ฟอร์มหลายขั้นกับการคัดกรองในแชท แบบไหนได้ลีดที่คุยต่อได้มากกว่า
สรุปสั้น ๆ
ไม่มีแบบใดชนะเสมอ ฟอร์มหลายขั้นกรองคนก่อนถึงทีมขาย ได้ลีดน้อยลงแต่ตรงกว่า ส่วนการคัดกรองในแชทเก็บคนไว้ได้มากกว่าแต่โยนภาระให้แอดมิน ให้ตัดสินด้วยนิยาม ‘ลีดที่คุยต่อได้’ คือติดต่อได้ ตอบคำถามคัดกรองหลักครบ และตอบกลับเมื่อทีมติดต่อ แล้วเทียบต้นทุนต่อลีดแบบนี้รวมเวลาแอดมิน
บริษัทรับรีโนเวตห้องน้ำทดสอบสองทางกับแอดชุดเดียวกัน ทางแรกเป็นฟอร์มสามขั้น ถามประเภทงาน แล้วงบ แล้วเบอร์โทร ทางที่สองกดแล้วไปทัก LINE ซึ่งมีข้อความถามสามข้อเดียวกัน ต่อ 1,000 คลิก ฟอร์มได้ 60 ราย แชทได้ 140 ราย ใครเห็นตัวเลขนี้ก็เลือกแชททันที
แต่พอไล่ดูว่าใน 140 รายนั้นมีกี่รายที่ตอบครบสามข้อและยังตอบกลับเมื่อทีมทัก ตัวเลขเหลือ 40 ส่วนฝั่งฟอร์ม 60 รายเหลือ 30 ที่โทรติดและคุยต่อได้ (ตัวเลขสมมติทั้งหมด) ความต่างจึงไม่ใหญ่เท่าตัวเลขแรกที่เห็น ซึ่งก่อนจะเปรียบเทียบอะไรต้องตกลงนิยามให้ตรงกันก่อน
นิยาม ‘ลีดที่คุยต่อได้’ ก่อนเปรียบเทียบ
คนที่ผ่านทั้งสามข้อนับเป็นลีดที่คุยต่อได้ จากนั้นหารงบโฆษณา (และต้นทุนเวลาแอดมินถ้าคิดละเอียด) ด้วยจำนวนนี้ จะได้ต้นทุนต่อลีดที่คุยต่อได้ ซึ่งเทียบสองทางได้ยุติธรรมกว่าเทียบจำนวนฟอร์มกับจำนวนแชท ถ้าต้องการนิยามที่เจาะลึกกว่านี้ดูเรื่องต้นทุนต่อลีดที่ผ่านเกณฑ์กับต้นทุนต่อยอดขาย
- ติดต่อกลับได้จริง คือเบอร์ที่โทรติดหรือบัญชี LINE ที่ตอบข้อความได้
- ให้ข้อมูลคัดกรองหลักครบ เช่นประเภทงาน งบโดยประมาณ และกรอบเวลา
- ตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมงหลังทีมติดต่อไปครั้งแรก
ฟอร์มหลายขั้นทำงานอย่างไร และได้เปรียบตรงไหน
ฟอร์มหลายขั้นแตกคำถามเป็นหน้าสั้น ๆ ทีละข้อ ข้อแรกควรตอบได้ด้วยการกดเลือกเพราะแรงน้อยที่สุด คนที่ตอบข้อแรกแล้วมีแนวโน้มทำต่อ ข้อได้เปรียบสำคัญคือคุณเห็นว่าคนหลุดที่ขั้นไหน ถ้าครึ่งหนึ่งหลุดที่ช่องงบ แสดงว่าคำถามนั้นแรงเกินไปหรือผู้ซื้อยังไม่รู้งบของตัวเอง
อีกข้อคือข้อมูลที่ได้เป็นช่องชัดเจน ส่งเข้า CRM ได้ทันที แต่ถ้าจะเก็บคำตอบบางส่วนของคนที่กรอกไม่จบ ต้องแจ้งวัตถุประสงค์และขอความยินยอมให้ชัดก่อน ตรวจกับผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายว่าถ้อยคำที่ใช้ครอบคลุมหรือไม่
การคัดกรองในแชทเสียเปรียบและได้เปรียบตรงไหน
ในแชท คำถามคัดกรองถูกถามเป็นบทสนทนา ลูกค้าตอบสั้น ๆ ได้ และถามกลับได้ เช่น
ระบบ: ‘สวัสดีค่ะ ห้องน้ำที่อยากปรับเป็นห้องแบบไหนคะ’ ลูกค้า: ‘ห้องน้ำเล็ก 2x2 อยากเปลี่ยนสุขภัณฑ์กับกระเบื้อง’ ระบบ: ‘ขอทราบงบคร่าว ๆ ได้ไหมคะ จะได้แนะนำวัสดุที่เหมาะ’ ลูกค้า: ‘ยังไม่แน่ใจ ราคาเท่าไหร่ครับ’
คำตอบ ‘ยังไม่แน่ใจ’ ในแชทไม่ได้ปิดทาง แอดมินช่วยให้ช่วงราคาตัวอย่างเพื่อให้ลูกค้าเลือกได้ ซึ่งฟอร์มทำไม่ได้ ในทางกลับกัน ถ้าไม่มีกฎบอกว่าต้องถามครบสามข้อก่อนส่งราคา แอดมินแต่ละคนจะข้ามข้อต่างกัน และข้อมูลไม่เทียบกันได้ ดูแนวทางตั้งคำถามในเรื่องคำถามคัดกรองในแชทและถ้าจะให้ระบบอัตโนมัติถามแทน ดูเรื่องคัดกรองด้วย Messaging API
ตัวอย่างผลทดสอบสมมติ ต่อ 1,000 คลิก งบ 20,000 บาท
ตัวเลขสมมติชุดนี้ให้แชทชนะแบบหวุดหวิด แต่ถ้าชั่วโมงแอดมินแพงขึ้นเป็นสองเท่า ผลจะสลับ ผมจึงไม่เชื่อประโยคแบบ ‘แชทดีกว่าฟอร์มเสมอ’ ใช้ตัวเลขร้านตัวเองแล้วดูว่าจุดสลับอยู่ตรงไหน
| ตัวเลข | ฟอร์มสามขั้น | คัดกรองในแชท |
|---|---|---|
| เริ่มต้นขั้นแรก | 180 คน | 140 แชท |
| ส่งสำเร็จหรือตอบครบ | 60 ราย | 55 ราย |
| ติดต่อได้และตอบกลับ | 30 ราย (ลีดที่คุยต่อได้) | 40 ราย (ลีดที่คุยต่อได้) |
| เวลาแอดมิน (สมมติ) | 5 ชั่วโมง | 20 ชั่วโมง |
| ต้นทุนเวลา ที่ 150 บาทต่อชั่วโมง | 750 บาท | 3,000 บาท |
| ต้นทุนต่อลีดที่คุยต่อได้ (รวมเวลา) | ราว 690 บาท | ราว 575 บาท |
แบบผสมที่ลดจุดอ่อนของทั้งสองทาง
- ใช้ฟอร์มสองขั้นสั้น ๆ ขั้นแรกเลือกประเภทงาน ขั้นที่สองเลือกกรอบงบเป็นช่วง ไม่ต้องกรอกตัวเลข
- หลังส่ง พาไปแชท LINE พร้อมข้อความตั้งต้นที่ใส่คำตอบสองข้อไว้แล้ว ลูกค้าไม่ต้องตอบซ้ำ
- ในแชทถามต่อเฉพาะสิ่งที่ฟอร์มไม่ได้ถาม เช่นรูปห้องปัจจุบัน และเสนอช่วงราคา
- วัดแยกว่าลีดมาจากทางไหน ปัญหาเรื่องคุณภาพลีดที่ดูดีแต่คุยไม่ต่อ อ่านเพิ่มในเรื่องให้คะแนนลีดจากสัญญาณในแชท
ธุรกิจแบบไหนเอนไปทางไหน
ผมเอนไปทางฟอร์มหลายขั้นเมื่อทีมขายมีน้อยและต้องอยากได้เฉพาะลีดที่ตรงเกณฑ์ เช่นบริการที่มีพื้นที่ให้บริการจำกัด คนนอกพื้นที่ควรถูกกรองออกก่อน ผมเอนไปทางแชทเมื่อสินค้ามีตัวเลือกเยอะและลูกค้ายังไม่รู้ว่าต้องการอะไร เพราะบทสนทนาช่วยให้เขาเลือกได้ ถ้าทีมตอบเร็วและมีสคริปต์ชัด การคัดกรองในแชทมักไม่ทำให้ลีดดีน้อยลง
สรุป
คำถามที่ควรถามไม่ใช่ว่าฟอร์มหรือแชทกรองได้ดีกว่า แต่เป็นว่าจุดอ่อนของทางไหนที่ทีมคุณรับได้ ฟอร์มรับได้ถ้าคุณยอมเสียลีดบางส่วนแลกกับข้อมูลที่เรียบร้อย แชทรับได้ถ้าคุณมีคนตอบเร็วพอ
ลองนิยามลีดที่คุยต่อได้ให้ทีมเห็นตรงกัน แล้วนับย้อนหลังจากลีดร้อยรายล่าสุดของแต่ละทาง ตัวเลขนี้พอจะบอกได้ว่าควรทดสอบอะไรก่อน
- นิยามลีดที่คุยต่อได้ก่อนเทียบ ไม่เทียบจำนวนดิบ
- นับต้นทุนเวลาแอดมินเข้าไปด้วย เพราะแชทกินเวลามากกว่า
- ฟอร์มสั้นแล้วต่อด้วยแชทเป็นทางสายกลางที่ใช้ได้กับหลายธุรกิจ
- ขอความยินยอมให้ชัดก่อนเก็บข้อมูลบางส่วนจากฟอร์มที่กรอกไม่จบ
คำถามที่พบบ่อย
ฟอร์มหลายขั้นดีกว่าฟอร์มหน้าเดียวเสมอไหม
ไม่เสมอ ถ้าฟอร์มสั้นมากอยู่แล้ว เช่นสามช่อง แบ่งหลายขั้นอาจไม่ช่วย ประโยชน์จะเห็นชัดเมื่อฟอร์มยาวและมีคำถามที่แรงต่างกัน ควรทดสอบกับทราฟฟิกของคุณเอง
ควรถามเรื่องงบในฟอร์มไหม
ถามเป็นช่วงให้เลือกดีกว่าให้พิมพ์ตัวเลข คนที่ยังไม่รู้งบจะรู้สึกว่าถูกบังคับให้ตอบ และอาจเลือกทิ้งฟอร์ม ถ้าพบว่าช่องงบทำให้คนหลุดมาก ลองย้ายไปถามในแชทแทน
ถ้าลูกค้าตอบคำถามคัดกรองไม่ครบในแชท ยังนับเป็นลีดไหม
นับเป็นแชทที่เข้ามา แต่ไม่นับเป็นลีดที่คุยต่อได้ตามนิยามที่ตั้ง ควรเก็บไว้ในกลุ่มที่ต้องติดตามเพิ่ม เพราะบางคนแค่ยังไม่พร้อมตอบ
ควรใช้บอทถามคัดกรองแทนคนไหม
ใช้ได้กับคำถามที่คำตอบเป็นตัวเลือกชัด แต่ให้มีทางเรียกคนเสมอ เมื่อลูกค้าตอบนอกกรอบหรือแสดงอารมณ์ ระบบอัตโนมัติควรส่งต่อให้คน
ทดสอบแบบนี้ต้องใช้ทราฟฟิกเท่าไหร่ถึงเชื่อได้
ขึ้นกับอัตราปิดของคุณ ถ้าปิดได้น้อย ต้องใช้ทราฟฟิกมากกว่า วิธีที่ง่ายที่สุดคือรอจนแต่ละฝั่งมียอดขายอย่างน้อยหลายรายการ และอย่าสรุปจากการเห็นความต่างในสามวันแรก
อ่านต่อแบบเจาะลึก
ทดลองวัดผลโฆษณาเข้า LINE ฟรี 14 วัน
สมัครแล้วสร้างโปรเจกต์ เชื่อม LINE ติดตั้ง Tracking แล้วเริ่มเห็น Funnel จาก Click ถึง Purchase ได้ทันที ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
เริ่มทดลองใช้ฟรี 14 วัน