ส่งแบบ Narrowcast แยกกลุ่ม แล้ววัดว่ากลุ่มไหนสร้างยอดจริง
สรุปสั้น ๆ
Narrowcast ส่งข้อความหาเฉพาะกลุ่มผู้รับ แต่รายงานของ LINE บอกแค่จำนวนที่ส่งถึง เปิดอ่าน และคลิก ตอบไม่ได้ว่ากลุ่มไหนสร้างยอด วิธีวัดคือให้ทุกกลุ่มมีลิงก์ที่ติดรหัสกลุ่มของตัวเอง กันกลุ่มควบคุมราว 10% ไว้ในทุกกลุ่ม แล้วเทียบอัตราออเดอร์ของกลุ่มที่ได้รับกับกลุ่มที่ไม่ได้รับ ส่วนต่างคือยอดที่ข้อความสร้างจริง
สมมติร้านหนึ่งแบ่งฐานเพื่อนเป็น 4 กลุ่ม แล้วส่งโปรเดียวกันไปทุกกลุ่มพร้อมกัน ทั้งสัปดาห์มีออเดอร์ 180 รายการ ทีมถามว่ารอบหน้าควรส่งให้กลุ่มไหนก่อน แต่ข้อมูลที่มีคืออัตราเปิดอ่านต่อกลุ่ม ซึ่งไม่ได้บอกว่าใครซื้อ
Narrowcast คือการส่งข้อความเฉพาะกลุ่มผู้รับที่เรากำหนด ต่างจาก Broadcast ที่ส่งทั้งลิสต์ รายละเอียดทางเทคนิค เช่น การสร้างกลุ่มผู้รับ เงื่อนไขกรอง ขนาดกลุ่มขั้นต่ำ และชื่อเมนูในหน้าจัดการ ตรวจจากเอกสารล่าสุดของ LINE บทความนี้เน้นวิธีวัดผลซึ่งใช้ได้ไม่ว่ากลไกส่งจะเปลี่ยนไปแบบไหน
LINE รายงานอะไร และยังขาดอะไร
รายงานสถิติข้อความของ LINE บอกจำนวนที่ส่งถึง การเปิดอ่าน และการคลิกลิงก์ในข้อความ ตามที่เอกสารระบุ มีตัวเลือกให้ตั้งชื่อหน่วยรวมสถิติ (ชื่อฟิลด์ที่เอกสารใช้คือ customAggregationUnits ตรวจรูปแบบและข้อจำกัดของชื่อกับเอกสารล่าสุด) เพื่อรวมสถิติของข้อความหลายชุดที่เป็นแคมเปญเดียวกัน แต่รายงานเหล่านี้ไม่รู้ว่าใครซื้ออะไรในแชท ยอดขายอยู่ในระบบของคุณเท่านั้น และกลุ่มที่เล็กมากอาจมีสถิติที่ถูกจำกัดการแสดงผล ให้ตรวจเงื่อนไขนี้ก่อนออกแบบกลุ่มย่อย
ห้าอย่างที่ต้องติดตั้งไว้ก่อนกดส่ง
- นิยามกลุ่มให้ไม่ซ้อนกัน คนหนึ่งคนอยู่กลุ่มเดียวเท่านั้น แล้วจดนิยามกับวันที่ดึงรายชื่อไว้ ดูวิธีแบ่งกลุ่มจากประวัติแชทใน แบ่งกลุ่มจากประวัติแชท
- ให้แต่ละกลุ่มมีลิงก์ของตัวเอง ที่ติดรหัสกลุ่มและรหัสรอบ ผ่านรหัสสั้นตามแนวทางใน ส่งต่อ Click ID เข้า LINE จะได้รู้ว่าคลิกมาจากกลุ่มไหน
- ตั้งชื่อหน่วยรวมสถิติของ LINE ให้ตรงกับรหัสกลุ่มและรอบ เพื่อให้ตัวเลขฝั่ง LINE กับฝั่งเราเทียบกันได้
- สุ่มกันกลุ่มควบคุมราว 10% จากแต่ละกลุ่มไว้โดยไม่ส่งข้อความ และเก็บ userId ของกลุ่มนี้ไว้
- กำหนดหน้าต่างนับออเดอร์ล่วงหน้า เช่น 7 วัน (สมมติ) ให้สอดคล้องกับรอบตัดสินใจซื้อของสินค้าคุณ แล้วใช้เท่ากันทุกกลุ่ม
ตัวอย่างสี่กลุ่มที่ผลจริงต่างจากยอดดิบ
ตัวเลขในตารางเป็นตัวอย่างสมมติ ถ้าดูแค่ออเดอร์ดิบ สองกลุ่มแรกได้เท่ากันที่ 54 และกลุ่มที่สามได้ 63 จากคนเพียง 900 คน แต่ส่วนต่างอัตราบอกอีกเรื่อง กลุ่ม “ทักแต่ยังไม่ซื้อ” เล็กที่สุดแต่ข้อความสร้างออเดอร์เพิ่มราว 36 รายการ มากที่สุด ส่วนกลุ่ม “เพิ่งเพิ่มเพื่อน” ซื้อในอัตราเท่ากันไม่ว่าจะได้ข้อความหรือไม่ ข้อความรอบนี้ไม่ได้เพิ่มอะไรให้เขา
ถ้าค่าข้อความสมมติ 0.10 บาท การส่ง 5,850 ข้อความรวมเป็น 585 บาท ได้ออเดอร์เพิ่มรวม 72 รายการ หรือราว 8 บาทต่อออเดอร์ที่เพิ่ม โดยกลุ่มสุดท้ายใช้ไป 45 บาทแล้วไม่ได้อะไรกลับมา แนวคิดคำนวณต้นทุนข้อความเทียบกับออเดอร์อ่านเพิ่มได้ใน วัดผล Broadcast LINE ที่สร้างออเดอร์
| กลุ่ม | ส่ง | ควบคุม | ออเดอร์ (ส่ง) | ออเดอร์ (ควบคุม) | อัตรา (ส่ง) | อัตรา (ควบคุม) | ออเดอร์ที่ข้อความสร้าง |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ซื้อภายใน 30 วัน | 1,800 | 200 | 54 | 5 | 3.0% | 2.5% | ประมาณ 9 |
| หายไปเกิน 90 วัน | 2,700 | 300 | 54 | 3 | 2.0% | 1.0% | ประมาณ 27 |
| ทักแต่ยังไม่ซื้อ | 900 | 100 | 63 | 3 | 7.0% | 3.0% | ประมาณ 36 |
| เพิ่งเพิ่มเพื่อน 7 วัน | 450 | 50 | 18 | 2 | 4.0% | 4.0% | 0 |
กลุ่มควบคุมเล็กเกินไปทำให้ผลแกว่ง
ดูที่ช่องออเดอร์กลุ่มควบคุมในตาราง ได้ 5, 3, 3 และ 2 รายการ ถ้ามีคนซื้อเพิ่มหรือหายไปเพียงหนึ่งหรือสองคน ส่วนต่างอัตราก็เปลี่ยนไปเกือบครึ่ง เช่นกลุ่มแรกที่ส่วนต่าง 0.5 จุด อาจกลายเป็น 0 หรือ 1 ได้ง่าย ๆ ผมถือว่าถ้าออเดอร์ในกลุ่มควบคุมต่ำกว่าราว 10 รายการ ผลที่ได้เป็นทิศทาง ไม่ใช่ข้อสรุป นี่เป็นดุลยพินิจของผม ไม่ใช่เกณฑ์ทางสถิติ
ทางแก้มีสองทาง คือกันกลุ่มควบคุมเป็น 20% ในกลุ่มที่เล็ก หรือทำซ้ำสองถึงสามรอบแล้วรวมผล วิธีออกแบบการทดสอบแบบกันกลุ่มอยู่ใน ออกแบบ Holdout Test
สี่ข้อผิดพลาดในการอ่านผลรายกลุ่ม
- กลุ่มซ้อนกัน: คนหนึ่งอยู่สองกลุ่มจึงได้ข้อความสองชุด ผลของกลุ่มปนกันและแยกไม่ได้ว่าชุดไหนได้ผล
- เปลี่ยนนิยามระหว่างรอบ: ย้ายคนเข้าออกกลุ่มหลังส่งไปแล้ว ทำให้เทียบก่อนหลังไม่ได้
- นับเฉพาะคนที่เปิดอ่าน: ต้องนับทุกคนที่ถูกส่ง เพราะคนที่เปิดอ่านคือคนที่สนใจอยู่แล้ว การนับเฉพาะพวกเขาทำให้ผลดูดีเกินจริง
- เทียบข้ามกลุ่มแทนกลุ่มควบคุม: กลุ่ม “ทักแต่ยังไม่ซื้อ” ซื้อได้ 7% ส่วนกลุ่ม “หายไปเกิน 90 วัน” ได้ 2% แต่ฐานซื้อของสองกลุ่มต่างกันตั้งแต่ต้น ต้องเทียบกับกลุ่มควบคุมของตัวเองเท่านั้น
เอาผลไปตัดสินรอบหน้า
จากตัวอย่าง ข้อความของกลุ่มที่ส่วนต่างเป็นศูนย์ควรถูกลดหรือเปลี่ยนเนื้อหา ส่วนกลุ่มที่ส่วนต่างสูงควรได้ความถี่เพิ่มอย่างระมัดระวัง เพราะความถี่ที่สูงเกินไปเพิ่มยอดบล็อก ดูข้อจำกัดใน Broadcast Remarketing กับการวัดผล อย่าตัดสินใจจากรอบเดียวถ้ากลุ่มควบคุมเล็ก ให้ทำซ้ำอย่างน้อยอีกหนึ่งรอบก่อนย้ายงบข้อความ
สรุป
รอบถัดไปที่จะส่ง Narrowcast ให้ลงมือสามอย่างก่อนกดส่ง คือนิยามกลุ่มไม่ซ้อนกัน ใส่รหัสกลุ่มในลิงก์ และสุ่มกันกลุ่มควบคุมไว้ แค่สามอย่างนี้ ผลรอบนั้นก็จะตอบได้ว่ากลุ่มไหนควรได้รับข้อความต่อ
ที่เหลือคือวินัยในการอ่านผล ใช้อัตราออเดอร์ของกลุ่มที่ส่งเทียบกลุ่มควบคุมของตัวเอง และอย่าด่วนสรุปเมื่อกลุ่มควบคุมมีออเดอร์ไม่ถึงสิบรายการ
- รายงานของ LINE บอกการส่งถึง เปิด คลิก แต่ไม่บอกยอดขาย
- ติดรหัสกลุ่มในลิงก์และตั้งชื่อหน่วยรวมสถิติให้ตรงกัน
- กันกลุ่มควบคุมราว 10% ในทุกกลุ่ม และนับทุกคนที่ถูกส่ง
- กลุ่มควบคุมเล็กเกินไป ให้เพิ่มสัดส่วนหรือทำซ้ำหลายรอบ
- ย้ายงบข้อความจากกลุ่มที่ส่วนต่างเป็นศูนย์ไปกลุ่มที่ส่วนต่างสูง
คำถามที่พบบ่อย
Narrowcast ต่างจาก Broadcast ธรรมดายังไง?
Broadcast ส่งทั้งลิสต์เพื่อนที่ติดตาม ส่วน Narrowcast ส่งเฉพาะกลุ่มผู้รับตามกลุ่มที่สร้างไว้หรือเงื่อนไขที่กำหนด รายละเอียดเงื่อนไขกรองและข้อจำกัดขนาดกลุ่มให้ตรวจจากเอกสารล่าสุด
กลุ่มเล็กมากส่งได้ไหม?
อาจมีขั้นต่ำของขนาดกลุ่มที่ LINE กำหนด ตรวจในเอกสาร และต่อให้ส่งได้ กลุ่มเล็กอ่านผลยาก เพราะออเดอร์น้อย ถ้ากลุ่มเล็กเกินไปให้รวมกับกลุ่มใกล้เคียงหรือทดสอบสะสมหลายรอบ
ต้องกันกลุ่มควบคุมทุกรอบไหม?
ไม่ต้องทุกรอบ ทำในรอบที่ต้องใช้ผลตัดสินใจย้ายงบหรือเปลี่ยนความถี่ แล้วใช้ผลนั้นเป็นแนวทางในรอบที่ไม่ได้ทดสอบ จนกว่าจะมีเหตุให้สงสัยว่าพฤติกรรมเปลี่ยน
กลุ่มควบคุมไม่ได้รับโปร เสียโอกาสไหม?
เสียส่วนเล็ก ๆ แค่ราว 10% ของแต่ละกลุ่ม และชดเชยได้โดยส่งโปรให้กลุ่มนี้หลังจบหน้าต่างวัดผล ถ้าโปรยังไม่หมดอายุ
ใช้รายงานของ LINE อย่างเดียวพอไหม?
พอสำหรับดูจำนวนที่ส่งถึงและคลิก แต่ไม่พอสำหรับตอบว่ากลุ่มไหนสร้างออเดอร์ เพราะยอดขายอยู่ในระบบของคุณ ต้องผูกด้วยรหัสกลุ่มและเทียบกับกลุ่มควบคุม
อ่านต่อแบบเจาะลึก
รู้ว่าโฆษณาเข้า LINE ทำยอดขายจริงแค่ไหน
linli ติดตามลูกค้าตั้งแต่คลิกโฆษณา กดเพิ่มเพื่อน ทักแชท จนปิดการขาย พร้อมส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มโฆษณา เริ่มฟรี 14 วัน
ทดลองใช้ฟรี 14 วัน