เลือกแพ็กเกจ LINE OA จากจำนวนข้อความที่ใช้จริง ไม่ใช่จากจำนวนเพื่อน
สรุปสั้น ๆ
เลือกแพ็กเกจจากจำนวนข้อความที่ใช้จริงต่อเดือนในช่วงพีค ไม่ใช่จากจำนวนเพื่อน เพราะข้อความที่นับคือผู้รับ คูณจำนวนบับเบิล คูณจำนวนครั้งที่ส่ง ให้ดึงสถิติสามเดือนย้อนหลัง พยากรณ์เดือนที่มีแคมเปญ เทียบต้นทุนรวมของแต่ละแพ็กเกจ แล้วตัดสินจากเดือนพีคที่เกิดขึ้นบ่อย ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย
สมมติร้านสองร้านมีเพื่อนเท่ากัน 3,000 คน ร้านแรกส่ง Broadcast เดือนละ 2 ครั้ง ครั้งละ 1 บับเบิล ร้านที่สองส่ง 4 ครั้ง ครั้งละ 2 บับเบิล ร้านแรกใช้ 6,000 ข้อความ ร้านที่สองใช้ 24,000 ข้อความ ต่างกันสี่เท่าทั้งที่ฐานเพื่อนเท่ากัน จำนวนเพื่อนจึงบอกไม่ได้ว่าควรอยู่แพ็กเกจไหน
บทความนี้พาคำนวณจากพฤติกรรมการส่งจริง ราคา โควต้า และกติกาส่วนเกินของแต่ละแพ็กเกจเปลี่ยนได้ ตัวเลขแพ็กเกจในบทความเป็นตัวอย่างสมมติทั้งหมด ให้ใส่ตัวเลขจริงจากหน้าแพ็กเกจของบัญชีคุณ และตรวจว่าแพ็กเกจของคุณส่งเกินโควต้าได้หรือหยุดส่งเมื่อเต็ม
ข้อความที่นับเท่ากับผู้รับ คูณบับเบิล คูณครั้งที่ส่ง
สูตรนี้ใช้ได้กับการส่งแบบ Broadcast ส่วนข้อความอัตโนมัติและข้อความจากระบบหลังบ้านนับเป็นรายครั้งที่ส่งออก กติกาละเอียด เช่น บับเบิลนับแยกหรือไม่ ข้อความตอบกลับนับหรือไม่ ผมไม่ยืนยันจากความจำ ให้ตรวจจากหน้าแพ็กเกจแล้วทดสอบด้วยการส่งจริงในปริมาณน้อย ดูว่ารายงานการใช้ข้อความขยับเท่าไหร่
ดึงข้อมูลจริงสามเดือนก่อนคำนวณ
- เปิดรายงานการใช้ข้อความในบัญชี LINE OA หรือดึงจากข้อมูลโควต้าและการใช้งานผ่าน API (ตรวจชื่อเมนูและ endpoint ล่าสุดในเอกสาร)
- แยกยอดตามประเภท ได้แก่ Broadcast ข้อความอัตโนมัติ และข้อความที่ระบบหลังบ้านส่ง
- แยกเดือนที่มีแคมเปญใหญ่ออกจากเดือนปกติ แล้วจดว่าวันที่ยอดพุ่งตรงกับกิจกรรมอะไร
- ถามทีมการตลาดถึงแผนสามเดือนข้างหน้า ได้แก่ จำนวนรอบ Broadcast จำนวนบับเบิล และเป้าหมายจำนวนเพื่อนที่จะเพิ่มจากแอด
เทียบต้นทุนรวมของแต่ละแพ็กเกจ
ตารางนี้ใช้แพ็กเกจสมมติสามขนาดและค่าส่วนเกินสมมติ 0.20 บาทต่อข้อความ หน่วยเป็นบาทต่อเดือน
| ข้อความที่ส่งต่อเดือน | เล็ก (500 บาท โควต้า 5,000) | กลาง (1,200 บาท โควต้า 15,000) | ใหญ่ (2,500 บาท โควต้า 40,000) |
|---|---|---|---|
| 4,000 | 500 | 1,200 | 2,500 |
| 12,000 | 1,900 | 1,200 | 2,500 |
| 18,000 | 3,100 | 1,800 | 2,500 |
| 22,000 | 3,900 | 2,600 | 2,500 |
หาจุดตัดระหว่างแพ็กเกจเองด้วยสมการเดียว
จุดที่แพ็กเกจกลางเริ่มถูกกว่าเล็ก คำนวณจาก 500 + 0.20 × (ข้อความ − 5,000) = 1,200 ได้ข้อความ 8,500 ส่วนจุดที่ใหญ่เริ่มถูกกว่ากลางมาจาก 1,200 + 0.20 × (ข้อความ − 15,000) = 2,500 ได้ 21,500 ข้อความ ตัวเลขสองตัวนี้คือเส้นแบ่งที่ควรจำ ไม่ต้องจำราคาทั้งตาราง
ข้อควรระวังคือถ้าแพ็กเกจจริงของคุณไม่ให้ส่งเกินโควต้า เส้นแบ่งจะเปลี่ยนเป็นเพดานแข็ง คุณต้องเลือกแพ็กเกจที่รองรับเดือนพีคทั้งหมด ไม่มีทางจ่ายส่วนเกินแล้วไปต่อ
เลือกจากเดือนพีค ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย
ค่าเฉลี่ยหกเดือนคือราว 10,800 ข้อความ ซึ่งชี้ไปที่แพ็กเกจกลาง แต่เดือนที่ 4 ใช้ 22,000 ถ้าอยู่แพ็กเกจกลางทั้งหกเดือน ต้นทุนรวมคือ 5 × 1,200 บวก (1,200 + 1,400 ส่วนเกิน) ได้ 8,600 บาท ถ้าอยู่แพ็กเกจใหญ่ตลอดคือ 15,000 บาท ถ้าสลับเป็นใหญ่เฉพาะเดือนพีค (เมื่อเงื่อนไขอนุญาตให้เปลี่ยนกลางรอบ) ได้ 8,500 บาท ต่างจากอยู่กลางตลอดแค่ 100 บาท จึงไม่คุ้มความยุ่งยาก
บทเรียนคือเดือนพีคเพียงเดือนเดียวไม่ควรลากทั้งปีไปที่แพ็กเกจใหญ่ และเดือนพีคก็ไม่ควรถูกมองข้ามเพราะค่าเฉลี่ยดูต่ำ ให้คำนวณต้นทุนรวมหกเดือนของแต่ละแพ็กเกจ แล้วเลือกตัวที่ถูกสุด
ปัจจัยที่ดันยอดข้อความโดยฐานเพื่อนไม่เปลี่ยน
- เพิ่มบับเบิลต่อครั้ง: เพิ่มจากหนึ่งเป็นสองก้อนอาจทำให้ยอดข้อความของรอบนั้นเป็นสองเท่า ถ้าการนับเป็นรายบับเบิล
- เพิ่มความถี่ Broadcast: ยอดข้อความโตตรงตัว และยอดบล็อกก็โตตาม ดูจุดสมดุลใน ความถี่ Broadcast กับยอดบล็อก
- ข้อความอัตโนมัติจากหลังบ้าน: เตือนชำระเงิน แจ้งสถานะจัดส่ง มักถูกลืมนับเพราะไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแคมเปญ
- แอดดึงเพื่อนเข้ามากลางเดือน: ฐานผู้รับโตทันที ทำให้ Broadcast รอบหลังของเดือนนั้นใช้ข้อความมากกว่าที่ตั้งไว้
ลดข้อความก่อนขยับแพ็กเกจ
ก่อนจ่ายแพ็กเกจที่ใหญ่ขึ้น ลองดูว่าข้อความไหนไม่จำเป็นต้องส่งหาทุกคน ข้อความที่ตอบได้ตอนลูกค้าทักมาเองให้ย้ายไปคุยแบบ 1:1 ซึ่งมีหลักตัดสินใจอยู่ใน คุย 1:1 กับยิง Broadcast ส่วนโปรโมชันที่เกี่ยวกับคนแค่บางกลุ่มก็ส่งเฉพาะกลุ่ม แล้วดูผลของแต่ละรอบตามวิธีใน วัดผล Broadcast ที่สร้างออเดอร์ รอบไหนไม่สร้างออเดอร์ ตัดออกได้เลย
สรุป
ก่อนวางแคมเปญใหญ่รอบถัดไป ให้ทำตารางเทียบต้นทุนรวมของแต่ละแพ็กเกจด้วยตัวเลขเดือนพีคของคุณ แล้วเลือกจากต้นทุนรวมต่ำสุดของหกเดือน ไม่ใช่จากชื่อแพ็กเกจที่คุ้นหู
ถ้าจุดตัดอยู่ใกล้ยอดปัจจุบันของคุณมาก ให้ลดข้อความที่ไม่สร้างออเดอร์ก่อน เพราะการตัดข้อความที่ไม่สร้างออเดอร์ทำให้ยอดอยู่ต่ำกว่าเส้นแบ่งได้ ซึ่งถูกกว่าการขยับแพ็กเกจ
- ข้อความที่นับคือผู้รับ คูณบับเบิล คูณครั้งที่ส่ง ไม่ใช่จำนวนเพื่อน
- หาจุดตัดระหว่างแพ็กเกจด้วยสมการ แล้วเทียบกับยอดใช้จริงรายเดือน
- ตัดสินจากต้นทุนรวมหกเดือน อย่าตัดสินจากค่าเฉลี่ย
- ลดข้อความที่ไม่สร้างออเดอร์ก่อนขยับแพ็กเกจ
- ตรวจกติกานับและเงื่อนไขส่วนเกินของบัญชีคุณเสมอ
คำถามที่พบบ่อย
เพื่อนที่บล็อกเราแล้วยังนับในข้อความที่ส่งไหม?
ต้องตรวจกติกาของแพ็กเกจและทดสอบจากรายงานการใช้ข้อความ ผมไม่ยืนยันว่าข้อความที่ส่งไปยังบัญชีที่บล็อกอยู่นับหรือไม่นับ เพราะรายละเอียดนี้ขึ้นกับเงื่อนไขล่าสุดของ LINE
ข้อความทักทายอัตโนมัติและข้อความตอบกลับตามคีย์เวิร์ดนับไหม?
ตรวจจากหน้าแพ็กเกจและทดสอบเองได้ง่าย ๆ โดยส่งข้อความทักไปที่บัญชีทดสอบแล้วดูว่ายอดการใช้ขยับหรือไม่
ขยับแพ็กเกจกลางเดือนมีผลเมื่อไหร่?
เงื่อนไขการเปลี่ยนแพ็กเกจและรอบเริ่มนับโควต้าใหม่ ตรวจจากเอกสารของ LINE ก่อนวางแคมเปญ ถ้าไม่แน่ใจ ให้ถือว่าเปลี่ยนไม่ทันเดือนนั้นแล้ววางแผนล่วงหน้า
ควรเผื่อโควต้าเท่าไหร่เหนือเดือนพีค?
ไม่มีตัวเลขตายตัว ผมใช้เผื่อราว 20% เหนือเดือนพีคที่เคยเกิด เพราะแคมเปญรอบถัดไปมักใหญ่กว่ารอบก่อน นี่เป็นดุลยพินิจส่วนตัว ไม่ใช่กฎ ปรับตามความผันผวนของธุรกิจคุณ
ถ้าแอดทำให้เพื่อนเพิ่มเร็ว ต้องคำนวณใหม่ไหม?
ต้องคำนวณใหม่ เพราะผู้รับต่อรอบเพิ่มตามฐานเพื่อน ข้อความที่นับจึงโตตรงตัว ให้คำนวณจากเป้าหมายจำนวนเพื่อนปลายเดือน ไม่ใช่ตัวเลขต้นเดือน
ลองตรวจด้วยตัวเอง
LINE OA Message Cost Calculator
คำนวณจากจำนวนเพื่อนและความถี่ broadcast ของคุณ ว่าใช้กี่ข้อความต่อเดือนและเกินแพ็กเกจหรือไม่
คำนวณข้อความฟรีใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก
อ่านต่อแบบเจาะลึก
ส่ง Purchase จริงกลับให้แอด ไม่ใช่แค่ Click
รู้ว่าลูกค้าที่ทัก LINE จากโฆษณากลายเป็นออเดอร์จริงกี่คน และมาจากแคมเปญไหน แล้วส่งยอดขายกลับให้ระบบโฆษณาเรียนรู้ เริ่มฟรี 14 วัน
ทดลองใช้ฟรี 14 วัน