← กลับไปหน้าบทความ
LINE Tracking

วิธีคำนวณ 'ต้นทุนต่อการแชทที่จบด้วยการขาย' (Cost Per Closed Chat)

ทีมบรรณาธิการ linli03 ก.ค. 10:17อัปเดต 16 ส.ค. 09:12อ่าน 2 นาที
วิธีคำนวณ 'ต้นทุนต่อการแชทที่จบด้วยการขาย' (Cost Per Closed Chat)
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

Cost Per Closed Chat = ค่าโฆษณา ÷ จำนวนแชทที่จบด้วยการขาย เมตริกนี้แม่นกว่า Cost Per Message เพราะนับเฉพาะแชทที่สร้างรายได้จริง และช่วยให้เปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่างแคมเปญได้อย่างยุติธรรม

Cost Per Message หรือต้นทุนต่อคนทักเป็นตัวเลขที่เห็นบ่อยในรีพอร์ตแอด LINE แต่มันบอกแค่ว่าคุณจ่ายเงินเท่าไหร่เพื่อให้คนพิมพ์มาสักคำ ไม่ได้บอกว่าคุณจ่ายเท่าไหร่เพื่อให้ได้ยอดขาย

ลองนึกภาพสองแคมเปญที่มี Cost Per Message เท่ากันที่ 60 บาท แต่แคมเปญแรก Chat-to-Sale Rate อยู่ที่ 30% ส่วนแคมเปญที่สองอยู่ที่ 10% Cost Per Closed Chat ของสองแคมเปญนี้จะต่างกันมาก แคมเปญแรกอยู่ที่ 200 บาท แคมเปญที่สองอยู่ที่ 600 บาท ถ้าคุณดูแต่ Cost Per Message คุณจะมองไม่เห็นความต่างนี้เลย

สูตรและวิธีคำนวณ

Cost Per Closed Chat = ค่าโฆษณา ÷ จำนวนแชทที่ปิดการขายได้ในช่วงเวลาเดียวกัน ตัวอย่าง: เดือนที่แล้วใช้งบ 30,000 บาท ปิดการขายได้จากแชท 75 ออร์เดอร์ Cost Per Closed Chat = 30,000 ÷ 75 = 400 บาท

สิ่งที่ต้องระวังในการคำนวณคือ 'ช่วงเวลาเดียวกัน' ถ้าลูกค้าทักมาเดือนนี้แต่โอนเงินเดือนหน้า การนับแบบ calendar month จะทำให้ตัวเลขคลาดเคลื่อน วิธีที่แม่นกว่าคือใช้วันที่โอนเงินเป็น anchor แล้วย้อนหาว่าแชทนั้นเริ่มต้นจากแคมเปญอะไร คล้ายกับการตั้ง attribution window ที่เหมาะกับ sales cycle ของธุรกิจ

นิยาม 'Closed Chat' ให้ชัดก่อนวัด

Closed Chat ในที่นี้หมายถึงบทสนทนาที่จบด้วยการโอนเงินหรือการยืนยันออร์เดอร์ ไม่ใช่แค่แชทที่แอดมิน 'ปิด' ในระบบ ความชัดเจนของนิยามนี้สำคัญมากเพราะถ้าแอดมินแต่ละคนใช้เกณฑ์ต่างกัน ตัวเลขจะไม่ consistent

แนะนำให้กำหนด criteria ร่วมกันในทีม เช่น Closed Chat = แชทที่ลูกค้าได้รับการยืนยันออร์เดอร์แล้ว ไม่ว่าจะผ่านการโอนเงิน QR payment หรือการสั่งสินค้า COD แล้วจดไว้ให้ทุกคนใช้เกณฑ์เดียวกัน

Cost Per Closed Chat ที่ดีควรอยู่ที่เท่าไหร่

ไม่มีตัวเลขมาตรฐานสากลเพราะขึ้นอยู่กับ margin และ AOV ของสินค้าคุณ กรอบอ้างอิงที่ใช้ได้คือ Cost Per Closed Chat ควรไม่เกิน 15-25% ของ AOV เพื่อให้ยังมี margin เหลือ ตัวอย่าง: ถ้า AOV = 1,500 บาท Cost Per Closed Chat ที่ยอมรับได้อยู่ที่ประมาณ 225-375 บาท แต่นี่เป็นตัวอย่างเท่านั้น ต้องคำนวณจาก margin จริงของธุรกิจคุณ

สิ่งที่สำคัญกว่าตัวเลขสัมบูรณ์คือ trend เปรียบเทียบ Cost Per Closed Chat ในเดือนนี้กับเดือนก่อน ถ้าขึ้นเรื่อย ๆ โดยที่ AOV ไม่ขึ้นตาม นั่นคือสัญญาณให้ตรวจว่า creative เสื่อมหรือ Chat-to-Sale Rate ลด

ใช้ Cost Per Closed Chat เปรียบเทียบระหว่างแคมเปญ

แคมเปญค่าแอดแชทปิดได้Cost Per Closed Chat
Google Search - Brand KW15,00060250 บาท
Meta Feed - Lookalike15,00030500 บาท
TikTok - Video Ads15,000151,000 บาท

อ่านผลเปรียบเทียบให้ถูก

จากตัวอย่างข้างต้น Google Search Brand ดูดีที่สุด แต่ก่อนตัดงบช่องทางอื่นทิ้ง ให้ตรวจสองอย่าง: หนึ่ง ลูกค้าจาก TikTok อาจมี CLV สูงกว่า เพราะเป็นกลุ่มอายุต่างกัน สอง ลูกค้าที่มาจาก Brand KW อาจเคยเห็นโฆษณา TikTok มาก่อน เราอาจกำลัง under-value TikTok อยู่ก็ได้

Cost Per Closed Chat เป็นเมตริกที่ดีมากสำหรับการตัดสินใจระยะสั้น แต่ควรใช้คู่กับ CLV และ การ attribution ข้ามแคมเปญ เพื่อภาพที่สมบูรณ์กว่า

สรุป

Cost Per Closed Chat เป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับความจริงของธุรกิจมากกว่า Cost Per Message หรือ Cost Per Click เพราะมันวัดต้นทุนที่จุดที่เงินเข้ากระเป๋าจริง ๆ

เริ่มเก็บข้อมูลนี้ง่าย ๆ ด้วยการให้แอดมินแท็กทุกแชทว่าปิดการขายได้หรือไม่ แล้วนำมาหารค่าแอดของแต่ละแคมเปญ ข้อมูลแค่เดือนเดียวก็เริ่มตัดสินใจเรื่อง budget ได้ดีขึ้นแล้ว

  • Cost Per Closed Chat = ค่าแอด ÷ แชทที่ปิดการขายได้
  • นิยาม Closed Chat ให้ชัดและ consistent ก่อนวัด
  • ใช้คู่กับ CLV เพื่อภาพที่ครบกว่า

คำถามที่พบบ่อย

Cost Per Closed Chat ต่างจาก Cost Per Acquisition (CPA) ยังไง

CPA ปกติวัดต้นทุนต่อ conversion ที่แพลตฟอร์มนับได้ ซึ่งอาจเป็นการกรอกฟอร์มหรือคลิก ส่วน Cost Per Closed Chat วัดต้นทุนต่อการขายจริงที่เกิดขึ้นในแชท LINE ความต่างคือ Cost Per Closed Chat วัดได้เองและแม่นกว่าสำหรับธุรกิจที่ปิดการขายในแชท

ถ้าแอดมินหลายคน นับ Closed Chat ยังไงให้ consistent

ตั้ง criteria เขียนไว้ชัดเจนว่า Closed Chat คืออะไรในบริบทของธุรกิจคุณ เช่น ลูกค้าโอนเงินหรือยืนยัน order แล้ว แล้ว training ทุกคนให้ใช้เกณฑ์เดียวกัน ถ้ามีระบบ CRM ก็ใช้ status ในระบบเป็น reference

Cost Per Closed Chat ที่ดีคือต่ำที่สุด ถูกไหม

ต่ำที่สุดไม่ได้ดีที่สุดเสมอ เพราะถ้าต่ำมากโดยที่ AOV ต่ำด้วย margin อาจไม่พอ และถ้าพยายามลด Cost Per Closed Chat โดยการลด targeting คุณอาจได้ลูกค้าที่ CLV ต่ำกว่าเดิม ควรดูคู่กับ AOV และ CLV เสมอ

วัด Cost Per Closed Chat แยกตาม product category ได้ไหม

ได้และแนะนำอย่างยิ่ง เพราะสินค้าต่าง category มี Chat-to-Sale Rate ต่างกัน ถ้าดูรวมกันคุณอาจมองไม่เห็นว่า category ไหนดึง traffic ที่ไม่ convert มาเจือจางตัวเลขรวมอยู่

ใช้ Cost Per Closed Chat ในการตั้ง budget ได้ยังไง

ถ้ารู้ Cost Per Closed Chat เป้าหมาย เช่น ไม่เกิน 300 บาท และรู้ว่า Chat-to-Sale Rate เฉลี่ยอยู่ที่ 25% คุณคำนวณได้ว่า Cost Per Message ที่ยอมรับได้คือ 300 × 25% = 75 บาท แล้วตั้ง bid cap ให้ไม่เกินนั้น

รู้ว่าโฆษณาเข้า LINE ทำยอดขายจริงแค่ไหน

linli ติดตามลูกค้าตั้งแต่คลิกโฆษณา กดเพิ่มเพื่อน ทักแชท จนปิดการขาย พร้อมส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มโฆษณา เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

วิเคราะห์ Drop-off Rate ลูกค้าหายไปตรงไหนระหว่างเห็นแอด กดลิงก์ และทักแชท

วิเคราะห์ Drop-off Rate ลูกค้าหายไปตรงไหนระหว่างเห็นแอด กดลิงก์ และทักแชท

เดือนนี้แอดมีคนเห็น 20,000 ครั้ง คลิก 800 แต่ทักแชทแค่ 90 คน เงินหายไปตรงไหนกันแน่ บทความนี้ไล่เลขทีละขั้นแบบที่ผมทำจริงกับลูกค้า
ผลกระทบของ Response Time (ความเร็วในการตอบแชท) ต่อ Conversion Rate

ผลกระทบของ Response Time (ความเร็วในการตอบแชท) ต่อ Conversion Rate

ลูกค้าที่ทักมาตอนกำลังสนใจ ถ้าตอบช้าไปแม้ไม่กี่สิบนาทีก็หลุดไปง่าย บทความนี้อธิบายว่าทำไมความเร็วในการตอบถึงส่งผลต่อยอดขาย วิธีวัดจริง และสิ่งที่ทำได้เมื่อข้อมูลบอกว่าตอบช้าเกินไป
วิธีวิเคราะห์ Customer Lifetime Value (CLV) ของลูกค้าที่ได้มาจาก Ads

วิธีวิเคราะห์ Customer Lifetime Value (CLV) ของลูกค้าที่ได้มาจาก Ads

CLV เปลี่ยนมุมมองการวัดความคุ้มค่าโฆษณา บทความนี้อธิบายวิธีคำนวณ CLV และนำมาใช้กับธุรกิจที่ขายและซื้อซ้ำผ่าน LINE