← กลับไปหน้าบทความ
LINE Tracking

5 เมตริก (Metrics) ทองคำ ที่นักการตลาดต้องดูเมื่อยิงแอดเข้า LINE

02 ส.ค. 04:07 · อ่าน 2 นาที
5 เมตริก (Metrics) ทองคำ ที่นักการตลาดต้องดูเมื่อยิงแอดเข้า LINE

สรุปสั้น ๆ

5 เมตริกที่สำคัญจริงเมื่อยิงแอดเข้า LINE ได้แก่ Cost Per Add Friend, Cost Per Qualified Chat, Chat-to-Sale Rate, Revenue Per Conversation และ ROAS จริง (จากยอดโอนในแชท) ไม่ใช่ยอดคลิกหน้า Landing

สองปีก่อนผมนั่งดูรีพอร์ตให้ลูกค้ารายหนึ่งที่ขายคอร์สออนไลน์ ตัวเลขหน้าจอ Google Ads สวยมาก CPC ต่ำ CTR สูง แต่พอถามว่าเดือนที่แล้วปิดการขายได้กี่คน เขาตอบไม่ได้ รู้แค่ว่า 'มีคนทักเข้ามาเยอะ' นั่นคือปัญหา เพราะเมตริกที่เขาดูอยู่วัดแค่ประตูทางเข้า ไม่ได้วัดว่ามีคนซื้อจริงไหม

โฆษณาที่นำคนเข้า LINE มีลักษณะพิเศษตรงที่ funnel ไม่ได้จบที่คลิก มันจบที่บทสนทนาในแชทที่อาจยาวหลายวัน ดังนั้นเมตริกที่ใช้วัดต้องเดินตามลูกค้าไปให้ถึงจุดนั้นด้วย ไม่งั้นคุณกำลังนับแต่ว่ามีคนเดินเข้าร้านกี่คน โดยไม่เคยนับว่าซื้ออะไรกลับบ้านบ้าง

1. Cost Per Add Friend — ต้นทุนแรกที่ต้องรู้

Cost Per Add Friend คือเงินที่จ่ายไปเพื่อให้คนหนึ่งคนกดเพิ่มเพื่อน LINE OA ของคุณ คำนวณง่ายคือค่าแอดทั้งหมดหารด้วยจำนวนคนที่เพิ่มเพื่อนในช่วงนั้น ตัวเลขนี้สำคัญในแง่ที่มันเป็น 'ต้นทุนเข้า' ก่อนที่ใคร ๆ จะพิมพ์ทักมาสักคำ

แต่ระวังอย่าหยุดที่ตัวนี้ เพราะ Add Friend ไม่ได้แปลว่าทัก และทักไม่ได้แปลว่าซื้อ คนที่กด Add Friend แล้วเงียบตลอดชีวิตมีอยู่เยอะมาก ถ้าคุณดูแต่ตัวนี้คุณจะเข้าใจผิดว่าแคมเปญทำงานได้ดีทั้งที่จริงแล้วได้แค่ยอด Follower ที่ไม่ซื้อ

2. Cost Per Qualified Chat — คนทักที่มีแนวโน้มซื้อจริง

Qualified Chat หมายถึงบทสนทนาที่มีสัญญาณซื้อชัดเจน เช่น ถามราคา ถามวิธีสั่ง ถามว่ามีสต็อกไหม ไม่ใช่แค่ทักมาว่า 'สวัสดีค่ะ' แล้วเงียบ การแยกสองกลุ่มนี้ออกจากกันทำให้รู้ว่าโฆษณาดึงคนที่ 'พร้อมซื้อ' มาได้จริงหรือแค่ดึงคนที่อยากรู้อยากเห็นมา

วิธีง่าย ๆ คือให้แอดมินแท็กบทสนทนาว่า Qualified หรือ Not Qualified ทุกวัน แล้วเอาตัวเลขนี้มาหารค่าแอด ถ้า Cost Per Qualified Chat ของคุณสูงขึ้นทุกเดือนทั้งที่ค่าแอดเท่าเดิม นั่นคือสัญญาณว่า creative หรือ targeting เริ่มเสื่อมคุณภาพแล้ว

