← กลับไปหน้าบทความ
ขั้นสูง (MarTech)

ส่งบรอดแคสต์เฉพาะคนที่เคยซื้อจากแคมเปญ A ไม่ยิงรวมทั้งลิสต์

02 ส.ค. 04:06 · อ่าน 1 นาที
ส่งบรอดแคสต์เฉพาะคนที่เคยซื้อจากแคมเปญ A ไม่ยิงรวมทั้งลิสต์

สรุปสั้น ๆ

การบรอดแคสต์แบบยิงรวมทั้งลิสต์ทำให้คนที่ไม่เกี่ยวรำคาญแล้วบล็อก ส่วนการส่งเฉพาะคนที่เคยซื้อจากแคมเปญหรือสินค้าที่เกี่ยวข้อง ทำให้ทุกข้อความตรงใจและปิดง่ายกว่า หัวใจคือแท็กที่ติดตั้งแต่ตอนเขาซื้อ เพื่อให้คุณเลือกส่งได้ว่าข้อความนี้ควรถึงใคร

มีความเข้าใจผิดที่ฝังลึกในหมู่คนทำ LINE คือคิดว่า 'ยิ่งส่งหาคนเยอะ ยิ่งได้ยอดเยอะ' เลยกดบรอดแคสต์ทีเดียวหาทุกคนในลิสต์ทุกครั้งที่มีโปร ผมเข้าใจตรรกะนี้ แต่มันผิดในทางปฏิบัติ และผิดแบบที่ทำร้ายร้านในระยะยาวด้วย

ลองนึกว่าคุณเป็นคนที่ซื้อครีมกันแดดจากร้านหนึ่ง แล้ววันดีคืนดีร้านส่งข้อความมาขายอาหารเสริมลดน้ำหนัก ตามด้วยโปรรองเท้า ตามด้วยคอร์สสัมมนา ทั้งที่คุณไม่เคยสนใจสักอย่าง คุณจะรู้สึกยังไง — ส่วนใหญ่คือรำคาญ แล้วพอถึงจุดหนึ่งก็กดบล็อก

เมื่อคนบล็อก คุณไม่ได้แค่เสียคนคนนั้น คุณเสียช่องทางที่จะสื่อสารกับเขาตลอดไป และที่แย่คือ LINE คิดค่าส่งบรอดแคสต์ตามจำนวนคน คุณจ่ายเงินเพื่อส่งข้อความหาคนที่ไม่สนใจ แล้วได้ผลตอบแทนเป็นการโดนบล็อก บทความนี้จะเล่าวิธีทำให้ตรงกันข้าม

ราคาที่แท้จริงของการยิงรวมทั้งลิสต์

คนมองบรอดแคสต์รวมว่า 'ฟรี' เพราะกดปุ่มเดียว แต่จริง ๆ มันมีต้นทุนซ่อนสามชั้น ชั้นแรกคือค่าส่งตามจำนวนข้อความที่ LINE คิด ยิ่งลิสต์ใหญ่ยิ่งจ่ายเยอะ ทั้งที่หลายคนในนั้นไม่เกี่ยวกับสิ่งที่คุณขายเลย

ชั้นที่สองคือการบล็อก ทุกครั้งที่ส่งข้อความไม่ตรงใจ คุณเสี่ยงให้คนกดบล็อกทีละนิด และคนที่บล็อกไปแล้วคือคนที่คุณจะไม่มีทางเข้าถึงอีก มันเหมือนค่อย ๆ เผาลิสต์ที่คุณอุตส่าห์จ่ายค่าแอดสร้างมา

ชั้นที่สามลึกกว่านั้น คือความน่าเชื่อถือ พอลูกค้าเรียนรู้ว่าข้อความจากร้านคุณมักไม่เกี่ยวกับเขา เขาจะเลิกเปิดอ่านไปเลย แม้ข้อความหน้าถัดไปจะเป็นโปรที่เขาอยากได้จริง ๆ ก็ตาม คุณสอนเขาให้มองข้ามคุณด้วยมือตัวเอง

ติดแท็กตั้งแต่ตอนเขาซื้อ คือรากของทั้งเรื่อง

การจะส่งเฉพาะกลุ่มได้ คุณต้องรู้ก่อนว่าใครเป็นใคร และข้อมูลนั้นต้องเก็บตั้งแต่ตอนเขาซื้อ ไม่ใช่มานั่งเดาทีหลัง ทุกครั้งที่ปิดการขาย ให้ติดแท็กว่าเขาซื้ออะไร จากแคมเปญไหน ช่วงไหน

