← กลับไปหน้าบทความ
การเงิน & ROI

ติด LINE Beacon หน้าร้านคุ้มไหม คิดจากยอดที่วัดเพิ่มได้จริง

ทีมบรรณาธิการ linli01 พ.ย. 09:28อัปเดต 01 พ.ย. 09:28อ่าน 1 นาที
ติด LINE Beacon หน้าร้านคุ้มไหม คิดจากยอดที่วัดเพิ่มได้จริง
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

ความคุ้มของ Beacon คิดจากกำไรขั้นต้นของออเดอร์ที่เพิ่มขึ้นเพราะมี Beacon เทียบกับต้นทุนต่อเดือนที่รวมอุปกรณ์ ติดตั้ง การดูแล และของแถมที่ใช้ล่อ ไม่ใช่ยอดขายทั้งหมดของคนที่ถูกตรวจจับ เพราะส่วนหนึ่งเป็นลูกค้าประจำที่จะเข้าร้านอยู่แล้ว คำนวณจุดคุ้มทุนได้ด้วยการหารต้นทุนด้วยกำไรต่อออเดอร์

สมมติเจ้าของร้านได้ใบเสนอราคา Beacon สามจุด รวม 9,000 บาท ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่าง ราคาจริงให้ถามผู้ให้บริการและตรวจเงื่อนไขอุปกรณ์ที่ LINE รองรับ เขาถามว่าคุ้มไหม แล้วคำถามนี้ตอบไม่ได้ถ้าดูแค่ราคาเครื่อง

บทความเรื่อง Beacon ที่มีอยู่ในคลังเป็นการตั้งเหตุการณ์ ยังไม่มีการคิดความคุ้มค่าของการลงอุปกรณ์ บทความนี้จึงทำสิ่งนั้น โดยใช้เลขสมมติที่กลมและบอกชัดว่าส่วนไหนต้องใช้ข้อมูลของร้านจริง

ฝั่งต้นทุน นับให้ครบกว่าราคาเครื่อง

  • ค่าอุปกรณ์ต่อจุด และจำนวนจุดที่ต้องใช้จริงตามพื้นที่ร้าน
  • ค่าติดตั้งและตั้งค่าครั้งแรก รวมเวลาของคนในทีม
  • การดูแลต่อเนื่อง เช่น เปลี่ยนแบตเตอรี่หรือเช็กสถานะอุปกรณ์ ตามสเปกของรุ่นที่ซื้อ
  • เวลาแอดมินที่เขียนข้อความต้อนรับและตอบแชทของคนที่เดินเข้าร้าน
  • ของแถมหรือส่วนลดที่ใช้ล่อให้คนกดรับสิทธิ์ ซึ่งมักเป็นก้อนใหญ่กว่าอุปกรณ์ เรื่องการตั้งค่าและเหตุการณ์ของ Beacon อ่านต่อใน การวัดคนเดินมาบูธด้วย LINE Beacon

ฝั่งผลตอบแทน นับเฉพาะส่วนที่วัดได้

Beacon ตรวจจับได้เฉพาะคนที่เปิดบลูทูธและเปิดรับการรับสัญญาณใน LINE ตามเงื่อนไขล่าสุดของ LINE จึงนับคนเดินเข้าร้านต่ำกว่าจำนวนจริง ใช้เป็นตัวอย่างที่วัดได้ ไม่ใช่ตัวเลขทั้งร้าน

ผลตอบแทนที่จับต้องได้คือ ออเดอร์ที่ผูกกับข้อความหรือคูปองที่ส่งตอนคนเดินเข้ามา และข้อมูลของคนที่เดินเข้าร้านซึ่งเดิมไม่มีเลย ผลตอบแทนอย่างหลังประเมินราคาไม่ได้ในทันที จึงไม่ควรนำมารวมในการคำนวณจุดคุ้มทุน

สูตรคำนวณจุดคุ้มทุนต่อเดือน

  1. รวมต้นทุนต่อเดือน โดยตัดค่าอุปกรณ์เป็น 12 เดือนเพื่อเทียบกันได้
  2. หากำไรขั้นต้นต่อออเดอร์ของลูกค้ากลุ่มนี้ ตามวิธีใน กำไรขั้นต้นต่อออเดอร์
  3. หารต้นทุนต่อเดือนด้วยกำไรต่อออเดอร์ ได้จำนวนออเดอร์ที่ต้องเพิ่มต่อเดือนจึงจะเท่าทุน
  4. เทียบกับจำนวนออเดอร์ที่ผูกกับ Beacon ได้จริง หลังหักออเดอร์ที่จะเกิดอยู่แล้ว
รายการ (ตัวอย่างสมมติ)ต่อเดือน (บาท)
อุปกรณ์ 3 จุด 9,000 บาท ตัดเป็น 12 เดือน750
ติดตั้งและดูแล500
ของแถมและส่วนลด2,000
รวมต้นทุน3,250
กำไรขั้นต้นต่อออเดอร์150
ออเดอร์ที่ต้องเพิ่มเพื่อเท่าทุน (3,250 หาร 150 ปัดขึ้น)22 ออเดอร์

หักลูกค้าที่ต้องเดินเข้าร้านอยู่แล้ว

Beacon เห็นลูกค้าประจำเหมือนเห็นลูกค้าใหม่ ออเดอร์ที่ผูกกับ Beacon จึงไม่ใช่ออเดอร์ที่เพิ่มทั้งหมด สมมติเดือนหนึ่งมี 80 ออเดอร์ที่ผูกกับ Beacon ถ้าเทียบกับสาขาเปรียบเทียบหรือช่วงก่อนติดตั้งแล้วคาดว่าจะมี 55 ออเดอร์อยู่แล้ว ส่วนเพิ่มคือ 25 ออเดอร์ มากกว่า 22 ที่ต้องใช้ แปลว่าคุ้มแบบเฉียดฉิว

วิธีหาตัวเลข 55 ให้ใช้การทดสอบ เช่น ติดบางสาขาแล้วเทียบกับสาขาที่ไม่ติด หรือสลับเปิดปิดข้อความคูปองเป็นสัปดาห์ แนวคิดอยู่ใน การทดสอบ incrementality และต้นทุน และ การออกแบบ holdout test

ร้านแบบไหนยังไม่ควรลง

  • ร้านที่คนเดินผ่านน้อยจนวัดผลแยกจากความผันผวนปกติไม่ได้
  • ร้านที่ลูกค้าส่วนใหญ่สั่งออนไลน์ แล้วมารับของ ไม่ได้ตัดสินใจจากการเดินเข้าร้าน
  • ร้านที่ไม่มีคนตอบแชทหน้าร้าน ข้อความที่ส่งไปจะไม่มีใครรับ
  • ร้านที่ยังผูกยอดขายหน้าร้านกับ LINE ไม่ได้ ตรวจที่ระบบ POS ตามแนวทางใน การตรวจ POS กับการวัดผลใน LINE ก่อน

ลองด้วยคิวอาร์ก่อน ถ้ายังไม่แน่ใจ

ถ้ายังไม่มั่นใจว่าคนหน้าร้านจะสนใจรับสิทธิ์ผ่าน LINE ให้ลองคิวอาร์ที่ติดหน้าร้านหนึ่งถึงสองเดือน ต้นทุนแทบเป็นศูนย์ และได้ข้อมูลเรื่องอัตราสแกนต่อคนเดินเข้า วิธีทำอยู่ใน การวัดจากคิวอาร์ออฟไลน์ไปออนไลน์

ถ้าคิวอาร์ยังมีคนสแกนน้อยมาก Beacon ซึ่งต้องการให้ลูกค้าเปิดการตั้งค่าเพิ่มอีกชั้น มีโอกาสน้อยกว่านั้นอีก ผมจึงถือเป็นด่านแรกที่ควรผ่านก่อนลงทุนอุปกรณ์

สรุป

ก่อนเซ็นใบเสนอราคา ให้ทำตารางต้นทุนต่อเดือนและคำนวณจำนวนออเดอร์ที่ต้องเพิ่มเสียก่อน ตัวเลขนี้ทำให้การคุยกับผู้ให้บริการเป็นเรื่องเชิงตัวเลขแทนที่จะเป็นความรู้สึก

แล้วเลือกวิธีหาส่วนที่เพิ่มจริงหนึ่งวิธีที่ร้านทำได้ เช่น สาขาเปรียบเทียบ ถ้าทำไม่ได้ ก็ยังไม่ควรลงทุน

  • นับต้นทุนรวมของแถมและเวลาทีม ไม่ใช่แค่ราคาเครื่อง
  • จุดคุ้มทุนคือต้นทุนต่อเดือนหารกำไรต่อออเดอร์
  • หักออเดอร์ที่จะเกิดอยู่แล้วก่อนอ้างว่าคุ้ม
  • ลองคิวอาร์ก่อนลงอุปกรณ์ถ้ายังไม่แน่ใจ
  • Beacon ตรวจเห็นเฉพาะลูกค้าที่เปิดการตั้งค่า จึงเป็นกลุ่มตัวอย่าง

คำถามที่พบบ่อย

ติดกี่จุดถึงจะเพียงพอ

ขึ้นกับขนาดพื้นที่ ตำแหน่งของที่ลูกค้าเดินผ่าน และระยะรับสัญญาณของรุ่นที่ซื้อ ให้ขอข้อมูลสเปกจากผู้ให้บริการ และเริ่มจากจุดที่ลูกค้าต้องเดินผ่านทุกคน เช่น ทางเข้า

Beacon ใช้กับลูกค้าทุกคนได้ไหม

ไม่ได้ ลูกค้าต้องเปิดบลูทูธ และเปิดรับสัญญาณในแอป LINE ตามเงื่อนไขล่าสุด ผมจึงแนะนำให้มองผลที่วัดได้เป็นกลุ่มตัวอย่าง ไม่ใช่ทั้งร้าน

ควรให้ส่วนลดอะไรกับคนที่เดินเข้าร้าน

เลือกสิ่งที่ต้นทุนต่ำแต่ลูกค้ารู้สึกว่าได้ เช่น ของแถมชิ้นเล็กหรือเครื่องดื่ม แล้วคิดต้นทุนของแถมรวมในสูตรคุ้มทุนเสมอ เพราะมักเป็นรายการต้นทุนที่ใหญ่ที่สุด

ถ้าวัดแล้วไม่คุ้ม ควรเลิกเลยไหม

ดูก่อนว่าไม่คุ้มเพราะจำนวนคนต่ำหรือเพราะข้อความไม่ดึงดูด ถ้าอย่างหลัง ลองเปลี่ยนข้อความหนึ่งรอบ ถ้ายังไม่คุ้มก็หยุด อุปกรณ์ที่เหลือใช้ย้ายสาขาอื่นหรือเก็บไว้ได้

ใช้ Beacon วัดผลโฆษณาออนไลน์ได้ไหม

วัดทางอ้อมได้ โดยดูว่าคนที่มาจากแอดมาเดินเข้าร้านกี่คน หากผูกบัญชี LINE ของเขากับแหล่งที่มาไว้แล้ว แต่ความแม่นยำจำกัดตามที่เล่าข้างต้น จึงควรใช้เป็นหลักฐานเสริม

ลองตรวจด้วยตัวเอง

เครื่องคำนวณ ROI โฆษณาเข้า LINE

ใส่งบโฆษณากับตัวเลข Funnel ของคุณ แล้วดู ROAS, ROI และต้นทุนต่อลูกค้าจริง

คำนวณ ROI ฟรี

ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก

ส่ง Purchase จริงกลับให้แอด ไม่ใช่แค่ Click

รู้ว่าลูกค้าที่ทัก LINE จากโฆษณากลายเป็นออเดอร์จริงกี่คน และมาจากแคมเปญไหน แล้วส่งยอดขายกลับให้ระบบโฆษณาเรียนรู้ เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

งบก้อนเดียวควรลงโฆษณาคีย์เวิร์ดใน Shopee หรือยิงเข้า LINE

งบก้อนเดียวควรลงโฆษณาคีย์เวิร์ดใน Shopee หรือยิงเข้า LINE

เทียบกำไรต่อบาทโฆษณาระหว่าง Shopee Ads กับแอดที่พาคนเข้า LINE โดยหักค่าธรรมเนียมและนับการซื้อซ้ำ ก่อนตัดสินใจแบ่งงบก้อนเดียว
ก้าวข้าม ROAS มารู้จัก POAS (Profit on Ad Spend) และวิธีวัดกำไรสุทธิจากการยิงแอดเข้า LINE

ก้าวข้าม ROAS มารู้จัก POAS (Profit on Ad Spend) และวิธีวัดกำไรสุทธิจากการยิงแอดเข้า LINE

ROAS 5 เท่าที่ขาดทุน กับ ROAS 2.5 เท่าที่กำไรงาม เกิดขึ้นพร้อมกันในบัญชีเดียวได้สบาย ๆ เพราะ ROAS วัดยอดขาย ไม่ได้วัดกำไร บทความนี้แนะนำ POAS ตัวเลขที่คุยภาษาเดียวกับบัญชีธนาคาร
คำนวณ Customer Acquisition Cost (CAC) ที่แท้จริง เมื่อต้องบวกค่าจ้างแอดมิน LINE เข้าไปด้วย

คำนวณ Customer Acquisition Cost (CAC) ที่แท้จริง เมื่อต้องบวกค่าจ้างแอดมิน LINE เข้าไปด้วย

ธุรกิจเว็บกดสั่งเองจ่ายแค่ค่าแอดต่อลูกค้า แต่ธุรกิจแชทมี ‘โรงงานปิดการขาย’ ที่ใช้คนจริงคุยทีละแชท ค่าแรงก้อนนั้นคือครึ่งหนึ่งของ CAC ที่รายงานส่วนใหญ่ทำหล่นหาย แล้วพาตัดสินใจพลาดทั้งการตั้งราคาและการจ้างคน