← กลับไปหน้าบทความ
ขั้นสูง (MarTech)

คนที่เห็นแอดออนไลน์เดินมาที่บูธจริงกี่คน วัดด้วย LINE Beacon ในอีเวนต์

ทีมบรรณาธิการ linli03 ก.ค. 14:42อัปเดต 03 ก.ค. 14:42อ่าน 2 นาที
คนที่เห็นแอดออนไลน์เดินมาที่บูธจริงกี่คน วัดด้วย LINE Beacon ในอีเวนต์
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

Beacon ทำให้ LINE OA รู้ว่าใครเดินเข้ามาใกล้บูธ ซึ่งปิดช่องว่างการวัดผล online-to-offline ที่เคยต้องเดา — ยิงแอดชวนคนมางาน แล้วนับได้จริงว่ามากี่คน ใช้ได้ทั้งทักคนหน้างานด้วยสิทธิพิเศษ และเก็บรายชื่อคนมาบูธไว้ตามต่อหลังงาน แต่ต้องเข้าใจข้อจำกัดเรื่อง Bluetooth และการเปิดรับ Beacon ก่อน จะได้ตั้งความหวังถูก

ค่าออกบูธงานแฟร์ใหญ่ ๆ รวมทุกอย่างแล้วมักไม่ต่ำกว่าหลักแสน บวกแอดออนไลน์ที่ยิงชวนคนมางานอีกก้อน พองานจบ คำถามในห้องประชุมคือ ‘คุ้มไหม’ แล้วคำตอบที่ได้มักเป็นความรู้สึก — ‘คนเยอะนะ’ ‘บรรยากาศดี’ — เพราะไม่มีใครนับได้จริงว่าคนที่เห็นแอดแล้วตั้งใจมา มีกี่คน

ช่องว่างนี้แหละที่ LINE Beacon เข้ามาอุด มันคืออุปกรณ์เล็ก ๆ ที่ส่งสัญญาณ Bluetooth ในรัศมีที่กำหนด เมื่อคนที่เปิดใช้งาน Beacon ในแอป LINE เดินเข้ามาในรัศมี ระบบจะรู้และส่งข้อความหรือบันทึก event ได้ พูดง่าย ๆ คือ OA ของคุณ ‘เห็น’ คนเดินเข้าบูธ แบบเดียวกับที่เว็บเห็นคนเข้าเพจ

บทความนี้จะเล่าว่ามันใช้วัดอะไรได้จริง ตั้งค่าแคมเปญอีเวนต์ยังไงให้ครบวงจร และที่สำคัญไม่แพ้กัน — ข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อน จะได้ไม่คาดหวังว่ามันจะนับคนได้ครบทุกหัวเหมือนเครื่องนับคนเข้าห้าง

Beacon เห็นอะไรได้บ้าง และเห็นไม่ได้แค่ไหน

สิ่งที่ Beacon ทำได้จริง: รู้ว่าเพื่อนใน OA (หรือคนที่จะกลายเป็นเพื่อน) คนไหนเข้ามาในรัศมีสัญญาณ ช่วงเวลาไหน และส่งข้อความหาเขาตอนนั้นได้ทันที นี่คือข้อมูลระดับ ‘รายคน’ ไม่ใช่แค่ตัวเลขรวม ซึ่งเปิดประตูให้ทำสองอย่างที่ไม่เคยทำได้: เทียบรายชื่อคนมาบูธกับรายชื่อคนที่คลิกแอด และตามต่อรายคนหลังงานจบ

สิ่งที่มันเห็นไม่ได้: คนที่ปิด Bluetooth, คนที่ไม่ได้เปิดรับ LINE Beacon ในตั้งค่า (ต้องเปิด ‘ใช้ Beacon’ ในแอป ซึ่งไม่ใช่ทุกคนเปิด), และคนที่ไม่ใช้ LINE เพราะฉะนั้นตัวเลขจาก Beacon คือ ‘ขอบล่าง’ ของจำนวนคนจริงเสมอ — คนมาจริงมากกว่าที่นับได้แน่นอน ใช้มันเทียบแนวโน้มและเทียบระหว่างแคมเปญ อย่าใช้เป็นจำนวนสัมบูรณ์

ความเห็นตรง ๆ ของผม: อย่าลงทุน Beacon เพื่อ ‘นับคน’ อย่างเดียว เพราะนับได้ไม่ครบโดยธรรมชาติของมัน คุณค่าจริงอยู่ที่การผูก ‘ตัวตนใน LINE’ กับ ‘การมาปรากฏตัวจริง’ ซึ่งเป็นข้อมูลที่เครื่องนับคนราคาแพงแค่ไหนก็ให้ไม่ได้

สูตรจัดเต็มสำหรับงานอีเวนต์: ก่อนงาน หน้างาน หลังงาน

  1. ก่อนงาน — ยิงแอดชวนมางานโดยพาเข้า LINE ก่อน (ลงทะเบียนรับสิทธิ์หน้างานผ่าน OA) เพื่อให้คนกลุ่มนี้เป็นเพื่อนตั้งแต่ยังไม่ถึงวันงาน และติด tag ว่ามาจากแคมเปญชวนงานตัวไหน
  2. หน้างาน — วาง Beacon ที่บูธ ตั้งข้อความทักเมื่อคนเข้ารัศมี เช่น สิทธิ์รับของสมนาคุณเมื่อโชว์หน้าจอ ข้อความนี้ทำสองหน้าที่พร้อมกัน: ดึงคนเข้าบูธลึกขึ้น และประทับ event ‘มาจริง’ ลงบนโปรไฟล์เพื่อนคนนั้น
  3. จุดปิดการขายหน้างาน — ฝึกทีมบูธให้ชวนคนที่ยังไม่เป็นเพื่อนสแกน QR เข้า OA ด้วยเหตุผลชัด ๆ (โปรเฉพาะหน้างาน จับรางวัล) เพื่อเก็บคนที่เดินมาเจอบูธเองโดยไม่ผ่านแอดด้วย
  4. หลังงาน — ดึงรายชื่อคนที่ Beacon บันทึกว่ามาจริง แยกเป็นสองกลุ่ม: มาจริงและซื้อแล้ว กับมาจริงแต่ยังไม่ซื้อ กลุ่มหลังคือทองคำ — เขาสนใจถึงขั้นเดินมาหาคุณกลางงาน ส่งลำดับข้อความตามต่อภายในไม่กี่วันขณะที่ยังจำบูธคุณได้
  5. ปิดรายงาน — เทียบสามตัวเลข: คนคลิกแอดชวนงาน / คนที่มาบูธจริง (จาก Beacon) / ยอดขายหน้างานบวกยอดที่ปิดหลังงานจากกลุ่มที่มาบูธ เท่านี้คำถามว่า ‘คุ้มไหม’ ก็มีตัวเลขตอบเป็นครั้งแรก

ตัวอย่างการอ่านผล online-to-offline

สมมติตัวเลขจากงานหนึ่ง (ตัวเลขสมมติเพื่อประกอบการอ่าน): แอดชวนงานมีคนคลิกและเพิ่มเพื่อน 800 คน, Beacon บันทึกว่าในจำนวนนี้มีคนโผล่มาที่บูธจริง 120 คน, ในกลุ่มที่มาจริง ปิดการขายได้ 45 คนทั้งในงานและภายในสองสัปดาห์หลังงาน

อ่านได้หลายชั้น ชั้นแรก อัตราแปลงจากออนไลน์สู่หน้างานคือราว 15% (และของจริงสูงกว่านี้เพราะ Beacon นับไม่ครบ) — ตัวเลขนี้แหละที่ใช้ต่อรองกับตัวเองว่างานหน้าควรจ่ายค่าแอดชวนงานเท่าไหร่ ชั้นสอง อัตราปิดของคนที่มาถึงบูธคือ 37% ซึ่งสูงกว่าอัตราปิดจากแชทปกติมาก ยืนยันว่าการเจอหน้ายังเป็นเครื่องปิดการขายที่แรงที่สุด ชั้นสาม กลุ่ม 75 คนที่มาแต่ยังไม่ซื้อ คือลิสต์คุณภาพสูงสุดที่ได้จากงานนี้ มูลค่าของมันอาจเกินยอดขายหน้างานด้วยซ้ำถ้าตามต่อดี ๆ

ถ้าอยากไปสุดทาง เอายอดที่ปิดจากกลุ่มนี้ส่งกลับเข้าแพลตฟอร์มโฆษณาเป็น offline conversion ด้วย เพื่อให้อัลกอริทึมเรียนรู้ว่าคนแบบไหนคือคนที่ ‘คลิกแล้วมาจริงแล้วซื้อจริง’ งานถัดไปแอดชวนงานจะฉลาดขึ้นเอง

นอกจากงานแฟร์: หน้าร้านถาวรก็ใช้ตรรกะเดียวกัน

ธุรกิจที่มีหน้าร้านใช้ Beacon แบบเดียวกันได้เลย โจทย์คลาสสิกคือร้านยิงแอดออนไลน์แล้วไม่รู้ว่ามีผลกับยอดหน้าร้านไหม พอวาง Beacon ไว้ในร้าน คุณเริ่มเห็นว่าเพื่อน OA ที่เพิ่งได้จากแคมเปญล่าสุด มีกี่คนเดินเข้าร้านภายในเดือนนั้น ซึ่งเมื่อก่อนเป็นจุดบอดสนิท

อีกลูกเล่นที่ใช้ได้ดีคือข้อความต้อนรับตามบริบท เช่น ลูกค้าเก่าที่ไม่ได้มาร้านนานแล้วเดินเข้ามา ระบบทักพร้อมสิทธิ์ welcome back ได้ทันที จังหวะแบบนี้ข้อความบรอดแคสต์ทั่วไปให้ไม่ได้ เพราะมันมาถูกที่ถูกเวลาเป๊ะ — ลูกค้ายืนอยู่ในร้านคุณแล้ว เหลือแค่เหตุผลสุดท้ายให้หยิบของขึ้นมา

ข้อควรระวังเดียวที่อยากย้ำคือความถี่และความเนียน ถ้าทักทุกครั้งที่เดินผ่านหน้าร้าน หรือข้อความดูสอดแนมเกินไป (‘เห็นนะว่ามาแถวนี้’) คนจะรู้สึกถูกตามและปิด Beacon หนี ใช้มันเสิร์ฟสิทธิพิเศษ ไม่ใช่โชว์ว่าเรารู้ว่าเขาอยู่ไหน

สรุป

งบอีเวนต์เป็นงบก้อนใหญ่ที่สุดก้อนหนึ่งที่ธุรกิจจ่ายโดยไม่มีตัวเลขรองรับมานานที่สุด LINE Beacon ไม่ได้ทำให้การวัดสมบูรณ์แบบ — มันนับไม่ครบทุกหัวและมีเงื่อนไขการเปิดใช้ — แต่มันเปลี่ยนคำถาม ‘คุ้มไหม’ จากการถกด้วยความรู้สึก เป็นการดูตัวเลขสามตัว: คลิกแอด มาจริง ปิดได้

และของแถมที่มีค่าที่สุดมักไม่ใช่ตัวเลขในรายงาน แต่คือรายชื่อคนที่เดินมาหาคุณถึงบูธแล้วยังไม่ซื้อ — ลิสต์ที่อุ่นที่สุดเท่าที่การตลาดจะผลิตได้ อย่าปล่อยให้มันเย็นไปพร้อมกับการเก็บบูธ

  • Beacon ผูกตัวตนใน LINE กับการมาปรากฏตัวจริง — ข้อมูลรายคน ไม่ใช่แค่ยอดรวม
  • ตัวเลขที่ได้คือขอบล่างเสมอ ใช้เทียบแนวโน้ม อย่าใช้เป็นจำนวนหัวสัมบูรณ์
  • กลุ่ม ‘มาบูธแต่ยังไม่ซื้อ’ คือลิสต์ทองคำ — ตามต่อภายในไม่กี่วันหลังงาน

คำถามที่พบบ่อย

LINE Beacon นับคนเข้าบูธได้ครบทุกคนไหม

ไม่ครบ มันเห็นเฉพาะคนที่เปิด Bluetooth เปิดการใช้ Beacon ในตั้งค่า LINE และอยู่ในรัศมีสัญญาณ ตัวเลขที่ได้จึงเป็นขอบล่างของจำนวนจริงเสมอ เหมาะกับการเทียบแนวโน้มระหว่างแคมเปญหรือระหว่างงาน มากกว่าใช้เป็นจำนวนหัวที่แม่นยำ

ต้องลงทุนอะไรบ้างถึงจะใช้ Beacon ได้

หลัก ๆ คือตัวอุปกรณ์ Beacon ที่รองรับ LINE ซึ่งราคาไม่สูงเมื่อเทียบกับค่าออกบูธ และการตั้งค่าผูกกับ LINE OA ผ่านระบบสำหรับนักพัฒนา ถ้าไม่มีทีมเทคนิคเอง เอเจนซีหรือผู้ให้บริการ LINE ส่วนใหญ่รับตั้งค่าให้ได้ ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่จึงเป็นค่าครั้งแรก ไม่ใช่รายเดือน

คนต้องเป็นเพื่อน OA ก่อนไหม Beacon ถึงจะทำงาน

การส่งข้อความหาได้เต็มรูปแบบจะเกิดกับคนที่เป็นเพื่อนแล้วเป็นหลัก ดังนั้นสูตรที่ดีคือยิงแอดพาคนเข้า OA ตั้งแต่ก่อนงาน ให้เขาเป็นเพื่อนไว้ก่อน แล้ว Beacon หน้างานจะทำหน้าที่บันทึกว่าใครในกลุ่มนั้นมาจริง พร้อมทักเขาได้ทันทีตอนอยู่หน้าบูธ

ข้อความที่ส่งตอนคนเดินเข้ารัศมี ควรเป็นแบบไหน

สั้น มีของ และใช้ได้ทันที เช่น สิทธิ์รับของสมนาคุณเมื่อโชว์หน้าจอที่บูธ หลีกเลี่ยงข้อความที่ทำให้รู้สึกถูกจับตา และอย่าส่งซ้ำถี่ ๆ กับคนเดิม เป้าหมายคือให้เขารู้สึกว่าเดินมาแล้วโชคดี ไม่ใช่ถูกติดตามตัว

ข้อมูลว่าใครมาบูธ ต้องระวังเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลไหม

ต้องระวัง เพราะเป็นข้อมูลพฤติกรรมระดับบุคคล ใช้ภายในเพื่อการตลาดของแบรนด์ตามที่แจ้งในนโยบายความเป็นส่วนตัว จำกัดสิทธิ์คนเข้าถึง และอย่าเปิดเผยหรือขายต่อ การที่ผู้ใช้ต้องเปิดใช้งาน Beacon เองช่วยเรื่องความยินยอมระดับหนึ่ง แต่ความรับผิดชอบในการใช้อย่างเหมาะสมยังอยู่ที่แบรนด์เต็ม ๆ

ไม่ได้ออกบูธบ่อย ลงทุนแล้วจะคุ้มไหม

ถ้าออกบูธปีละครั้งสองครั้ง ให้คิดเป็นต้นทุนต่อการวัดผลของงบอีเวนต์ทั้งก้อน ซึ่งมักเล็กมากเทียบกับค่าบูธ และอุปกรณ์ใช้ซ้ำได้ทุกงานรวมถึงย้ายไปใช้ที่หน้าร้านถาวรได้ด้วย จุดคุ้มทุนจริงคือเมื่อรายชื่อคนที่มาบูธแต่ยังไม่ซื้อถูกตามต่อจนเกิดยอดหลังงาน ซึ่งเป็นยอดที่เมื่อก่อนหายไปเฉย ๆ ทั้งก้อน

วัด Conversion LINE ทุกแบรนด์ รวมศูนย์ที่เดียว

องค์กรที่มีหลายแบรนด์ หลายสาขา หลาย LINE OA — linli รวม Tracking และส่ง Conversion กลับทุกแพลตฟอร์ม พร้อม Custom Limit เริ่มฟรี 14 วัน

ติดต่อทีม Sales

บทความที่เกี่ยวข้อง

เชื่อมระบบผ่อนชำระ (BNPL) ใน LINE แล้วใช้ข้อมูลคนชอบผ่อนมาปรับแอดให้แม่นขึ้น

เชื่อมระบบผ่อนชำระ (BNPL) ใน LINE แล้วใช้ข้อมูลคนชอบผ่อนมาปรับแอดให้แม่นขึ้น

ดีลหลักหมื่นจำนวนมากไม่ได้ตายเพราะลูกค้าไม่อยากได้ แต่ตายเพราะต้องจ่ายก้อนเดียว บทความนี้เล่าว่าตัวเลือกผ่อนช่วยปิดดีลตรงไหน และข้อมูลว่าใครเลือกผ่อนเอาไปทำอะไรต่อได้บ้าง
ครอสเช็กอายุ/เพศของคนซื้อจริงใน LINE กับกลุ่มเป้าหมายในแอด จุดที่งบรั่วแบบไม่มีใครเห็น

ครอสเช็กอายุ/เพศของคนซื้อจริงใน LINE กับกลุ่มเป้าหมายในแอด จุดที่งบรั่วแบบไม่มีใครเห็น

คุณตั้งกลุ่มเป้าหมาย 25-34 แต่คนที่โอนจริงอาจเป็น 45+ ก็ได้ บทความนี้เล่าวิธีเทียบภาพลูกค้าจริงจากหน้างานกับกลุ่มที่ตั้งในแอด และข้อระวัง PDPA ที่ต้องรู้ก่อนทำ
จัด Secret Sale เฉพาะคนใน LINE OA สร้างความพิเศษที่ทำให้ลูกค้าซื้อซ้ำ

จัด Secret Sale เฉพาะคนใน LINE OA สร้างความพิเศษที่ทำให้ลูกค้าซื้อซ้ำ

ลดราคาที่ใครก็เห็นทำให้ลูกค้ารอโปรตลอด แต่ Secret Sale เฉพาะคนใน LINE สร้างความรู้สึกเป็นคนวงในที่ทำให้ซื้อซ้ำ บทความนี้เล่าวิธีทำให้เนียนและไม่ทำลายราคาปกติ