← กลับไปหน้าบทความ
ขั้นสูง (MarTech)

เลือก Reporting Identity ใน GA4 แบบไหน จำนวนผู้ใช้จึงไม่เพี้ยน

ทีมบรรณาธิการ linli01 พ.ย. 09:28อัปเดต 01 พ.ย. 09:28อ่าน 2 นาที
เลือก Reporting Identity ใน GA4 แบบไหน จำนวนผู้ใช้จึงไม่เพี้ยน
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

Reporting Identity คือกติกาที่ GA4 ใช้ตัดสินว่าอุปกรณ์ไหนเป็นคนเดียวกัน เปลี่ยนโหมดแล้วจำนวนผู้ใช้เปลี่ยน ส่วนจำนวนเหตุการณ์ไม่เปลี่ยน สำหรับทราฟฟิกที่เข้า LINE ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มี user ID ให้เลือกโหมดตามคำถามที่ต้องตอบ แล้วบันทึกไว้ในหัวรายงานให้ชัด

สมมติเดือนนี้รายงานแสดงผู้ใช้ 10,000 คน หลังเพื่อนร่วมทีมเปิดการตั้งค่า Reporting Identity ตัวเลขของเดือนเดียวกันกลายเป็น 9,000 คน ไม่มีใครแตะแท็กและเหตุการณ์ในรายงานเท่าเดิม ผู้จัดการถามทันทีว่าคนหายไปหนึ่งพันคนได้อย่างไร

คำตอบคือไม่มีใครหาย GA4 เปลี่ยนวิธีนับว่าอุปกรณ์สองเครื่องเป็นคนเดียวกันหรือคนละคน ซึ่งกระทบตัวหารของต้นทุนต่อผู้ใช้ทุกตัว

สามโหมดนับคนของ GA4

โหมดใช้อะไรระบุตัวคนลักษณะของตัวเลข
Blendeduser ID, Google signals, device ID แล้วจึงใช้ข้อมูลประมาณการนับคนซ้ำน้อยที่สุด แต่บางส่วนเป็นค่าประมาณ
Observeduser ID, Google signals, device ID ไม่ใช้ข้อมูลประมาณการไม่มีส่วนที่ประมาณ แต่นับซ้ำมากกว่า Blended
Device-baseddevice ID อย่างเดียวคนที่ใช้สองอุปกรณ์นับเป็นสองคน ตรงกับข้อมูลดิบมากที่สุด

อะไรขยับเมื่อเปลี่ยนโหมด และอะไรอยู่นิ่ง

ตัวชี้วัดที่นับตามผู้ใช้ เช่น Total users, Active users และ New users จะเปลี่ยนตามโหมด ส่วนจำนวนเหตุการณ์และจำนวนการคลิกที่ส่งเข้ามาไม่เปลี่ยน เพราะแต่ละเหตุการณ์ยังเป็นเหตุการณ์เดิม

รายงานคำนวณตอนที่เปิดดู การเปลี่ยนค่าจึงกระทบรายงานของช่วงเก่าด้วย ไม่ใช่เฉพาะข้อมูลที่เข้ามาหลังเปลี่ยน แต่รายละเอียดอาจปรับตามเวอร์ชันของ GA4 ให้อ่านเอกสารปัจจุบันก่อนกดเปลี่ยนในพร็อพเพอร์ตี้ที่ลูกค้าใช้ตัดสินใจอยู่

ทราฟฟิกที่เข้า LINE มักตกไปที่ device ID

  • User ID ต้องมีการล็อกอิน ลูกค้าส่วนใหญ่ทัก LINE โดยไม่เคยล็อกอินบนเว็บ จึงไม่มีรหัสให้ส่ง
  • Google signals ต้องเข้าข่ายหลายเงื่อนไข คนต้องล็อกอิน Google และเปิดการปรับโฆษณาตามความสนใจ กลุ่มที่เข้าเงื่อนไขอาจน้อยกว่าที่คิด รายละเอียดอยู่ในการเปิด Google Signals เพื่อตามคนข้ามอุปกรณ์
  • เบราว์เซอร์ในแอปแยกคุกกี้จากเบราว์เซอร์หลัก คลิกแอดใน Facebook แล้วเปิดลิงก์ในเบราว์เซอร์ของแอป จะได้ device ID คนละตัวกับที่ใช้เปิดเว็บเองภายหลัง ปัญหาแบบนี้ตรวจสอบได้ตามขั้นตอนในการ audit conversion ข้ามอุปกรณ์และเบราว์เซอร์
  • ผลคือสามโหมดอาจใกล้กัน ถ้าลูกค้าแทบไม่มีคนล็อกอิน ส่วนต่างระหว่างโหมดจะเล็กลง เพราะระบบถอยไปใช้ device ID เกือบทั้งหมด

ตัวอย่างว่าตัวหารเปลี่ยนแล้วต้นทุนต่อผู้ใช้เปลี่ยนเท่าไร

สมมติเดือนนี้ใช้งบแอด 100,000 บาท ถ้ารายงานนับผู้ใช้ได้ 10,000 คน ต้นทุนต่อผู้ใช้คือ 10 บาท พอเปลี่ยนเป็นโหมดที่นับได้ 9,000 คน ต้นทุนต่อผู้ใช้กลายเป็น 11.11 บาท เพิ่มขึ้นกว่า 11% ทั้งที่เงินและเหตุการณ์ไม่เปลี่ยนเลย

เหตุผลที่เรื่องนี้สำคัญกับการเทียบเดือนต่อเดือนคือ ถ้าเดือนก่อนรายงานด้วยโหมดหนึ่งแล้วเดือนนี้ใครสักคนเปลี่ยนโหมด ตัวเลขที่ดูเหมือนว่าต้นทุนพุ่งอาจเป็นผลของตัวหารล้วน ๆ ก่อนสรุปว่าแคมเปญแย่ลง ให้ถามก่อนว่ามีใครเปลี่ยนโหมดไหม

เลือกโหมดตามคำถามที่ต้องตอบ

  1. ถ้าต้องกระทบยอดกับข้อมูลดิบใน BigQuery หรือรายงานจากแพลตฟอร์มแอด ให้เลือก Device-based เพราะกติกาตรงกับ device ID ที่เก็บจริง และอธิบายกับลูกค้าได้ง่ายที่สุด
  2. ถ้าไซต์มีระบบล็อกอินจริงและส่ง user ID ครบ ให้เลือก Blended หรือ Observed ตามว่ายอมรับส่วนประมาณการได้หรือไม่ เพราะสองโหมดนี้ได้ประโยชน์จาก user ID มากที่สุด
  3. ถ้าต้องส่งรายงานให้บุคคลภายนอกตรวจสอบ ให้เลือก Observed เพราะไม่มีส่วนที่ GA4 ประมาณขึ้นเอง ผู้ตรวจจึงถามถึงที่มาของตัวเลขได้น้อยลง
  4. ก่อนเปลี่ยน ให้บันทึกตัวเลขผู้ใช้ของเดือนล่าสุดไว้ แล้วเปิดรายงานเดียวกันหลังเปลี่ยนเพื่อเทียบส่วนต่าง จะได้อธิบายได้ทันทีเมื่อมีคนถาม

เขียนโหมดไว้ในหัวรายงานทุกชิ้น

ทุกรายงานที่ส่งให้ลูกค้าหรือหัวหน้าควรมีบรรทัดเล็ก ๆ ระบุโหมดนับคนที่ใช้ เช่น ‘ผู้ใช้นับแบบ Device-based’ ฟังดูเป็นรายละเอียดจุกจิก แต่ช่วยตัดคำถามที่เสียเวลาที่สุดอย่าง ‘ทำไมไม่ตรงกับเดือนก่อน’ ออกไปได้ทั้งหมด

ถ้าต้องการให้ตัวตนลูกค้ารวมเป็นหนึ่งเดียวนอก GA4 เช่นตอนจับคู่ยอดขายกับแชท ให้ดูแนวคิดในการรวมโปรไฟล์ลูกค้าให้เป็นคนเดียว ซึ่งทำที่ระบบของคุณเอง ไม่ต้องพึ่งการเดาของ GA4

สรุป

เลือกโหมดหนึ่งโหมด เขียนไว้ในหัวรายงาน และใช้ต่อเนื่องอย่างน้อยหนึ่งไตรมาส ตัวเลขต้นทุนต่อผู้ใช้จึงจะเทียบข้ามเดือนได้จริง

สำหรับร้านที่ลูกค้าทัก LINE โดยไม่ล็อกอินเว็บ Device-based มักพอเพียงและอธิบายง่ายที่สุด ถ้าต้องรู้ตัวตนคนจริง ให้ไปทำที่ฝั่งแชทและยอดขายแทน

  • Reporting Identity เปลี่ยนตัวหารที่ใช้นับผู้ใช้ ไม่ได้เปลี่ยนจำนวนเหตุการณ์
  • ทราฟฟิกเข้า LINE ส่วนใหญ่ไม่มี user ID จึงตกไปที่ device ID เกือบหมด
  • ต้องกระทบยอดกับข้อมูลดิบ ให้ใช้ Device-based ถ้าต้องส่งผู้ตรวจ ให้ใช้ Observed
  • เขียนโหมดไว้ในหัวรายงานและไม่เปลี่ยนกลางรอบ

คำถามที่พบบ่อย

Reporting Identity กระทบจำนวน conversion ไหม

ไม่กระทบจำนวนเหตุการณ์ conversion ที่เก็บได้ แต่กระทบตัวชี้วัดที่หารด้วยผู้ใช้ เช่นอัตรา conversion ต่อผู้ใช้ เพราะตัวหารเปลี่ยน

ตั้งค่านี้อยู่ที่ไหนและใครเปลี่ยนได้

อยู่ในหน้า Admin ของพร็อพเพอร์ตี้ ภายใต้ส่วนการตั้งค่าการเก็บข้อมูลและการระบุตัวตน ชื่อเมนูอาจต่างกันตามเวอร์ชัน ผู้ที่มีสิทธิ์แก้ไขพร็อพเพอร์ตี้เปลี่ยนได้ จึงควรตกลงกันในทีมก่อนว่าใครเป็นคนแตะ

ถ้าเลือก Device-based จะตกหล่นการนับข้ามอุปกรณ์ไหม

ใช่ คนที่ใช้มือถือกับคอมจะนับเป็นสองคน ตัวเลขผู้ใช้จึงสูงกว่าโหมดอื่นเล็กน้อย แต่ตัวเลขนี้ตรงกับข้อมูลดิบมากที่สุดและอธิบายง่าย

ทำไมเปิด Google signals แล้วตัวเลขผู้ใช้เปลี่ยน

เพราะโหมด Blended และ Observed ใช้ Google signals ระบุตัวคนด้วย เมื่อเปิดแล้วอุปกรณ์ที่เป็นของบัญชี Google เดียวกันจะถูกรวมเป็นคนเดียว ส่วนต่างขึ้นกับสัดส่วนผู้ใช้ที่เข้าเงื่อนไข

ควรเปลี่ยนโหมดกลางเดือนไหม

ไม่ควร เพราะรายงานของทั้งเดือนจะคำนวณใหม่ด้วยกติกาใหม่ และคนที่เปิดรายงานก่อนกับหลังเปลี่ยนจะเห็นตัวเลขไม่เท่ากัน เปลี่ยนตอนต้นรอบรายงานและแจ้งทีมล่วงหน้า

linli ช่วยเรื่องนี้ได้อย่างไร

ยอดที่ linli รายงานนับจากแชทและออเดอร์จริง ไม่ผ่านการเดาว่าอุปกรณ์ไหนเป็นคนเดียวกัน จึงเอาไว้ใช้เทียบกับตัวเลขผู้ใช้ของ GA4 ว่าห่างกันแค่ไหนได้

วัด Conversion LINE ทุกแบรนด์ รวมศูนย์ที่เดียว

องค์กรที่มีหลายแบรนด์ หลายสาขา หลาย LINE OA linli รวม Tracking และส่ง Conversion กลับทุกแพลตฟอร์ม พร้อม Custom Limit เริ่มฟรี 14 วัน

ติดต่อทีม Sales

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านตัวเลข GA4 ผิดเพราะสับสนระหว่างระดับ Session กับระดับ User

อ่านตัวเลข GA4 ผิดเพราะสับสนระหว่างระดับ Session กับระดับ User

First user source กับ Session source ตอบคนละคำถาม ถ้าหยิบผิดระดับ เครดิตของคนที่กดปุ่ม LINE จะไปตกอยู่ที่ช่องทางอื่นทั้งก้อนโดยไม่มีใครเห็นว่าผิด
แท็กยิงไม่ทันหน้าแรก ทำให้ค่า UTM หายตั้งแต่ก้าวแรกของลูกค้า

แท็กยิงไม่ทันหน้าแรก ทำให้ค่า UTM หายตั้งแต่ก้าวแรกของลูกค้า

แท็กที่ยิงได้ปกติใน Preview ยังเสียค่า UTM ได้ถ้ามันแพ้เวลากับการล้าง URL การรอ consent หรือการเปลี่ยนหน้า นี่คือวิธีทำให้เกิดซ้ำและวิธีเก็บค่าให้ทัน
เว็บแบบหน้าเดียวเปลี่ยนเนื้อหาแล้วแท็กไม่ยิงซ้ำ ตั้ง Trigger ยังไง

เว็บแบบหน้าเดียวเปลี่ยนเนื้อหาแล้วแท็กไม่ยิงซ้ำ ตั้ง Trigger ยังไง

เว็บที่เปลี่ยนหน้าโดยไม่โหลดใหม่ทำให้ Page View trigger ของ GTM ยิงแค่ครั้งแรก วิธีเลือกระหว่าง History Change กับ dataLayer และกับดักยิงซ้ำที่ตามมา