Audience ใน LINE OA มีหลายแบบ เลือกแบบไหนไปยิงซ้ำให้คุ้มที่สุด
สรุปสั้น ๆ
Audience ที่ควรได้งบยิงซ้ำก่อนคือกลุ่มที่อยู่ใกล้การจ่ายเงินที่สุดและยังมีคนมากพอให้ยิงได้ ในทางปฏิบัติคือกลุ่มที่ทีมแอดมินแปะแท็กเองหลังคุยจริง ตามด้วยคนที่กดลิงก์ในข้อความ ส่วนคนที่แค่เปิดอ่านบรอดแคสต์ควรได้งบน้อยที่สุด และทุกกลุ่มต้องหักคนที่ซื้อไปแล้วออกก่อนยิง
สมมติร้านเครื่องสำอางแห่งหนึ่งมีเพื่อนใน LINE OA 12,000 คน เจ้าของเปิดเมนู Audience ครั้งแรกแล้วเลือกกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดมายิงซ้ำ คือคนที่เปิดอ่านบรอดแคสต์ล่าสุด 5,400 คน ใช้งบ 20,000 บาท ได้แชทใหม่เกือบร้อยแชท ตัวเลขดูดีจนกระทั่งแอดมินไล่อ่านแล้วพบว่าราวครึ่งหนึ่งพิมพ์มาแค่ว่า ‘ขอดูเฉย ๆ ค่ะ’
กลุ่มที่ใหญ่ที่สุดมักเป็นกลุ่มที่เย็นที่สุด เพราะการเปิดอ่านข้อความคือการแตะดู ไม่ได้บอกว่าอยากซื้อ ขณะที่กลุ่มเล็กอย่างคนที่เคยถามราคาแล้วเงียบ ซึ่งแอดมินแปะแท็กไว้เองในแชท กลับนอนอยู่ในระบบโดยไม่มีใครเอาไปยิง
Audience ที่ได้จาก OA แบ่งตามต้นทางสัญญาณได้สี่ตระกูล
ก่อนเปรียบเทียบ ต้องรู้ว่าแต่ละกลุ่มเกิดจากการกระทำอะไรของลูกค้า ชื่อเรียก เงื่อนไข และช่วงอายุของแต่ละกลุ่มให้ตรวจกับหน้าสร้าง Audience และเอกสารของ LINE ฉบับล่าสุด เพราะแพลตฟอร์มเพิ่มและเปลี่ยนชนิดกลุ่มอยู่เป็นระยะ
- กลุ่มจากพฤติกรรมกับข้อความ คือคนที่เปิดอ่านบรอดแคสต์ กดลิงก์ในข้อความ หรือแตะพื้นที่บนริชเมนู ลูกค้าทำแค่แตะ ไม่ต้องพิมพ์อะไร
- กลุ่มจากแท็กที่ทีมกำหนด คือคนที่แอดมินแปะแท็กหลังคุยจริง เช่น ‘ถามราคาแล้ว’ ‘รอโอน’ ‘ซื้อแล้ว’ กลุ่มนี้มาจากวิจารณญาณของคน ไม่ได้มาจากการแตะ (วิธีวางระบบแท็กดูในระบบแท็กแชท)
- กลุ่มจากการเข้าเว็บ คือคนที่ LINE Tag บนเว็บจับได้ว่าเปิดหน้าสินค้าหรือตะกร้า ใช้ได้เมื่อ Tag ติดถูก เรื่องนี้แยกอธิบายไว้ในรีมาร์เก็ตติ้งด้วย LINE Tag
- กลุ่มจากรายชื่อที่อัปโหลด คือรายชื่อลูกค้าจากระบบของคุณเอง เช่น คนที่ซื้อแล้วหรือสมาชิก ชนิดตัวระบุที่อัปโหลดได้และจำนวนคนขั้นต่ำให้ตรวจในเมนู
เรียงกลุ่มตามระยะห่างจากการจ่ายเงิน
| ตระกูล | ลูกค้าทำอะไรมา | ระยะถึงการจ่ายเงิน | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| แท็กที่ทีมกำหนด (ถามราคา รอโอน) | คุยกับแอดมินและบอกความตั้งใจเอง | ใกล้ที่สุด | กลุ่มเล็ก และคุณภาพขึ้นกับวินัยของแอดมิน |
| กดลิงก์ในข้อความ | สนใจพอจะกดไปดูต่อ | ใกล้ปานกลาง | ลิงก์ของแจกเรียกคนหาของฟรีได้มากกว่าคนซื้อ |
| เข้าเว็บ (LINE Tag) | ดูหน้าสินค้าหรือตะกร้า | ปานกลางถึงใกล้ ขึ้นกับหน้าที่ดู | Tag ไม่ยิงหรือยิงซ้ำทำให้กลุ่มเพี้ยน |
| ลูกค้าเก่าที่อัปโหลด | เคยจ่ายเงินแล้ว | ใกล้สำหรับของซื้อซ้ำ ไกลสำหรับของซื้อครั้งเดียว | ต้องมีเหตุผลใหม่ ไม่ใช่ข้อเสนอเดิม |
| เปิดอ่านข้อความ | แตะเปิดเฉย ๆ | ไกลที่สุด | ใหญ่ที่สุดแต่เย็นที่สุด |
ตัวอย่างสมมติ งบยิงซ้ำ 30,000 บาทต่อเดือน
สมมติร้านเดิมมีกลุ่มแท็กถามราคา 260 คน กลุ่มกดลิงก์ 700 คน ลูกค้าเก่า 900 คน และกลุ่มเปิดอ่าน 5,400 คน ผมแบ่งงบตามทั้งระยะห่างและขนาดกลุ่ม ไม่ใช่ตามขนาดอย่างเดียว
หักคนออกก่อนยิง สี่ขั้นที่กันไม่ให้จ่ายซ้ำ
- ตั้งกลุ่ม ‘ซื้อแล้ว’ จากแท็กหรือรายชื่ออัปโหลด แล้วหักออกจากทุกแอดกรุ๊ปของงานยิงซ้ำ การโชว์โฆษณา ‘ลด 10%’ ให้คนที่เพิ่งโอนเงินเสียทั้งเงินค่าโฆษณาและความรู้สึกลูกค้า
- หักกลุ่มที่ใกล้ซื้อกว่าออกจากกลุ่มที่ไกลกว่า คนที่ติดแท็กถามราคามักเปิดอ่านบรอดแคสต์ด้วย ถ้าไม่หัก คนคนเดียวอยู่ในสองแอดกรุ๊ปและแข่งประมูลกับตัวเอง ปัญหานี้อธิบายไว้ในad set ซ้อนกัน
- ตั้งช่วงอายุของกลุ่มให้สอดรับกับรอบตัดสินใจ คนที่กดลิงก์เมื่อสามเดือนก่อนไม่ใช่คนเดียวกับที่กดเมื่อสามวันก่อน ช่วงที่เลือกได้ให้ดูในเมนู
กลุ่มเล็กเกินไป ระบบยิงไม่ออกหรือยิงคนเดิมวนซ้ำ
LINE กำหนดขนาดขั้นต่ำของกลุ่มที่ยิงได้ ตัวเลขผมไม่ยืนยัน ให้ตรวจในหน้าสร้างกลุ่มของบัญชีคุณ ถ้ากลุ่มแท็กถามราคามีแค่ไม่กี่สิบคน ผลมักเป็นยิงไม่ออก หรือออกแล้วคนเดิมเห็นแอดวันละหลายรอบ
ทางแก้คือรวมแท็กที่ความหมายใกล้กัน เช่น ‘ถามราคา’ กับ ‘ขอใบเสนอราคา’ เป็นกลุ่มเดียวก่อน ส่วนการหาคนใหม่ที่หน้าตาเหมือนผู้ซื้อ ให้ใช้กลุ่มคล้ายจากผู้ซื้อแทน
วัดว่ากลุ่มไหนคุ้มด้วยออเดอร์ที่ย้อนกลับถึงกลุ่มนั้น
ระบบโฆษณาโชว์จำนวนแชท แต่ไม่รู้ว่าแชทไหนปิดได้ ผมจึงให้ทุกแอดกรุ๊ปมีรหัสของตัวเองในลิงก์ปลายทาง เช่นชื่อกลุ่มย่อใน utm_content แล้วดูว่ากลุ่มไหนพาไปถึงใบสั่งซื้อ ความต่างเห็นได้ตั้งแต่ประโยคแรกในแชท กลุ่มเปิดอ่านมักเริ่มด้วย ‘เห็นโปรเลยกดเข้ามาดูก่อนค่ะ’ ส่วนกลุ่มแท็กถามราคาเริ่มด้วย ‘ชุดสามชิ้นที่เคยถามไว้ ตอนนี้ยังมีไหมคะ’ ประโยคหลังคือคนที่รู้แล้วว่าจะเอาอะไร
- ดู ‘ต้นทุนต่อออเดอร์’ ของแต่ละกลุ่ม ไม่ใช่ต้นทุนต่อแชท เพราะกลุ่มเย็นให้แชทถูกแต่ปิดได้น้อย
- รอให้พ้นรอบปิดการขายก่อนตัดงบ ถ้าสินค้าส่วนใหญ่ปิดภายใน 7 วัน ให้ดูย้อนหลังอย่างน้อย 14 วัน
- ลูกค้าเก่าให้วัดแยกจากผู้ซื้อใหม่ และใช้ข้อเสนอที่ไม่ซ้ำเดิม วิธีคิดอยู่ในการยิงลูกค้าเก่ากลับมา
สรุป
ลำดับงบที่ผมใช้คือเริ่มที่กลุ่มใกล้ซื้อและเล็ก ตามด้วยกลุ่มกลาง แล้วเหลือส่วนน้อยให้กลุ่มใหญ่ที่เย็น ถ้าตอนนี้คุณยิงอยู่กลุ่มเดียว ให้แยกคนที่ซื้อแล้วออกก่อนเป็นอย่างแรก เพราะเป็นการแก้ที่ใช้เวลาน้อยที่สุดและเห็นผลทันที
รอบแรกลองทดสอบแบบง่าย สร้างสองแอดกรุ๊ป คือแท็กถามราคากับเปิดอ่านบรอดแคสต์ ใช้ข้อความเดียวกันและงบเท่ากัน สองสัปดาห์แล้วเทียบต้นทุนต่อออเดอร์ ผลที่ได้บอกได้ชัดกว่าทฤษฎีใดว่ากลุ่มไหนเหมาะกับสินค้าของคุณ
- จัด Audience ตามต้นทางของสัญญาณ ไม่ผูกกับชื่อเมนูที่เปลี่ยนได้
- ใกล้การจ่ายเงินที่สุดมักเป็นแท็กที่ทีมแปะเอง ไกลที่สุดคือเปิดอ่านข้อความ
- หักผู้ซื้อแล้วและกลุ่มที่ซ้อนกันออกก่อนยิงทุกครั้ง
- ตัดสินด้วยต้นทุนต่อออเดอร์ที่ย้อนถึงกลุ่มนั้น ไม่ใช่จำนวนแชท
คำถามที่พบบ่อย
กลุ่มคนเปิดอ่านบรอดแคสต์ไม่คุ้มเลยหรือ
ไม่ถึงกับไม่คุ้ม แต่ควรใช้เป็นขั้นอุ่นเครื่อง ใส่งบน้อย ใช้ข้อความที่ให้ข้อมูลมากกว่าขายตรง แล้วดูว่าใครกดต่อ คนที่กดต่อจึงขยับขึ้นไปอยู่กลุ่มกดลิงก์
แท็กที่แอดมินแปะเองเชื่อได้แค่ไหน
เชื่อได้เท่าที่ทีมมีนิยามเดียวกัน ถ้าแอดมินสามคนใช้แท็ก ‘สนใจ’ ต่างความหมาย กลุ่มจะปนกันมั่ว ควรเขียนความหมายแท็กไว้เป็นลายลักษณ์อักษร และสุ่มเปิดแชทที่ติดแท็กเดือนละสิบแชทเพื่อตรวจ
ต้องมีเพื่อนกี่คนถึงยิงซ้ำได้
ขั้นต่ำของแต่ละกลุ่มกำหนดโดย LINE และเปลี่ยนได้ ให้ดูตัวเลขจริงในหน้าสร้างกลุ่มของบัญชีคุณ แม้พ้นขั้นต่ำมาเล็กน้อยก็ยังเสี่ยงความถี่สูง ควรมีกลุ่มที่ใหญ่พอจะกระจายงบ
ควรยิงซ้ำลูกค้าเก่าเมื่อไหร่
ยิงเมื่อมีเหตุผลใหม่ เช่น ของใหม่ ของใกล้หมด หรือรอบใช้ซ้ำที่รู้ เช่นครีมที่ใช้หมดราว 45 วัน ถ้ายิงข้อเสนอเดิมซ้ำ ลูกค้าเก่ารำคาญเร็วกว่ากลุ่มอื่น
ถ้ายังไม่มีใครแปะแท็กเลยควรเริ่มอย่างไร
เริ่มจากสามแท็กที่ตอบได้จากข้อความแรก คือ ถามราคา ถามวิธีสั่ง และซื้อแล้ว ใช้เวลาไม่ถึงนาทีต่อแชท ระหว่างรอให้แท็กสะสมพอ ใช้กลุ่มกดลิงก์เป็นกลุ่มหลักไปก่อน
อ่านต่อแบบเจาะลึก
รู้ว่าโฆษณาเข้า LINE ทำยอดขายจริงแค่ไหน
linli ติดตามลูกค้าตั้งแต่คลิกโฆษณา กดเพิ่มเพื่อน ทักแชท จนปิดการขาย พร้อมส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มโฆษณา เริ่มฟรี 14 วัน
ทดลองใช้ฟรี 14 วัน