ROAS รายแพลตฟอร์ม กับ MER รวมทั้งร้าน: ใช้ตัวไหนตัดสินใจงบดีกว่ากัน

สรุปสั้น ๆ
ROAS รายแพลตฟอร์มบอกประสิทธิภาพเฉพาะแคมเปญนั้น แต่มักนับซ้ำเมื่อลูกค้าเห็นหลายแพลตฟอร์มก่อนซื้อ ส่วน MER (Marketing Efficiency Ratio) เอายอดขายจริงทั้งร้านหารงบโฆษณารวมทุกแพลตฟอร์ม ให้ภาพที่นับซ้ำน้อยกว่าแต่ไม่บอกว่าควรย้ายงบไปแพลตฟอร์มไหน ต้องใช้สองตัวคู่กันจึงตัดสินใจได้ครบ
ร้านที่ยิงแอดพร้อมกันหลายแพลตฟอร์มเข้า LINE OA มักเจอสถานการณ์ที่ ROAS ของแต่ละแพลตฟอร์มในแดชบอร์ดรวมกันแล้วดูสูงกว่าความเป็นจริงของยอดขายทั้งร้านมาก เพราะลูกค้าคนเดียวกันอาจเห็นทั้งโฆษณา Facebook และ Google ก่อนตัดสินใจทักไลน์ ทำให้ทั้งสองแพลตฟอร์มต่างนับยอดขายเดียวกันเป็นผลงานของตัวเอง
นี่คือจุดที่ MER หรือ Marketing Efficiency Ratio เข้ามาช่วยเสริม โดยคำนวณจากยอดขายจริงทั้งร้านหารด้วยงบโฆษณารวมทุกแพลตฟอร์ม ซึ่งไม่มีปัญหานับซ้ำเหมือน ROAS รายแพลตฟอร์ม แต่ก็มีข้อจำกัดตรงที่ไม่บอกว่าแพลตฟอร์มไหนทำงานดีหรือแย่กว่ากัน จึงใช้ตัดสินใจย้ายงบระหว่างแพลตฟอร์มไม่ได้โดยตรง
บทความนี้เสนอกรอบการใช้ทั้ง ROAS รายแพลตฟอร์มและ MER ควบคู่กัน เพื่อให้เห็นทั้งภาพรวมความคุ้มค่าของงบทั้งหมดและรายละเอียดว่าควรปรับงบแพลตฟอร์มไหนเพิ่มหรือลด พร้อมตัวอย่างการรายงานที่ทีมการตลาดและฝ่ายการเงินเข้าใจตรงกันได้
นิยาม ROAS รายแพลตฟอร์มและ MER ให้ชัดก่อนเทียบกัน
ROAS รายแพลตฟอร์มคือยอดขายที่แพลตฟอร์มนั้นอ้างว่าเป็นผลจากแคมเปญของตัวเอง หารด้วยงบที่ใช้ในแพลตฟอร์มนั้น ตัวเลขนี้คำนวณจากข้อมูล attribution ภายในของแต่ละแพลตฟอร์มเอง ซึ่งแต่ละแพลตฟอร์มมักมีกฎการนับเครดิตต่างกัน ทำให้เทียบกันตรง ๆ ระหว่างแพลตฟอร์มได้ไม่แม่นเสมอไป
MER คือยอดขายจริงทั้งร้านที่วัดจากระบบขายจริง (เช่น ยอดปิดการขายใน LINE OA รวมทุกช่องทาง) หารด้วยงบโฆษณารวมทุกแพลตฟอร์มที่ใช้ในช่วงเวลาเดียวกัน ตัวเลขนี้ไม่สนใจว่าลูกค้ามาจากแพลตฟอร์มไหน จึงไม่มีปัญหานับซ้ำ แต่ก็ไม่ได้บอกรายละเอียดว่าแพลตฟอร์มไหนสร้างผลต่างมากน้อยแค่ไหน
เห็นภาพปัญหานับซ้ำผ่านตัวอย่างสมมติ
ลองดูตัวอย่างสมมติของร้านหนึ่งที่ยิงแอดทั้ง Facebook และ Google เข้า LINE OA พร้อมกัน แต่ละแพลตฟอร์มรายงาน ROAS ของตัวเองแยกกัน ขณะที่ยอดขายจริงที่ปิดในระบบมีอยู่ค่าเดียว ตารางด้านล่างเทียบตัวเลขทั้งสามชุดให้เห็นส่วนต่างชัด ๆ
