← กลับไปหน้าบทความ
คู่มือ

วิธีทำ Dashboard ดูยอดขาย LINE จาก Ads ด้วย Looker Studio

02 ส.ค. 04:10 · อ่าน 2 นาที
วิธีทำ Dashboard ดูยอดขาย LINE จาก Ads ด้วย Looker Studio

สรุปสั้น ๆ

หัวใจของแดชบอร์ดธุรกิจแชทไม่ใช่ความสวย แต่คือการเอาข้อมูลสองฝั่งที่ไม่เคยเจอกัน — งบโฆษณา (จากแพลตฟอร์ม) กับยอดปิดจริง (จากบันทึกแชท) — มาต่อกันด้วยกุญแจร่วมคือชื่อแคมเปญและวันที่ ทำผ่าน Google Sheets สองแผ่นเป็นฐาน แล้วให้ Looker Studio ดึงไป Blend แสดงผล ตัวเลขพระเอกคือต้นทุนต่อยอดปิดจริงรายแคมเปญ ซึ่งไม่มีแดชบอร์ดสำเร็จรูปของแพลตฟอร์มไหนให้ได้ เพราะไม่มีใครเห็นยอดในแชทของคุณนอกจากคุณ

ภาพที่เกิดขึ้นทุกสิ้นเดือนในธุรกิจที่ขายผ่าน LINE: คนทำรายงานเปิด Ads Manager หนึ่งแท็บ, TikTok อีกแท็บ, ไฟล์บันทึกยอดของแอดมินอีกไฟล์, แอปธนาคารอีกจอ — แล้วนั่งก๊อปตัวเลขข้ามไปมาลงสไลด์สองชั่วโมง พอถึงห้องประชุม เจ้านายถามคำถามเดียว: ‘ตกลงแอดตัวไหนคุ้มสุด’ ... เงียบ เพราะตัวเลขที่ก๊อปมาไม่มีตัวไหนตอบคำถามนั้นได้ตรง ๆ

ปัญหาไม่ใช่ความขยัน แต่คือข้อมูลสองฝั่งอยู่คนละโลก: ฝั่งรายจ่าย (งบโฆษณา) อยู่ในแพลตฟอร์ม ฝั่งรายรับ (ยอดปิดในแชท) อยู่ในสมุดของแอดมิน — ตราบใดที่สองโลกนี้ไม่ถูกต่อกันด้วยกุญแจเดียวกัน คำถามว่าคุ้มไหมจะตอบได้แค่ระดับความรู้สึกตลอดไป

Looker Studio (เครื่องมือฟรีของ Google) คือโต๊ะที่จับสองโลกมานั่งคุยกัน บทความนี้จะพาสร้างตั้งแต่การเตรียมข้อมูลให้ถูกโครง — ซึ่งเป็นครึ่งที่ยากจริง — ไปจนถึงหน้าแดชบอร์ดที่เปิดปุ๊บตอบคำถามเจ้านายได้ปั๊บ

ครึ่งที่ยากที่สุด: เตรียมข้อมูลสองแผ่นให้ต่อกันได้

ก่อนแตะ Looker Studio ต้องมี Google Sheets สองแผ่นที่โครงถูกต้อง แผ่นแรก — รายจ่ายโฆษณา: หนึ่งแถวต่อหนึ่งแคมเปญต่อวัน คอลัมน์คือ วันที่ / แพลตฟอร์ม / ชื่อแคมเปญ / งบที่ใช้ / จำนวนคลิกหรือแชทที่แพลตฟอร์มรายงาน — ข้อมูลชุดนี้ส่งออกจากแต่ละแพลตฟอร์มเป็นรอบ (ทุกสัปดาห์ก็พอสำหรับร้านส่วนใหญ่) หรือใช้ตัวเชื่อมอัตโนมัติถ้าปริมาณเยอะ

แผ่นที่สอง — ผลจากแชท: หนึ่งแถวต่อหนึ่งแชท คอลัมน์คือ วันที่ทัก / ที่มา (แพลตฟอร์ม+แคมเปญ จากลิงก์ติดตามหรือแท็กที่แอดมินติด) / สถานะ (ปิดได้-เงียบ-ปฏิเสธ) / ยอดถ้าปิดได้ — แผ่นนี้คือสมบัติที่แพลตฟอร์มไหนก็ไม่มี และมันมีอยู่ได้ทางเดียว: วินัยการบันทึกของทีมแชท ซึ่งถ้าวางระบบการติดแท็กแชทไว้แล้ว แผ่นนี้แทบจะเขียนตัวเอง (ระบบติดตามอย่าง linli ก็ส่งออกข้อมูลโครงนี้ให้ได้เลย)

กุญแจที่ทำให้สองแผ่นต่อกันได้คือ ‘ชื่อแคมเปญที่สะกดตรงกันเป๊ะ’ — facebook-sale-june ในแผ่นรายจ่าย ต้องสะกดแบบเดียวกันในแผ่นผลแชท ห้ามมี Facebook_Sale_June ปนมา นี่คือเหตุผลที่ระบบตั้งชื่อจากมาตรฐาน UTM สำคัญเกินกว่าเรื่องเทคนิค: ชื่อที่ไม่ตรงกันหนึ่งตัว = ข้อมูลหนึ่งก้อนหายจากรายงานเงียบ ๆ

ต่อข้อมูลเข้า Looker Studio และ Blend สองแหล่งเป็นหนึ่ง

  1. เข้า Looker Studio ด้วยบัญชี Google → สร้าง Data Source ใหม่ → เลือก Google Sheets → ชี้ไปที่แผ่นรายจ่าย ตรวจว่าระบบอ่านชนิดข้อมูลถูก (วันที่เป็น Date, งบเป็นตัวเลข) แล้วทำซ้ำกับแผ่นผลแชท — ได้สองแหล่งข้อมูลพร้อมใช้
  2. สร้างรายงานใหม่แล้วใช้ความสามารถ Blend: จับสองแหล่งมาเชื่อมกันด้วยคีย์ร่วมสองตัวคือ วันที่ + ชื่อแคมเปญ — ผลลัพธ์คือตารางเสมือนที่แต่ละแถวมีทั้งเงินที่จ่ายและผลที่ได้ของแคมเปญนั้นในวันนั้น อยู่ข้างกันเป็นครั้งแรก
  3. สร้าง Calculated Field สำหรับตัวเลขพระเอก: ต้นทุนต่อยอดปิด = งบรวม ÷ จำนวนแชทสถานะปิดได้ และผลตอบแทน = ยอดขายรวม ÷ งบรวม — สองสูตรนี้คือคำตอบของคำถามในห้องประชุมทุกคำถาม
  4. ทดสอบความถูกต้องก่อนตกแต่ง: เลือกหนึ่งแคมเปญหนึ่งสัปดาห์ แล้วไล่เลขด้วยมือเทียบกับแดชบอร์ด — ขั้นนี้ข้ามไม่ได้ เพราะแดชบอร์ดที่เลขผิดอันตรายกว่าไม่มีแดชบอร์ด: มันทำให้คนมั่นใจในทิศทางที่ผิด

จัดหน้าให้ตอบคำถามเรียงตามความสำคัญ ไม่ใช่โชว์ทุกกราฟที่ทำได้

กับดักของคนเพิ่งเป็น Looker Studio คือความอยากใส่ทุกอย่าง — สิบห้ากราฟ หกสี สามตัวกรอง จนคนเปิดแล้วไม่รู้จะมองตรงไหน หลักออกแบบที่ใช้ได้ตลอด: หนึ่งหน้าตอบสามคำถาม เรียงจากบนลงล่างตามลำดับที่คนบริหารถามจริง

แถวบนสุด — ‘เดือนนี้เป็นยังไง’: ตัวเลขใหญ่สี่ช่อง (Scorecard): งบรวม / ยอดขายรวม / ต้นทุนต่อยอดปิด / ผลตอบแทนต่องบ พร้อมเทียบช่วงก่อนหน้า แถวกลาง — ‘อะไรคุ้มไม่คุ้ม’: ตารางรายแคมเปญ เรียงตามต้นทุนต่อยอดปิดจากดีไปแย่ ใส่ทั้งจำนวนแชท อัตราปิด และยอด — ตารางเดียวนี้คือหัวใจของการตัดสินใจย้ายงบ แถวล่าง — ‘แนวโน้มไปทางไหน’: กราฟเส้นงบกับยอดขายรายวัน/รายสัปดาห์ ไว้จับจังหวะที่สองเส้นเริ่มถ่างออกจากกัน

เพิ่มตัวกรองแค่สองตัวพอ: ช่วงเวลา กับแพลตฟอร์ม — และตั้งค่าแชร์แบบดูได้อย่างเดียวส่งให้ทุกคนที่เกี่ยวข้อง ความศักดิ์สิทธิ์ของแดชบอร์ดเกิดตอนทุกคนดูเลขชุดเดียวกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างมีไฟล์ของตัวเอง

ทำให้แดชบอร์ดมีชีวิต: ระบบที่อยู่รอดหลังสัปดาห์ที่สาม

แดชบอร์ดส่วนใหญ่ตายภายในเดือนแรก — ไม่ใช่เพราะเทคนิค แต่เพราะข้อมูลต้นทางหยุดไหล: แอดมินเลิกกรอกผลแชท คนดูแลลืมส่งออกข้อมูลโฆษณา แล้วแดชบอร์ดก็กลายเป็นอนุสาวรีย์ของความตั้งใจเมื่อเดือนก่อน วิธีกันคือทำให้การป้อนข้อมูลเบาที่สุด (แท็กแชทที่ติดอยู่แล้ว = ข้อมูลเกิดเองระหว่างทำงานปกติ) และผูกแดชบอร์ดกับพิธีกรรมที่มีอยู่แล้ว: ประชุมทีมทุกสัปดาห์ต้องเปิดหน้านี้เป็นวาระแรก — ข้อมูลที่ถูกใช้ทุกสัปดาห์จะถูกดูแลเอง เพราะคนกรอกเห็นว่าเลขของตัวเองมีคนรอดู

เตือนไว้อีกเรื่อง: แดชบอร์ดนี้จะโชว์ความจริงที่รายงานแพลตฟอร์มไม่เคยโชว์ — แคมเปญที่ตัวเลขในแพลตฟอร์มสวยหรูอาจรั้งท้ายตารางต้นทุนต่อยอดปิด อย่าตกใจและอย่ารีบสรุปว่าแดชบอร์ดผิด ปรากฏการณ์นี้มีคำอธิบายอยู่ในเรื่องทำไมตัวเลข Ads Manager ไม่ตรงยอดจริง — แดชบอร์ดของคุณคือตัวเลขที่ใกล้เงินจริงกว่าเสมอ เพราะมันนับจากยอดโอน ไม่ใช่จากการเคลมของอัลกอริทึม

สรุป

แดชบอร์ดที่ดีไม่ได้เก่งที่กราฟสวย มันเก่งที่การจับคู่ข้อมูลสองฝั่งที่ไม่เคยเจอกัน — เงินที่ออก (แพลตฟอร์มรู้) กับเงินที่เข้า (มีแต่คุณที่รู้) — มานั่งโต๊ะเดียวกันด้วยกุญแจง่าย ๆ คือชื่อแคมเปญกับวันที่ พอสองฝั่งเจอกัน คำถามที่เคยลอยในห้องประชุมทุกเดือนจะมีคำตอบเป็นตารางเรียงลำดับให้เลย: แคมเปญไหนเลี้ยงธุรกิจ แคมเปญไหนกินธุรกิจ

ลำดับการลงมือที่แนะนำ: อย่าเพิ่งเปิด Looker Studio — ไปทำชีตสองแผ่นให้ไหลก่อนหนึ่งสัปดาห์ (รายจ่ายรายแคมเปญ + ผลแชทรายแชท ชื่อแคมเปญตรงกันเป๊ะ) พอข้อมูลนิ่งค่อยประกอบหน้าแดชบอร์ดครึ่งวัน แล้วประกาศกติกาเดียวกับทีม: ประชุมสัปดาห์หน้า เราเปิดหน้านี้หน้าเดียว — สไลด์รายงานสองชั่วโมงต่อเดือนที่เคยทำ ยกเลิกได้เลย

  • ปัญหาจริงคือข้อมูลรายจ่าย (แพลตฟอร์ม) กับรายรับ (บันทึกแชท) อยู่คนละโลก — Blend ด้วยคีย์ วันที่+ชื่อแคมเปญ
  • ตัวเลขพระเอก: ต้นทุนต่อยอดปิดจริงรายแคมเปญ — สิ่งที่รายงานแพลตฟอร์มไหนก็ให้ไม่ได้เพราะมองไม่เห็นแชทคุณ
  • โครงหน้าเดียว: สี่ Scorecard บนสุด → ตารางแคมเปญเรียงตามความคุ้ม → กราฟแนวโน้ม — และผูกกับประชุมรายสัปดาห์ให้ข้อมูลมีคนรอดู

คำถามที่พบบ่อย

ไม่เคยใช้ Looker Studio เลย ต้องเรียนนานไหม

ส่วนที่เป็นเครื่องมือใช้เวลาเรียนไม่กี่ชั่วโมงเพราะลากวางเป็นหลัก ส่วนที่ยากจริงคือการเตรียมข้อมูลต้นทางให้สะอาดและโครงถูก ซึ่งไม่เกี่ยวกับเครื่องมือเลย ถ้าชีตสองแผ่นพร้อมและชื่อแคมเปญตรงกัน คนที่ไม่เคยใช้ก็ประกอบแดชบอร์ดแรกเสร็จในครึ่งวัน

ข้อมูลควรอัปเดตถี่แค่ไหน ต้องเรียลไทม์ไหม

ธุรกิจส่วนใหญ่ไม่ต้องการเรียลไทม์ เพราะการตัดสินใจเรื่องงบเกิดรายสัปดาห์ ข้อมูลแชทที่กรอกท้ายวันกับข้อมูลโฆษณาที่ส่งออกรายสัปดาห์ก็เพียงพอ ความเรียลไทม์มีต้นทุนการดูแลสูงและมักถูกใช้แค่ดูเพลิน ๆ เริ่มจากรอบที่ทีมรักษาไหวจริงดีกว่า

ทีมเล็กมาก แอดมินคนเดียว ควรลงแรงทำไหม

ยิ่งทีมเล็กยิ่งคุ้ม เพราะคนเดียวกันที่ยิงแอดและตอบแชทไม่มีเวลานั่งประกอบเลขทุกเดือน แดชบอร์ดที่ตั้งครั้งเดียวช่วยให้เห็นภาพในห้านาทีแทนสองชั่วโมง เริ่มจากเวอร์ชันเล็กสุดคือ Scorecard สี่ช่องกับตารางแคมเปญพอ ไม่ต้องครบทุกแถวตามบทความ

ถ้าอยากใส่ข้อมูลจากหลายแพลตฟอร์มโฆษณา ต้องทำยังไง

รวมทุกแพลตฟอร์มลงแผ่นรายจ่ายเดียวกันโดยมีคอลัมน์แพลตฟอร์มกำกับ แล้วใช้ตัวกรองในแดชบอร์ดแยกดู วิธีนี้ง่ายกว่าการต่อหลายแหล่งตรงเข้า Looker Studio และบังคับให้ข้อมูลผ่านการจัดโครงเดียวกันก่อน ซึ่งลดปัญหาชื่อไม่ตรงกันไปในตัว

ยอดปิดในแชทบางเคสเกิดหลังคลิกหลายวัน จะลงวันที่ไหนดี

เลือกกติกาเดียวแล้วใช้ตลอด ทางที่นิยมคือลงตามวันที่ปิดการขายจริง เพราะตรงกับเงินเข้าและเข้าใจง่าย แค่ยอมรับว่าแคมเปญที่เพิ่งเริ่มจะดูแพงในสัปดาห์แรกเพราะยอดยังตามมาไม่ครบ อ่านรายงานโดยเผื่อความหน่วงนี้เสมอ และอย่าสลับกติกากลางทางเพราะจะเทียบอดีตไม่ได้

แดชบอร์ดนี้ต่างจากรายงานสำเร็จรูปในแพลตฟอร์มโฆษณายังไง

รายงานแพลตฟอร์มเห็นแค่ครึ่งทางคือถึงคลิกหรือการทัก และนับด้วยกติกาของตัวเองที่มีแรงจูงใจเคลมผลงาน ส่วนแดชบอร์ดนี้ลากข้อมูลถึงยอดโอนจริงที่แพลตฟอร์มมองไม่เห็น มันคือความต่างระหว่างรายงานของคนขายพื้นที่โฆษณากับบัญชีของเจ้าของธุรกิจ ควรดูทั้งคู่แต่ตัดสินใจเรื่องเงินด้วยตัวหลัง

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง