← กลับไปหน้าบทความ
ขั้นสูง (MarTech)

ใช้ Dynamic Rich Menu เปลี่ยนเมนู LINE ตามความสนใจที่มาจากแอด

ทีมบรรณาธิการ linli03 ก.ค. 14:07อัปเดต 03 ก.ค. 14:07อ่าน 1 นาที
ใช้ Dynamic Rich Menu เปลี่ยนเมนู LINE ตามความสนใจที่มาจากแอด
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

Dynamic Rich Menu คือการมี Rich Menu หลายใบ แล้วสลับให้แต่ละคนเห็นไม่เหมือนกันตามแท็กที่ติดตอนเขากดเข้ามาจากแอด คนที่มาจากแอดคอร์สเห็นปุ่มคอร์ส คนที่มาจากแอดโปรโมชันเห็นปุ่มโปร — ผลคือคนเจอสิ่งที่ตรงใจตั้งแต่วินาทีแรก ไม่ต้องเลื่อนหาเอง

ผมเจอเคสนี้บ่อยจนอยากเขียนถึงสักที ร้านหนึ่งขายทั้งคอร์สออนไลน์ ทั้งอาหารเสริม ทั้งบริการหน้าร้าน ยิงแอดสามตัวแยกกันชัดเจน แต่พอคนกดเข้า LINE มาปุ๊บ ทุกคนเจอ Rich Menu ใบเดียวกันหมด — ปุ่มหกช่องอัดกันแน่น คนที่อยากรู้เรื่องคอร์สต้องกวาดตาหาปุ่มคอร์สท่ามกลางปุ่มอื่นอีกห้าอัน

มันเหมือนคุณจ่ายค่าแอดเพื่อพาคนเดินเข้าร้าน แล้วพอเขาเข้ามาก็โยนแคตตาล็อกทั้งเล่มใส่หน้าเขา ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเขามาเพราะสนใจอะไร Dynamic Rich Menu แก้ตรงนี้ — มันให้คุณเตรียมเมนูไว้หลายใบ แล้วเลือกโชว์ใบที่ตรงกับสิ่งที่เขากดมา

บทความนี้จะไม่พูดลอย ๆ ว่า 'ทำแล้วดี' แต่จะเล่าว่ากลไกมันทำงานยังไง ต้องเตรียมอะไร จุดที่คนพลาดบ่อย และเคสไหนที่ 'ไม่ควร' ทำ เพราะบางร้านทำแล้วเปลืองแรงเปล่า

กลไกจริง ๆ มันสลับเมนูได้ยังไง

หัวใจของ Dynamic Rich Menu ไม่ได้อยู่ที่ตัวเมนูสวย ๆ แต่อยู่ที่ 'แท็ก' ที่ติดกับคนตอนเขากดเข้ามา สมมติคุณยิงแอดคอร์ส แล้วใส่พารามิเตอร์พิเศษไว้ในลิงก์ Add friend พอคนกดจากแอดนั้น ระบบก็รู้ทันทีว่า 'คนนี้มาจากสายคอร์ส' แล้วจับเขาไปผูกกับ Rich Menu ใบที่ทำมาเพื่อคนสายคอร์สโดยเฉพาะ

คนที่มาจากแอดโปรโมชันของกินก็เข้าเงื่อนไขคนละชุด เจอเมนูอีกใบที่ปุ่มแรกคือ 'ดูเมนูวันนี้' ไม่ใช่ 'สมัครคอร์ส' ความต่างแค่นี้ฟังดูเล็ก แต่ในทางปฏิบัติมันคือการลดจำนวนครั้งที่คนต้องกดกว่าจะเจอสิ่งที่อยากได้ ยิ่งกดน้อย คนยิ่งไม่หลุด

จุดที่ต้องเข้าใจให้ชัดคือ แท็กนี้แหละที่เป็นตัวขับทั้งระบบ ถ้าแท็กไม่ติด หรือติดผิด เมนูก็สลับผิด เพราะฉะนั้นก่อนจะไปตื่นเต้นเรื่องดีไซน์เมนู ให้แน่ใจก่อนว่าคุณแยกที่มาของคนได้จริง ไม่งั้นทั้งระบบเป็นการเดา