| รายการ | ตัวเลขจากแดชบอร์ด | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ROAS Facebook | 5 เท่า (ยอดขาย 50,000 / งบ 10,000) | อ้างอิงจาก attribution ภายในของ Facebook |
| ROAS Google | 4 เท่า (ยอดขาย 40,000 / งบ 10,000) | อ้างอิงจาก attribution ภายในของ Google |
| MER รวมทั้งร้าน | 3 เท่า (ยอดขายจริง 60,000 / งบรวม 20,000) | คำนวณจากยอดขายจริงที่ปิดใน LINE OA ทั้งหมด |
ส่วนต่าง 30,000 บาทหายไปไหน
ยอดขายที่แต่ละแพลตฟอร์มอ้างรวมกันคือ 90,000 บาท แต่ยอดขายจริงทั้งร้านมีแค่ 60,000 บาท ส่วนต่าง 30,000 บาทคือส่วนที่ถูกนับซ้ำเพราะลูกค้าบางคนเห็นทั้งสองแพลตฟอร์มก่อนซื้อ ถ้าดูแค่ ROAS รายแพลตฟอร์มโดยไม่มี MER มาเทียบ อาจเข้าใจผิดว่าธุรกิจทำกำไรได้มากกว่าความเป็นจริง
ใช้ ROAS รายแพลตฟอร์มเมื่อไหร่ ใช้ MER เมื่อไหร่
ROAS รายแพลตฟอร์มเหมาะกับการตัดสินใจระดับปฏิบัติการ เช่น จะเพิ่มหรือลดงบแคมเปญไหนในแพลตฟอร์มเดียวกัน เพราะเปรียบเทียบภายในแพลตฟอร์มเดียวกันมีความสม่ำเสมอของวิธีนับมากกว่าเทียบข้ามแพลตฟอร์ม
MER เหมาะกับการตัดสินใจระดับภาพรวม เช่น จะเพิ่มงบโฆษณารวมทั้งร้านหรือไม่ หรือธุรกิจกำลังใช้งบเกินตัวเทียบกับยอดขายจริงหรือเปล่า เพราะ MER สะท้อนความคุ้มค่าที่ไม่มีการนับซ้ำมากวนสัดส่วน จึงเหมาะกับการรายงานผู้บริหารระดับสูงมากกว่ารายงานระดับแคมเปญ
อ่านสองตัวเลขพร้อมกันเพื่อหาสัญญาณที่แต่ละตัวเห็นคนเดียวไม่ได้
เมื่อ ROAS รายแพลตฟอร์มรวมกันสูงกว่า MER มาก แปลว่าสัดส่วนการนับซ้ำสูง ควรตรวจสอบว่าลูกค้าเห็นหลายแพลตฟอร์มก่อนซื้อบ่อยแค่ไหน และพิจารณาใช้ แดชบอร์ด ROAS ที่แยกดูสัดส่วนคนที่เห็นมากกว่าหนึ่งแพลตฟอร์มก่อนทักไลน์ ถ้าสัดส่วนนี้สูง อาจต้องยอมรับว่าการเทียบ ROAS ข้ามแพลตฟอร์มตรง ๆ ไม่แม่นในธุรกิจนี้
ในทางกลับกัน ถ้า MER ต่ำกว่าที่ควรจะเป็นเมื่อเทียบกับ ROAS รายแพลตฟอร์มที่ดูดีทุกตัว อาจแปลว่ามีงบโฆษณาบางส่วนที่ไม่ได้ถูกนับใน attribution ของแพลตฟอร์มไหนเลย เช่น งบ brand ที่ไม่เน้นวัดผลตรง หรือมีปัญหาการส่งข้อมูล conversion ที่ทำให้ยอดขายจริงบางส่วนไม่ถูกนับเข้าระบบ
ความสัมพันธ์ระหว่าง MER กับ blended ROAS
