← กลับไปหน้าบทความ
คู่มือ

ยิง Broadcast วันเว้นวันแล้วยอดบล็อกพุ่ง หาความถี่ที่พอดีก่อนฐานลูกค้าหายกันดีกว่า

ทีมบรรณาธิการ linli06 ก.ค. 10:01อัปเดต 06 ก.ค. 10:01อ่าน 1 นาที
ยิง Broadcast วันเว้นวันแล้วยอดบล็อกพุ่ง หาความถี่ที่พอดีก่อนฐานลูกค้าหายกันดีกว่า
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

อัตราบล็อกที่พุ่งขึ้นหลังยิง Broadcast บ่อยเกินไป มักไม่ได้มาจากเนื้อหาแย่ แต่มาจากความถี่ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าถูกรบกวน ทางแก้คือแบ่งกลุ่มลูกค้าตามความสนใจ ลดจำนวนครั้งที่ส่งให้คนกลุ่มเดิม และวางปฏิทินล่วงหน้าแทนการยิงตามใจอยาก

ร้านขายเครื่องสำอางเจ้าหนึ่งเริ่มยิง Broadcast ทุกวัน วันละหนึ่งครั้ง เพราะเชื่อว่ายิ่งส่งบ่อย ยิ่งมีโอกาสขายได้มากขึ้น สองสัปดาห์ผ่านไป ยอดขายจากบรอดแคสต์ไม่ได้เพิ่มขึ้นตามที่หวัง แต่ตัวเลขคนบล็อกกลับพุ่งขึ้นเกือบสามเท่าจากค่าเฉลี่ยเดิม

เจ้าของร้านสรุปผิดไปว่าต้องเป็นเพราะข้อความไม่น่าสนใจ เลยลองเปลี่ยนคำ เปลี่ยนรูป เปลี่ยนโปรโมชัน แต่ตัวเลขบล็อกก็ยังสูงเหมือนเดิม จนกระทั่งลองลดความถี่ลงเหลือสัปดาห์ละสองครั้ง อัตราบล็อกถึงค่อย ๆ กลับมาปกติ

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ ‘เนื้อหา’ แต่อยู่ที่ ‘ความถี่’ ซึ่งเป็นตัวแปรที่คนมักมองข้ามเพราะโฟกัสแต่เรื่องคำพูดและดีไซน์

ทำไมความถี่ถึงส่งผลต่ออัตราบล็อกมากกว่าที่คิด

ลูกค้าที่กดเพิ่มเพื่อนกับ LINE OA ส่วนใหญ่ไม่ได้ตั้งใจสมัครรับข่าวสารทุกวันเหมือนอีเมล เขาแค่อยากได้ส่วนลดหรือติดตามร้านที่เคยซื้อ เมื่อไหร่ที่ข้อความเข้ามาถี่กว่าที่คาดไว้ในหัว ความรู้สึกจะเปลี่ยนจาก ‘ร้านที่เคยชอบ’ เป็น ‘สิ่งที่มารบกวนหน้าจอ’ ทันที

จุดที่อันตรายคือ การกดบล็อกไม่ต้องคิดนาน ไม่ต้องกรอกเหตุผล ไม่ต้องยกเลิกสมัครแบบอีเมล แค่กดปุ่มเดียวจบ ทำให้พฤติกรรมหุนหันพลันแล่นเกิดง่ายกว่าช่องทางอื่นมาก

รูปแบบการยิงที่มักทำให้คนกดบล็อกเร็วที่สุด

  • ยิงทุกวันด้วยเนื้อหาคล้ายเดิม ไม่มีอะไรใหม่ให้รู้สึกว่าคุ้มที่จะเปิดอ่าน
  • ยิงหลายข้อความรวดในวันเดียว เช่น เช้าโปรหนึ่ง บ่ายโปรหนึ่ง เย็นอีกโปร
  • ยิงเวลาที่ไม่เหมาะ เช่น ดึกมากหรือเช้าตรู่ จนรู้สึกเหมือนโดนบุกรุก
  • ยิงหาทุกคนเหมือนกันหมด ทั้งที่บางคนเพิ่งซื้อไปเมื่อวานไม่จำเป็นต้องเห็นโปรเดิมซ้ำ