เมนูเดียวกับเมนูแยกตามคน ต่างกันแค่ไหน

ผมชอบให้ลูกค้าเห็นภาพด้วยตัวเลขมากกว่าคำพูด ตารางนี้เทียบสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเมื่อร้านหนึ่งเปลี่ยนจากเมนูรวมใบเดียว มาเป็นเมนูแยกตามสายแอด (ตัวเลขเป็นค่าประมาณจากเคสหน้างาน ไม่ใช่ค่ากลางของทุกธุรกิจ):

สิ่งที่วัดเมนูรวมใบเดียวเมนูแยกตามแท็ก
จำนวนปุ่มที่คนต้องกวาดตา6 ปุ่มปนกันปุ่มเด่นตรงสาย 2–3 ปุ่ม
คนกดปุ่มที่ตรงสายในนาทีแรกต่ำ ต้องเลื่อนหาสูงขึ้นชัดเจน
คนทักถามผิดเรื่องเยอะ (ถามคอร์สในแชทของกิน)ลดลง
แรงที่แอดมินเสียไปกับการเคลียร์มากน้อยลง

เตรียมของก่อนลงมือ ทำตามลำดับนี้

อย่าเพิ่งกระโดดไปออกแบบเมนูสิบใบ เริ่มจากสองสายที่ต่างกันชัดสุดก่อน แล้วค่อยขยาย นี่คือลำดับที่ผมใช้จริง:

  1. ลิสต์สายแอดที่คุณยิงจริง แยกให้ชัดว่ามีกี่สาย เช่น สายคอร์ส สายของกิน สายบริการ อย่าแยกละเอียดเกินจนทำเมนูไม่ไหว เริ่มจาก 2–3 สายพอ
  2. ทำ Rich Menu หนึ่งใบต่อหนึ่งสาย โดยเอาสิ่งที่คนสายนั้นน่าจะอยากกดที่สุดไว้ปุ่มแรก ไม่ต้องยัดทุกอย่างลงทุกใบ
  3. ผูกลิงก์ Add friend ของแต่ละแอดให้ติดแท็กสายนั้น ตรงนี้คือหัวใจ ทดสอบเองด้วยการกดจากแอดจริงแล้วดูว่าเมนูที่โผล่ตรงสายไหม
  4. ตั้ง 'เมนูตั้งต้น' ไว้หนึ่งใบ สำหรับคนที่เข้ามาโดยไม่มีแท็ก (เช่น มาจากป้ายหน้าร้าน หรือเพื่อนแนะนำ) อย่าลืมเคสนี้ เพราะคนกลุ่มนี้มีเสมอ
  5. วัดผลด้วยการดูว่าปุ่มไหนถูกกดบ่อยในแต่ละเมนู ถ้าปุ่มที่ตั้งใจให้เด่นกลับไม่มีคนกด แปลว่าเมนูใบนั้นยังเดาใจคนผิด ให้กลับไปปรับ

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยเวลาทำจริง

  • แยกสายละเอียดเกินไป — ทำเมนูแปดใบเพราะแยกตามรุ่นสินค้า สุดท้ายดูแลไม่ไหว เมนูครึ่งหนึ่งข้อมูลเก่า เริ่มจากน้อย ๆ แล้วค่อยเพิ่มดีกว่า
  • ลืมคนที่เข้ามาแบบไม่มีแท็ก — ถ้าไม่ตั้งเมนูตั้งต้น คนกลุ่มนี้อาจเจอหน้าว่างหรือเมนูมั่ว ๆ ซึ่งเสียโอกาสเปล่า
  • เปลี่ยนเมนูแต่ลืมอัปเดตข้อความต้อนรับ — เมนูโชว์คอร์ส แต่ข้อความแรกที่เด้งขึ้นพูดเรื่องของกิน คนสับสนทันที สองอย่างนี้ต้องไปด้วยกัน
  • วัดแค่ยอดแอดฟรอนต์ — ดูแค่คนกดปุ่มแล้วพอใจ ทั้งที่สิ่งที่ควรดูคือคนกลุ่มไหนกดแล้วคุยต่อจนปิดการขายได้ เมนูสวยแต่ไม่มีใครซื้อก็ไร้ประโยชน์

เคสไหนที่ยังไม่ควรทำ

ผมไม่เชียร์ให้ทุกร้านทำ Dynamic Rich Menu ถ้าคุณขายของอย่างเดียว ลูกค้ามาเพื่อสิ่งเดียว การแยกเมนูก็เปล่าประโยชน์ เมนูใบเดียวที่ออกแบบดีต่างหากที่คุณควรทุ่มเวลาให้

อีกเคสคือร้านที่ยังแยกที่มาของคนไม่ได้ ถ้าคุณยังไม่รู้เลยว่าใครมาจากแอดไหน การจะสลับเมนูตามแท็กก็เป็นไปไม่ได้ ให้กลับไปทำเรื่องการเชื่อมคลิกแอดกับคนที่ทักเข้ามาให้แน่นก่อน แล้วค่อยมาคิดเรื่องเมนูสลับ ลำดับสำคัญกว่าความเท่

สรุป

Dynamic Rich Menu ไม่ใช่ลูกเล่นเท่ ๆ แต่คือการเคารพเวลาของคนที่คุณจ่ายค่าแอดพามา เขามาเพราะสนใจอะไรบางอย่าง หน้าที่ของเมนูคือหยิบสิ่งนั้นมาวางตรงหน้าเขาให้เร็วที่สุด ไม่ใช่บังคับให้เขาเลื่อนหาเอง

เริ่มจากสองสายที่ต่างกันชัดสุด ทำให้แท็กติดถูก แล้วค่อยขยาย อย่าลืมเมนูตั้งต้นสำหรับคนไม่มีแท็ก และวัดผลที่ปลายทาง คือคนซื้อ ไม่ใช่แค่คนกด เท่านี้เมนูของคุณก็จะทำงานแทนแอดมินได้จริง

  • แท็กที่ติดตอนกดจากแอดคือตัวขับทั้งระบบ ถ้าแท็กพลาด เมนูก็พลาด
  • เริ่มจาก 2–3 สาย และอย่าลืมตั้งเมนูตั้งต้นสำหรับคนไม่มีแท็ก
  • วัดที่คนกดแล้วซื้อ ไม่ใช่แค่คนกดปุ่ม

คำถามที่พบบ่อย

Dynamic Rich Menu ต่างจากการเปลี่ยนเมนูตามเวลายังไง

การเปลี่ยนตามเวลาคือทุกคนเห็นเมนูเดียวกันแต่สลับตามช่วงเวลา เช่น เช้าโชว์เมนูอาหารเช้า บ่ายโชว์ของหวาน ส่วน Dynamic ที่พูดถึงนี้คือคนละคนเห็นคนละเมนูในเวลาเดียวกัน ตามความสนใจของแต่ละคน คนละแนวคิดกัน

ต้องมีสมาชิกกี่คนถึงคุ้มที่จะทำ

ไม่ได้ขึ้นกับจำนวนคนตรง ๆ แต่ขึ้นกับว่าคุณขายของหลากหลายพอที่คนแต่ละกลุ่มอยากได้ไม่เหมือนกันไหม ถ้าขายของหลายสายและยิงแอดแยกสายอยู่แล้ว แม้คนไม่เยอะก็เริ่มทำได้ ถ้าขายของสายเดียวก็ยังไม่จำเป็น

ถ้าคนกดเข้ามาโดยไม่ได้มาจากแอด จะเห็นเมนูอะไร

เขาจะเห็นเมนูตั้งต้นที่คุณตั้งไว้ ซึ่งควรเป็นเมนูรวมที่ครอบคลุมกว้างที่สุด อย่าลืมเตรียมเมนูนี้ไว้ เพราะคนที่มาจากป้ายหน้าร้าน จากเพื่อนแนะนำ หรือค้นเจอเอง จะตกอยู่ในกลุ่มนี้เสมอ

เปลี่ยนเมนูบ่อย ๆ จะทำให้ลูกค้าเก่าสับสนไหม

จะสับสนถ้าเปลี่ยนโครงปุ่มไปมาโดยไม่มีเหตุผล ทางที่ดีคือเก็บปุ่มหลักที่คนคุ้นไว้ตำแหน่งเดิม แล้วปรับเฉพาะส่วนที่เป็นโปรหรือแคมเปญ ความคุ้นเคยช่วยให้คนกดถูกโดยไม่ต้องคิด

ต้องเขียนโค้ดเองไหมถึงจะทำได้

การสลับเมนูตามแท็กเบื้องหลังใช้ LINE Messaging API ซึ่งต้องมีระบบมาจัดการ บางเครื่องมือจัดการ LINE มีฟีเจอร์นี้ให้ตั้งค่าผ่านหน้าจอโดยไม่ต้องเขียนโค้ด ลองเช็กเครื่องมือที่คุณใช้อยู่ก่อนว่ารองรับแค่ไหน

จะรู้ได้ยังไงว่าเมนูที่แยกไปได้ผลกว่าเมนูเดิมจริง

อย่าเชื่อความรู้สึก ให้ดูสองอย่าง คือปุ่มที่ตั้งใจให้เด่นถูกกดมากขึ้นไหม และคนที่กดจากเมนูนั้นคุยต่อจนซื้อได้มากขึ้นไหม ถ้าทั้งสองอย่างดีขึ้นถึงจะเรียกว่าได้ผล ถ้าแค่คนกดเยอะแต่ไม่ซื้อ ก็ยังต้องปรับ

ลองตรวจด้วยตัวเอง

Rich Menu Size Checker

อัปโหลดรูปของคุณ แล้วเช็กขนาด สัดส่วน และไฟล์ตาม spec ทางการของ LINE ทันที

เช็กรูปฟรี →

ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก

วัด Conversion LINE ทุกแบรนด์ รวมศูนย์ที่เดียว

องค์กรที่มีหลายแบรนด์ หลายสาขา หลาย LINE OA — linli รวม Tracking และส่ง Conversion กลับทุกแพลตฟอร์ม พร้อม Custom Limit เริ่มฟรี 14 วัน

ติดต่อทีม Sales

บทความที่เกี่ยวข้อง

ยิงแอด Retargeting หาลูกค้าเก่าที่เคยโอนใน LINE ต้นทุนต่ำสุดแต่กำไรสูงสุด

ยิงแอด Retargeting หาลูกค้าเก่าที่เคยโอนใน LINE ต้นทุนต่ำสุดแต่กำไรสูงสุด

ธุรกิจส่วนใหญ่เทงบ 90% ไปไล่จีบคนแปลกหน้า ทั้งที่คนเคยควักเงินให้จริง ๆ นั่งรออยู่ในฐานเดิม บทความนี้ว่าด้วยการปลุกลูกค้าเก่าอย่างเป็นระบบ ทั้งทางบรอดแคสต์และทางแอด
จับคลิกหลอก/คลิกปลอม ตรวจพฤติกรรมก่อนเข้า LINE เพื่อแบน IP หรือทำ Exclude Audience

จับคลิกหลอก/คลิกปลอม ตรวจพฤติกรรมก่อนเข้า LINE เพื่อแบน IP หรือทำ Exclude Audience

จ่ายค่าคลิกทุกครั้งแต่บางคลิกไม่มีวันเป็นลูกค้า ทั้งบอท คู่แข่ง และนิ้วลั่น บทความนี้เล่าวิธีจับสัญญาณคลิกปลอมจากพฤติกรรมก่อนเข้า LINE และวิธีคัดออกทีละชั้น
ทำแคมเปญวันเกิดอัตโนมัติใน LINE ปั๊มยอดจากลูกค้าเก่าโดยไม่ต้องเพิ่มค่าแอดสักบาท

ทำแคมเปญวันเกิดอัตโนมัติใน LINE ปั๊มยอดจากลูกค้าเก่าโดยไม่ต้องเพิ่มค่าแอดสักบาท

แคมเปญวันเกิดส่วนใหญ่ล้มตั้งแต่ยังไม่เริ่ม เพราะร้านไม่มีวันเกิดลูกค้าอยู่ในมือ บทความนี้เล่าวิธีเก็บวันเกิดแบบเนียน ๆ ออกแบบข้อความให้ไม่เหมือนสแปม และวัดว่าได้ยอดจริงเท่าไหร่