MER กับ blended ROAS มีแนวคิดใกล้เคียงกันมาก คือมองภาพรวมยอดขายจริงเทียบงบรวม แต่บางธุรกิจใช้คำสองคำนี้ในความหมายที่ต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับว่านับเฉพาะยอดขายที่มาจากโฆษณาโดยตรง หรือนับยอดขายทั้งหมดของธุรกิจรวมช่องทางออร์แกนิกด้วย ก่อนเทียบตัวเลขข้ามทีมหรือข้ามรายงาน ควรตกลงนิยามให้ตรงกันก่อนเสมอ
ธุรกิจที่เคยใช้ blended ROAS อยู่แล้วสามารถต่อยอดมาใช้กรอบ MER ได้ทันที เพราะเป็นแนวคิดเดียวกัน เพียงแต่ MER มักถูกใช้ในบริบทของการรายงานระดับผู้บริหารมากกว่าระดับทีมการตลาด
รายงานให้ฝ่ายการเงินหรือ CFO ควรเน้นตัวเลขไหน
ฝ่ายการเงินมักสนใจ MER มากกว่า ROAS รายแพลตฟอร์ม เพราะต้องการรู้ว่างบการตลาดทั้งก้อนสร้างยอดขายจริงคุ้มค่าแค่ไหนเทียบกับภาพรวมธุรกิจ ไม่ได้สนใจรายละเอียดว่าแพลตฟอร์มไหนทำงานดีกว่ากัน การนำเสนอ รายงาน ROAS รายไตรมาส ให้ฝ่ายการเงินจึงควรเริ่มด้วย MER เป็นตัวเลขหลัก แล้วค่อยแตกรายละเอียด ROAS รายแพลตฟอร์มไว้เป็นข้อมูลประกอบสำหรับทีมการตลาดใช้ปรับกลยุทธ์ต่อ
การให้ตัวเลข ROAS รายแพลตฟอร์มที่รวมกันสูงเกินจริงกับฝ่ายการเงินโดยไม่มี MER มาเทียบ มักสร้างความคาดหวังที่ผิดจากความเป็นจริง และอาจนำไปสู่การตัดสินใจเพิ่มงบเกินกว่าที่ผลตอบแทนจริงจะรองรับได้
วางระบบเก็บข้อมูลให้คำนวณทั้งสองตัวเลขได้พร้อมกัน
การคำนวณ MER ได้แม่นต้องมีระบบที่ดึงยอดขายจริงทั้งร้านมารวมกันในที่เดียว ไม่ว่าจะมาจากช่องทางไหนก็ตาม ธุรกิจที่ยังแยกบันทึกยอดขายตามแพลตฟอร์มโฆษณาที่พาลูกค้ามา มักคำนวณ MER ผิดเพราะเผลอใช้ยอดขายที่ attribution ให้เครดิตแล้วมาเป็นฐาน แทนที่จะใช้ยอดขายจริงที่ปิดในระบบตรง ๆ
แนวทางที่ทำได้จริงคือดึงยอดขายจากระบบปิดการขายกลาง เช่น ระบบหลังบ้านของ LINE OA หรือระบบ POS มาเป็นตัวตั้งสำหรับคำนวณ MER เสมอ แล้วแยกคำนวณ ROAS รายแพลตฟอร์มจากข้อมูล attribution ของแต่ละแพลตฟอร์มต่างหาก ไม่ปนสองแหล่งข้อมูลเข้าด้วยกันในสูตรเดียว
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อเทียบ ROAS กับ MER
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือนำ ROAS รายแพลตฟอร์มมาบวกกันตรง ๆ แล้วเข้าใจว่าคือ MER ทั้งที่เป็นคนละวิธีคำนวณ ทำให้ตัวเลขที่ได้สูงเกินจริงเสมอ อีกข้อผิดพลาดคือเปลี่ยนวิธีนิยาม MER ไปมาระหว่างช่วงเวลา เช่น บางเดือนนับเฉพาะยอดขายจากโฆษณา บางเดือนนับยอดขายทั้งหมดรวมออร์แกนิก ทำให้เทียบแนวโน้มข้ามเดือนไม่ได้อย่างถูกต้อง
การกำหนดสูตรคำนวณให้ตายตัวและใช้แหล่งข้อมูลเดียวกันทุกเดือน คือพื้นฐานสำคัญที่ทำให้ทั้ง ROAS รายแพลตฟอร์มและ MER เชื่อถือได้พอที่จะใช้ตัดสินใจงบระยะยาว
ข้อผิดพลาดอีกอย่างที่พบบ่อยในทีมที่เพิ่งเริ่มใช้ MER คือการตกใจเมื่อเห็นตัวเลขต่ำกว่า ROAS รายแพลตฟอร์มมาก แล้วรีบสรุปว่าโฆษณาทำงานได้แย่กว่าที่คิด ทั้งที่ MER ที่ต่ำกว่า ROAS รายแพลตฟอร์มเป็นเรื่องปกติเสมอเมื่อมีการนับซ้ำเกิดขึ้น สิ่งที่ควรดูจริง ๆ คือแนวโน้มของ MER เองข้ามช่วงเวลา ไม่ใช่เทียบตัวเลขระหว่าง MER กับ ROAS โดยตรง
สรุป
ไม่มีตัวเลขตัวใดตัวหนึ่งที่ตอบคำถามเรื่องงบโฆษณาได้ครบทุกมิติ ROAS รายแพลตฟอร์มบอกรายละเอียดระดับปฏิบัติการแต่มีปัญหานับซ้ำ ส่วน MER ให้ภาพรวมที่นับซ้ำน้อยกว่าแต่ไม่บอกรายละเอียดว่าควรปรับงบแพลตฟอร์มไหน การใช้สองตัวควบคู่กันคือกรอบที่ช่วยตัดสินใจได้ครบถ้วนกว่า
ธุรกิจที่ยิงแอดหลายแพลตฟอร์มเข้า LINE OA ควรตั้งระบบติดตามทั้งสองตัวเลขคู่กันตั้งแต่ต้น แทนที่จะรอให้เกิดความสับสนก่อนแล้วค่อยย้อนกลับมาแก้ไขวิธีวัดผลภายหลัง การกำหนดสูตรคำนวณและแหล่งข้อมูลให้ตายตัวตั้งแต่แรกยังช่วยให้เทียบแนวโน้มข้ามเดือนได้อย่างน่าเชื่อถือ
ทีมที่เพิ่งเริ่มใช้กรอบนี้ไม่จำเป็นต้องรอให้มีเครื่องมือหรือระบบที่สมบูรณ์แบบก่อนเริ่ม เพียงเริ่มบันทึกยอดขายจริงและงบโฆษณารวมทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอ ก็เพียงพอที่จะเริ่มเห็นภาพรวมความคุ้มค่าที่แม่นยำกว่าการดู ROAS รายแพลตฟอร์มเพียงอย่างเดียว
- ROAS รายแพลตฟอร์มมีปัญหานับซ้ำเมื่อลูกค้าเห็นหลายแพลตฟอร์มก่อนซื้อ
- MER สะท้อนยอดขายจริงทั้งร้าน แต่ไม่บอกว่าควรปรับงบแพลตฟอร์มไหน
- ใช้ ROAS ตัดสินใจระดับแคมเปญ ใช้ MER ตัดสินใจระดับภาพรวมธุรกิจ
- รายงานฝ่ายการเงินควรเริ่มด้วย MER แล้วค่อยแตกรายละเอียด ROAS ประกอบ
- เริ่มด้วยสเปรดชีตง่าย ๆ ก่อนได้ ไม่ต้องรอเครื่องมือซับซ้อนถึงจะเริ่มติดตาม
คำถามที่พบบ่อย
ทำไม ROAS รายแพลตฟอร์มรวมกันถึงสูงกว่ายอดขายจริงเสมอ
เพราะแต่ละแพลตฟอร์มคำนวณ attribution จากข้อมูลภายในของตัวเองแยกกัน เมื่อลูกค้าคนเดียวกันเห็นหลายแพลตฟอร์มก่อนซื้อ ทุกแพลตฟอร์มที่ลูกค้าเห็นอาจนับยอดขายเดียวกันเป็นผลงานของตัวเองพร้อมกัน ทำให้ผลรวมสูงกว่าความเป็นจริง
MER ต่ำแปลว่าโฆษณาทำงานได้แย่เสมอไปหรือไม่
ไม่เสมอไป MER ต่ำอาจแปลว่าธุรกิจกำลังลงทุนงบ brand ที่ยังไม่เห็นผลทันที หรือมีปัญหาการส่งข้อมูล conversion ที่ทำให้ยอดขายจริงไม่ถูกนับครบ ควรตรวจสอบสาเหตุก่อนสรุปว่าโฆษณาทำงานไม่ดี
ธุรกิจเล็กที่ยิงแอดแค่แพลตฟอร์มเดียวยังต้องดู MER ไหม
ยังมีประโยชน์ เพราะช่วยตรวจสอบว่า ROAS ที่แพลตฟอร์มรายงานตรงกับยอดขายจริงที่ปิดในระบบขายหรือไม่ ถ้าต่างกันมาก อาจมีปัญหาการส่งข้อมูล conversion ที่ต้องแก้ไข
ควรคำนวณ MER ถี่แค่ไหน
แนะนำอย่างน้อยรายเดือน เพราะ MER ที่คำนวณถี่เกินไป เช่น รายวัน มักผันผวนสูงจากความล่าช้าของการปิดการขายในแชท ทำให้ตีความยาก ควรดูเป็นแนวโน้มรายเดือนหรือรายสัปดาห์แทน
ถ้า ROAS กับ MER สวนทางกันชัดเจน ควรเชื่อตัวไหนก่อน
ควรเชื่อ MER สำหรับภาพรวมความคุ้มค่าของงบทั้งหมด เพราะอิงยอดขายจริงที่ปิดในระบบ ส่วน ROAS รายแพลตฟอร์มยังมีประโยชน์สำหรับตัดสินใจระดับแคมเปญ แต่ไม่ควรใช้เป็นตัวเลขหลักในการประเมินความคุ้มค่ารวมของธุรกิจ
ทีมเล็กที่ไม่มีนักวิเคราะห์ข้อมูลจะเริ่มติดตาม MER ได้อย่างไร
เริ่มจากสเปรดชีตง่าย ๆ ที่ดึงยอดขายรวมจากระบบปิดการขายกลางมาหารด้วยงบโฆษณารวมทุกแพลตฟอร์มในเดือนเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องมือซับซ้อน ขอแค่ยึดสูตรเดียวกันทุกเดือนและใช้แหล่งข้อมูลยอดขายจริงเป็นฐานเสมอ ก็เพียงพอที่จะเริ่มเห็นแนวโน้มที่มีความหมาย ทีมที่เพิ่งเริ่มอาจใช้เวลาสัก 2-3 เดือนกว่าจะคุ้นกับการอ่านค่าทั้งสองตัวควบคู่กัน แต่พอเข้าใจแล้วจะกลายเป็นเครื่องมือมาตรฐานที่ใช้ตัดสินใจงบได้อย่างมั่นใจขึ้นมาก
ลองตรวจด้วยตัวเอง
เครื่องคำนวณ ROI โฆษณาเข้า LINE
ใส่งบโฆษณากับตัวเลข Funnel ของคุณ แล้วดู ROAS, ROI และต้นทุนต่อลูกค้าจริง
คำนวณ ROI ฟรี →ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก
อ่านต่อแบบเจาะลึก
ส่ง Purchase จริงกลับให้แอด ไม่ใช่แค่ Click
รู้ว่าลูกค้าที่ทัก LINE จากโฆษณากลายเป็นออเดอร์จริงกี่คน และมาจากแคมเปญไหน แล้วส่งยอดขายกลับให้ระบบโฆษณาเรียนรู้ เริ่มฟรี 14 วัน
ทดลองใช้ฟรี 14 วัน