← กลับไปหน้าบทความ
ขั้นสูง (MarTech)

ดึงคนที่ถามหาตอนของหมด กลับมาซื้อด้วยบรอดแคสต์แจ้งของเข้า

02 ส.ค. 04:06 · อ่าน 1 นาที
ดึงคนที่ถามหาตอนของหมด กลับมาซื้อด้วยบรอดแคสต์แจ้งของเข้า

สรุปสั้น ๆ

คนที่ทักมาถามตอนของหมดคือลูกค้าที่ 'ตั้งใจซื้อ' ที่สุดในลิสต์ เพราะเขาอยากได้ถึงขั้นยอมถามทั้งที่รู้ว่าไม่มี วิธีที่ได้ผลคือติดแท็กคนกลุ่มนี้แยกไว้ตอนเขาถาม แล้วพอของเข้าก็บรอดแคสต์แจ้งเฉพาะเขา ไม่ใช่ยิงหาทุกคนในลิสต์

มีบทสนทนาแบบหนึ่งที่เกิดขึ้นในทุกร้านทุกวัน ลูกค้าทักมาว่า 'รุ่นนี้มีไหมคะ' แอดมินตอบ 'ขออภัยค่ะ ของหมดพอดี' แล้วบทสนทนาก็จบตรงนั้น ลูกค้าปิดแชท แอดมินไปตอบคนอื่นต่อ ทุกคนลืมเรื่องนี้ภายในห้านาที

แต่ลองคิดดี ๆ คนที่ยอมทักมาถามทั้งที่ของหมด เขาคือคนที่อยากได้มากพอจะลงมือถาม เขาไม่ใช่คนที่แค่ผ่านมาเห็น เขาคือคนที่ 'พร้อมจ่าย' รอแค่ของมา — แล้วเราปล่อยเขาหลุดมือไปเพราะไม่มีระบบเก็บ

ผมเคยเจอร้านที่ตอบ 'ของหมด' ให้คนสามสิบกว่าคนในเดือนเดียว พอของเข้าล็อตใหม่ก็โพสต์ลงหน้าเพจตามปกติ ได้ยอดเท่าเดิม ทั้งที่มีคนสามสิบคนที่รอของชิ้นนี้อยู่แล้วแท้ ๆ บทความนี้จะเล่าวิธีไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดอีก

ทำไม 'คนถามตอนของหมด' คือลูกค้าคุณภาพสูงสุด

ในบรรดาคนที่ทักเข้ามา มีลำดับความพร้อมซื้ออยู่ คนที่ถามกว้าง ๆ ว่า 'มีอะไรขายบ้าง' อยู่ปลายทางหนึ่ง ส่วนคนที่ระบุชัดว่าอยากได้รุ่นไหน ไซซ์ไหน สีไหน แล้วบังเอิญของหมด — คนนี้อยู่อีกปลายทาง เขาผ่านขั้นเลือกมาหมดแล้ว เหลือแค่ 'ของ'

นี่คือสิ่งที่แพงมากถ้าปล่อยหลุด เพราะคุณไม่ต้องขายเขาแล้ว ไม่ต้องโน้มน้าว ไม่ต้องแก้ข้อโต้แย้งอะไรทั้งนั้น เขาตัดสินใจแล้ว แค่จังหวะไม่พอดี งานเดียวที่เหลือคือบอกเขาว่า 'ของมาแล้ว' ให้ถูกเวลา

เทียบกับการยิงแอดหาคนใหม่ที่ต้องเริ่มจากศูนย์ คนกลุ่มนี้แทบเป็นยอดฟรีที่รอเก็บ ปัญหาเดียวคือร้านส่วนใหญ่ไม่มีระบบจดว่าใครถามอะไรไว้ พอของเข้าก็จำไม่ได้แล้วว่าใครรออยู่

เก็บคนที่รอของ แยกไว้ให้ถูกตั้งแต่ตอนเขาถาม

หัวใจของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ตอนของเข้า แต่อยู่ตอนที่เขาถามแล้วของหมดต่างหาก ถ้าตรงนั้นคุณไม่ได้เก็บอะไรไว้ ตอนของเข้าก็ไม่มีข้อมูลจะใช้ นี่คือวิธีเก็บให้ถูก:

  1. เมื่อลูกค้าถามหาของที่หมด อย่าตอบแค่ 'หมดค่ะ' ให้ถามต่อว่า 'สนใจให้แจ้งตอนของเข้าไหมคะ' คำถามนี้เปลี่ยนบทสนทนาที่กำลังจะจบ ให้กลายเป็นการเก็บลูกค้า
  2. พอเขาตอบตกลง ให้ติดแท็กคนนั้นด้วยชื่อสินค้าที่เขารอ เช่น 'รอ-รุ่นA-สีดำ' ยิ่งแท็กละเอียด ตอนของเข้าคุณจะบรอดแคสต์ได้ตรงคนที่รอชิ้นนั้นจริง
  3. ถ้าเขายังลังเล ให้บอกสิ่งที่ได้จากการรอ เช่น 'จะแจ้งพี่เป็นคนแรกก่อนลงขายทั่วไปเลยค่ะ' ความรู้สึกได้สิทธิก่อนช่วยให้เขายอมให้แท็ก
  4. จดวันที่เขาถามไว้ด้วย ถ้าของเข้าช้ามากจนเลยหลายเดือน ความอยากอาจจางไปแล้ว คนที่เพิ่งถามเมื่อสัปดาห์ก่อนกับคนที่ถามเมื่อครึ่งปีก่อนควรได้ข้อความคนละโทน

ตอนของเข้า บรอดแคสต์ยังไงให้ปิดได้ ไม่ใช่แค่แจ้ง

จุดที่คนพลาดคือส่งข้อความห้วน ๆ ว่า 'ของเข้าแล้วค่ะ' แล้วรอให้ลูกค้าทักกลับมาเอง ซึ่งกว่าเขาจะทัก กว่าแอดมินจะตอบ ของก็อาจหมดอีกรอบ ให้ทำให้เขากดสั่งได้ทันทีในข้อความเดียว

ข้อความที่ดีควรมีสามอย่าง คือ บอกชัดว่าของอะไรเข้า (ตรงกับที่เขาถาม), บอกว่าจำนวนจำกัดจริงถ้ามันจำกัดจริง, และมีทางให้กดสั่งเลยไม่ต้องพิมพ์ถามใหม่ ยิ่งลดขั้นตอนได้มากเท่าไหร่ ยิ่งปิดได้เร็ว

และอย่ายิงหาทุกคนในลิสต์ — บรอดแคสต์เฉพาะคนที่ติดแท็กว่ารอชิ้นนี้ การส่งหาคนที่ไม่เกี่ยวคือการรบกวนที่ทำให้คนบล็อก ส่วนการส่งหาคนที่รออยู่จริงคือการดูแล นี่คือหลักการเดียวกับการบรอดแคสต์เฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้อง ที่ทำให้ทุกข้อความมีความหมาย

ต่อยอด: เปลี่ยนของหมดให้เป็นเครื่องมือสร้างดีมานด์

พอคุณมีระบบเก็บคนที่รอ ของหมดก็ไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป มันกลายเป็นสัญญาณบอกว่าสินค้านี้เป็นที่ต้องการ ซึ่งคุณเอาไปใช้ต่อได้ เช่น ถ้ามีคนรอรุ่นเดียวกันเยอะ นั่นคือหลักฐานว่าควรสั่งเข้ามาเยอะขึ้นหรือขึ้นราคาได้

ลิสต์คนที่รอยังเป็นวัตถุดิบชั้นดีสำหรับการสร้างความรู้สึกของมีจำกัดแบบที่เป็นจริง ไม่ใช่การหลอก เพราะของมันหมดจริงและมีคนรอจริง เวลาบอกว่า 'ล็อตนี้เข้ามาน้อย คนรอเยอะ' มันมีน้ำหนักเพราะเป็นความจริง ต่างจากการปั้นเรื่องเร่งขายที่ลูกค้าจับได้ในที่สุด

สรุป

คนที่ถามหาของตอนของหมดคือลูกค้าที่พร้อมที่สุดในลิสต์ทั้งหมด และเป็นกลุ่มที่ถูกทิ้งบ่อยที่สุดเพราะไม่มีระบบเก็บ ทั้งที่การเก็บเขาไว้ทำได้ง่ายมาก แค่ถามหนึ่งประโยคตอนเขาถามและติดแท็กให้ถูก

หัวใจอยู่ที่ตอนเก็บ ไม่ใช่ตอนแจ้ง เก็บให้ละเอียดตั้งแต่เขาถาม แล้วพอของเข้าก็ส่งตรงเฉพาะคนที่รอชิ้นนั้น พร้อมทางให้กดสั่งได้ทันที เท่านี้ 'ของหมด' ก็เปลี่ยนจากยอดที่หลุดมือ เป็นยอดที่รอเก็บในรอบถัดไป

  • คนถามตอนของหมด = พร้อมซื้อสูงสุด อย่าปล่อยหลุดหลังตอบ 'หมดค่ะ'
  • ถามหนึ่งประโยค 'ให้แจ้งตอนของเข้าไหม' แล้วติดแท็กตามชิ้นที่เขารอ
  • บรอดแคสต์เฉพาะคนที่รอชิ้นนั้น พร้อมทางกดสั่งทันที ไม่ยิงหาทั้งลิสต์

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าลูกค้าถามหาของหมดแต่ไม่ยอมให้แจ้ง ควรทำยังไง

เคารพเขา อย่าติดแท็กหรือส่งข้อความตามถ้าเขาไม่ได้ตกลง แต่ก่อนจบ ลองเสนอทางเลือกใกล้เคียงที่มีของ เช่น รุ่นหรือสีอื่นที่คล้ายกัน บางคนแค่รีบอยากได้เลย การเสนอของแทนอาจปิดได้ทันทีโดยไม่ต้องรอของเข้า

ควรบรอดแคสต์แจ้งของเข้าเร็วแค่ไหนหลังของถึง

ยิ่งเร็วยิ่งดี เพราะคนกลุ่มนี้พร้อมซื้ออยู่แล้ว ถ้ารอหลายวันความอยากอาจจางหรือเขาไปซื้อที่อื่นแล้ว ทางที่ดีคือเตรียมข้อความไว้ล่วงหน้า พอของเข้าสต็อกจริงก็กดส่งได้ทันที ไม่ต้องมานั่งคิดคำตอนนั้น

ถ้าของเข้ามาน้อยกว่าจำนวนคนที่รอ จะจัดการยังไงให้แฟร์

แจ้งตามลำดับคนที่ถามก่อน และบอกตรง ๆ ว่าล็อตนี้มีจำกัด ใครสั่งก่อนได้ก่อน ความโปร่งใสสำคัญกว่าการพยายามทำให้ทุกคนพอใจ เพราะถ้าคนรู้ว่าคุณจัดคิวยุติธรรม เขาจะรอรอบหน้าได้ แต่ถ้ารู้สึกว่าโดนลัดคิว เขาจะเลิกเชื่อ

เก็บแท็กคนรอของไว้นานแค่ไหนถึงควรลบทิ้ง

ดูตามธรรมชาติของสินค้า ถ้าเป็นของแฟชั่นตามเทรนด์ ความอยากจางเร็ว เก็บไม่กี่เดือนก็พอ แต่ถ้าเป็นของที่คนต้องใช้ประจำ เก็บได้นานกว่า ทางที่ดีคือถ้าของเข้าแล้วแจ้งไปแต่เขาไม่ตอบสองสามรอบ ก็เอาแท็กออกได้ เพื่อไม่ให้ลิสต์รก

การเก็บข้อมูลว่าใครรอสินค้าอะไร ผิด PDPA ไหม

ไม่ผิดถ้าคุณเก็บอย่างโปร่งใสและเขายินยอม จุดสำคัญคือตอนถามว่า 'ให้แจ้งตอนของเข้าไหม' นั่นคือการขอความยินยอมอยู่แล้ว และควรใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์นั้นจริง คือแจ้งของเข้า ไม่ใช่เอาไปยิงขายอย่างอื่นมั่วซั่ว เรื่องนี้เกี่ยวโดยตรงกับ<a href="/blog/pdpa-ads-admin-line">การเก็บข้อมูลลูกค้าให้ถูกกฎ</a>

ต่างจากการแค่โพสต์ของเข้าลงหน้าเพจยังไง

การโพสต์ลงเพจคือการหวังให้คนที่รอบังเอิญมาเห็นในเวลาที่ใช่ ซึ่งส่วนใหญ่พลาด เพราะฟีดเปลี่ยนเร็วและคนไม่ได้เปิดเพจคุณตลอด แต่การส่งตรงถึงคนที่รอคือการวางข้อความไว้ในมือเขาเลย โอกาสที่เขาเห็นและกลับมาซื้อสูงกว่ามาก

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง