← กลับไปหน้าบทความ
แพลตฟอร์มโฆษณา

คนทักจาก Google Business Profile แล้วย้ายไปคุยใน LINE จะตามรอยยังไง

ทีมบรรณาธิการ linli01 พ.ย. 09:28อัปเดต 01 พ.ย. 09:28อ่าน 1 นาที
คนทักจาก Google Business Profile แล้วย้ายไปคุยใน LINE จะตามรอยยังไง
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

ลิงก์ทุกจุดใน Google Business Profile ใส่ UTM แยกกันได้ แล้วชี้ไปหน้ากลางบนโดเมนของคุณที่เก็บค่า UTM ก่อนส่งต่อไป LINE ส่วนสายโทรวัดแยกด้วยเบอร์ติดตามหรือรายงานของโปรไฟล์ ซึ่งบอกจำนวนสายแต่ไม่บอกว่าใครเป็นใคร จึงต้องให้พนักงานชวนย้ายมาคุยใน LINE แล้วแท็กที่มาในแชท

ร้านทำฟันสาขาสุขุมวิทเปิดรายงานโปรไฟล์ธุรกิจบน Google เห็นว่าเดือนนี้มีคนกดเว็บไซต์ 600 ครั้ง กดโทร 150 ครั้ง ขณะที่ในแชท LINE มีคนทักถามคิวและราคาเพิ่มขึ้นชัดเจน แต่ในสรุปแหล่งที่มาของลูกค้า คนเหล่านั้นอยู่ในช่อง ‘ทักตรง’ ทั้งหมด (ตัวเลขสมมติ)

ปัญหาคือ Google Maps ไม่ได้ส่งอะไรติดมากับลูกค้าที่เดินไปแชท ถ้าลิงก์ที่ใส่ในโปรไฟล์พาไป LINE ตรง ๆ ไม่มีทางรู้เลยว่าคนไหนมาจากแผนที่ คนไหนมาจากเว็บ คนไหนมาจากป้ายหน้าร้าน

จุดสัมผัสในโปรไฟล์ที่ใส่ลิงก์หรือวัดผลได้

ชื่อฟีเจอร์ ตำแหน่งเมนู และสิ่งที่แต่ละหมวดธุรกิจใช้ได้เปลี่ยนบ่อย ให้ตรวจในเอกสารช่วยเหลือของ Google ล่าสุดก่อนตั้งค่าจริง ตารางนี้เป็นกรอบคิดสำหรับจัดงาน ไม่ใช่รายการเมนูตายตัว

จุดสัมผัสใส่ลิงก์ติดตามได้ไหมวัดอะไรได้
ปุ่มเว็บไซต์ได้ ใส่ UTM ต่อท้าย URLคลิกไปหน้ากลางของคุณ
ลิงก์นัดหมายหรือสั่งซื้อ (ตามหมวดที่รองรับ)ได้ถ้าหมวดธุรกิจมีช่องนี้คลิกที่ตั้งใจจองหรือสั่ง
โพสต์ในโปรไฟล์ (ตรวจว่ารูปแบบที่ใช้อยู่ยังรองรับ)ได้ในปุ่มของโพสต์คลิกแยกตามโพสต์
ปุ่มโทรไม่มีลิงก์จำนวนสายจากรายงานของโปรไฟล์
ปุ่มข้อความหรือแชทของ Googleตรวจว่ายังมีให้ใช้ในไทยหรือไม่ตามที่ Google ระบุ
เส้นทางและพิกัดไม่มีลิงก์จำนวนการขอเส้นทางจากรายงาน
  1. กำหนดโครงชื่อที่ใช้ทั้งองค์กร เช่น source เป็น google, medium เป็น organic หรือชื่ออื่นที่คุณใช้แยกการค้นหาที่ไม่ใช่โฆษณา และ campaign เป็น gbp-listing
  2. ใช้ utm_content แยกตามจุด เช่น website, appointment, post-promo และใส่ชื่อสาขาใน campaign หรือ content เพื่อให้หลายสาขาไม่ปนกัน
  3. ใส่ URL ที่ต่อ UTM แล้วลงในแต่ละช่องของโปรไฟล์ ตรวจโดยกดจากหน้าโปรไฟล์ด้วยมือถือจริงอย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อลิงก์
  4. จดชื่อที่ตั้งไว้ในตารางเดียว ทีมที่มาแก้ภายหลังจะได้ไม่ตั้งชื่อใหม่ซ้ำ รูปแบบการสร้างลิงก์ดูเพิ่มได้ในเรื่องสร้าง UTM URL

ทำไมต้องมีหน้ากลางก่อนเข้า LINE

ถ้าลิงก์ในโปรไฟล์ชี้ไป LINE ตรง ๆ UTM จะไปไม่ถึงเซิร์ฟเวอร์ของคุณเลย เพราะพารามิเตอร์ไปจบที่ปลายทางซึ่งไม่ใช่โดเมนของคุณ ทางออกคือหน้ากลางบนโดเมนของร้านที่อ่านค่า UTM เก็บลงคุกกี้หรือฐานข้อมูล แล้วค่อยพาไป LINE ด้วยลิงก์ที่พ่วงรหัสอ้างอิง

หน้ากลางต้องโหลดเร็วและไม่มีอะไรให้ลูกค้ารออ่าน เพราะคนจาก Maps อยู่ในโหมดหาข้อมูลด่วน การรีไดเรกต์ที่สะดุดทำให้ UTM หายหรือลูกค้าปิดหน้าไปก่อน อ่านจุดที่ค่าหายเพิ่มได้ในเรื่อง UTM หายตอนรีไดเรกต์ ข้อควรระวังอีกข้อคือเบราว์เซอร์ในแอปบางตัวจัดการคุกกี้ต่างจากเบราว์เซอร์ปกติ ควรทดสอบบนมือถือหลายรุ่น

สายโทรที่ไม่ผ่านลิงก์ใด ๆ เลย

สายโทรจากปุ่มโทรไม่มีลิงก์ให้ติด UTM รายงานของโปรไฟล์บอกได้แค่จำนวนครั้ง สองทางที่ใช้ได้คือใช้เบอร์ติดตามเป็นเบอร์หลักของโปรไฟล์ และเก็บเบอร์จริงเป็นเบอร์เสริม (ตรวจเงื่อนไขล่าสุดของ Google ว่าทำแบบนี้ได้ในหมวดธุรกิจของคุณ) หรือให้พนักงานรับสายใช้สคริปต์ชวนย้ายมาคุยต่อใน LINE

พนักงาน: ‘ขอไลน์ไอดีของคุณลูกค้าได้ไหมคะ เดี๋ยวส่งตารางคิวและโปรแกรมไปให้ จะได้ดูได้ตอนสะดวก’ ประโยคนี้ช่วยให้สายโทรที่ไม่มีทางวัดกลายเป็นแชทที่แท็กที่มาได้ ดูวิธีเชื่อมสองทางนี้ในเรื่องสายโทรเข้าสู่แชท LINE

แท็กที่มาในแชทให้ต่างกันตามความน่าเชื่อถือ

แชทที่มาจากหน้ากลางมีรหัสอ้างอิงติดมา จึงแท็กอัตโนมัติได้ว่ามาจาก Google Business Profile ลูกค้าบางคนไม่ผ่านหน้ากลาง เช่นเปิดจากรูปที่ถ่ายหน้าร้าน ให้แอดมินถามสั้น ๆ หนึ่งข้อ ‘ทราบจากที่ไหนคะ’ แล้วแท็กเป็น ‘ลูกค้าบอกเอง’ แยกจาก ‘แท็กจากลิงก์’ ถ้ารวมสองแบบเข้าด้วยกัน ตัวเลขจะดูแม่นกว่าความเป็นจริง

อ่านผลอย่างไรเมื่อตัวเลขแต่ละขั้นไม่เท่ากัน

ส่วนต่างระหว่าง 600 กับ 480 เป็นเรื่องปกติ คนปิดหน้าก่อนโหลด หรือเบราว์เซอร์ในแอปบล็อกสคริปต์ อย่าเพิ่งสรุปว่าติดตั้งผิด ที่ควรจับตาคืออัตราจากกดไป LINE เป็นทักข้อความแรก ถ้าต่ำมากแปลว่าปลายทางสร้างความลังเล ลองดูหน้าลงจอดสำหรับคนในพื้นที่ในเรื่องหน้าเว็บท้องถิ่นที่ปิดการขายในแชท

เส้นทางหนึ่งเดือนของโปรไฟล์หนึ่งสาขา (ตัวเลขสมมติ)
คลิกลิงก์ในโปรไฟล์600
เปิดหน้ากลางสำเร็จ480
กดไป LINE150
ทักข้อความแรก70
จองคิวสำเร็จ14

สรุป

โปรไฟล์ธุรกิจบน Google เป็นช่องทางที่ไม่มีค่าโฆษณา แต่ถ้าไม่ติดตามก็จะถูกนับเป็นการทักตรงและไม่ได้งบหรือความสนใจจากทีม ซึ่งเป็นความเสียหายที่มองไม่เห็นเพราะไม่มีตัวเลขมาเตือน

เริ่มจากสาขาที่ทำเงินมากที่สุดสาขาเดียว ตั้ง UTM กับหน้ากลาง ทดสอบบนมือถือจริงแล้วดูผลหนึ่งเดือน เมื่อเห็นว่าส่วนใดหลุดค่อยขยายไปสาขาอื่น

  • ใส่ UTM แยกทุกลิงก์และทุกสาขาในโปรไฟล์
  • ใช้หน้ากลางบนโดเมนของร้านเพื่อเก็บค่าก่อนส่งต่อ LINE
  • สายโทรต้องชวนย้ายมาแชทแล้วแท็กที่มา
  • แยกแท็กจากลิงก์ออกจากลูกค้าบอกเอง
  • ตรวจฟีเจอร์และชื่อเมนูในเอกสาร Google ล่าสุดก่อนตั้งค่าเสมอ

คำถามที่พบบ่อย

ใส่ลิงก์ LINE ตรง ๆ ในโปรไฟล์ได้ไหม

ได้ แต่จะวัดไม่ได้ว่าใครมาจากโปรไฟล์ เพราะไม่มีหน้าที่อ่านค่า UTM ถ้ายอมรับการวัดแบบหยาบ ๆ ก็ใช้ได้ แต่ถ้าต้องการรู้ว่าสาขาไหนคุ้มก็ควรมีหน้ากลาง

ตัวเลขคลิกในรายงานโปรไฟล์ไม่ตรงกับ session ใน GA4 ผิดพลาดหรือเปล่า

ไม่ได้แปลว่าผิดเสมอไป สองระบบนิยามการคลิกกับเซสชันต่างกัน และมีคนปิดหน้าก่อนโหลดเสร็จ ให้ดูแนวโน้มเดือนต่อเดือนมากกว่าบังคับให้ตัวเลขเท่ากัน

ธุรกิจมีหลายสาขา ควรใช้ลิงก์เดียวหรือแยก

แยกต่อสาขา ใส่ชื่อสาขาใน UTM จะเปรียบเทียบสาขาได้โดยไม่ต้องเดา และยังใช้เป็นฐานตัดสินใจเรื่องการลงรูปหรือโพสต์เฉพาะสาขา

ใช้เบอร์ติดตามแทนเบอร์จริงมีผลต่อการแสดงในแผนที่ไหม

เกี่ยวกับกติกาของ Google เรื่องความสอดคล้องของข้อมูลธุรกิจ จึงควรอ่านเงื่อนไขล่าสุดและตั้งเบอร์จริงเป็นเบอร์เสริมตามที่แนะนำ ก่อนเปลี่ยนเบอร์หลักควรทดสอบกับสาขาเดียว

ลูกค้าที่ทักมาจากแผนที่มีคุณภาพต่างจากแอดไหม

ในหลายธุรกิจท้องถิ่นคนจากแผนที่มีเจตนาชัดและอยู่ใกล้ จึงปิดง่ายกว่า แต่ต้องดูจากข้อมูลของร้านเอง โดยเทียบอัตราจองคิวของแชทที่แท็กจากโปรไฟล์กับแชทที่มาจากแอด

รู้ว่าโฆษณาเข้า LINE ทำยอดขายจริงแค่ไหน

linli ติดตามลูกค้าตั้งแต่คลิกโฆษณา กดเพิ่มเพื่อน ทักแชท จนปิดการขาย พร้อมส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มโฆษณา เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ต่อ GA4 กับ LINE วัด Funnel เต็มรูปแบบ Ecommerce

ต่อ GA4 กับ LINE วัด Funnel เต็มรูปแบบ Ecommerce

GA4 เห็นคนเข้าเว็บแต่มองไม่เห็นยอดที่ปิดใน LINE ทำให้ Funnel ขาดท่อนสุดท้ายเสมอ บทความนี้สอนต่อท่อที่ขาดด้วย Event ออกแบบเอง + Measurement Protocol
ส่งข้อมูลกลับแค่ Click ทำให้แพลตฟอร์มโฆษณา Optimize ผิดทางได้ง่าย ๆ

ส่งข้อมูลกลับแค่ Click ทำให้แพลตฟอร์มโฆษณา Optimize ผิดทางได้ง่าย ๆ

อัลกอริทึมไม่เคย Optimize ผิด มันแค่ทำตามเป้าที่เราตั้งอย่างซื่อสัตย์เกินไป ตั้งเป้าเป็นคลิก มันก็หาคนกดเก่งระดับโลกมาให้ ปัญหาคือคนกดเก่งไม่ใช่คนซื้อ
Server-side Tracking vs Pixel: ทำไม LINE ต้องใช้ server-side

Server-side Tracking vs Pixel: ทำไม LINE ต้องใช้ server-side

Pixel เคยเห็นลูกค้าทุกคน วันนี้เห็นแค่บางส่วน iOS บล็อก คุกกี้หมดอายุเร็ว Ad Blocker กรองทิ้ง แล้วธุรกิจที่ปิดการขายใน LINE ยิ่งหนักกว่าใคร เพราะเงินเข้าตรงจุดที่ Pixel ไปไม่ถึงตั้งแต่แรก