← กลับไปหน้าบทความ
LINE Tracking

ค่า ROAS ที่ดีสำหรับการยิงแอดเข้า LINE ควรอยู่ที่เท่าไหร่?

ทีมบรรณาธิการ linli03 ก.ค. 09:55อัปเดต 03 ก.ค. 09:55อ่าน 2 นาที
ค่า ROAS ที่ดีสำหรับการยิงแอดเข้า LINE ควรอยู่ที่เท่าไหร่?
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

ROAS ที่ดีไม่ใช่ตัวเลขตายตัวที่ใช้ได้กับทุกธุรกิจ เพราะขึ้นกับ margin ของสินค้าและต้นทุนแฝงที่แต่ละร้านไม่เท่ากัน วิธีที่ถูกต้องคือคำนวณ Break-even ROAS ของตัวเองก่อน แล้วตั้งเป้าให้สูงกว่านั้นพอมีกำไรเหลือ ไม่ใช่ไปลอกตัวเลขจากเพจหรือกลุ่มเฟซบุ๊ก

มีแอดมินเพจหนึ่งทักมาถามผมว่า ‘พี่ครับ ROAS 3 นี่ถือว่าดีไหม’ ผมถามกลับว่าสินค้าคุณ margin เท่าไหร่ เขาตอบไม่ได้ ผมเลยรู้ทันทีว่าคำถามนี้ตอบไม่ได้ตรง ๆ จนกว่าจะรู้ตัวเลขนี้ก่อน

หลายคนไปเจอตัวเลข ROAS ที่คนอื่นแชร์ในกลุ่มเฟซบุ๊กว่า ‘ต้องได้ ROAS 5 ขึ้นไปถึงจะเรียกว่าดี’ แล้วเอามาเป็นมาตรฐานตัวเอง ทั้งที่ธุรกิจที่แชร์ตัวเลขนั้นอาจขายสินค้าที่ margin สูงกว่าธุรกิจคุณหลายเท่า

บทความนี้จะพาคำนวณ ROAS เป้าหมายของธุรกิจตัวเองแบบเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อให้เลิกถามว่า ‘คนอื่นได้เท่าไหร่’ แล้วหันมาถามว่า ‘ธุรกิจฉันต้องได้เท่าไหร่ถึงอยู่รอด’

ทำไมตัวเลขที่คนอื่นบอกถึงใช้กับธุรกิจคุณไม่ได้

ลองนึกภาพสองร้าน ร้านแรกขายเสื้อผ้าราคา 500 บาท ต้นทุนสินค้า 200 บาท margin คือ 300 บาทหรือ 60% ส่วนร้านที่สองขายคอร์สออนไลน์ราคา 5,000 บาท ต้นทุนการผลิตแทบไม่มี margin เกือบ 90%

ถ้าทั้งสองร้านตั้งเป้า ROAS 3 เท่ากัน ร้านแรกอาจขาดทุนเพราะกำไรที่ได้ไม่พอจ่ายค่าโฆษณากับต้นทุนอื่น ในขณะที่ร้านที่สอง ROAS 3 อาจได้กำไรมหาศาลเพราะต้นทุนต่ำมาก นี่คือเหตุผลว่าทำไมตัวเลขเดียวถึงใช้เป็นมาตรฐานกลางไม่ได้

หา Break-even ROAS ของตัวเองก่อนตั้งเป้า

  1. หา Gross Margin เป็นเปอร์เซ็นต์ก่อน คือ (ราคาขาย − ต้นทุนสินค้า) ÷ ราคาขาย เช่น ขาย 1,000 ต้นทุน 600 จะได้ margin 40%
  2. คำนวณ Break-even ROAS จากสูตร 1 ÷ Gross Margin เช่น margin 40% จะได้ Break-even ROAS = 1 ÷ 0.4 = 2.5 หมายความว่าต้องได้ ROAS อย่างน้อย 2.5 ถึงจะเท่าทุน ยังไม่มีกำไร
  3. บวกต้นทุนแฝงเข้าไปอีกชั้น เช่น ค่าแพ็ก ค่าส่ง ค่าคอมมิชชั่นแอดมิน แล้วคำนวณ margin จริงใหม่อีกรอบ ตัวเลข Break-even ที่แท้จริงมักสูงกว่าที่คำนวณแบบหยาบ ๆ ในขั้นแรกเสมอ
  4. ตั้งเป้า ROAS ให้สูงกว่า Break-even จริงอย่างน้อย 30-50% เพื่อให้เหลือกำไรสุทธิหลังหักทุกอย่าง ไม่ใช่แค่เท่าทุนพอดี

ตัวอย่างการคำนวณจากเคสสมมติ 3 ธุรกิจ

ลองดูตารางนี้เพื่อเห็นว่าทำไม ROAS เป้าหมายของแต่ละธุรกิจถึงต่างกันได้มาก แม้จะขายในราคาใกล้เคียงกัน

ธุรกิจ (ตัวอย่าง)Gross MarginBreak-even ROASเป้าที่ควรตั้ง
ร้านขายเครื่องสำอาง45%2.23.0 ขึ้นไป
คลินิกความงาม (คอร์สทรีตเมนต์)70%1.42.0 ขึ้นไป
ร้านขายเฟอร์นิเจอร์ไม้สั่งทำ25%4.05.0 ขึ้นไป

ต้นทุนแฝงที่คนมักลืมใส่ในสมการ

  • ค่าคอมมิชชั่นแอดมินหรือเซลส์ปิดการขาย — ถ้าจ่ายเป็น % ของยอด ต้องหักออกจาก margin ก่อนคำนวณ ไม่ใช่หักหลังคำนวณเสร็จ
  • ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มชำระเงินหรือค่าธรรมเนียมมาร์เก็ตเพลส — เล็กน้อยต่อออเดอร์แต่สะสมทั้งเดือนมีนัยสำคัญ
  • ของคืน/เคลม — ธุรกิจที่มีอัตราคืนสินค้าสูงต้องหักเปอร์เซ็นต์นี้ออกจากรายได้ที่ใช้คำนวณ ROAS จริงด้วย
  • เวลาทีมงานที่ใช้ตอบแชท — ไม่ใช่ต้นทุนที่เห็นในใบเสร็จ แต่เป็นต้นทุนจริงที่ควรพิจารณาเวลาประเมินความคุ้มค่ารวม

เข้าใจผิดบ่อยเรื่อง ROAS เป้าหมาย

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือคิดว่า ROAS สูงเท่ากับกำไรเยอะเสมอ ทั้งที่ถ้า margin ต่ำ ROAS 5 ก็อาจได้กำไรน้อยกว่าธุรกิจ margin สูงที่ ROAS แค่ 2 เพราะฉะนั้นเวลาเทียบผลงานระหว่างแคมเปญหรือสินค้าคนละตัว ต้องเทียบผ่านกำไรสุทธิ ไม่ใช่ตัวเลข ROAS ดิบ ๆ

อีกจุดที่พลาดกันบ่อยคือตั้งเป้า ROAS ครั้งเดียวแล้วใช้ตลอดปี ทั้งที่ต้นทุนสินค้า ค่าขนส่ง หรือค่าคอมมิชชั่นอาจเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ควรคำนวณ Break-even ใหม่ทุกไตรมาสอย่างน้อย เพื่อให้เป้าหมายตามทันต้นทุนจริง

สรุป

คำถามที่ควรถามไม่ใช่ ‘ROAS เท่าไหร่ถึงดี’ แต่ควรเป็น ‘ธุรกิจของฉัน margin เท่าไหร่ แล้วต้องได้ ROAS เท่าไหร่ถึงอยู่รอด’ เพราะตัวเลขที่คนอื่นแชร์กันมาไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับต้นทุนของธุรกิจคุณเลย

ลองใช้เวลาสักครึ่งชั่วโมงคำนวณ Break-even ROAS ของตัวเองตามขั้นตอนในบทความนี้ แล้วเทียบกับ ROAS ที่ทำได้จริงตอนนี้ คุณจะรู้ทันทีว่าธุรกิจกำลังขาดทุน เท่าทุน หรือมีกำไรเหลือแค่ไหนต่อทุกบาทที่จ่ายค่าโฆษณา

  • ROAS ที่ดีขึ้นกับ Gross Margin ของสินค้า ไม่ใช่ตัวเลขตายตัวข้ามธุรกิจ
  • คำนวณ Break-even ROAS ก่อน แล้วตั้งเป้าให้สูงกว่านั้นพอมีกำไรเหลือ
  • อย่าลืมบวกต้นทุนแฝงอย่างค่าคอมมิชชั่นและของคืนเข้าไปในสมการด้วย

คำถามที่พบบ่อย

ROAS เท่าไหร่ถึงเรียกว่าดีสำหรับธุรกิจทั่วไป

ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกธุรกิจ ต้องคำนวณ Break-even ROAS จาก Gross Margin ของตัวเองก่อน แล้วตั้งเป้าให้สูงกว่านั้นพอมีกำไรเหลือ

ถ้า Gross Margin สูงมาก แปลว่าตั้งเป้า ROAS ต่ำได้เลยไหม

ได้ในทางทฤษฎี แต่ควรเผื่อพื้นที่สำหรับต้นทุนแฝงและความผันผวนของราคาโฆษณาด้วย ไม่ควรตั้งเป้าให้เท่ากับ Break-even พอดีเพราะไม่มีพื้นที่หายใจเลย

ROAS กับ ROI ต่างกันยังไง

ROAS คำนวณจากรายได้หารด้วยค่าโฆษณาอย่างเดียว ส่วน ROI คำนวณจากกำไรสุทธิหลังหักต้นทุนทุกอย่างหารด้วยเงินลงทุน ROAS จึงเป็นตัวเลขที่ดูง่ายกว่าแต่ไม่ได้บอกกำไรจริงเหมือน ROI

ทำไมสองแคมเปญที่ ROAS เท่ากันถึงให้กำไรไม่เท่ากัน

เพราะสินค้าที่ขายในแต่ละแคมเปญอาจมี margin ต่างกัน ROAS ที่เท่ากันแต่ margin ต่างกันจะให้กำไรสุทธิไม่เท่ากันเสมอ

ควรคำนวณ Break-even ROAS ใหม่บ่อยแค่ไหน

อย่างน้อยทุกไตรมาส หรือทุกครั้งที่ต้นทุนสินค้า ค่าขนส่ง หรือค่าคอมมิชชั่นเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ เพราะเป้าหมายที่คำนวณจากต้นทุนเก่าอาจไม่สะท้อนความจริงแล้ว

ต้องรู้ยอดขายที่มาจากแชท LINE แม่นแค่ไหนถึงจะคำนวณ ROAS ได้

ยิ่งแม่นยิ่งดี เพราะถ้ายังต้องกะเอาว่าออเดอร์ไหนมาจากแอดตัวไหน ตัวเลข ROAS ที่ได้จะเป็นแค่การประมาณ ควรผูกยอดขายในแชทกลับไปยังแคมเปญต้นทางให้ชัดเจนที่สุดเท่าที่ทำได้

ลองตรวจด้วยตัวเอง

เครื่องคำนวณ ROI โฆษณาเข้า LINE

ใส่งบโฆษณากับตัวเลข Funnel ของคุณ แล้วดู ROAS, ROI และต้นทุนต่อลูกค้าจริง

คำนวณ ROI ฟรี

ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก

รู้ว่าโฆษณาเข้า LINE ทำยอดขายจริงแค่ไหน

linli ติดตามลูกค้าตั้งแต่คลิกโฆษณา กดเพิ่มเพื่อน ทักแชท จนปิดการขาย พร้อมส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มโฆษณา เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทำ Offline-to-Online Tracking ด้วยการสแกน LINE QR Code จากสื่อออฟไลน์

ทำ Offline-to-Online Tracking ด้วยการสแกน LINE QR Code จากสื่อออฟไลน์

ป้าย โบรชัวร์ หรือหน้าร้านก็วัดผลได้ถ้าใช้ QR Code ที่ติด tracking ไว้ บทความนี้อธิบายหลักการ ตัวอย่างการนำไปใช้จริง และวิธีวัดว่าสื่อออฟไลน์ชิ้นไหนนำมาซึ่งยอดขายจริง
วิธีคำนวณ 'ต้นทุนต่อการแชทที่จบด้วยการขาย' (Cost Per Closed Chat)

วิธีคำนวณ 'ต้นทุนต่อการแชทที่จบด้วยการขาย' (Cost Per Closed Chat)

Cost Per Closed Chat สะท้อนความคุ้มค่าของแอดเข้า LINE ได้ดีกว่าต้นทุนต่อคนทักมาก บทความนี้อธิบายสูตรคำนวณ วิธีใช้ และจุดที่ต้องระวัง
วิเคราะห์ Drop-off Rate ลูกค้าหายไปตรงไหนระหว่างเห็นแอด กดลิงก์ และทักแชท

วิเคราะห์ Drop-off Rate ลูกค้าหายไปตรงไหนระหว่างเห็นแอด กดลิงก์ และทักแชท

เดือนนี้แอดมีคนเห็น 20,000 ครั้ง คลิก 800 แต่ทักแชทแค่ 90 คน เงินหายไปตรงไหนกันแน่ บทความนี้ไล่เลขทีละขั้นแบบที่ผมทำจริงกับลูกค้า