← กลับไปหน้าบทความ
การเงิน & ROI

ข้อความที่ส่งออกไปทุกเดือน คิดเป็นต้นทุนต่อออเดอร์เท่าไหร่

ทีมบรรณาธิการ linli01 พ.ย. 09:28อัปเดต 01 พ.ย. 09:28อ่าน 1 นาที
ข้อความที่ส่งออกไปทุกเดือน คิดเป็นต้นทุนต่อออเดอร์เท่าไหร่
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

ต้นทุนค่าข้อความต่อออเดอร์ คือค่าแพ็กเกจรวมค่าส่วนเกินของเดือนนั้น หารด้วยออเดอร์ที่ข้อความเหล่านั้นเกี่ยวข้อง ตราบที่ยังไม่เกินโควต้า ข้อความถัดไปไม่มีต้นทุนเพิ่ม ต้นทุนจริงจึงอยู่ที่ขนาดแพ็กเกจที่ต้องซื้อเพราะแคมเปญ ตัวเลขนี้มักเล็กเทียบค่าแอด แต่ใหญ่ขึ้นเมื่อกำไรต่อออเดอร์บาง

สมมติตารางต้นทุนต่อออเดอร์ของร้านหนึ่งมีค่าแอด ค่าสินค้า ค่าส่ง ค่าแพ็ก ครบ แต่ไม่มีบรรทัดค่าข้อความของ LINE OA เพราะถือเป็นค่าระบบเหมือนค่าอินเทอร์เน็ต พอร้านยิง Broadcast หนักขึ้นจนต้องขยับแพ็กเกจ ค่านี้กระโดดจาก 0 เป็นพันบาทต่อเดือน โดยไม่มีใครผูกกับแคมเปญที่ทำให้เกิด

บทความนี้ไล่วิธีแปลงค่าข้อความเป็นบาทต่อออเดอร์ โดยแยกตัวเลขเฉลี่ยออกจากตัวเลขส่วนเพิ่ม ราคาแพ็กเกจและวิธีนับข้อความของ LINE OA เปลี่ยนได้ ตัวเลขทุกตัวในบทความเป็นตัวอย่างสมมติ ใส่ราคาจริงจากหน้าแพ็กเกจของบัญชีคุณเอง

ข้อความไหนกินโควต้า

กติกาโดยทั่วไปคือข้อความที่ร้านเป็นฝ่ายส่งออกไปหาผู้รับ เช่น Broadcast หรือข้อความที่ระบบหลังบ้านยิงตามเหตุการณ์ นับตามจำนวนผู้รับ และอาจนับตามจำนวนบับเบิลที่ส่งด้วย ส่วนข้อความที่แอดมินพิมพ์ตอบลูกค้าที่ทักเข้ามาเองมักถูกนับต่างออกไป ผมไม่ยืนยันรายละเอียดเหล่านี้ เพราะ LINE ปรับกติกาได้ ให้เปิดหน้าแพ็กเกจและรายงานการใช้ข้อความของบัญชีคุณ แล้วใช้จำนวนที่ระบบนับจริงเป็นฐานของการคำนวณทุกตัว

ตัวเลขสี่ตัวที่ใช้ตัดสินคนละเรื่อง

ตัวที่คนพลาดบ่อยคือตัวที่สอง ถ้าส่งข้อความเพิ่มอีก 500 ข้อความแล้วยังไม่ถึงโควต้า ต้นทุนเพิ่มคือศูนย์ การเอาค่าแพ็กเกจหารแล้วบอกว่าข้อความละ 10 สตางค์จึงทำให้ตัดสินใจผิดได้ เพราะเงินก้อนนั้นจ่ายไปแล้วไม่ว่าจะส่งหรือไม่

ตัวเลขสูตรใช้ตัดสินอะไร
ต้นทุนเฉลี่ยต่อข้อความ(ค่าแพ็กเกจ + ส่วนเกิน) หารข้อความที่ส่งจริงเทียบเดือนต่อเดือนว่าใช้โควต้าคุ้มไหม
ต้นทุนส่วนเพิ่ม0 ถ้ายังไม่เกินโควต้า ส่วนที่เกินคิดตามราคาส่วนเกินตัดสินว่าจะส่งอีกรอบหรือไม่
ต้นทุนข้อความต่อออเดอร์ทั้งเดือน(ค่าแพ็กเกจ + ส่วนเกิน) หารออเดอร์ทั้งหมดใส่ในตารางต้นทุนรวมต่อออเดอร์
ต้นทุนข้อความต่อออเดอร์ของแคมเปญต้นทุนที่แคมเปญก่อขึ้น หารออเดอร์ที่วัดได้ว่ามาจากแคมเปญตัดสินว่าแคมเปญนั้นคุ้มไหม

ตัวอย่างทั้งเดือน ค่าข้อความเทียบค่าแอด

สมมติแพ็กเกจ 1,500 บาท ไม่มีค่าส่วนเกิน ออเดอร์ทั้งเดือน 300 รายการ ค่าข้อความต่อออเดอร์คือ 5 บาท ส่วนค่าแอด 60,000 บาท หารออเดอร์เดียวกันได้ 200 บาท รวมเป็น 205 บาท ค่าข้อความเป็นแค่ 2.4% ของต้นทุนจัดหาลูกค้า ถ้าเป็นกรณีนี้ การละไว้ในตารางไม่ทำให้ตัดสินใจผิด

แต่ภาพนี้เปลี่ยนทันทีเมื่อแพ็กเกจที่ซื้อมีสาเหตุมาจากแคมเปญเดียว ซึ่งเป็นเรื่องของหัวข้อถัดไป

สมมติ: ต้นทุนต่อออเดอร์ (บาท)
ค่าแอดต่อออเดอร์200
ค่าข้อความต่อออเดอร์5

เมื่อแคมเปญเดียวทำให้ต้องขยับแพ็กเกจ

สมมติร้านเดิมใช้แพ็กเกจฟรีมาตลอดเพราะส่งข้อความน้อย พอเริ่มยิง Broadcast เดือนละ 4 รอบ ต้องขยับไปแพ็กเกจ 1,500 บาท ส่วนต่างทั้ง 1,500 บาทคือต้นทุนที่แคมเปญ Broadcast ก่อขึ้น ถ้าวัดได้ว่ามี 40 ออเดอร์มาจาก Broadcast นั้น ต้นทุนข้อความต่อออเดอร์ของแคมเปญคือ 37.5 บาท ถ้ากำไรขั้นต้นต่อออเดอร์ 150 บาท ค่าข้อความกินไป 25% ของกำไร

ตัวเลข 37.5 บาทนี้ต่างจาก 5 บาทในตัวอย่างก่อนหน้ามาก เพราะเราผูกต้นทุนกับสิ่งที่ก่อมัน การวัดว่า 40 ออเดอร์มาจาก Broadcast จริงหรือไม่ ใช้วิธีใน วัดผล Broadcast LINE ที่สร้างออเดอร์ และถ้าส่วนใหญ่ของออเดอร์เหล่านั้นจะเกิดอยู่แล้วโดยไม่ต้องส่ง ตัวหารจริงยังน้อยกว่า 40 อีก

เมื่อไหร่ที่ตัวเลขนี้ควรดังขึ้น

  • กำไรต่อออเดอร์บาง: สินค้ากำไรหลักสิบบาท ค่าข้อความหลักสิบบาทต่อออเดอร์กินกำไรครึ่งหนึ่ง คำนวณกำไรให้ชัดก่อนตาม กำไรต่อออเดอร์เป็นบาท
  • ลูกค้าคนเดียวถูกส่งถี่: ข้อความต่อคนต่อเดือนสูง แต่ออเดอร์ต่อคนต่ำ ต้นทุนต่อออเดอร์จะพุ่ง และเสี่ยงโดนบล็อกด้วย
  • หลายบับเบิลต่อครั้ง: ถ้านับตามบับเบิล การส่งข้อความสามก้อนทำให้ค่าข้อความของรอบนั้นเป็นสามเท่า
  • ฐานเพื่อนโตเร็วจากแอด: ผู้รับต่อรอบเพิ่มทันที ทั้งที่จำนวนรอบเท่าเดิม

ทำตารางต้นทุนข้อความรายเดือนห้าบรรทัด

  1. ดึงจำนวนข้อความที่ระบบนับจริงของเดือนนั้นจากรายงานการใช้ข้อความ
  2. แยกตามประเภท เช่น Broadcast ข้อความอัตโนมัติ และข้อความจากระบบหลังบ้าน
  3. ใส่ค่าแพ็กเกจรวมค่าส่วนเกินของเดือนนั้น
  4. ผูกออเดอร์ที่วัดได้ว่ามาจากแต่ละประเภท ถ้าวัดไม่ได้ให้เขียนว่า “ไม่ทราบ” อย่าเดา
  5. ใส่ผลลงในตารางต้นทุนรวมต่อออเดอร์ที่ใช้คำนวณจุดคุ้มทุน เทียบกับ ต้นทุนต่อแชทที่จบด้วยการขาย

สรุป

ไม่ต้องรอให้ค่าข้อความกลายเป็นปัญหา ให้เพิ่มบรรทัดนี้ในตารางต้นทุนต่อออเดอร์เดือนหน้า ถ้าผลออกมาต่ำกว่าราว 3% ของต้นทุนจัดหาลูกค้า (เกณฑ์ส่วนตัวของผม ไม่ใช่มาตรฐาน) ก็ปล่อยเป็นค่าโสหุ้ยต่อไปได้ แต่ถ้าแคมเปญใดทำให้ต้องขยับแพ็กเกจ ให้คิดแยกรายแคมเปญตามหัวข้อก่อนหน้า

  • ต้นทุนเฉลี่ยกับต้นทุนส่วนเพิ่มตอบคนละคำถาม อย่าเอามาแทนกัน
  • ผูกต้นทุนข้อความกับแคมเปญที่ทำให้ต้องขยับแพ็กเกจ
  • ใช้จำนวนข้อความที่ระบบนับจริงเป็นฐานเสมอ
  • เริ่มใส่บรรทัดค่าข้อความในตารางต้นทุนต่อออเดอร์เดือนหน้า

คำถามที่พบบ่อย

ควรนับค่าข้อความเป็นต้นทุนการตลาดไหม?

ถ้าคุณใช้ตัวเลขเพื่อตัดสินใจขนาดแพ็กเกจหรือคุ้มทุนของแคมเปญ ก็ควรนับ ส่วนที่เป็นค่าระบบพื้นฐานจัดเป็นค่าโสหุ้ยได้ แต่ต้องรวมอยู่ในต้นทุนต่อออเดอร์ที่ใช้ตัดสินใจจริง

ข้อความที่แอดมินพิมพ์ตอบลูกค้านับในโควต้าไหม?

ตรวจจากกติกาของแพ็กเกจที่ใช้อยู่ เพราะ LINE ปรับกติกาได้ ผมไม่อยากให้ยึดความจำ ให้ดูจากรายงานการใช้ข้อความเทียบกับจำนวนที่คุณส่งเองในช่วงสั้น ๆ ก็ยืนยันได้

การส่งเฉพาะกลุ่มช่วยลดต้นทุนไหม?

ช่วยโดยตรง เพราะจำนวนผู้รับน้อยลง ข้อความที่นับก็น้อยลงตามไปด้วย การส่งเฉพาะกลุ่มจึงลดทั้งค่าข้อความและโอกาสโดนบล็อก แต่ต้องวัดผลรายกลุ่มให้ได้จึงจะรู้ว่ากลุ่มไหนคุ้ม

ราคาข้อความส่วนเกินเท่าไหร่?

ราคาและเงื่อนไขส่วนเกินของแต่ละแพ็กเกจเปลี่ยนได้ ให้ดูจากหน้าแพ็กเกจในบัญชีของคุณเท่านั้น และตรวจด้วยว่าแพ็กเกจของคุณอนุญาตให้ส่งเกินโควต้าหรือหยุดส่งเมื่อเต็ม

ควรหักค่าข้อความออกจาก ROAS ไหม?

ROAS วัดรายได้ต่อค่าแอด ใช้ต่อไปตามเดิมได้ ส่วนค่าข้อความให้ไปอยู่ในตารางกำไรต่อออเดอร์หรือจุดคุ้มทุน ซึ่งเป็นที่ที่ต้นทุนทุกอย่างมารวมกัน

ส่ง Purchase จริงกลับให้แอด ไม่ใช่แค่ Click

รู้ว่าลูกค้าที่ทัก LINE จากโฆษณากลายเป็นออเดอร์จริงกี่คน และมาจากแคมเปญไหน แล้วส่งยอดขายกลับให้ระบบโฆษณาเรียนรู้ เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

เลือกแพ็กเกจ LINE OA จากจำนวนข้อความที่ใช้จริง ไม่ใช่จากจำนวนเพื่อน

เลือกแพ็กเกจ LINE OA จากจำนวนข้อความที่ใช้จริง ไม่ใช่จากจำนวนเพื่อน

จำนวนเพื่อนบอกไม่ได้ว่าควรอยู่แพ็กเกจไหน เพราะข้อความที่นับคือผู้รับคูณบับเบิลคูณครั้งที่ส่ง บทความนี้พาคำนวณจากสถิติจริงและเลือกจากเดือนพีค
ติด LINE Beacon หน้าร้านคุ้มไหม คิดจากยอดที่วัดเพิ่มได้จริง

ติด LINE Beacon หน้าร้านคุ้มไหม คิดจากยอดที่วัดเพิ่มได้จริง

ใบเสนอราคาอุปกรณ์ Beacon ดูไม่แพง แต่ความคุ้มค่าไม่ได้อยู่ที่ราคาเครื่อง บทความนี้คิดจากกำไรของยอดที่เพิ่มขึ้นจริง หลังหักลูกค้าที่จะเดินเข้าร้านอยู่แล้ว
งบก้อนเดียวควรลงโฆษณาคีย์เวิร์ดใน Shopee หรือยิงเข้า LINE

งบก้อนเดียวควรลงโฆษณาคีย์เวิร์ดใน Shopee หรือยิงเข้า LINE

เทียบกำไรต่อบาทโฆษณาระหว่าง Shopee Ads กับแอดที่พาคนเข้า LINE โดยหักค่าธรรมเนียมและนับการซื้อซ้ำ ก่อนตัดสินใจแบ่งงบก้อนเดียว