กรอบความถี่ตั้งต้นที่ใช้ได้กับร้านส่วนใหญ่

กลุ่มลูกค้าความถี่ที่แนะนำเหตุผล
ลูกค้าใหม่ (เพิ่มเพื่อนไม่เกิน 30 วัน)สัปดาห์ละ 1 ครั้งยังไม่คุ้นเคย ต้องค่อย ๆ สร้างความไว้ใจ
ลูกค้าที่เคยซื้อแล้วสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งมีความสัมพันธ์แล้ว รับได้มากกว่ากลุ่มใหม่เล็กน้อย
ลูกค้าที่ไม่เปิดอ่านมา 3 ครั้งติดลดเหลือเดือนละ 1 ครั้ง หรือหยุดชั่วคราวสัญญาณว่าเริ่มไม่สนใจ ยิงต่อมีแต่เพิ่มความเสี่ยงบล็อก

วางปฏิทิน Broadcast ล่วงหน้า แทนการยิงตามใจอยาก

  1. กำหนดจำนวนครั้งสูงสุดต่อสัปดาห์ไว้ล่วงหน้า แล้วยึดตามนั้นแม้จะอยากยิงเพิ่มตอนมีโปรใหม่
  2. แบ่งกลุ่มเนื้อหาให้หลากหลาย ไม่ใช่มีแต่โปรลดราคา สลับกับเนื้อหาที่ให้คุณค่าอย่างอื่น เช่น วิธีใช้สินค้า หรือรีวิวลูกค้า
  3. ก่อนยิงทุกครั้ง เช็กว่าซ้ำกับสิ่งที่เพิ่งยิงไปเมื่อสัปดาห์ก่อนหรือไม่ ถ้าซ้ำให้เลื่อนหรือปรับมุมใหม่
  4. ทุกเดือน ให้ดูอัตราบล็อกย้อนหลังคู่กับความถี่ที่ยิงจริง เพื่อปรับกรอบความถี่ให้เหมาะกับฐานลูกค้าของร้านตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ

สรุป

อัตราบล็อกที่พุ่งขึ้นหลังยิง Broadcast บ่อย มักไม่ใช่เพราะข้อความไม่ดี แต่เพราะความถี่ที่เกินความคาดหวังของลูกค้าในหัว การแก้ปัญหาจึงต้องเริ่มจากการทบทวนความถี่ก่อนเสมอ ก่อนจะไปแก้ที่คำพูดหรือรูปภาพ

วางปฏิทินล่วงหน้า แบ่งกลุ่มลูกค้าตามพฤติกรรม และหมั่นดูอัตราบล็อกย้อนหลังเทียบกับความถี่ที่ยิงจริง จะช่วยให้หาจุดพอดีของร้านตัวเองเจอเร็วกว่าการเดาไปเรื่อย ๆ

  • บล็อกส่วนใหญ่มาจากความถี่ที่เกินคาด ไม่ใช่เนื้อหาแย่เพียงอย่างเดียว
  • แบ่งความถี่ตามกลุ่มลูกค้า ใหม่ เก่า และคนที่เริ่มไม่เปิดอ่าน
  • วางปฏิทินล่วงหน้าและทบทวนอัตราบล็อกทุกเดือนเพื่อปรับความถี่ให้พอดี

คำถามที่พบบ่อย

ยิง Broadcast กี่ครั้งต่อสัปดาห์ถึงจะปลอดภัยที่สุด

ไม่มีตัวเลขตายตัวที่ใช้ได้กับทุกร้าน แต่จุดเริ่มต้นที่ปลอดภัยคือ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์สำหรับลูกค้าทั่วไป แล้วค่อยปรับตามอัตราบล็อกที่วัดได้จริงของร้านตัวเอง

ถ้าเปลี่ยนเนื้อหาให้น่าสนใจขึ้น จะยิงถี่กว่านี้ได้ไหม

เนื้อหาที่ดีช่วยลดผลกระทบได้บ้าง แต่ไม่ได้แก้ปัญหาความถี่ทั้งหมด ลูกค้าที่รู้สึกว่าถูกรบกวนบ่อยเกินไปมักบล็อกโดยไม่ทันอ่านเนื้อหาด้วยซ้ำ

ควรยิงเวลาไหนของวันดีที่สุด

ช่วงที่คนมักเปิดมือถือผ่อนคลาย เช่น เที่ยงพักงานหรือหัวค่ำ มักได้อัตราเปิดดีกว่าช่วงดึกมากหรือเช้าตรู่ที่รู้สึกเหมือนถูกปลุก

ลูกค้าที่ไม่เปิดอ่านมานานควรเลิกส่งไปเลยไหม

ไม่จำเป็นต้องเลิกทันที ให้ลดความถี่ลงก่อนและเปลี่ยนเนื้อหาให้ต่างจากเดิม ถ้ายังไม่ตอบสนองอีกค่อยพิจารณาหยุดส่งกลุ่มนั้นเพื่อรักษาอัตราบล็อกโดยรวม

การแบ่งกลุ่มลูกค้าก่อนยิงยุ่งยากไหมสำหรับร้านเล็ก

เริ่มจากการแบ่งแค่สองกลุ่มก็พอ คือคนที่เคยซื้อแล้วกับคนที่ยังไม่เคยซื้อ ไม่ต้องละเอียดมากตั้งแต่แรก ค่อยแบ่งย่อยเพิ่มเมื่อฐานลูกค้าโตขึ้น

ลองตรวจด้วยตัวเอง

LINE OA Message Cost Calculator

คำนวณจากจำนวนเพื่อนและความถี่ broadcast ของคุณ ว่าใช้กี่ข้อความต่อเดือนและเกินแพ็กเกจหรือไม่

คำนวณข้อความฟรี

ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก

ทดลองวัดผลโฆษณาเข้า LINE ฟรี 14 วัน

สมัครแล้วสร้างโปรเจกต์ เชื่อม LINE ติดตั้ง Tracking แล้วเริ่มเห็น Funnel จาก Click ถึง Purchase ได้ทันที ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

Rich Menu สวยแต่ไม่มีคนกด 6 จุดพลาดที่ทำให้เมนูสวยกลายเป็นของประดับ

Rich Menu สวยแต่ไม่มีคนกด 6 จุดพลาดที่ทำให้เมนูสวยกลายเป็นของประดับ

หลายร้านออกแบบ Rich Menu สวยงามแต่แทบไม่มีใครกด บทความนี้รวบรวมจุดพลาดที่พบบ่อยที่สุด ตั้งแต่ปุ่มที่ไม่บอกว่ากดแล้วได้อะไร ไปจนถึงการไม่เคยทดสอบเปลี่ยนเลย์เอาต์เลย
ตามรอยด้วย GA4 Path Exploration ว่าลูกค้าหลุดออกจากหน้าไหนก่อนไม่ทัก LINE

ตามรอยด้วย GA4 Path Exploration ว่าลูกค้าหลุดออกจากหน้าไหนก่อนไม่ทัก LINE

คนเข้าเว็บเยอะแต่ยอดทัก LINE ไม่ขยับ ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่แอด แต่อยู่ที่หน้าเว็บที่ทำให้ลูกค้าหลุดกลางทาง ใช้ GA4 Path Exploration หาจุดรั่วนั้น
ตั้งค่า Key Event ใน GA4 ให้นับ ‘คนทัก LINE’ เป็น Conversion จริง ไม่ใช่แค่ pageview

ตั้งค่า Key Event ใน GA4 ให้นับ ‘คนทัก LINE’ เป็น Conversion จริง ไม่ใช่แค่ pageview

GA4 นับทุกอย่างเป็น event หมด ถ้าไม่ตั้ง Key Event คุณจะแยกไม่ออกว่าใครแค่เปิดหน้ากับใครกดทัก LINE จริง บทความนี้พาตั้งทีละขั้นแบบไม่ต้องเขียนโค้ดเอง