3. Chat-to-Sale Rate — อัตราแชทที่จบด้วยการขาย

เมตริกนี้วัดว่าจากบทสนทนาทั้งหมดที่เกิดขึ้น กี่เปอร์เซ็นต์ที่จบด้วยการโอนเงิน ถ้า Chat-to-Sale Rate ของคุณอยู่ที่ 20% หมายความว่าทุก 5 คนที่ทักมา คุณปิดได้ 1 คน

ตัวเลขนี้บอกสุขภาพของทีมขายในแชทมากกว่าสุขภาพของโฆษณา ถ้า Cost Per Qualified Chat ต่ำแต่ Chat-to-Sale Rate ก็ต่ำตาม ปัญหาอยู่ที่การสนทนา ไม่ใช่ที่โฆษณา ลองดูว่าแอดมินตอบช้าเกินไปไหม หรือสคริปต์ตอบคำถามที่ลูกค้าถามบ่อยที่สุดได้ดีพอไหม

4. Revenue Per Conversation — รายได้เฉลี่ยต่อบทสนทนา

นำรายได้ทั้งหมดในช่วงเวลาหนึ่งมาหารด้วยจำนวนบทสนทนาในช่วงเดียวกัน ได้ตัวเลขที่บอกว่าโดยเฉลี่ยแล้วแต่ละแชทสร้างเงินให้คุณกี่บาท ตัวเลขนี้มีประโยชน์มากตอนที่คุณต้องตัดสินใจว่าจะลงทุนกับระบบ CRM หรือเครื่องมือ automation คุ้มไหม เพราะถ้า Revenue Per Conversation ของคุณสูง แม้แต่การลงทุนเพื่อเพิ่ม conversion 5% ก็คุ้มมาก

5. ROAS จริงจากยอดโอน — ไม่ใช่ยอดคลิก

ROAS ที่แพลตฟอร์มรายงานให้คุณนั้นคำนวณจาก conversion ที่แพลตฟอร์มเองนับได้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการคลิกหรือการกรอกฟอร์ม ไม่ใช่การโอนเงินในแชท LINE ดังนั้น ROAS ที่คุณต้องคำนวณเองคือ ยอดโอนจริงที่แอดมินยืนยันว่ามาจากแอดแต่ละตัว หารด้วยค่าแอดของแคมเปญนั้น

วิธีง่ายที่สุดคือให้ลูกค้าแจ้งที่มาตอนชำระเงิน เช่น ถามว่า 'รู้จักเราจากช่องทางไหนคะ' หรือดักจาก UTM ที่ลิงก์ LINE OA ของแต่ละแคมเปญ ถ้าต้องการวัดอัตโนมัติมากขึ้น เครื่องมืออย่าง server-to-server tracking ช่วยส่งข้อมูลยอดขายจริงกลับไปให้แพลตฟอร์มโดยไม่ต้องนับเอง

ดู 5 ตัวพร้อมกัน เห็นภาพทั้ง funnel

เมตริกวัดอะไรถ้าตัวเลขแย่ ดูที่ไหน
Cost Per Add Friendต้นทุนดึงคนเข้า LINE OATargeting / Creative
Cost Per Qualified Chatต้นทุนได้คนพร้อมซื้อLanding page / Welcome message
Chat-to-Sale Rateประสิทธิภาพแอดมินสคริปต์ / Response time
Revenue Per Conversationมูลค่าเฉลี่ยต่อแชทUpsell / Product mix
ROAS จริงผลตอบแทนรวมต่องบโฆษณาทั้งหมดข้างต้น

เริ่มจากตัวไหนก่อนถ้ายังไม่เคยวัดเลย

ถ้าตอนนี้คุณไม่ได้วัดอะไรเลย แนะนำให้เริ่มจาก Chat-to-Sale Rate ก่อน เพราะวัดได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทุนเครื่องมืออะไรเพิ่ม แค่ให้แอดมินแท็กทุกแชทว่าปิดการขายได้หรือไม่ แล้วนับในช่วง 2 สัปดาห์ คุณจะรู้ทันทีว่าปัญหาหลักอยู่ที่ต้นน้ำ (การดึงคนมา) หรือปลายน้ำ (การสนทนา) ซึ่งนำไปสู่การแก้ปัญหาได้ตรงจุดกว่าการดูแต่ CPM และ CTR

เมื่อมีข้อมูลเพิ่มขึ้น ค่อยต่อท่อไปยัง การ attribution ยอดขายให้แต่ละแคมเปญ เพื่อให้เห็นภาพครบว่าเงินแต่ละบาทไปสร้างผลที่ขั้นตอนไหนของ funnel

สรุป

5 เมตริกนี้ทำงานเป็นชุด ไม่มีตัวไหนบอกภาพครบคนเดียว Cost Per Add Friend บอกต้นทุนเข้า Qualified Chat บอกคุณภาพคนที่เข้ามา Chat-to-Sale Rate บอกประสิทธิภาพทีมขาย Revenue Per Conversation บอกมูลค่า และ ROAS จริงดึงทุกอย่างมารวมเป็นคำตอบว่าแคมเปญทำเงินให้คุณจริงไหม

เริ่มวัดวันนี้แม้จะยังไม่สมบูรณ์ก็ดีกว่ารอจนพร้อมทุกอย่าง ข้อมูลดิบที่ได้จาก 2 สัปดาห์แรกจะบอกคุณเองว่าขั้นตอนไหนควรลงทุนเพิ่ม

  • อย่าหยุดที่ CPM หรือ CPC — วัดให้ถึงยอดโอนจริงในแชท
  • Chat-to-Sale Rate คือตัวที่เริ่มวัดได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทุนเครื่องมือ
  • ROAS จริงมักต่ำกว่าที่แพลตฟอร์มรายงาน — ต้องคำนวณเองจากยอดโอน

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าขายหลายสินค้าควรแยกวัด 5 เมตริกนี้ต่อสินค้าหรือดูรวมกัน

ควรแยก เพราะสินค้าที่ราคาต่างกันมาก Chat-to-Sale Rate จะต่างกันตามธรรมชาติ ถ้าดูรวมกันแล้วค่าเฉลี่ยออกมาปานกลางคุณจะไม่รู้ว่ามีสินค้าตัวไหนที่ดึงแต่คนไม่ซื้อมาเจือจางตัวเลขอยู่

Cost Per Add Friend ที่ดีควรอยู่ที่เท่าไหร่

ขึ้นอยู่กับ margin ของสินค้าและ Chat-to-Sale Rate ของคุณมากกว่า ถ้าขายสินค้า margin สูงและปิดได้บ่อย Cost Per Add Friend ที่ 100-200 บาทก็ยังคุ้ม แต่ถ้า margin บางและปิดได้น้อย แม้แต่ 30 บาทก็อาจแพงเกินไป ตัวเลขนี้ต้องดูคู่กับ Revenue Per Conversation เสมอ

วัด Chat-to-Sale Rate ยังไงให้แม่น ถ้าลูกค้าทักวันนี้แต่โอนอีกสองสัปดาห์ต่อมา

ใช้วันที่โอนเงินเป็นตัวตั้งแทนวันที่ทัก แล้วย้อนกลับไปหาว่าแชทนั้นเริ่มต้นจากแคมเปญไหน วิธีนี้ทำให้ตัวเลขแม่นกว่าการนับแบบ real-time แต่ต้องรอผลนานกว่าหน่อย

ROAS ที่แพลตฟอร์มบอกกับ ROAS จริงต่างกันมากแค่ไหน

จากตัวอย่างที่เห็นบ่อย ตัวเลขในแพลตฟอร์มมักสูงกว่า ROAS จริง 30-60% เพราะแพลตฟอร์มนับ conversion ที่เกิดในหน้าเว็บได้ แต่ไม่เห็นยอดโอนที่เกิดในแชท LINE จริง

ถ้าไม่มีทีม tech จะ track ยอดโอนกลับมาให้แคมเปญได้ยังไง

วิธีง่ายที่สุดคือให้แอดมินบันทึกแหล่งที่มาของลูกค้าทุกคนที่โอนเงิน โดยถามตอนสนทนาหรือดูจาก UTM ที่ลิงก์เข้า LINE OA ไม่สมบูรณ์แบบแต่ดีกว่าไม่มีข้อมูลเลย

Revenue Per Conversation ต่ำมากจะแก้ยังไง

ตรวจดูก่อนว่าต่ำเพราะ Chat-to-Sale Rate ต่ำ หรือเพราะ Average Order Value ต่ำ ถ้าเป็นอย่างแรกแก้ที่สคริปต์แอดมิน ถ้าเป็นอย่างหลังลอง upsell หรือ bundle สินค้าในแชท

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง