ใช้ปริมาณการค้นหาชื่อแบรนด์เป็นสัญญาณล่วงหน้า ก่อนยอดทักจะขยับ
สรุปสั้น ๆ
Share of Search คือสัดส่วนการค้นหาชื่อแบรนด์เราเทียบกับผลรวมของแบรนด์ในกลุ่มเดียวกัน คนจำนวนมากพิมพ์ชื่อร้านลงช่องค้นหาก่อนจะกดทัก ตัวเลขนี้จึงอาจขยับก่อนยอดทักหนึ่งถึงสองเดือน แต่ต้องทดสอบกับข้อมูลทักย้อนหลังของคุณเองก่อนจะเชื่อ
ยอดทัก LINE ของร้านสมมติแห่งหนึ่งหล่นจาก 640 เหลือ 480 ภายในสามเดือน ทีมประชุมกันทันที แอดมีปัญหาไหม ครีเอทีฟล้าหรือเปล่า แอดมินตอบช้าไหม ทุกคนกำลังหาสาเหตุจากสิ่งที่เกิดเมื่อวาน ทั้งที่ถ้าเปิดกราฟการค้นหาชื่อร้านใน Google ย้อนไปสองเดือน เส้นมันเริ่มตกมาตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคมแล้ว
ยอดทักเป็นตัวเลขปลายทาง กว่าจะเห็นว่าตกก็เสียเงินค่าแอดไปหลายรอบ ส่วนการค้นหาชื่อแบรนด์เป็นสิ่งที่คนทำก่อนทัก เพราะคนไทยจำนวนไม่น้อยไม่กดทักจากโฆษณาทันที เขาไปเสิร์ชชื่อร้านดูรีวิวก่อน วิธีวัดสัดส่วนนี้ทำได้ในกระดาษคำนวณแผ่นเดียว และมีขอบเขตที่ต้องรู้ก่อนจะเชื่อมัน
Share of Search คำนวณจากอะไรและอ่านว่าอะไร
สูตรคือปริมาณการค้นหาชื่อแบรนด์ของเราในเดือนหนึ่ง หารด้วยผลรวมของการค้นหาชื่อแบรนด์ทุกเจ้าในกลุ่มที่เลือกเทียบ แล้วคูณ 100 ถ้ากลุ่มเทียบมี 4 แบรนด์และเราได้ 30% แปลว่าในหมวดนี้ ทุก 10 ครั้งที่คนพิมพ์ชื่อแบรนด์ลงช่องค้นหา มี 3 ครั้งที่พิมพ์ชื่อเรา
Les Binet นักวิจัยด้านประสิทธิผลโฆษณาชาวอังกฤษเป็นคนผลักดันแนวคิดนี้ เขาเสนอว่าสัดส่วนการค้นหาใช้เป็นตัวแทนของส่วนแบ่งตลาดในหลายหมวดสินค้าได้ ผมยืนยันความแม่นกับธุรกิจไทยให้ไม่ได้ สิ่งที่พูดได้คือเหตุผลเชิงพฤติกรรม คนที่ใกล้ตัดสินใจซื้อมักพิมพ์ชื่อแบรนด์ที่สนใจลงช่องค้นหาก่อน
เก็บตัวเลขเองใน 5 ขั้นตอนด้วยชีตแผ่นเดียว
- เลือกกลุ่มเทียบ 4 ถึง 6 แบรนด์ที่ลูกค้าของคุณเปรียบเทียบจริง ลูกค้าที่ถามว่า ‘ต่างจากร้าน X ยังไง’ ในแชทบอกรายชื่อคู่แข่งให้คุณฟรี
- ลิสต์คำค้นของแต่ละแบรนด์ทั้งสะกดไทยและอังกฤษ รวมคำที่คนพิมพ์ผิดบ่อย
- เปิด Google Trends เลือกประเทศไทย ช่วง 12 ถึง 24 เดือน ใส่คำค้นเปรียบเทียบพร้อมกันได้สูงสุด 5 คำต่อครั้ง ตัวเลขที่ได้เป็นดัชนีสัมพัทธ์ ใช้คำนวณสัดส่วนภายในชุดเดียวกันได้
- ดึงค่าเฉลี่ยรายเดือนของแต่ละแบรนด์ใส่ชีต แล้วคำนวณค่าของเราหารผลรวมทุกแบรนด์คูณ 100 ดึงชุดเดียวกันในวันเดียวกันเสมอ เพราะ Trends ใช้ข้อมูลสุ่มตัวอย่าง ค่าจากการดึงคนละวันอาจต่างกันเล็กน้อย
- บันทึกทุกต้นเดือนในชีตเดียวกับยอดทัก LINE ยอดที่ปิดได้ และต้นทุนแอด ให้อยู่แถวเดียวกันตั้งแต่แรก
ตัวอย่างสมมติ 4 เดือนที่สัดส่วนตกก่อนยอดทัก
สมมติกลุ่มเทียบมี 4 แบรนด์ และให้ปริมาณค้นหารวมของกลุ่มนิ่งที่ดัชนี 200 ทุกเดือนเพื่อให้อ่านง่าย (ของจริงผลรวมจะขยับด้วย) ตัวเลขในตารางเป็นตัวอย่างสมมติทั้งหมด ไม่ใช่ข้อมูลของร้านใดจริง
| เดือน | ดัชนีค้นหาชื่อร้านเรา | ผลรวมทั้งกลุ่ม | Share of Search | ยอดทัก LINE |
|---|---|---|---|---|
| ก.ค. | 60 | 200 | 30% | 640 |
| ส.ค. | 54 | 200 | 27% | 630 |
| ก.ย. | 48 | 200 | 24% | 590 |
| ต.ค. | 44 | 200 | 22% | 480 |
เหตุที่คนค้นชื่อร้านก่อนจะกดทัก
ตารางข้างบนเล่าเรื่องเดียวกับที่เจอในแชทจริง สัดส่วนหายไป 3 จุดทุกเดือนตั้งแต่สิงหาคม ขณะที่ยอดทักเดือนสิงหาคมแทบไม่ขยับ (640 เหลือ 630) ถ้าดูแต่ยอดทัก คุณจะเริ่มตกใจในเดือนตุลาคม หลังเสียความสนใจไปแล้วสองเดือน
สาเหตุคือคนไม่ได้ทักทันทีที่เห็นแอด ลองอ่านข้อความที่ลูกค้าพิมพ์มาเอง ลูกค้า: ‘เห็นแอดร้านพี่ในเฟสเมื่อวานค่ะ เลยลองเสิร์ชชื่อร้านใน Google ดูก่อน รีวิวโอเคเลยกดทักจากตรงนั้น ขอถามราคาโปรหน่อยค่ะ’ แล้วแอดมินตอบว่า ‘ขอบคุณที่ค้นหาร้านเราก่อนนะคะ ไม่ทราบว่าสนใจตัวไหนอยู่คะ จะได้แนะนำให้ตรงค่ะ’
ลูกค้ารายนี้เริ่มจากแอด Meta แต่ปุ่มทักที่เขากดอยู่ในผลการค้นหา รายงานของแอดไม่เห็นคลิกนั้น ฝั่งเว็บอาจนับเป็น organic หรือ Direct ที่พุ่งทุกเดือนที่ยิงแอดหนัก ผลคือแอดดูแย่กว่าที่ทำจริง และเป็นเหตุผลที่ คีย์เวิร์ดแบรนด์มีต้นทุนปิดการขายต่ำที่สุด เพราะมันเก็บเกี่ยวความสนใจที่ช่องทางอื่นสร้างไว้ให้
สี่เงื่อนไขที่ทำให้ตัวเลขนี้หลอกได้
- แอดดันตัวเลขขึ้นเอง ช่วงที่ลงงบสร้างการรับรู้หนัก การค้นหาชื่อร้านจะพุ่งเพราะแอด ไม่ได้แปลว่าตลาดชอบคุณมากขึ้น จดช่วงที่เร่งงบไว้ข้างตัวเลขทุกเดือน
- ชื่อแบรนด์เป็นคำสามัญ ถ้าชื่อร้านเป็นคำที่คนใช้พิมพ์เรื่องอื่นด้วย ตัวเลขจะปนกับคนที่ไม่เกี่ยวกับคุณ ใส่คำบอกหมวดต่อท้ายหรือใช้ชื่อเต็มแทน
- ปริมาณน้อยเกินไป แบรนด์เล็กที่มีคนค้นไม่กี่สิบครั้งต่อเดือนจะเห็น Trends เป็นศูนย์หรือกระโดดไปมา ฝั่งเราใช้ Search Console ได้ แต่ฝั่งคู่แข่งไม่มีข้อมูลให้ดึง สัดส่วนจึงวัดไม่ได้
- การสุ่มตัวอย่างของ Trends ดึงต่างวันได้ค่าต่างกันเล็กน้อย อย่าตื่นเต้นกับการขยับ 1 จุด ดูแนวโน้มต่อเนื่องอย่างน้อยสองเดือนก่อนตีความ
กติกาอ่านตัวเลขที่ผมใช้ และสิ่งที่ทำเมื่อสัดส่วนตก
กติกาของผมคือ ถ้าสัดส่วนตกต่อเนื่องสองเดือนติดและรวมกันเกิน 3 จุด ให้ไล่หาสาเหตุทันที ไม่ต้องรอยอดทัก เริ่มดูว่าคู่แข่งรายไหนขยับขึ้น ถ้ามีรายเดียวที่โตผิดปกติ มักแปลว่าเขาเพิ่งลงงบหนัก แต่ถ้าทุกเจ้าลดลงพร้อมกัน แปลว่าทั้งหมวดซบเซาตามฤดูกาล สัดส่วนของคุณจะนิ่ง ไม่ต้องตกใจ
อีกขั้นคือเอาตัวเลขนี้ไปเทียบกับ คำค้นที่พาคนเข้า LINE ใน Search Console และเมื่อสัดส่วนขยับโดยที่ยอดทักยังไม่ขยับ ให้ทดสอบเพิ่มลดงบก้อนเล็ก ๆ แทนการตัดสินใจก้อนใหญ่ เพราะ Share of Search บอกทิศทางความสนใจ ไม่ได้บอกว่าแอดตัวไหนทำเงิน คำถามนั้นต้องใช้วิธีอย่าง incrementality ตอบ
สรุป
เริ่มได้ตั้งแต่เดือนนี้ ดึงข้อมูลย้อนหลัง 12 เดือนจาก Google Trends แล้ววางเทียบกับยอดทัก LINE รายเดือน ถ้าสองเส้นไม่ขยับไปทางเดียวกันเลยตลอดปี ให้เลิกใช้ ไม่เสียอะไรนอกจากเวลาครึ่งชั่วโมง
ถ้าสองเส้นขยับตามกัน ให้ตั้งเกณฑ์เตือนที่พูดกันได้ในประชุมประจำเดือน เช่นสัดส่วนตกสองเดือนติดรวมเกิน 3 จุด แล้วใช้เป็นตัวสั่งให้ตรวจแอดและข้อเสนอก่อนยอดทักจะตก ไม่ใช่ตัวสั่งตัดหรือเพิ่มงบเอง
- สัดส่วนการค้นหาชื่อแบรนด์เราหารผลรวมทั้งกลุ่ม คำนวณเองได้จาก Google Trends ฟรี
- ใช้เป็นสัญญาณเตือนเมื่อสัดส่วนตกสองเดือนติด ไม่ใช่ตัวตัดสินงบ
- จดช่วงที่เร่งงบแอดไว้ข้างตัวเลข เพราะแอดดันการค้นหาขึ้นเองได้
- ทดสอบกับยอดทักย้อนหลัง 12 เดือนของคุณก่อน ถ้าไม่สัมพันธ์กันให้เลิกใช้
คำถามที่พบบ่อย
ต้องใช้เครื่องมือเสียเงินไหม
ไม่จำเป็น Google Trends ฟรีและเทียบได้ครั้งละ 5 คำ ใช้ Search Console ดู impressions ของคำชื่อร้านเราเองเสริมได้ เครื่องมือเสียเงินให้จำนวนครั้งต่อเดือนที่ละเอียดกว่า แต่สำหรับการดูแนวโน้มไม่จำเป็น
ควรเลือกคู่เทียบกี่ราย
4 ถึง 6 แบรนด์กำลังดี น้อยกว่านั้นสัดส่วนจะแกว่งตามคู่แข่งรายเดียว มากกว่านั้นต้องดึงข้อมูลหลายรอบเพราะ Trends เทียบได้ครั้งละ 5 คำ และกลุ่มที่กว้างเกินไปมักไม่ใช่แบรนด์ที่ลูกค้าเทียบกับคุณจริง
ดูรายสัปดาห์แทนรายเดือนได้ไหม
ได้ แต่ข้อมูลรายสัปดาห์แกว่งแรงสำหรับแบรนด์ที่คนค้นน้อย รายเดือนอ่านง่ายกว่าและตรงกับรอบรายงานลูกค้า ถ้าแบรนด์ใหญ่พอ ใช้รายสัปดาห์ช่วงทำแคมเปญใหญ่ได้
สัดส่วนสูงแปลว่ายอดทักจะเพิ่มแน่ไหม
ไม่แน่ สัดส่วนบอกว่าคนสนใจคุณมากแค่ไหนเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ยังต้องมีแอด ข้อเสนอ และแอดมินที่ตอบทันเพื่อเปลี่ยนความสนใจเป็นการทัก เทียบสัดส่วนกับยอดทักข้ามเดือนอย่างน้อย 12 เดือนก่อนเชื่อว่าหมวดของคุณมีความสัมพันธ์นี้จริง
ธุรกิจที่ขายเฉพาะจังหวัดวัดแยกได้ไหม
ได้ Google Trends กรองระดับจังหวัดในไทยได้ เลือกจังหวัดที่เป็นตลาดหลักแทนทั้งประเทศ เพราะแบรนด์ท้องถิ่นมักถูกคู่แข่งระดับประเทศกลบในตัวเลขรวม
อ่านต่อแบบเจาะลึก
วัด Conversion LINE ทุกแบรนด์ รวมศูนย์ที่เดียว
องค์กรที่มีหลายแบรนด์ หลายสาขา หลาย LINE OA linli รวม Tracking และส่ง Conversion กลับทุกแพลตฟอร์ม พร้อม Custom Limit เริ่มฟรี 14 วัน
ติดต่อทีม Sales