← กลับไปหน้าบทความ
ขั้นสูง (MarTech)

Consent Mode แบบ Basic กับ Advanced ต่างกันตรงไหน ร้านไทยควรเลือกแบบไหน

ทีมบรรณาธิการ linli01 พ.ย. 09:28อัปเดต 01 พ.ย. 09:28อ่าน 2 นาที
Consent Mode แบบ Basic กับ Advanced ต่างกันตรงไหน ร้านไทยควรเลือกแบบไหน
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

Basic คือไม่โหลดแท็ก Google จนกว่าผู้ใช้จะกดยินยอม ส่วน Advanced โหลดแท็กตั้งแต่แรกแต่ส่งเพียงสัญญาณแบบไม่มีคุกกี้ไปให้ Google ใช้ทำโมเดล ข้อได้เปรียบของ Advanced ต้องมีปริมาณคลิกมากพอให้โมเดลทำงาน ร้านส่วนใหญ่ที่คลิกต่ำกว่าเกณฑ์นั้นจึงได้ความเสี่ยงเพิ่มโดยไม่ได้ข้อมูลเพิ่ม และทั้งสองโหมดไม่แตะยอดขายที่ปิดในแชทเลย

เจ้าของร้านคนหนึ่งเปิดเว็บมาสามเดือน ติด banner ขอความยินยอมตามที่ที่ปรึกษาแนะนำ แล้วช่างเทคนิคถามว่า ‘ตั้ง Consent Mode เป็น Basic หรือ Advanced ดีครับ’ เขาตอบไม่ได้ จึงเลือกตามบทความแรกที่เปิดเจอ ซึ่งบังเอิญเป็นแบบที่ต้องการปริมาณคลิกเกินกว่าที่ร้านเขามีอยู่

วิธีติดตั้งมีเขียนไว้แล้วในการตั้งค่า Consent Mode ให้ยิงแอดเข้า LINE ส่วนที่คนมักข้ามคือคำถามก่อนลงมือ ว่าความต่างระหว่างสองโหมดส่งผลต่อร้านของคุณจริงหรือไม่ ซึ่งตอบได้ด้วยตัวเลขคลิกที่คุณมีอยู่แล้ว

ความต่างจริงอยู่ที่ช่วงก่อนผู้ใช้ตอบ banner

หลังผู้ใช้กดยินยอม ทั้งสองโหมดทำงานเหมือนกัน แท็กโหลดเต็ม คุกกี้ถูกเขียน ข้อมูลถูกส่งตามปกติ ความต่างเกิดในช่วงที่ผู้ใช้ยังไม่ตอบ หรือกดปฏิเสธ

ใน Basic แท็กของ Google ไม่โหลดเลยจนกว่าจะมีการยินยอม จึงไม่มีอะไรออกจากเบราว์เซอร์ไปหา Google ใน Advanced แท็กโหลดตั้งแต่หน้าแรกโดยตั้งค่าเริ่มต้นเป็น denied และส่งสัญญาณแบบไม่มีคุกกี้ (cookieless ping) เพื่อบอก Google ว่ามีการเข้าชมเกิดขึ้น พร้อมสถานะความยินยอมและข้อมูลทั่วไปของคำขอ Google ใช้สัญญาณเหล่านี้ฝึกโมเดลประมาณยอดแปลงของคนที่ไม่ยินยอม

ตามที่เอกสารของ Google อธิบาย ข้อได้เปรียบด้านโมเดลของ Advanced มาจากการที่โมเดลได้เรียนรู้จากข้อมูลของเว็บคุณเอง ส่วน Basic ต้องพึ่งโมเดลทั่วไปที่ไม่ได้เรียนรู้จากเว็บคุณ รายละเอียดนี้ Google ปรับเอกสารบ่อย ให้เปิดหน้าล่าสุดยืนยันก่อนตัดสินใจ

ตารางเทียบสิ่งที่ต่างกัน

หัวข้อBasicAdvanced
แท็ก Google ก่อนผู้ใช้ตอบไม่โหลดโหลด แต่ตั้งค่าเริ่มต้นเป็น denied
สิ่งที่ส่งไป Google ก่อนยินยอมไม่มีอะไรสัญญาณแบบไม่มีคุกกี้ ที่ไม่มีตัวระบุผู้ใช้
โมเดลประมาณยอดของคนที่ไม่ยินยอมใช้โมเดลทั่วไป ไม่เรียนรู้จากเว็บคุณเรียนรู้จากสัญญาณของเว็บคุณ
ปริมาณคลิกที่ต้องมีให้โมเดลทำงานไม่เกี่ยวกับข้อมูลของเว็บคุณต้องมากพอตามเกณฑ์ขั้นต่ำ
ภาระด้าน PDPAต่ำกว่า เพราะไม่มีคำขอก่อนยินยอมต้องประเมินว่าคำขอก่อนยินยอมยอมรับได้ไหม
ความซับซ้อนในการตั้งต้องคุมให้แท็กรอ bannerต้องตั้ง default ก่อนแท็กโหลดให้ถูกลำดับ

ตัวเลขคลิกที่ร้านคุณมี ตัดสินว่า Advanced มีประโยชน์ไหม

Google ระบุเกณฑ์ขั้นต่ำให้โมเดลทำงานไว้ในเอกสารของ Google Ads ตอนเขียนบทความนี้อยู่ที่ราว 700 คลิกโฆษณาในช่วง 7 วันต่อโดเมนต่อประเทศ ตัวเลขนี้อาจเปลี่ยน ให้ตรวจเอกสารล่าสุด สิ่งที่ต้องทำคือเอาจำนวนคลิกของคุณไปเทียบกับเกณฑ์

ตัวอย่างสมมติสองร้าน ร้าน A คลิกเฉลี่ย 40 ต่อวัน เท่ากับ 280 ต่อ 7 วัน ต่ำกว่าเกณฑ์มาก Advanced ไม่น่าได้ผลจากโมเดลที่เรียนรู้ข้อมูลของร้านตัวเอง แต่ต้องรับความเสี่ยงของการส่งสัญญาณก่อนยินยอมอยู่ดี ร้าน B คลิกเฉลี่ย 150 ต่อวัน เท่ากับ 1,050 ต่อ 7 วัน เกินเกณฑ์ จึงมีเหตุผลที่จะพิจารณา Advanced

คลิกโฆษณาใน 7 วัน เทียบเกณฑ์สมมติ 700 คลิก
ร้าน A (40 คลิกต่อวัน)280
เกณฑ์ขั้นต่ำ700
ร้าน B (150 คลิกต่อวัน)1,050

Advanced ต้องคิดเรื่อง PDPA เพิ่มตรงไหน

สัญญาณแบบไม่มีคุกกี้ไม่มีตัวระบุผู้ใช้ แต่คำขอ HTTP ทุกครั้งพา IP และ user agent ของผู้ใช้ไปถึงปลายทางโดยธรรมชาติของโปรโตคอล คำถามว่าข้อมูลระดับนี้ที่ส่งก่อนได้รับความยินยอมถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้นโยบายของคุณหรือไม่ เป็นเรื่องที่ที่ปรึกษากฎหมายต้องตอบ ผมตอบแทนไม่ได้

ถ้าคุณทำธุรกิจที่ลูกค้าอ่อนไหวต่อเรื่องข้อมูล เช่นคลินิกหรือบริการการเงิน ให้เลือก Basic ไว้ก่อนจนกว่าฝ่ายกฎหมายสบายใจ เรื่องการเก็บหลักฐานความยินยอมอ่านต่อได้ในconsent audit trail ส่วนการตั้ง CMP ให้ไม่บล็อกการส่งสัญญาณจนข้อมูลพัง อยู่ในตั้งค่า CMP บนเว็บ

อีกข้อที่คนเข้าใจสลับกัน ข้อกำหนด Consent Mode v2 ของ Google ผูกกับผู้ใช้ในเขต EEA และสหราชอาณาจักร ถ้าลูกค้าคุณอยู่ในไทยเกือบทั้งหมด ไม่ได้ถูกบังคับโดยกฎนั้น แต่ PDPA ยังใช้กับคุณอยู่ตามปกติ

ขั้นตอนเลือกโหมดสำหรับร้านของคุณ

  1. ดูจำนวนคลิกโฆษณาย้อนหลังของโดเมนเดียวกันใน 7 วันล่าสุด ถ้ายังต่ำกว่าเกณฑ์ที่ Google ระบุ ให้เลือก Basic ก่อน
  2. ถ้าสูงกว่าเกณฑ์ ให้ถามต่อว่ายอดแปลงส่วนใหญ่ของคุณเกิดบนเว็บหรือไม่ ถ้าลูกค้าปิดการขายในแชท LINE เป็นหลัก โมเดลฝั่งเว็บช่วยประมาณได้แค่ส่วนที่เป็นการกดปุ่ม ไม่ใช่ยอดขายจริง
  3. ถ้ายอดแปลงเกิดบนเว็บมากและคุณผ่านเกณฑ์ ให้ปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายเรื่องคำขอก่อนยินยอม แล้วค่อยเปิด Advanced พร้อมตั้ง default เป็น denied ก่อนแท็กโหลดทุกครั้ง
  4. หลังเลือก ให้ติดตามเปรียบเทียบยอดที่รายงานกับยอดที่ยืนยันในแชท อย่างน้อยหนึ่งเดือน ดูวิธีเปรียบเทียบในConsent Mode และ Modeled Conversions

สิ่งที่ทั้งสองโหมดไม่ช่วยเลย

Consent Mode ควบคุมแท็ก Google บนหน้าเว็บ ยอดขายที่ปิดในห้องแชทไม่เคยผ่านแท็กพวกนี้ จึงไม่ถูกโมเดลประมาณให้ ไม่ว่าคุณจะเลือกโหมดไหน ยอดเหล่านั้นต้องส่งกลับจากฝั่งเซิร์ฟเวอร์ด้วยข้อมูลที่ลูกค้ายินยอมให้ใช้ ซึ่งเป็นอีกเรื่องที่ต้องมีหลักฐานของมันเอง ออกแบบได้จากconsent gate ก่อนส่งเข้า CAPI

นี่คือเหตุผลที่ผมไม่อยากให้ใครเสียเวลาสามสัปดาห์ถกเรื่อง Basic กับ Advanced โดยที่ยังไม่รู้ว่าสัดส่วนยอดจากแชทของตัวเองคือเท่าไหร่ ตัวเลขนั้นบอกว่าเรื่องนี้ควรได้เวลาของคุณมากแค่ไหน

สรุป

คำตอบสำหรับร้านส่วนใหญ่ที่ผมเห็นคือ เริ่มที่ Basic เพราะง่าย ความเสี่ยงต่ำ และ Advanced ให้ประโยชน์ก็ต่อเมื่อคุณผ่านเกณฑ์ปริมาณคลิกและฝ่ายกฎหมายรับได้ ขยับขึ้นเมื่อมีตัวเลขสนับสนุน ไม่ใช่เพราะบทความไหนเขียนว่าดีกว่า

ก่อนสลับโหมด ให้ใช้เวลากับการวัดสัดส่วนยอดขายที่เกิดในแชทของคุณเสียก่อน ถ้าส่วนใหญ่ปิดในแชท การเลือกระหว่างสองโหมดนี้จะเปลี่ยนตัวเลขในรายงานน้อยกว่าที่คิด

  • ความต่างอยู่ที่ช่วงก่อนผู้ใช้ตอบ banner เท่านั้น Basic ไม่ส่งอะไร Advanced ส่งสัญญาณแบบไม่มีคุกกี้
  • เทียบคลิกใน 7 วันของคุณกับเกณฑ์ที่ Google ระบุ ถ้าต่ำกว่า เลือก Basic
  • ปรึกษาฝ่ายกฎหมายเรื่อง PDPA ก่อนเปิด Advanced
  • ยอดขายในแชทไม่ถูกครอบคลุมโดยโหมดไหนเลย ต้องส่งกลับจากฝั่งเซิร์ฟเวอร์

คำถามที่พบบ่อย

เปลี่ยนจาก Basic เป็น Advanced ภายหลังได้ไหม

ได้ แต่ควรเปลี่ยนนอกช่วงโปรสำคัญ และตรวจลำดับการโหลดแท็กกับค่า default ใหม่ทุกครั้ง โมเดลต้องใช้เวลาสะสมข้อมูลหลังเปลี่ยน จึงไม่ควรคาดหวังผลทันที

ถ้าไม่ได้ขายให้ผู้ใช้ในยุโรป ต้องใช้ Consent Mode ไหม

ข้อบังคับของ Google เรื่อง Consent Mode v2 ผูกกับผู้ใช้ใน EEA และสหราชอาณาจักร แต่ร้านไทยยังนำ Consent Mode มาใช้เป็นกลไกเคารพความยินยอมตาม PDPA ได้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่แยกจากกฎของ Google

Basic ทำให้ข้อมูลหายมากแค่ไหน

ยอดของผู้ใช้ที่ไม่ยินยอมจะไม่ถูกวัดเลย ปริมาณที่หายผันตามอัตราการยินยอมของเว็บคุณ จึงควรตรวจอัตรานั้นก่อนเป็นอย่างแรก อ่านเกณฑ์ตรวจในบทความเรื่องอัตรายินยอมคุกกี้

ใช้ CMP ยี่ห้อไหนก็ได้ใช่ไหม

ใช้ได้ถ้า CMP ส่งสถานะความยินยอมให้แท็กตามรูปแบบที่ Google กำหนด และตั้งค่าเริ่มต้นก่อนแท็กโหลด เลือกที่ทดสอบได้ด้วย Tag Assistant หรือ GTM Preview ว่าสถานะเปลี่ยนจริงเมื่อผู้ใช้กด

Advanced ช่วยให้ยอดที่ปิดในแชทถูกประมาณด้วยไหม

ไม่ช่วย โมเดลทำงานกับเหตุการณ์ที่แท็กบนเว็บเห็นเท่านั้น ยอดขายในแชทต้องส่งกลับแยกจากฝั่งเซิร์ฟเวอร์พร้อมหลักฐานความยินยอมของลูกค้าคนนั้น

วัด Conversion LINE ทุกแบรนด์ รวมศูนย์ที่เดียว

องค์กรที่มีหลายแบรนด์ หลายสาขา หลาย LINE OA linli รวม Tracking และส่ง Conversion กลับทุกแพลตฟอร์ม พร้อม Custom Limit เริ่มฟรี 14 วัน

ติดต่อทีม Sales

บทความที่เกี่ยวข้อง

Brand Lift Study คุ้มทำไหม เมื่อยอดจริงไปจบในห้องแชท

Brand Lift Study คุ้มทำไหม เมื่อยอดจริงไปจบในห้องแชท

Brand Lift Study วัดการจำและความคิดผ่านแบบสำรวจ ไม่ได้วัดยอดที่ปิดในแชท บทความนี้ไล่เกณฑ์ว่าเมื่อไหร่คุ้ม ต้องมีตัวอย่างเท่าไหร่ และทางเลือกที่ถูกกว่า
ใช้ปริมาณการค้นหาชื่อแบรนด์เป็นสัญญาณล่วงหน้า ก่อนยอดทักจะขยับ

ใช้ปริมาณการค้นหาชื่อแบรนด์เป็นสัญญาณล่วงหน้า ก่อนยอดทักจะขยับ

ยอดทักใน LINE เป็นตัวเลขปลายทางที่ขยับช้า ส่วนสัดส่วนการค้นหาชื่อแบรนด์เทียบคู่แข่งขยับก่อน บทความนี้สอนคำนวณเองด้วย Google Trends และอ่านให้ถูกวิธี
GA4 เก็บข้อมูลย้อนหลังได้จำกัด วางแผนสำรองก่อนตัวเลขปีก่อนหายไป

GA4 เก็บข้อมูลย้อนหลังได้จำกัด วางแผนสำรองก่อนตัวเลขปีก่อนหายไป

GA4 ตั้งต้นเก็บข้อมูลระดับเหตุการณ์แค่ 2 เดือน ทำให้ Exploration เทียบปีต่อปีไม่ได้ บทความนี้แยกว่าอะไรหมดอายุ ตั้งค่าอะไรวันนี้ และสำรองข้อมูลสี่ชั้นอย่างไร