← กลับไปหน้าบทความ
การเงิน & ROI

ก้าวข้าม ROAS: รู้จัก POAS (Profit on Ad Spend) และวิธีวัดกำไรสุทธิจากการยิงแอดเข้า LINE

02 ส.ค. 04:10 · อ่าน 2 นาที
ก้าวข้าม ROAS: รู้จัก POAS (Profit on Ad Spend) และวิธีวัดกำไรสุทธิจากการยิงแอดเข้า LINE

สรุปสั้น ๆ

ROAS = ยอดขาย ÷ ค่าแอด ซึ่งหลอกได้เพราะยอดขายร้อยบาทของสินค้ามาร์จิ้น 70% กับมาร์จิ้น 15% มีค่าต่างกันเกือบห้าเท่า POAS แก้จุดบอดนี้ด้วยการเปลี่ยนเศษของสมการจากยอดขายเป็น ‘กำไรขั้นต้น’ (หลังหักต้นทุนสินค้า ค่าส่ง ค่าธรรมเนียม ของแถม) — POAS เกิน 1 คือกำไรจริง ต่ำกว่า 1 คือขาดทุนจริง ไม่ต้องตีความ ธุรกิจแชทได้เปรียบในการทำ POAS เพราะรู้ต้นทุนต่อออเดอร์ตอนปิดการขายอยู่แล้ว แค่ต้องบันทึกมาร์จิ้นคู่กับยอดทุกบิล — และเมื่อแยก POAS รายแคมเปญ ลำดับแอดเก่งในบัญชีมักสลับขั้วจนต้องจัดงบใหม่

ขอเปิดด้วยปริศนาที่เจอบ่อยจนน่าตกใจ: ร้านหนึ่งมีสองแคมเปญ — แคมเปญแรกโชว์ ROAS 5 เท่า ทีมรักมาก อีกแคมเปญ ROAS 2.5 เท่า โดนขู่จะปิดทุกเดือน — พอไล่บัญชีจริงกลับพบว่าแคมเปญแรก ‘ขาดทุน’ ส่วนตัวที่โดนขู่ปิดคือเครื่องผลิตกำไรตัวจริงของบริษัท เป็นไปได้ยังไง?

คำตอบซ่อนอยู่ในสิ่งที่ ROAS ไม่เคยถาม: ยอดขายนั้น ‘เหลือเป็นกำไรเท่าไหร่’ — แคมเปญแรกขายสินค้าเรือธงที่ตั้งราคาสู้ตลาด มาร์จิ้นบางเฉียบ แถมแจกของแถมและส่งฟรีทุกบิล ยอดขายสวยแต่เงินเหลือนิดเดียว ส่วนแคมเปญที่สองขายสินค้ามาร์จิ้นหนา ไม่ต้องลดไม่ต้องแถม ยอดขายดูเรียบ ๆ แต่ทุกบาทที่เข้าเหลือเป็นกำไรเกินครึ่ง

POAS (Profit on Ad Spend) คือการซ่อมจุดบอดนี้ที่ต้นเหตุ: เปลี่ยนคำถามจาก ‘ค่าแอดหนึ่งบาทสร้างยอดขายกี่บาท’ เป็น ‘ค่าแอดหนึ่งบาทสร้างกำไรกี่บาท’ — คำถามเดียวที่บัญชีธนาคารแคร์ บทความนี้จะพาตั้งสมการ เก็บต้นทุนให้ครบ และใช้มันจัดงบใหม่แบบที่ ROAS ไม่มีวันพาไปถึง

จุดบอดของ ROAS: ยอดขายทุกบาทไม่ได้หนักเท่ากัน

ROAS เป็นตัวเลขที่ดีในโลกที่สินค้าทุกตัวมาร์จิ้นเท่ากัน — ซึ่งไม่ใช่โลกของใครเลย ร้านจริงมีสินค้าเรือธงมาร์จิ้นบาง สินค้าทำกำไรมาร์จิ้นหนา เซ็ตโปรที่แถมจนมาร์จิ้นหด และค่าส่งที่บางบิลร้านออกเอง ยอดขายร้อยบาทจากแต่ละแบบจึงเหลือเงินต่างกันคนละโลก แต่ในสายตา ROAS มันคือ ‘100 บาท’ เท่ากันหมด

จุดบอดนี้อันตรายที่สุดตอนใช้ ROAS ตัดสินใจข้ามแคมเปญ เพราะแคมเปญที่ขายของมาร์จิ้นบางจะดู ‘เก่ง’ เกินจริงเสมอ (ยอดโตง่ายเพราะของถูกใจตลาด) และดูดงบจากแคมเปญมาร์จิ้นหนาที่กำไรจริงสูงกว่า — ยิ่ง Optimize ตาม ROAS นานเท่าไหร่ พอร์ตยิ่งเอียงไปทางยอดสวยกำไรบาง จนวันหนึ่งบริษัทโตแต่รายได้สุทธิหด ซึ่งเป็นญาติสนิทของกับดักค่าทักถูกแต่ขาดทุน — คนละตัวชี้วัด กับดักเดียวกัน: วัดกลางทางแล้วหลงว่าคือปลายทาง

ตั้งสมการ POAS: อะไรต้องหักบ้างก่อนหาร

POAS = กำไรขั้นต้นจากออเดอร์ที่แอดสร้าง ÷ ค่าแอด — พลังทั้งหมดอยู่ที่คำว่า ‘กำไรขั้นต้น’ ซึ่งต้องหักให้ครบจริง: ต้นทุนสินค้า (รวมแพ็กเกจจิ้ง), ค่าส่งส่วนที่ร้านออก, ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน, มูลค่าของแถมและส่วนลดที่ให้ไป — สี่ตัวนี้คือขั้นต่ำ ส่วนค่าแรงแอดมินแนะนำให้แยกไปคิดในภาพ CAC เต็ม (ตามแนวการคำนวณ CAC รวมค่าแอดมิน) เพื่อไม่ให้สมการ POAS รายวันซับซ้อนจนไม่มีใครทำ

เกณฑ์อ่านค่าตรงไปตรงมาแบบไม่ต้องตีความ: POAS = 1 คือเสมอตัวเป๊ะ (กำไรขั้นต้นเท่าค่าแอดพอดี) สูงกว่า 1 คือแอดกำลังผลิตกำไร ต่ำกว่า 1 คือทุกบาทที่ยิงเพิ่มคือการจ่ายเงินซื้อการขาดทุน — เทียบกับ ROAS ที่ต้องมานั่งถามต่อว่า ‘แล้ว 3 เท่านี่คุ้มยัง?’ (คำตอบ: ไม่รู้ จนกว่าจะรู้มาร์จิ้น) POAS ตอบจบในตัวเลขเดียว

ลองดูตัวเลขสมมติชุดเดิมจากปริศนาต้นเรื่อง: แคมเปญ A ยอดขาย 50,000 จากค่าแอด 10,000 (ROAS 5) แต่สินค้ามาร์จิ้นหลังหักครบเหลือ 18% → กำไรขั้นต้น 9,000 → POAS 0.9 = ขาดทุนจริง ส่วนแคมเปญ B ยอดขาย 25,000 จากค่าแอด 10,000 (ROAS 2.5) มาร์จิ้น 55% → กำไรขั้นต้น 13,750 → POAS 1.38 = กำไรแท้ — ตัวเลขคู่นี้อธิบายได้ในบรรทัดเดียวว่าทำไมบริษัทที่ ROAS เขียวทั้งกระดานถึงจนลงได้

ทำจริงในธุรกิจแชท: ความได้เปรียบที่ไม่ค่อยมีใครใช้

  1. ทำตารางมาร์จิ้นต่อสินค้าไว้ล่วงหน้าหนึ่งครั้ง: SKU / ราคาขายปกติ / ต้นทุนรวมแพ็กเกจ / มาร์จิ้นมาตรฐาน — อัปเดตเมื่อต้นทุนเปลี่ยน งานครั้งเดียวที่ทำให้ทุกขั้นถัดไปเร็วขึ้นสิบเท่า
  2. บันทึกกำไรคู่กับยอดตอนปิดการขาย: ธุรกิจแชทได้เปรียบตรงนี้ที่สุด — วินาทีที่แอดมินสรุปบิล เขารู้อยู่แล้วว่าขายอะไร ลดเท่าไหร่ แถมอะไร ส่งฟรีไหม แค่เพิ่มคอลัมน์ ‘กำไรขั้นต้นบิลนี้’ ในระบบบันทึกเดิม (ชีตหรือระบบติดตามแชทที่ใช้อยู่) โดยดึงจากตารางมาร์จิ้นแล้วหักส่วนลด-ของแถมจริงของบิลนั้น
  3. ประกอบ POAS รายแคมเปญรายเดือน: กำไรขั้นต้นรวมของออเดอร์จากแคมเปญนั้น (ตามที่มาที่ผูกไว้กับแชท) ÷ ค่าแอดแคมเปญนั้น — ใครมีแดชบอร์ดรวมข้อมูลสองฝั่งอยู่แล้วตามแนวการทำ Dashboard ด้วย Looker Studio เพิ่มอีกหนึ่งคอลัมน์ก็จบ
  4. จัดงบใหม่ตามตาราง POAS ไม่ใช่ตาราง ROAS: เพิ่มงบตัวที่ POAS สูงและยังมีพื้นที่โต หาทางแก้ตัวที่ต่ำกว่า 1 ก่อนปิด (ปรับราคา ลดของแถม เปลี่ยนสินค้าที่โฆษณาชู) เพราะบางทีแคมเปญไม่ได้ผิด — ข้อเสนอต่างหากที่กินกำไรตัวเอง

แล้ว ROAS ยังมีที่ยืนไหม (มี — แต่คนละเก้าอี้)

บอกให้แฟร์: ROAS ไม่ใช่ผู้ร้าย มันแค่นั่งผิดเก้าอี้มานาน — งานที่มันยังทำได้ดีคือการเทียบผลภายในสินค้าเดียวกันมาร์จิ้นเดียวกัน (แอดสองตัวขายของตัวเดียวกัน ROAS เทียบกันได้ตรง ๆ เพราะมาร์จิ้นตัดกันหมด) และการคุยกับระบบแพลตฟอร์มที่รับค่า Conversion Value เป็นยอดขายเป็นหลัก

อีกเทคนิคที่ธุรกิจจริงจังใช้กัน: ส่งค่า ‘กำไรขั้นต้น’ แทนยอดขายเป็น Conversion Value กลับเข้าแพลตฟอร์มไปเลย — อัลกอริทึมที่เคย Optimize หายอดจะกลายเป็น Optimize หากำไรโดยอัตโนมัติ เพราะมันแค่ไล่ตามตัวเลขที่เราป้อน วิธีนี้เท่ากับฝัง POAS ลงไปในสมองของระบบประมูล ไม่ใช่แค่ในรายงานของเรา — เป็นการอัปเกรดที่เงียบแต่เปลี่ยนพฤติกรรมการหาลูกค้าของแอดทั้งบัญชี

และอย่าลืมพรมแดนของ POAS เอง: มันวัดกำไรขั้นต้น ‘ต่อรอบการซื้อ’ ยังไม่เห็นมูลค่าระยะยาวของลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำ สินค้าที่ POAS ปริ่มน้ำแต่ลูกค้าซื้อซ้ำทุกเดือนอาจคุ้มกว่าที่ตัวเลขบอก — ชั้นถัดไปของการวิเคราะห์เรื่องนี้อยู่ที่อัตราส่วน LTV ต่อ CAC ซึ่งประกอบร่างกับ POAS เป็นภาพการเงินการตลาดที่ครบทั้งสั้นและยาว

สรุป

ROAS ตอบว่าแอดขายเก่งแค่ไหน POAS ตอบว่าแอดทำเงินให้จริงเท่าไหร่ — สองคำถามนี้ห่างกันเท่ากับระยะระหว่างใบเสร็จกับเงินในบัญชี และธุรกิจที่ยิงแอดหนักขึ้นทุกเดือนโดยไม่เคยถามคำถามที่สอง กำลังขับรถเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยมาตรวัดที่ไม่ได้บอกว่าน้ำมันเหลือเท่าไหร่

ข่าวดีที่สุดของเรื่องนี้คือธุรกิจแชทมีทุกอย่างพร้อมแล้ว: คนที่รู้ต้นทุนและส่วนลดของทุกบิลนั่งอยู่หน้าแชทอยู่แล้วทุกวัน — เพิ่มคอลัมน์กำไรหนึ่งช่องในระบบบันทึกเดิม ทำตารางมาร์จิ้นหนึ่งครั้ง แล้วเดือนหน้าคุณจะได้เห็นตาราง POAS รายแคมเปญฉบับแรกของร้าน ซึ่งแทบทุกร้านที่ทำพบเรื่องเซอร์ไพรส์เดียวกัน: แอดที่เคยคิดว่าเก่งกับแอดที่เก่งจริง ไม่ใช่ตัวเดียวกัน

  • ROAS วัดยอดขายซึ่งหลอกได้เมื่อมาร์จิ้นต่างกัน — POAS = กำไรขั้นต้น ÷ ค่าแอด: เกิน 1 กำไรจริง ต่ำกว่า 1 ขาดทุนจริง จบ
  • หักให้ครบก่อนหาร: ต้นทุนสินค้า+แพ็กเกจ ค่าส่งที่ร้านออก ค่าธรรมเนียม ของแถม-ส่วนลด — ธุรกิจแชทบันทึกได้ตอนปิดบิลอยู่แล้ว
  • ขั้นสูง: ส่งกำไรขั้นต้นเป็น Conversion Value ให้แพลตฟอร์ม = เปลี่ยนอัลกอริทึมจากล่ายอดเป็นล่ากำไร และต่อภาพยาวด้วย LTV/CAC

คำถามที่พบบ่อย

POAS ต่างจากการดูกำไรสุทธิท้ายเดือนยังไง ในเมื่อบัญชีก็ทำอยู่แล้ว

บัญชีท้ายเดือนบอกว่าทั้งบริษัทกำไรหรือขาดทุน แต่บอกไม่ได้ว่าแคมเปญไหนเป็นตัวสร้างหรือตัวถ่วง POAS คือการย่อยกำไรลงถึงระดับแคมเปญและสินค้า ทำให้ตัดสินใจเรื่องงบโฆษณาได้รายสัปดาห์แทนที่จะรู้ตัวตอนสิ้นเดือนว่าเดือนนี้แย่ ทั้งสองอย่างเสริมกัน ไม่ใช่แทนกัน

ต้นทุนคงที่อย่างค่าเช่า เงินเดือนทีม ควรใส่ใน POAS ไหม

ไม่ควรใส่ เพราะ POAS ออกแบบมาวัดประสิทธิภาพส่วนเพิ่มของค่าแอด ต้นทุนคงที่ไม่เปลี่ยนตามจำนวนออเดอร์จึงบิดสมการให้ใช้เทียบระหว่างแคมเปญไม่ได้ เก็บต้นทุนคงที่ไว้ในงบกำไรขาดทุนรวมและการคิด CAC เต็มรูปแบบ ส่วน POAS ให้หักเฉพาะต้นทุนที่ผันตามออเดอร์จริง

ขายหลายสินค้าในบิลเดียว คิดมาร์จิ้นยังไงไม่ให้ปวดหัว

ใช้ตารางมาร์จิ้นต่อ SKU ที่ทำไว้แล้วรวมเป็นกำไรขั้นต้นของบิลตอนสรุปยอด ถ้าระบบบันทึกรองรับรายการสินค้าจะคำนวณอัตโนมัติได้เลย ถ้ายังใช้ชีตแบบง่าย ให้แอดมินเลือกหมวดมาร์จิ้นใกล้เคียง เช่น สูง กลาง ต่ำ ก็ยังแม่นพอสำหรับการตัดสินใจระดับแคมเปญ อย่าให้ความเป๊ะร้อยเปอร์เซ็นต์ขวางการเริ่มต้น

POAS เท่าไหร่ถึงควรพอใจ ในเมื่อเกิน 1 ก็กำไรแล้ว

เกิน 1 แปลว่าค่าแอดคืนตัวในเชิงกำไรขั้นต้น แต่ธุรกิจยังมีต้นทุนคงที่และค่าแรงรออยู่ เป้าที่เหมาะจึงสูงกว่า 1 พอสมควรและขึ้นกับโครงสร้างต้นทุนแต่ละร้าน วิธีหาเป้าของตัวเอง คือเอาต้นทุนคงที่ต่อเดือนหารด้วยงบแอด แล้วบวกหนึ่ง นั่นคือเส้นที่ธุรกิจทั้งก้อนเริ่มกำไรจริง

แคมเปญ POAS ต่ำกว่า 1 ควรปิดทันทีเลยไหม

ให้วินิจฉัยก่อนประหาร เพราะ POAS ต่ำมาจากสองทาง คือแอดหาคนผิด หรือข้อเสนอกินกำไรตัวเอง ถ้าอัตราปิดดีแต่มาร์จิ้นบางเพราะลดแหลกแถมหนัก ทางแก้คือปรับข้อเสนอไม่ใช่ปิดแอด แต่ถ้าทั้งปิดยากทั้งมาร์จิ้นบาง อันนั้นตัดได้ไม่ต้องเสียดาย

ควรคำนวณ POAS ถี่แค่ไหน

รายสัปดาห์สำหรับการเฝ้าระวังและรายเดือนสำหรับการจัดงบใหญ่ ถี่กว่านั้นตัวเลขจะแกว่งตามความบังเอิญของออเดอร์รายวันจนตีความผิด โดยเฉพาะร้านที่ออเดอร์ต่อวันยังหลักหน่วย ให้รอข้อมูลสะสมพอก่อนขยับงบทุกครั้ง

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง