← กลับไปหน้าบทความ
คู่มือ

ให้ลูกค้าพิมพ์คีย์เวิร์ดทัก LINE ระบุที่มาของแอดได้โดยไม่ต้องพึ่งลิงก์

ทีมบรรณาธิการ linli03 ก.ค. 12:53อัปเดต 03 ก.ค. 12:53อ่าน 1 นาที
ให้ลูกค้าพิมพ์คีย์เวิร์ดทัก LINE ระบุที่มาของแอดได้โดยไม่ต้องพึ่งลิงก์
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

เมื่อลิงก์ติดตามใช้ไม่ได้หรือหลุดง่าย (เช่นบางแพลตฟอร์มตัดพารามิเตอร์) คุณยังระบุที่มาของลูกค้าได้ ด้วยการออกแบบให้แต่ละแอดบอกลูกค้าพิมพ์คีย์เวิร์ดเฉพาะ เช่น 'รับโค้ด A1' แล้วผูกคีย์เวิร์ดนั้นกลับไปที่แคมเปญ ทำให้รู้ว่ายอดมาจากแอดตัวไหนโดยไม่ต้องพึ่งลิงก์อย่างเดียว

มีสถานการณ์หนึ่งที่คนทำแอดเจอบ่อยจนปวดหัว คือยิงแอดหลายตัวพร้อมกัน มีคนทักเข้ามาเยอะ แต่พอถามว่า 'ยอดนี้มาจากแอดตัวไหน' กลับตอบไม่ได้ เพราะทุกคนเข้ามาที่ LINE เดียวกันหมด แล้วลิงก์ที่ควรจะบอกที่มาก็โดนตัดพารามิเตอร์ทิ้งระหว่างทาง

หลายคนพยายามแก้ด้วยการทำลิงก์ให้ซับซ้อนขึ้น แต่บางแพลตฟอร์มก็ยังตัดข้อมูลทิ้งอยู่ดี โดยเฉพาะบนมือถือที่การติดตามผ่านลิงก์บน iOSเปราะบางเป็นพิเศษ วันนี้ผมจะเสนอวิธีที่โบราณแต่ได้ผลจริง คือให้ลูกค้าพิมพ์คีย์เวิร์ดบอกที่มาให้เราเอง

วิธีนี้ไม่ได้มาแทนลิงก์ทั้งหมด แต่มันเป็นตาข่ายอีกชั้นที่ทำงานได้แม้ลิงก์จะหลุด และในหลายเคสมันแม่นกว่าด้วยซ้ำ เพราะข้อมูลมาจากตัวลูกค้าโดยตรง ไม่ต้องผ่านมือใครให้ตกหล่น

ลิงก์ติดตามทำงานได้ดีในโลกอุดมคติ แต่โลกจริงมีจุดรั่วเยอะ พารามิเตอร์อาจโดนตัดตอนเด้งข้ามแอป ลูกค้าอาจก็อปลิงก์ไปส่งต่อให้เพื่อน หรือกดจากแคปหน้าจอที่ไม่มีลิงก์เลย พอถึงปลายทางข้อมูลที่มาก็หายไปแล้ว

ที่เจ็บกว่านั้นคือคุณไม่รู้ตัวว่าข้อมูลหาย เพราะยอดทักก็ยังเข้ามาปกติ แค่ไม่มีป้ายบอกว่ามาจากไหน สุดท้ายก็ตัดสินใจเรื่องงบบนข้อมูลที่ขาด ๆ ซึ่งอันตรายกว่าไม่มีข้อมูลเลยด้วยซ้ำ นี่คือรากของช่องว่างระหว่างยอดคลิกกับยอดทักที่หลายร้านเจอ

คีย์เวิร์ดแก้ปัญหานี้ตรงที่ มันไม่ต้องอาศัยเทคโนโลยีอะไรเลย ลูกค้าพิมพ์คำที่เห็นในแอด คุณก็รู้ทันทีว่าเขามาจากแอดนั้น ต่อให้เขาแคปหน้าจอมาส่ง หรือพิมพ์เองจากความจำ ระบบก็ยังจับได้

ออกแบบคีย์เวิร์ดยังไงให้คนอยากพิมพ์ และแยกที่มาได้

  1. ตั้งคีย์เวิร์ดที่สั้น จำง่าย พิมพ์ไม่ผิด — หลีกเลี่ยงคำที่สะกดได้หลายแบบ ตัวอย่างที่ดีเช่น 'รับส่วนลด55' หรือ 'โค้ดหน้าฝน' ที่คนกวาดตาแล้วพิมพ์ตามได้เลย
  2. ให้เหตุผลว่าทำไมต้องพิมพ์ — คนจะไม่พิมพ์เปล่า ๆ ต้องมีของแลก เช่น พิมพ์คำนี้เพื่อรับส่วนลด รับแคตตาล็อก หรือรับสิทธิ์พิเศษ ยิ่งของแลกตรงใจ ยิ่งมีคนพิมพ์
  3. ทำคีย์เวิร์ดให้ต่างกันในแต่ละแอด — นี่คือหัวใจ ถ้าแอดวิดีโอใช้ 'โค้ด A1' แอดรูปนิ่งใช้ 'โค้ด B2' พอลูกค้าพิมพ์เข้ามา คุณจะแยกออกทันทีว่ายอดนี้มาจากครีเอทีฟตัวไหน
  4. ตั้งข้อความตอบอัตโนมัติสำหรับแต่ละคีย์เวิร์ด — พอมีคนพิมพ์คำที่ตั้งไว้ ให้ระบบตอบกลับด้วยของที่สัญญาไว้ทันที ลูกค้าได้ของเร็ว คุณได้ป้ายบอกที่มาอัตโนมัติ
  5. บันทึกที่มาไว้กับโปรไฟล์ลูกค้า — อย่าให้ข้อมูลนี้หายหลังตอบจบ ควรเก็บไว้ว่าลูกค้าคนนี้มาจากแคมเปญไหน เพื่อวัดต่อได้ว่าสุดท้ายเขาปิดการขายหรือไม่

ตัวอย่างการแมปคีย์เวิร์ดกับแคมเปญ

เพื่อให้เห็นภาพ ผมทำตารางตัวอย่างของร้านที่ยิงสามแอดพร้อมกัน แต่ละแอดมีคีย์เวิร์ดของตัวเอง เวลาลูกค้าพิมพ์เข้ามา ทีมงานเปิดตารางนี้ก็รู้ทันทีว่าใครมาจากไหน:

คีย์เวิร์ดที่ให้พิมพ์แอด/ครีเอทีฟของแลกที่สัญญา
รับโค้ด A1วิดีโอรีวิวลูกค้าส่วนลด 10% ครั้งแรก
รับโค้ด B2รูปนิ่งโชว์สินค้าแคตตาล็อกฉบับเต็ม + ราคา
รับโค้ด C3แอดโปรโมชันเทศกาลของแถมพิเศษเฉพาะช่วง

ใช้คู่กับลิงก์ ไม่ใช่แทนที่

ผมอยากย้ำว่าคีย์เวิร์ดไม่ได้มาล้มลิงก์ ทางที่ดีที่สุดคือใช้ทั้งสองอย่างซ้อนกัน ลิงก์จับคนส่วนใหญ่ที่กดตรง ๆ ส่วนคีย์เวิร์ดจับคนที่ลิงก์หลุดหรือแคปหน้าจอมา สองชั้นนี้อุดรูรั่วให้กันและกัน

สำหรับคนที่อยากไปให้สุด การส่งข้อมูลการปิดการขายกลับไปหาแพลตฟอร์มโฆษณาแบบการเชื่อมต่อฝั่งเซิร์ฟเวอร์จะทำให้ระบบเรียนรู้ได้ว่าคนแบบไหนซื้อจริง ซึ่งคีย์เวิร์ดช่วยให้คุณมั่นใจเรื่องที่มาก่อนจะส่งข้อมูลนั้นออกไป

ข้อควรระวังคืออย่าตั้งคีย์เวิร์ดเยอะจนทีมจำไม่ไหว และอย่าลืมปิดคีย์เวิร์ดของแคมเปญที่จบไปแล้ว ไม่งั้นลูกค้าเก่าพิมพ์คำเดิมกลับมา ระบบจะนับที่มาผิด กลายเป็นข้อมูลปนกันจนอ่านยาก

สรุป

การให้ลูกค้าพิมพ์คีย์เวิร์ดเฉพาะแคมเปญเป็นวิธีระบุที่มาที่ทนทานกว่าที่คิด เพราะไม่พึ่งลิงก์ที่หลุดง่าย ข้อมูลมาจากตัวลูกค้าโดยตรง ต่อให้เขาแคปหน้าจอหรือพิมพ์จากความจำ ระบบก็ยังจับได้

หัวใจอยู่ที่ออกแบบคีย์เวิร์ดให้พิมพ์ง่าย มีของแลกจูงใจ และต่างกันในแต่ละแอด แล้วใช้คู่กับลิงก์เพื่ออุดรูรั่วให้ครบ อย่าลืมปิดคีย์เวิร์ดของแคมเปญที่จบแล้วเพื่อไม่ให้ข้อมูลปนกัน

  • คีย์เวิร์ดจับที่มาได้แม้ลิงก์หลุด เพราะมาจากลูกค้าโดยตรง
  • ต้องมีของแลกจูงใจ และตั้งคีย์เวิร์ดต่างกันในแต่ละแอด
  • ใช้คู่กับลิงก์ และปิดคีย์เวิร์ดของแคมเปญที่จบแล้ว

คำถามที่พบบ่อย

คีย์เวิร์ดทริกเกอร์ต่างจากการใส่ลิงก์ติดตามยังไง

ลิงก์ติดตามอาศัยพารามิเตอร์ที่ติดไปกับการกด ซึ่งบางแพลตฟอร์มตัดทิ้งหรือหลุดได้ ส่วนคีย์เวิร์ดอาศัยให้ลูกค้าพิมพ์คำเฉพาะเอง จึงยังจับที่มาได้แม้ลิงก์จะหาย ทางที่ดีคือใช้คู่กันเพื่ออุดรูรั่วให้กัน

จะทำให้ลูกค้ายอมพิมพ์คีย์เวิร์ดได้ยังไง

ต้องมีของแลกที่ตรงใจ เช่น ส่วนลด แคตตาล็อก หรือสิทธิ์พิเศษ คนจะไม่พิมพ์คำแปลก ๆ เปล่า ๆ แต่ถ้าพิมพ์แล้วได้ของที่อยากได้ทันที อัตราการพิมพ์จะสูงขึ้นมาก

ควรตั้งคีย์เวิร์ดแบบไหนให้คนพิมพ์ไม่ผิด

เลือกคำที่สั้น สะกดง่าย และไม่มีหลายวิธีเขียน หลีกเลี่ยงคำภาษาอังกฤษยาว ๆ หรือคำที่มีวรรณยุกต์ซับซ้อน ยิ่งพิมพ์ง่าย ยิ่งมีคนพิมพ์ถูกและระบบจับที่มาได้แม่น

ถ้าลูกค้าเก่าพิมพ์คีย์เวิร์ดเดิมของแคมเปญที่จบไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น

ระบบอาจนับที่มาผิดเป็นแคมเปญเก่า ทางแก้คือปิดหรือเปลี่ยนข้อความตอบกลับของคีย์เวิร์ดที่หมดอายุ และตั้งคีย์เวิร์ดใหม่สำหรับแคมเปญใหม่ เพื่อไม่ให้ข้อมูลที่มาปนกัน

วิธีนี้เหมาะกับธุรกิจแบบไหน

เหมาะกับธุรกิจที่ยิงหลายแอดพร้อมกันแล้วอยากรู้ว่ายอดมาจากตัวไหน โดยเฉพาะร้านที่ปิดการขายในแชท เพราะให้ทุกคนเข้ามาที่ LINE เดียวแล้วแยกด้วยคีย์เวิร์ด ง่ายกว่าการทำหลายลิงก์หลายปลายทาง

ตั้งได้กี่คีย์เวิร์ดถึงจะจัดการไหว

ไม่มีเพดานตายตัว แต่ควรมีเท่าที่ทีมจำและดูแลไหว ถ้าตั้งเยอะเกินจนไม่มีใครจำได้ว่าคำไหนของแคมเปญไหน ข้อมูลจะเริ่มเชื่อถือไม่ได้ เริ่มจากคีย์เวิร์ดหลักไม่กี่ตัวก่อนแล้วค่อยขยายจะจัดการง่ายกว่า

ทดลองวัดผลโฆษณาเข้า LINE ฟรี 14 วัน

สมัครแล้วสร้างโปรเจกต์ เชื่อม LINE ติดตั้ง Tracking แล้วเริ่มเห็น Funnel จาก Click ถึง Purchase ได้ทันที ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

วัดผลจาก SEO บนเว็บไซต์ ทราฟฟิกออร์แกนิกแบบไหนที่เปลี่ยนเป็นยอดโอนใน LINE ได้ดีที่สุด

วัดผลจาก SEO บนเว็บไซต์ ทราฟฟิกออร์แกนิกแบบไหนที่เปลี่ยนเป็นยอดโอนใน LINE ได้ดีที่สุด

เว็บมีคนเข้าจาก Google วันละร้อย แต่บอกไม่ได้ว่ากี่คนกลายเป็นยอดโอนใน LINE — บทความนี้ต่อสายวัดจากหน้าบทความถึงสลิปโอน แล้วเฉลยว่าคอนเทนต์แบบไหนคือเครื่องผลิตลูกค้าตัวจริง
Long-Tail Keywords คืออะไร ทำไมดึงคนพร้อมซื้อเข้า LINE

Long-Tail Keywords คืออะไร ทำไมดึงคนพร้อมซื้อเข้า LINE

คำค้นยาว ๆ ที่คนเสิร์ชน้อยกว่า กลับพาลูกค้าที่ตั้งใจซื้อจริงเข้ามาทัก LINE มากกว่าคำกว้าง บทความนี้เล่าจากหน้างานว่าทำไม พร้อมวิธีหาคำและวางคอนเทนต์ให้ปิดในแชท
ทำ Local SEO ให้คนในพื้นที่ค้นเจอแล้วทัก LINE มาจองคิว

ทำ Local SEO ให้คนในพื้นที่ค้นเจอแล้วทัก LINE มาจองคิว

ลูกค้าที่อยู่ใกล้ร้านคือคนที่พร้อมมาหาที่สุด บทความนี้เล่าวิธีทำ Local SEO และ Google Maps ให้คนแถวนั้นค้นเจอ แล้วกดทัก LINE เข้ามาจองคิวโดยไม่ต้องจ่ายค่าแอด