาย อยากรู้ว่ามูลค่าที่อาจได้กลับมาคุ้มกับต้นทุนไหม
  • • ตอนเปรียบเทียบว่าจะจ้างพนักงานขายเพิ่มหรือทำให้ทีมเดิมปิดการขายได้ดีขึ้นก่อน
  • • ตอนตั้งเป้าหมายรายไตรมาสให้ทีมขาย และอยากแปลงเป็นตัวเลขรายได้ให้เห็นภาพ
  • • ตอนอธิบายให้เจ้าของธุรกิจเห็นว่าทำไมการตอบแชทไวขึ้นถึงมีมูลค่าเป็นตัวเงิน ไม่ใช่แค่ความรู้สึก

ทำเอง vs ใช้ linli

สิ่งที่ต้องทำถ้าทำเองถ้าใช้ linli
รู้จำนวน Lead และอัตราปิดการขายจริงต่อเดือนนับจากชีตหรือแชทย้อนหลังด้วยมือเห็นจากสถานะ Lead ที่เปลี่ยนจนถึง WON และ PAID โดยตรง
รู้ว่า Lead แต่ละรายมาจากแคมเปญไหนต้องถามลูกค้าตรง ๆ หรือเดาจับคู่จากลิงก์ติดตามและ Webhook ของ LINE OA อัตโนมัติ
ติดตามว่า Lead รายไหนพนักงานขายคนไหนดูแลจดในชีตหรือมอบหมายในแชทกลุ่มกำหนดเจ้าของ Lead และดูสถานะ Pipeline ในระบบเดียว
คำนวณรายได้ที่เพิ่มขึ้นเมื่ออัตราปิดดีขึ้นต้องดึงตัวเลขจากหลายที่มาคำนวณเองดูสรุป Lead และยอดขายจริงเพื่อคำนวณซ้ำได้ทุกเดือน

linli ไม่ใช่ CRM เต็มรูปแบบ เป็นระบบติดตาม Lead และ Pipeline การขายพร้อม Attribution ว่า Lead แต่ละรายมาจากแคมเปญไหน ไม่มีกล่องแชทแทนที่แอปแชทเดิม ไม่มีระบบส่งบรอดแคสต์ และไม่มีการแบ่งกลุ่มลูกค้าแบบละเอียดเหมือน CRM เฉพาะทาง

คำถามที่พบบ่อย

ตัวเลขที่ได้คือการรับประกันว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นจริงไหม

ไม่ใช่ ตัวเลขที่ได้เป็นการประมาณการจากสมมติฐานที่คุณกรอกเองล้วน ๆ เครื่องมือนี้แค่คูณเลขให้เห็นภาพว่าถ้าอัตราปิดการขายขยับไปถึงเป้าหมายจริง ส่วนต่างรายได้จะมีมูลค่าประมาณเท่าไร ไม่ได้ทำนายหรือรับประกันว่าอัตราปิดจะขยับไปถึงจุดนั้นจริง

ควรตั้งอัตราปิดการขายเป้าหมายจากอะไร

ควรตั้งจากข้อมูลจริงของทีมคุณเอง เช่น อัตราปิดการขายที่เคยทำได้สูงสุดในเดือนที่ดีที่สุด หรือค่าเฉลี่ยของพนักงานขายที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในทีม เครื่องมือนี้ไม่ได้ใส่ค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมให้ เพราะอัตราปิดการขายต่างกันมากตามประเภทสินค้าและราคา

ช่อง 'อัตราปิดที่เพิ่มขึ้นจากการตอบไวขึ้น' ต้องกรอกไหม

ไม่บังคับ ถ้าไม่แน่ใจปล่อยว่างไว้หรือใส่ 0 ได้ ช่องนี้มีไว้สำหรับกรณีที่คุณมีข้อมูลหรือประสบการณ์จริงว่าการตอบแชทไวขึ้นช่วยเพิ่มอัตราปิดการขายกี่เปอร์เซ็นต์ ถ้าไม่มีข้อมูลนี้ ไม่ควรเดาตัวเลขใส่เข้าไป

linli เป็นระบบ CRM เต็มรูปแบบหรือเปล่า

ไม่ใช่ linli เป็นระบบติดตาม Lead และ Pipeline การขายพร้อม Attribution ว่า Lead แต่ละรายมาจากแคมเปญไหน ไม่ใช่ CRM เต็มรูปแบบ จึงไม่มีกล่องแชทแทนที่แอปแชทเดิม ไม่มีระบบส่งบรอดแคสต์หาลูกค้าจำนวนมาก และไม่มีการแบ่งกลุ่มลูกค้าแบบละเอียดเหมือน CRM เฉพาะทาง

ถ้า Lead ต่อเดือนไม่คงที่ทุกเดือน ควรใส่ตัวเลขไหน

แนะนำให้ใช้ค่าเฉลี่ยของ 3 เดือนล่าสุด แทนที่จะใช้เดือนที่ดีที่สุดหรือแย่ที่สุดเดือนใดเดือนหนึ่ง เพราะผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นตัวแทนของสถานการณ์จริงมากกว่า และควรกลับมาคำนวณใหม่ทุกไตรมาสเมื่อจำนวน Lead เปลี่ยนไปมาก

อ่านต่อ

คู่มือและเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง

อยากรู้อัตราปิดการขายจริงของทีม ไม่ใช่แค่ตัวเลขประมาณการ

linli ติดตาม Lead จาก LINE ตั้งแต่เข้ามาจนถึงปิดการขาย พร้อม Attribution ว่ามาจากแคมเปญไหน ทดลองฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

อยากรู้ว่าจ่ายค่าคลิกได้สูงสุดเท่าไรถึงยังคุ้ม ลอง เครื่องคำนวณจุดคุ้มทุนโฆษณาเข้า LINE ต่อจากหน้านี้ได้