สมมติคุณมีแคมเปญ A ขายคอร์สเริ่มต้น กับแคมเปญ B ขายอุปกรณ์ คนที่ซื้อจาก A คือกลุ่มที่พร้อมจะซื้อคอร์สต่อยอด ส่วนคนที่ซื้อจาก B คือกลุ่มที่อยากได้อุปกรณ์เสริม พอถึงเวลามีของใหม่ คุณจะส่งข้อความที่ 'ต่อยอดจากสิ่งที่เขาเคยซื้อ' ได้ตรงจุด แทนที่จะยิงมั่ว

แท็กนี้ทำงานคล้ายกับที่เราใช้ในการสลับเมนูตามความสนใจ คือใช้ข้อมูลที่มีอยู่แล้วมาทำให้การสื่อสารตรงคนมากขึ้น ต่างกันแค่อันหนึ่งทำที่เมนู อีกอันทำที่ข้อความบรอดแคสต์ แต่หลักคิดเดียวกันคือ 'ส่งสิ่งที่เกี่ยวกับเขาเท่านั้น'

แผนผังกลุ่ม: ส่งอะไรให้ใคร

พอมีแท็กแล้ว ขั้นต่อไปคือวางแผนว่ากลุ่มไหนควรได้ข้อความแบบไหน ตารางนี้เป็นตัวอย่างการจับคู่ที่ผมใช้บ่อย ปรับได้ตามธุรกิจคุณ:

กลุ่มคนเคยซื้ออะไรข้อความที่ควรส่ง
ลูกค้าแคมเปญ Aคอร์สเริ่มต้นคอร์สต่อยอด / อัปเกรด
ลูกค้าแคมเปญ Bอุปกรณ์ของเสริม / อะไหล่ / รุ่นใหม่
ซื้อครั้งเดียวแล้วเงียบอะไรก็ตาม 1 ครั้งของที่เกี่ยวกัน + เหตุผลกลับมา
ยังไม่เคยซื้อแค่ทักแล้วเงียบลดข้อกังวล / รีวิว ไม่ใช่ยัดโปร

ลงมือส่งจริง โดยไม่ทำให้ลิสต์พัง

รู้ทฤษฎีแล้วต้องทำให้เป็นนิสัย ก่อนกดส่งบรอดแคสต์ทุกครั้ง ให้ถามตัวเองตามลำดับนี้:

  1. ข้อความนี้เกี่ยวกับใคร ถ้าตอบว่า 'ทุกคน' ให้ระวัง เพราะน้อยมากที่ข้อความหนึ่งจะเกี่ยวกับทุกคนจริง ๆ ส่วนใหญ่มันเกี่ยวกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
  2. เลือกกลุ่มเป้าหมายจากแท็ก แล้วส่งเฉพาะกลุ่มนั้น ยอมส่งหาคนน้อยลงแต่ตรงกว่า ดีกว่าส่งเยอะแต่ครึ่งหนึ่งรำคาญ
  3. เขียนข้อความให้เชื่อมกับสิ่งที่เขาเคยซื้อ เช่น 'พี่ที่เคยเรียนคอร์สเริ่มต้นกับเรา รอบนี้มีคอร์สต่อยอดเปิดแล้วนะคะ' ความรู้สึกว่า 'ร้านจำเราได้' ทำให้เขาเปิดใจ
  4. วัดผลแยกกลุ่ม ดูว่ากลุ่มไหนเปิดอ่านและกดกลับมาซื้อมากที่สุด แล้วเอาข้อมูลนั้นไปปรับรอบหน้า อย่าดูแค่ยอดรวม เพราะมันซ่อนว่ากลุ่มไหนเวิร์กจริง
  5. เว้นจังหวะให้เหมาะ อย่าส่งถี่จนกลายเป็นเสียงรบกวน แม้ข้อความจะตรงกลุ่ม ถ้าส่งทุกวันคนก็เบื่อ ความพอดีสำคัญพอ ๆ กับความตรง

สรุป

การบรอดแคสต์รวมทั้งลิสต์ดูเหมือนคุ้มเพราะกดปุ่มเดียวถึงทุกคน แต่จริง ๆ มันแพงกว่าที่คิด ทั้งค่าส่ง ทั้งคนที่บล็อก ทั้งความน่าเชื่อถือที่ค่อย ๆ หายไป การส่งเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องต่างหากที่ทั้งประหยัดและได้ยอดดีกว่า

รากของทุกอย่างคือแท็กที่ติดตั้งแต่ตอนลูกค้าซื้อ เมื่อคุณรู้ว่าใครซื้ออะไรจากแคมเปญไหน คุณก็เลือกส่งข้อความที่ต่อยอดจากสิ่งที่เขาเคยซื้อได้ตรงจุด ทุกข้อความมีความหมาย ลิสต์ไม่พัง และลูกค้ายังมองข้อความจากคุณว่ามีประโยชน์

  • ยิงรวมทั้งลิสต์ = จ่ายค่าส่งเพื่อโดนบล็อกและเผาลิสต์ทีละนิด
  • ติดแท็กตอนซื้อ เพื่อรู้ว่าใครซื้ออะไรจากแคมเปญไหน
  • ส่งข้อความที่ต่อยอดจากสิ่งที่เขาเคยซื้อ วัดผลแยกกลุ่ม

คำถามที่พบบ่อย

ส่งเฉพาะกลุ่มทำให้ยอดรวมน้อยลงเพราะส่งหาคนน้อยลงหรือเปล่า

จำนวนคนที่ได้รับอาจน้อยลง แต่ยอดขายมักไม่ได้ลดตาม เพราะคนที่ได้รับตรงกลุ่มกว่า สัดส่วนคนที่ซื้อจึงสูงกว่ามาก การส่งหาร้อยคนที่ใช่มักได้ยอดดีกว่าส่งหาพันคนที่ไม่เกี่ยว แถมยังประหยัดค่าส่งและรักษาลิสต์ไว้ได้

ถ้ายังไม่เคยติดแท็กลูกค้าเลย จะเริ่มยังไง

เริ่มจากตอนนี้เลย ทุกลูกค้าที่ปิดการขายตั้งแต่วันนี้ ให้ติดแท็กว่าซื้ออะไรจากแคมเปญไหน ส่วนลูกค้าเก่าที่ไม่มีข้อมูล ค่อย ๆ ติดย้อนหลังเท่าที่พอจำได้ หรือแบ่งกลุ่มจากประวัติการซื้อที่มี ไม่ต้องรอให้สมบูรณ์ค่อยเริ่ม

ควรแบ่งกลุ่มละเอียดแค่ไหนถึงจะพอดี ไม่มากไม่น้อยไป

เริ่มจากไม่กี่กลุ่มที่ต่างกันชัดสุดก่อน เช่น แยกตามสินค้าหลักหรือแคมเปญใหญ่ อย่าเพิ่งแบ่งละเอียดยิบจนบริหารไม่ไหว พอคุ้นแล้วค่อยแตกย่อยเพิ่ม การแบ่งหยาบ ๆ ที่ใช้จริงดีกว่าการแบ่งละเอียดที่ไม่มีเวลาดูแล

ลูกค้าที่ซื้อหลายแคมเปญ ควรจัดอยู่กลุ่มไหน

เขาอยู่ได้หลายกลุ่มพร้อมกัน เพราะแท็กซ้อนกันได้ คนที่ซื้อทั้ง A และ B คือลูกค้าที่ผูกพันกับร้านสูง ควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เวลาส่งข้อความก็เลือกได้ว่ารอบนี้จะสื่อสารในฐานะลูกค้า A หรือ B ตามของที่กำลังจะขาย

การส่งเฉพาะกลุ่มช่วยลดการโดนบล็อกได้จริงแค่ไหน

ช่วยได้ชัดเจน เพราะเหตุผลหลักที่คนบล็อกคือได้รับข้อความที่ไม่เกี่ยวกับตัวเองซ้ำ ๆ เมื่อทุกข้อความที่เขาได้เกี่ยวกับสิ่งที่เขาสนใจจริง ความรู้สึกรำคาญก็ลดลง เขามองข้อความจากร้านเป็นสิ่งมีประโยชน์แทนที่จะเป็นสแปม

มีเครื่องมืออะไรช่วยแบ่งกลุ่มและส่งเฉพาะกลุ่มได้บ้าง

เครื่องมือจัดการ LINE หลายตัวรองรับการติดแท็กและบรอดแคสต์เฉพาะกลุ่มได้ในตัว ถ้าอยากให้ครบวงจรจริง ควรเลือกเครื่องมือที่ผูกข้อมูลการซื้อกับที่มาของแอดได้ด้วย อย่างที่ระบบแบบ linli ทำ จะช่วยให้คุณส่งได้ตรงคนโดยไม่ต้องมานั่งจดแท็กเองทุกครั้ง

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง