← กลับไปหน้าบทความ
ขั้นสูง (MarTech)

Dynamic Rich Menu: เปลี่ยนเมนูตามความสนใจที่มาจากแอด

02 ส.ค. 04:06 · อ่าน 1 นาที
Dynamic Rich Menu: เปลี่ยนเมนูตามความสนใจที่มาจากแอด

สรุปสั้น ๆ

Dynamic Rich Menu คือการมี Rich Menu หลายใบ แล้วสลับให้แต่ละคนเห็นไม่เหมือนกันตามแท็กที่ติดตอนเขากดเข้ามาจากแอด คนที่มาจากแอดคอร์สเห็นปุ่มคอร์ส คนที่มาจากแอดโปรโมชันเห็นปุ่มโปร — ผลคือคนเจอสิ่งที่ตรงใจตั้งแต่วินาทีแรก ไม่ต้องเลื่อนหาเอง

ผมเจอเคสนี้บ่อยจนอยากเขียนถึงสักที ร้านหนึ่งขายทั้งคอร์สออนไลน์ ทั้งอาหารเสริม ทั้งบริการหน้าร้าน ยิงแอดสามตัวแยกกันชัดเจน แต่พอคนกดเข้า LINE มาปุ๊บ ทุกคนเจอ Rich Menu ใบเดียวกันหมด — ปุ่มหกช่องอัดกันแน่น คนที่อยากรู้เรื่องคอร์สต้องกวาดตาหาปุ่มคอร์สท่ามกลางปุ่มอื่นอีกห้าอัน

มันเหมือนคุณจ่ายค่าแอดเพื่อพาคนเดินเข้าร้าน แล้วพอเขาเข้ามาก็โยนแคตตาล็อกทั้งเล่มใส่หน้าเขา ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเขามาเพราะสนใจอะไร Dynamic Rich Menu แก้ตรงนี้ — มันให้คุณเตรียมเมนูไว้หลายใบ แล้วเลือกโชว์ใบที่ตรงกับสิ่งที่เขากดมา

บทความนี้จะไม่พูดลอย ๆ ว่า 'ทำแล้วดี' แต่จะเล่าว่ากลไกมันทำงานยังไง ต้องเตรียมอะไร จุดที่คนพลาดบ่อย และเคสไหนที่ 'ไม่ควร' ทำ เพราะบางร้านทำแล้วเปลืองแรงเปล่า

กลไกจริง ๆ มันสลับเมนูได้ยังไง

หัวใจของ Dynamic Rich Menu ไม่ได้อยู่ที่ตัวเมนูสวย ๆ แต่อยู่ที่ 'แท็ก' ที่ติดกับคนตอนเขากดเข้ามา สมมติคุณยิงแอดคอร์ส แล้วใส่พารามิเตอร์พิเศษไว้ในลิงก์ Add friend พอคนกดจากแอดนั้น ระบบก็รู้ทันทีว่า 'คนนี้มาจากสายคอร์ส' แล้วจับเขาไปผูกกับ Rich Menu ใบที่ทำมาเพื่อคนสายคอร์สโดยเฉพาะ

คนที่มาจากแอดโปรโมชันของกินก็เข้าเงื่อนไขคนละชุด เจอเมนูอีกใบที่ปุ่มแรกคือ 'ดูเมนูวันนี้' ไม่ใช่ 'สมัครคอร์ส' ความต่างแค่นี้ฟังดูเล็ก แต่ในทางปฏิบัติมันคือการลดจำนวนครั้งที่คนต้องกดกว่าจะเจอสิ่งที่อยากได้ ยิ่งกดน้อย คนยิ่งไม่หลุด

จุดที่ต้องเข้าใจให้ชัดคือ แท็กนี้แหละที่เป็นตัวขับทั้งระบบ ถ้าแท็กไม่ติด หรือติดผิด เมนูก็สลับผิด เพราะฉะนั้นก่อนจะไปตื่นเต้นเรื่องดีไซน์เมนู ให้แน่ใจก่อนว่าคุณแยกที่มาของคนได้จริง ไม่งั้นทั้งระบบเป็นการเดา

เมนูเดียวกับเมนูแยกตามคน ต่างกันแค่ไหน

ผมชอบให้ลูกค้าเห็นภาพด้วยตัวเลขมากกว่าคำพูด ตารางนี้เทียบสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเมื่อร้านหนึ่งเปลี่ยนจากเมนูรวมใบเดียว มาเป็นเมนูแยกตามสายแอด (ตัวเลขเป็นค่าประมาณจากเคสหน้างาน ไม่ใช่ค่ากลางของทุกธุรกิจ):

สิ่งที่วัดเมนูรวมใบเดียวเมนูแยกตามแท็ก
จำนวนปุ่มที่คนต้องกวาดตา6 ปุ่มปนกันปุ่มเด่นตรงสาย 2–3 ปุ่ม
คนกดปุ่มที่ตรงสายในนาทีแรกต่ำ ต้องเลื่อนหาสูงขึ้นชัดเจน
คนทักถามผิดเรื่องเยอะ (ถามคอร์สในแชทของกิน)ลดลง
แรงที่แอดมินเสียไปกับการเคลียร์มากน้อยลง

เตรียมของก่อนลงมือ ทำตามลำดับนี้

อย่าเพิ่งกระโดดไปออกแบบเมนูสิบใบ เริ่มจากสองสายที่ต่างกันชัดสุดก่อน แล้วค่อยขยาย นี่คือลำดับที่ผมใช้จริง:

  1. ลิสต์สายแอดที่คุณยิงจริง แยกให้ชัดว่ามีกี่สาย เช่น สายคอร์ส สายของกิน สายบริการ อย่าแยกละเอียดเกินจนทำเมนูไม่ไหว เริ่มจาก 2–3 สายพอ
  2. ทำ Rich Menu หนึ่งใบต่อหนึ่งสาย โดยเอาสิ่งที่คนสายนั้นน่าจะอยากกดที่สุดไว้ปุ่มแรก ไม่ต้องยัดทุกอย่างลงทุกใบ
  3. ผูกลิงก์ Add friend ของแต่ละแอดให้ติดแท็กสายนั้น ตรงนี้คือหัวใจ ทดสอบเองด้วยการกดจากแอดจริงแล้วดูว่าเมนูที่โผล่ตรงสายไหม
  4. ตั้ง 'เมนูตั้งต้น' ไว้หนึ่งใบ สำหรับคนที่เข้ามาโดยไม่มีแท็ก (เช่น มาจากป้ายหน้าร้าน หรือเพื่อนแนะนำ) อย่าลืมเคสนี้ เพราะคนกลุ่มนี้มีเสมอ
  5. วัดผลด้วยการดูว่าปุ่มไหนถูกกดบ่อยในแต่ละเมนู ถ้าปุ่มที่ตั้งใจให้เด่นกลับไม่มีคนกด แปลว่าเมนูใบนั้นยังเดาใจคนผิด ให้กลับไปปรับ

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยเวลาทำจริง

  • แยกสายละเอียดเกินไป — ทำเมนูแปดใบเพราะแยกตามรุ่นสินค้า สุดท้ายดูแลไม่ไหว เมนูครึ่งหนึ่งข้อมูลเก่า เริ่มจากน้อย ๆ แล้วค่อยเพิ่มดีกว่า
  • ลืมคนที่เข้ามาแบบไม่มีแท็ก — ถ้าไม่ตั้งเมนูตั้งต้น คนกลุ่มนี้อาจเจอหน้าว่างหรือเมนูมั่ว ๆ ซึ่งเสียโอกาสเปล่า
  • เปลี่ยนเมนูแต่ลืมอัปเดตข้อความต้อนรับ — เมนูโชว์คอร์ส แต่ข้อความแรกที่เด้งขึ้นพูดเรื่องของกิน คนสับสนทันที สองอย่างนี้ต้องไปด้วยกัน
  • วัดแค่ยอดแอดฟรอนต์ — ดูแค่คนกดปุ่มแล้วพอใจ ทั้งที่สิ่งที่ควรดูคือคนกลุ่มไหนกดแล้วคุยต่อจนปิดการขายได้ เมนูสวยแต่ไม่มีใครซื้อก็ไร้ประโยชน์

เคสไหนที่ยังไม่ควรทำ

ผมไม่เชียร์ให้ทุกร้านทำ Dynamic Rich Menu ถ้าคุณขายของอย่างเดียว ลูกค้ามาเพื่อสิ่งเดียว การแยกเมนูก็เปล่าประโยชน์ เมนูใบเดียวที่ออกแบบดีต่างหากที่คุณควรทุ่มเวลาให้

อีกเคสคือร้านที่ยังแยกที่มาของคนไม่ได้ ถ้าคุณยังไม่รู้เลยว่าใครมาจากแอดไหน การจะสลับเมนูตามแท็กก็เป็นไปไม่ได้ ให้กลับไปทำเรื่องการเชื่อมคลิกแอดกับคนที่ทักเข้ามาให้แน่นก่อน แล้วค่อยมาคิดเรื่องเมนูสลับ ลำดับสำคัญกว่าความเท่

สรุป

Dynamic Rich Menu ไม่ใช่ลูกเล่นเท่ ๆ แต่คือการเคารพเวลาของคนที่คุณจ่ายค่าแอดพามา เขามาเพราะสนใจอะไรบางอย่าง หน้าที่ของเมนูคือหยิบสิ่งนั้นมาวางตรงหน้าเขาให้เร็วที่สุด ไม่ใช่บังคับให้เขาเลื่อนหาเอง

เริ่มจากสองสายที่ต่างกันชัดสุด ทำให้แท็กติดถูก แล้วค่อยขยาย อย่าลืมเมนูตั้งต้นสำหรับคนไม่มีแท็ก และวัดผลที่ปลายทาง คือคนซื้อ ไม่ใช่แค่คนกด เท่านี้เมนูของคุณก็จะทำงานแทนแอดมินได้จริง

  • แท็กที่ติดตอนกดจากแอดคือตัวขับทั้งระบบ ถ้าแท็กพลาด เมนูก็พลาด
  • เริ่มจาก 2–3 สาย และอย่าลืมตั้งเมนูตั้งต้นสำหรับคนไม่มีแท็ก
  • วัดที่คนกดแล้วซื้อ ไม่ใช่แค่คนกดปุ่ม

คำถามที่พบบ่อย

Dynamic Rich Menu ต่างจากการเปลี่ยนเมนูตามเวลายังไง

การเปลี่ยนตามเวลาคือทุกคนเห็นเมนูเดียวกันแต่สลับตามช่วงเวลา เช่น เช้าโชว์เมนูอาหารเช้า บ่ายโชว์ของหวาน ส่วน Dynamic ที่พูดถึงนี้คือคนละคนเห็นคนละเมนูในเวลาเดียวกัน ตามความสนใจของแต่ละคน คนละแนวคิดกัน

ต้องมีสมาชิกกี่คนถึงคุ้มที่จะทำ

ไม่ได้ขึ้นกับจำนวนคนตรง ๆ แต่ขึ้นกับว่าคุณขายของหลากหลายพอที่คนแต่ละกลุ่มอยากได้ไม่เหมือนกันไหม ถ้าขายของหลายสายและยิงแอดแยกสายอยู่แล้ว แม้คนไม่เยอะก็เริ่มทำได้ ถ้าขายของสายเดียวก็ยังไม่จำเป็น

ถ้าคนกดเข้ามาโดยไม่ได้มาจากแอด จะเห็นเมนูอะไร

เขาจะเห็นเมนูตั้งต้นที่คุณตั้งไว้ ซึ่งควรเป็นเมนูรวมที่ครอบคลุมกว้างที่สุด อย่าลืมเตรียมเมนูนี้ไว้ เพราะคนที่มาจากป้ายหน้าร้าน จากเพื่อนแนะนำ หรือค้นเจอเอง จะตกอยู่ในกลุ่มนี้เสมอ

เปลี่ยนเมนูบ่อย ๆ จะทำให้ลูกค้าเก่าสับสนไหม

จะสับสนถ้าเปลี่ยนโครงปุ่มไปมาโดยไม่มีเหตุผล ทางที่ดีคือเก็บปุ่มหลักที่คนคุ้นไว้ตำแหน่งเดิม แล้วปรับเฉพาะส่วนที่เป็นโปรหรือแคมเปญ ความคุ้นเคยช่วยให้คนกดถูกโดยไม่ต้องคิด

ต้องเขียนโค้ดเองไหมถึงจะทำได้

การสลับเมนูตามแท็กเบื้องหลังใช้ LINE Messaging API ซึ่งต้องมีระบบมาจัดการ บางเครื่องมือจัดการ LINE มีฟีเจอร์นี้ให้ตั้งค่าผ่านหน้าจอโดยไม่ต้องเขียนโค้ด ลองเช็กเครื่องมือที่คุณใช้อยู่ก่อนว่ารองรับแค่ไหน

จะรู้ได้ยังไงว่าเมนูที่แยกไปได้ผลกว่าเมนูเดิมจริง

อย่าเชื่อความรู้สึก ให้ดูสองอย่าง คือปุ่มที่ตั้งใจให้เด่นถูกกดมากขึ้นไหม และคนที่กดจากเมนูนั้นคุยต่อจนซื้อได้มากขึ้นไหม ถ้าทั้งสองอย่างดีขึ้นถึงจะเรียกว่าได้ผล ถ้าแค่คนกดเยอะแต่ไม่ซื้อ ก็ยังต้องปรับ

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง