← กลับไปหน้าบทความ
LINE Tracking

Attribution Window: ลูกค้าใช้เวลานานแค่ไหนก่อนทักและซื้อใน LINE?

02 ส.ค. 04:08 · อ่าน 2 นาที
Attribution Window: ลูกค้าใช้เวลานานแค่ไหนก่อนทักและซื้อใน LINE?

สรุปสั้น ๆ

Attribution window คือจำนวนวันหลังจากที่ลูกค้าคลิกหรือเห็นโฆษณา ที่ระบบยังนับ conversion ให้แคมเปญนั้น ธุรกิจที่ขายผ่าน LINE มักมี sales cycle ยาวกว่าเว็บ e-commerce เพราะผ่านการสนทนา ดังนั้นควรตั้ง window ให้สะท้อนพฤติกรรมจริงของลูกค้า

สมมติคุณตั้ง attribution window ไว้ที่ 7 วัน แต่ลูกค้าคุณโดยเฉลี่ยทักมาถามราคาวันจันทร์แล้วโอนเงินวันจันทร์ถัดไป คุณก็เพิ่งตกหล่นยอดขายทั้งหมดที่ใช้เวลาเกิน 7 วันออกจากการนับของแคมเปญนั้น ผลคือ ROAS ที่รายงานออกมาต่ำกว่าความเป็นจริง

ปัญหานี้พบบ่อยในธุรกิจที่ปิดการขายในแชท เพราะการขายผ่านการสนทนาใช้เวลายาวกว่าการกดซื้อเองบนเว็บ แต่แพลตฟอร์มโฆษณามักตั้ง default window ที่ออกแบบมาสำหรับ e-commerce ปกติ ไม่ใช่สำหรับ chat-based sales

Attribution Window คืออะไรกันแน่

ลองนึกภาพว่า attribution window เป็นเหมือนนาฬิกาที่เริ่มจับเวลาทันทีที่ลูกค้าคลิกหรือเห็นโฆษณาของคุณ ตลอดช่วงเวลาที่นาฬิกายังเดินอยู่ ถ้าลูกค้าทำ conversion แคมเปญนั้นจะได้รับเครดิต พอเวลาหมด ถ้าลูกค้ายังไม่ซื้อ แคมเปญก็ไม่ได้รับเครดิต แม้ว่าโฆษณานั้นจะเป็นสิ่งที่ทำให้เขาตัดสินใจก็ตาม

โดยทั่วไป window แบ่งเป็นสองประเภท: click-through window (นับจากวันที่คลิก) และ view-through window (นับจากวันที่เห็นโฆษณาโดยไม่คลิก) แต่ละแพลตฟอร์มตั้ง default ต่างกัน Google Ads default อยู่ที่ 30 วันสำหรับ click, Meta default ที่ 7 วัน

Sales Cycle ของธุรกิจที่ขายผ่าน LINE

ความแตกต่างสำคัญระหว่าง e-commerce กับการขายผ่าน LINE คือ e-commerce ลูกค้ากดซื้อเองได้ทันที แต่ LINE ต้องผ่านการสนทนาที่มีระยะเวลา สินค้าราคาสูงอย่างคอร์สออนไลน์หลักหมื่น หรือสินค้า B2B อาจใช้เวลาตัดสินใจ 14-30 วันตั้งแต่ทักครั้งแรก

ตัวอย่างที่เห็นบ่อยในสินค้าประเภทต่าง ๆ (ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างประมาณการ ไม่ใช่สถิติทางการ): สินค้าอุปโภคราคาต่ำกว่า 500 บาท มักตัดสินใจภายใน 1-3 วัน สินค้าสุขภาพและความงาม 3-10 วัน คอร์สออนไลน์และบริการ 7-21 วัน สินค้า B2B หรือที่ปรึกษา 14-45 วัน

วัด Sales Cycle จริงของธุรกิจคุณ

ก่อนตั้ง window ให้วัดก่อนว่าลูกค้าคุณใช้เวลาเท่าไหร่ วิธีง่ายคือดูข้อมูลย้อนหลัง 2-3 เดือน นับจากวันที่ลูกค้าทักมาครั้งแรกถึงวันที่โอนเงิน แล้วคำนวณว่ากี่เปอร์เซ็นต์ของยอดขายเกิดขึ้นใน 7 วัน กี่เปอร์เซ็นต์ใน 14 วัน และกี่เปอร์เซ็นต์ใน 30 วัน

ถ้าพบว่า 80% ของยอดขายเกิดใน 14 วัน window ที่ 14-21 วันน่าจะเหมาะกว่า 7 วัน ข้อมูลนี้ยังช่วยให้คุณรู้ว่าควรตาม followup ลูกค้าที่ยังไม่ซื้อในช่วงไหน ลองดูบทความเรื่อง การวาง followup sequence ใน LINE เพื่อวางแผนการติดตามให้สอดคล้องกับ window

แนะนำการตั้ง Window ตามประเภทธุรกิจ

ประเภทธุรกิจClick Window แนะนำView Window แนะนำ
สินค้าอุปโภคราคาต่ำ7 วัน1 วัน
สินค้าสุขภาพ/ความงาม14-21 วัน3-7 วัน
คอร์ส/บริการ30 วัน7-14 วัน
B2B/ที่ปรึกษา45-60 วัน14-30 วัน

ระวัง Double Counting เมื่อใช้หลายแพลตฟอร์ม

เมื่อใช้ Google Ads และ Meta พร้อมกัน และทั้งคู่ตั้ง window ยาว ลูกค้าคนเดียวกันอาจถูกนับเป็น conversion ในทั้งสองแพลตฟอร์ม เพราะเขาอาจเห็นโฆษณาของทั้งคู่ก่อนโอนเงิน ดังนั้น ROAS รวมที่ได้จากการบวกตัวเลขสองแพลตฟอร์มจะสูงเกินความเป็นจริง

วิธีป้องกันคือเปรียบเทียบ conversion ที่แพลตฟอร์มรายงานกับยอดขายจริงในบัญชีอยู่เสมอ ถ้าตัวเลขต่างกันมากกว่า 30% ควรตรวจว่ามี window ที่ overlap กันอยู่หรือไม่ และปรับให้ view-through window สั้นกว่า click-through window เสมอ

สรุป

การตั้ง attribution window ไม่มีคำตอบเดียวที่ถูกสำหรับทุกธุรกิจ คำตอบที่ดีที่สุดมาจากการวัด sales cycle จริงของลูกค้าคุณเอง แล้วตั้ง window ให้ครอบคลุมช่วงเวลาที่ยอดขายส่วนใหญ่เกิดขึ้น

สิ่งที่แน่นอนคือการใช้ default window ของแพลตฟอร์มโดยไม่ปรับมักทำให้ประเมิน performance ต่ำเกินไป โดยเฉพาะธุรกิจที่ปิดการขายในแชทซึ่งใช้เวลาในการตัดสินใจยาวกว่าการซื้อบนเว็บปกติ

  • วัด sales cycle จริงก่อนตั้ง window อย่าใช้แค่ default
  • Click window ควรยาวกว่า view window เสมอ
  • เปรียบเทียบกับยอดขายจริงเป็นประจำเพื่อตรวจ double counting

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าไม่รู้ว่า sales cycle ยาวแค่ไหน ควรตั้ง window ที่เท่าไหร่ก่อน

เริ่มที่ 14 วัน click-through เป็น baseline ระหว่างนี้เก็บข้อมูลว่าแต่ละออร์เดอร์ใช้เวลากี่วันตั้งแต่ทักครั้งแรกถึงโอนเงิน ค่อยปรับ window ให้ครอบคลุม 80% ของยอดขายจริง

View-through window ควรตั้งนานแค่ไหนสำหรับโฆษณาบน Meta

สำหรับธุรกิจที่ขายผ่าน LINE แนะนำให้ตั้ง view-through window ให้สั้น เช่น 1-3 วัน เพราะลูกค้าที่แค่เห็นโฆษณาแต่ไม่คลิกมีโอกาสน้อยกว่าที่จะโอนเงินในแชทของคุณโดยตรง ถ้าตั้งนานเกินจะ inflate ตัวเลข conversion เกินจริง

แพลตฟอร์มต่างกัน default window ต่างกัน ควรปรับให้เหมือนกันไหม

ถ้าต้องการเปรียบเทียบ performance ระหว่างแพลตฟอร์มอย่างยุติธรรม ควรตั้ง window ให้เหมือนกัน เช่น 14 วัน click-through ทุกแพลตฟอร์ม เพราะถ้า window ต่างกัน ตัวเลข ROAS ที่ออกมาจะ compare กันไม่ได้

หลังปรับ window แล้ว ตัวเลข ROAS จะขึ้นหรือลง

ถ้าปรับให้ยาวขึ้นและ window เดิมสั้นเกินไป ROAS จะขึ้น เพราะตอนนี้นับยอดขายที่ตกหล่นไปด้วย แต่ถ้าปรับให้สั้นลงและเดิมนาน เกินไป ROAS อาจลงเพราะตัดยอดที่ควรจะ attribute ออก สิ่งที่ต้องทำคือเปรียบเทียบกับยอดขายจริงในบัญชีเสมอเพื่อดูว่าตัวเลขไหนแม่นกว่า

ธุรกิจที่ขายซ้ำบ่อย เช่น สินค้าซื้อรายเดือน ควรจัดการ window ยังไง

ควรแยก window สำหรับลูกค้าใหม่และลูกค้าเก่า สำหรับลูกค้าใหม่ตั้ง window ตามปกติ แต่สำหรับการซื้อซ้ำของลูกค้าเก่าควรใช้ระบบ CRM tracking แยกต่างหากเพื่อไม่ให้นับเป็น conversion จากโฆษณาทุกครั้ง เพราะลูกค้าเก่าที่ซื้อซ้ำอาจไม่ได้มาจากโฆษณาครั้งนั้น

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง