← กลับไปหน้าบทความ
LINE Tracking

ส่ง LINE Tag แบบยิงตรงในแชท กับฝังในหน้าเว็บ ต่างกันตรงไหน

ทีมบรรณาธิการ linli12 ส.ค. 04:51อัปเดต 12 ส.ค. 04:51อ่าน 3 นาที
ส่ง LINE Tag แบบยิงตรงในแชท กับฝังในหน้าเว็บ ต่างกันตรงไหน
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

LINE Tag แบบฝังในหน้าเว็บเก็บพฤติกรรมได้ตั้งแต่คนยังไม่แอดเพื่อน แต่หลุดง่ายเมื่อโดนบล็อกหรือปิดคุกกี้ ส่วนการส่ง Event จากฝั่งแชท/เซิร์ฟเวอร์แม่นกว่าเพราะผูกกับ Lead จริง แต่เริ่มจับได้ก็ต่อเมื่อเขาทักเข้ามาแล้ว ธุรกิจที่อยากได้ Remarketing Audience ที่ครบและแม่น ต้องใช้สองแบบคู่กัน ไม่ใช่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง

มีเอเจนซี่โทรมาถามผมคำถามเดียวกันบ่อยมากในช่วงหลัง คือ ติด LINE Tag ในหน้าเว็บแล้ว ทำไม Remarketing Audience ที่ได้ยังดูบางเกินไป ทั้งที่มีคนคลิกจากแอดเข้ามาที่หน้าเว็บทุกวัน คำถามนี้ฟังดูเรียบง่าย แต่คำตอบพาไปสู่เรื่องที่หลายทีมเข้าใจผิดตั้งแต่ต้น นั่นคือ LINE Tag ที่ฝังในหน้าเว็บกับการส่ง Event จากฝั่งแชทหรือฝั่งเซิร์ฟเวอร์ ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน และไม่ได้เก็บข้อมูลชุดเดียวกันด้วย

ทั้งสองแบบมีจุดแข็งจุดอ่อนคนละแบบ เหมือนกล้องวงจรปิดสองตัวที่มองคนละมุมของร้าน ตัวหนึ่งมองหน้าประตูเห็นทุกคนที่เดินผ่าน แต่ไม่รู้ว่าใครซื้ออะไร อีกตัวมองที่แคชเชียร์เห็นชัดว่าใครจ่ายเงิน แต่ไม่เห็นคนที่เดินผ่านหน้าร้านแล้วไม่เข้ามา ถ้าใช้กล้องแค่ตัวเดียว ภาพที่ได้จะไม่ครบ

บทความนี้จะแยกให้ชัดว่าสองวิธีนี้เก็บอะไรได้จริง เก็บอะไรพลาดไปเพราะข้อจำกัดทางเทคนิค แล้วธุรกิจที่ยิงแอดเข้า LINE ควรวางระบบให้สองฝั่งนี้เสริมกันยังไง ไม่ใช่แค่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วเข้าใจว่าครบแล้ว

LINE Tag ทำหน้าที่อะไรในระบบ Remarketing

LINE Tag คือสคริปต์ติดตามที่วางไว้บนหน้าเว็บ ทำหน้าที่คล้ายกับ Pixel ของแพลตฟอร์มโฆษณาอื่น คือส่งสัญญาณกลับไปบอกระบบว่ามีคนเข้าหน้านี้ ดูสินค้าชิ้นนี้ หรือกดปุ่มที่กำหนดไว้ ข้อมูลพวกนี้ถูกใช้สองทางหลัก ทางแรกคือช่วยวัดว่าแอดที่ยิงไปพาคนมาทำอะไรบนเว็บต่อ ทางที่สองคือสร้าง Audience กลุ่มคนที่เคยมีพฤติกรรมบางอย่าง เพื่อเอาไปยิง Remarketing ซ้ำภายหลัง

จุดสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ LINE Tag เก็บข้อมูลได้ตั้งแต่คนยังไม่รู้จักคุณเลยด้วยซ้ำ แค่เขาคลิกแอดแล้วเข้ามาที่เว็บ ต่อให้ยังไม่กดแอดเพื่อน ไม่ทักแชท สคริปต์ก็จับพฤติกรรมนั้นได้แล้ว นี่คือข้อดีที่ทำให้ Audience กว้างและได้เร็ว แต่ก็เป็นจุดที่ทำให้ข้อมูลมีความคลาดเคลื่อนสูงกว่าฝั่งแชทเช่นกัน เพราะยังไม่รู้ว่าคนที่เข้าเว็บคนนั้นจะกลายเป็น Lead จริงหรือแค่ผ่านมาดู

สองวิธีส่งข้อมูลกลับไป ต่างกันตรงจุดไหนบ้าง

เมื่อพูดถึง Remarketing ผ่าน LINE Tag จริง ๆ แล้วมีสองเส้นทางข้อมูลที่แยกกันชัดเจน ทางแรกคือให้สคริปต์ในหน้าเว็บยิง Event ตรงจากเบราว์เซอร์ผู้ใช้ ทางที่สองคือให้ระบบฝั่งเซิร์ฟเวอร์หรือระบบจัดการแชทเป็นคนส่ง Event กลับไปแทน โดยอ้างอิงจาก Identifier ที่จับคู่ไว้ก่อนหน้า เช่น Click ID ที่แนบมากับลิงก์ตอนคลิกแอด

ประเด็นฝังในหน้าเว็บ (Client-side)ส่งจากฝั่งแชท/เซิร์ฟเวอร์ (Server-side)
จับได้ตั้งแต่จุดไหนตั้งแต่คลิกเข้าเว็บ ยังไม่ต้องแอดเพื่อนตั้งแต่แอดเพื่อน/ทักแชท เป็นต้นไป
ความเสี่ยงข้อมูลหายสูง หากโดน Ad Blocker หรือปิด Cookie/ITPต่ำกว่า เพราะไม่ผ่านเบราว์เซอร์ผู้ใช้
ความแม่นของ Event ปลายทางดีสำหรับ Event ต้น Funnel เช่น ดูหน้าเว็บดีสำหรับ Event ปลาย Funnel เช่น ปิดการขาย
ต้องเชื่อมอะไรเพิ่มแค่วางสคริปต์ในหน้าเว็บต้องมี Identifier ผูก Session กับ Lead และ API/Webhook

ข้อจำกัดของการฝังหน้าเว็บอย่างเดียว

หลายทีมติด LINE Tag ไว้ในหน้าเว็บแล้วคิดว่าจบ แต่พอเวลาผ่านไปสักพักจะเริ่มสังเกตว่าตัวเลข Conversion ที่รายงานกลับมาน้อยกว่ายอดขายจริงที่แอดมินปิดได้ในแชท สาเหตุหลักมาจากข้อจำกัดทางเทคนิคของฝั่งเบราว์เซอร์เอง ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้ที่เปิด Ad Blocker ปิด Third-party Cookie หรือใช้เบราว์เซอร์บนมือถือที่มีนโยบายความเป็นส่วนตัวเข้มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้สคริปต์ยิง Event ไม่สำเร็จบางส่วนโดยที่เจ้าของเว็บไม่รู้ตัว

อีกจุดที่มักถูกมองข้ามคือ พฤติกรรมของลูกค้าที่ปิดแอปเบราว์เซอร์ก่อนที่สคริปต์จะยิง Event ทันเวลา เช่น กดเข้าเว็บดูราคาเร็ว ๆ แล้วสลับไปเปิด LINE ทันทีเพื่อทัก บางครั้งสคริปต์ยังส่งข้อมูลไม่ทันจบ Session ก็ถูกตัดไปแล้ว ผลคือฝั่ง Client-side มักนับ Event ต้น Funnel ได้เยอะ แต่ Event ปลายทางที่ใกล้การขายจริงมักหลุดหายไปในระหว่างทาง

  • Ad Blocker และ Privacy Extension บล็อกสคริปต์ก่อนที่จะส่งข้อมูลออกไปได้
  • iOS และเบราว์เซอร์รุ่นใหม่จำกัดอายุของ Cookie ทำให้ Session ขาดตอนก่อนถึง Event ปลายทาง
  • ผู้ใช้สลับแอประหว่างเว็บกับ LINE เร็วมาก ทำให้บาง Event ยิงไม่ทัน
  • หน้าเว็บที่โหลดช้าทำให้สคริปต์โหลดไม่ทัน โดยเฉพาะบนอินเทอร์เน็ตมือถือสัญญาณอ่อน

ทำไมข้อมูลจากฝั่งแชทถึงแม่นกว่าในจุดที่สำคัญ

ข้อมูลที่ส่งจากฝั่งแชทหรือระบบหลังบ้านไม่ผ่านเบราว์เซอร์ของผู้ใช้ จึงไม่โดนบล็อกด้วย Ad Blocker หรือกระทบจากนโยบาย Cookie แบบที่ฝั่ง Client-side เจอ นอกจากนี้ Event ที่ส่งจากฝั่งนี้มักผูกกับสถานะที่ชัดเจนกว่า เช่น สถานะ Lead ที่แอดมินอัปเดตในระบบ สถานะ Order ที่เกิดขึ้นจริง หรือยอดขายที่บันทึกไว้ ทำให้ Event ที่ส่งกลับไปมีความหมายตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในธุรกิจมากกว่า

ข้อจำกัดของฝั่งนี้คือ มันจับข้อมูลได้ก็ต่อเมื่อคนคนนั้นเดินทางผ่าน Click ID มาจนถึงจุดที่ระบบผูกตัวตนได้แล้ว เช่น กดแอดเพื่อนหรือทักแชท ถ้าคนที่คลิกแอดเข้ามาดูเว็บแล้วเบือนหน้าออกไปโดยไม่ทัก ฝั่งนี้จะไม่เห็นเขาเลย ซึ่งเป็นกลุ่มก้อนใหญ่พอสมควรในหลายธุรกิจ โดยเฉพาะสินค้าที่ราคาสูงที่คนต้องเปรียบเทียบหลายเจ้าก่อนตัดสินใจทัก

สร้าง Remarketing Audience แบบไหนได้บ้างเมื่อใช้สองวิธีคู่กัน

เมื่อมีข้อมูลทั้งสองฝั่ง สิ่งที่ทำได้คือแบ่ง Audience ตามความใกล้การซื้อ แทนที่จะยิง Remarketing แบบรวมทุกคนที่เคยเห็นแอด เพราะคนที่แค่เข้าเว็บแล้วไม่ทัก กับคนที่ทักแล้วยังไม่ปิดการขาย ควรได้รับข้อความคนละแบบกัน

  1. กลุ่มที่ 1: คนที่เข้าเว็บแต่ยังไม่แอดเพื่อน มาจากข้อมูล Client-side ล้วน ควรได้รับแอดที่ยังเน้นสร้างความสนใจและชวนแอดเพื่อน
  2. กลุ่มที่ 2: คนที่แอดเพื่อนแล้วแต่ยังไม่ทัก มาจากข้อมูลฝั่งแชทที่บันทึกว่ามีการเพิ่มเพื่อนแต่ยังไม่มีข้อความแรก ควรได้รับแอดที่กระตุ้นให้เริ่มทัก
  3. กลุ่มที่ 3: คนที่ทักแล้วแต่ยังไม่ปิดการขาย มาจากสถานะ Lead ในระบบแชท ควรได้รับแอดที่ตอกย้ำเหตุผลตัดสินใจ ไม่ใช่แอดแนะนำสินค้าซ้ำแบบตอนแรก
  4. กลุ่มที่ 4: คนที่เคยซื้อแล้ว มาจาก Event ปิดการขายฝั่งแชท เหมาะกับแอดที่เสนอสินค้าเสริมหรือให้กลับมาซื้อซ้ำ ไม่ใช่แอดแบบเดียวกับกลุ่มที่ยังไม่เคยซื้อ

จุดที่ระบบเชื่อมข้อมูลอย่าง linli เข้ามาช่วยได้

ปัญหาที่ทำให้ทีมส่วนใหญ่ไม่กล้าทำ Audience แบบแยกชั้นตามตัวอย่างข้างต้น คือการผูก Click ID จากแอดเข้ากับ Session แชท แล้วอัปเดตสถานะกลับไปยัง Event ที่ถูกต้องเป็นเรื่องที่ต้องเขียนระบบเชื่อมต่อเอง ระบบอย่าง linli ช่วยลดช่องว่างระหว่างข้อมูล Marketing และ Sales ตรงจุดนี้ คือช่วยเก็บ Identifier ตั้งแต่คลิกแอด ผูกกับ Session แชท แล้วส่ง Conversion ที่กำหนดกลับแพลตฟอร์มตาม Integration ที่เปิดใช้งาน แต่การตั้งค่าว่าจะส่ง Event ไหนตอนไหนยังต้องออกแบบตาม Funnel ของธุรกิจแต่ละแบบอยู่ดี ไม่ใช่ระบบที่ทำให้อัตโนมัติ 100% โดยไม่ต้องตั้งค่าอะไรเลย

ก่อนเชื่อ Audience ที่สร้างขึ้น ต้องตรวจอะไรบ้าง

ก่อนจะเชื่อว่า Audience ที่แบ่งไว้ถูกต้อง ควรตรวจคุณภาพข้อมูลก่อนเสมอ เพราะ Attribution ที่ผิดจุดตั้งแต่ต้นทางจะทำให้ Audience ทั้งกลุ่มบิดเบือนไปด้วย

  • ตรวจว่า Click ID ถูกเก็บและส่งต่อไปถึงฝั่งแชทจริงหรือมีบางเปอร์เซ็นต์หลุดหายระหว่างทาง
  • ตรวจว่า Event เดียวกันถูกส่งซ้ำสองครั้งหรือไม่ เพราะจะทำให้ Audience บวมเกินจริง
  • ตรวจ Time Zone ของ Event ให้ตรงกัน ไม่งั้นคนที่เพิ่งทักเมื่อคืนอาจถูกจัดเข้ากลุ่มผิดวัน
  • ตรวจว่าแอดมินบันทึกสถานะ Lead ครบทุกเคสหรือมีบางเคสที่ปิดขายแล้วแต่ลืมอัปเดตสถานะในระบบ

ถ้าต้องเลือกก่อนในช่วงเริ่มต้น ควรเริ่มจากฝั่งไหน

ถ้าธุรกิจเพิ่งเริ่มวางระบบ Remarketing และยังไม่มีทรัพยากรพอจะทำทั้งสองฝั่งพร้อมกัน คำแนะนำของผมคือเริ่มจากฝั่ง Client-side ก่อน เพราะติดตั้งง่ายกว่าและได้ Audience กว้างเร็วกว่าเพื่อใช้ยิงแอดสร้างการรับรู้ในช่วงต้น จากนั้นเมื่อมีปริมาณ Lead ในแชทมากพอ ค่อยลงทุนต่อกับการเชื่อม Identifier ฝั่งแชทเพื่อได้ Audience ที่แม่นสำหรับ Event ปลายทาง เพราะ Event ปลายทางแบบนี้มักถูกใช้เป็นสัญญาณหลักสำหรับ Smart Bidding ของแพลตฟอร์มโฆษณาในระยะยาว ซึ่งต้องอาศัยปริมาณข้อมูลที่สม่ำเสมอพอควร ไม่ใช่แค่ติดตั้งแล้วได้ผลทันที

สรุป

LINE Tag ที่ฝังในหน้าเว็บกับการส่ง Event จากฝั่งแชทหรือเซิร์ฟเวอร์ ไม่ใช่คู่แข่งกัน แต่เป็นสองมุมมองที่มองคนละช่วงของ Journey เดียวกัน ฝั่งหนึ่งเห็นคนตั้งแต่ยังไม่รู้จักคุณ อีกฝั่งเห็นคนที่ใกล้จะซื้อจริงแล้ว

ถ้าอยากได้ Remarketing Audience ที่ทั้งกว้างพอจะสร้างการรับรู้ และแม่นพอจะเอาไปใช้กับ Event ปลายทางที่มีค่ากับธุรกิจจริง ต้องวางระบบให้สองฝั่งนี้ทำงานร่วมกัน พร้อมตรวจคุณภาพข้อมูลเป็นระยะ ไม่ใช่ติดตั้งครั้งเดียวแล้วปล่อยผ่าน

  • Client-side จับได้กว้างตั้งแต่คลิกแอด แต่เสี่ยงหลุดจาก Ad Blocker และ Cookie Policy
  • Server-side จากฝั่งแชทแม่นกว่าสำหรับ Event ปลายทาง แต่เห็นเฉพาะคนที่แอดเพื่อน/ทักแล้ว
  • แบ่ง Audience ตามความใกล้การซื้อ แล้วตรวจคุณภาพข้อมูลก่อนเชื่อผลทุกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย

ติด LINE Tag ในหน้าเว็บอย่างเดียวพอไหมสำหรับ Remarketing

พอสำหรับ Audience ต้น Funnel เช่นคนที่เคยเข้าเว็บ แต่จะไม่เห็นสถานะ Lead หรือการปิดการขายที่เกิดในแชท ถ้าต้องการ Audience ที่แม่นสำหรับ Event ปลายทาง ควรเสริมด้วยการส่ง Event จากฝั่งแชทหรือระบบหลังบ้านด้วย

ทำไม Audience ที่ได้จาก LINE Tag ถึงน้อยกว่าจำนวนคลิกแอดจริง

เพราะสคริปต์ฝั่งเบราว์เซอร์มีโอกาสถูกบล็อกจาก Ad Blocker หรือ Cookie Policy และบางครั้งผู้ใช้สลับแอปออกจากเว็บเร็วเกินกว่าสคริปต์จะยิง Event ทัน ทำให้ตัวเลขที่เก็บได้จริงต่ำกว่าจำนวนคลิกเสมอในระดับหนึ่ง

ส่ง Event จากฝั่งแชทต้องใช้ Click ID ทุกครั้งไหม

ควรมี เพราะ Click ID คือสิ่งที่ทำให้ระบบผูกได้ว่า Lead คนนี้มาจากแคมเปญไหน ถ้าไม่มี Click ID ระบบจะนับ Event นั้นเป็น Direct หรือ Unknown ซึ่งลดความแม่นของ Audience และ Attribution โดยรวม

ถ้าไม่มีเว็บไซต์ ยิงแอด LINE ตรงเข้าแชทเลย ยังต้องใช้ LINE Tag ไหม

ถ้าไม่มีหน้าเว็บระหว่างทาง การจับ Event จะพึ่งฝั่งแชทและ Click ID ที่แนบมากับลิงก์โฆษณาเป็นหลัก LINE Tag แบบฝังหน้าเว็บจะไม่มีบทบาทในกรณีนี้ แต่ยังต้องตรวจให้แน่ใจว่า Click ID ถูกส่งต่อไปถึงระบบแชทได้ครบ

Audience แบบแยกชั้นตามสถานะ Lead ควรอัปเดตบ่อยแค่ไหน

ขึ้นกับความเร็วของ Sales Cycle ธุรกิจที่ปิดการขายเร็วในวันเดียวควรอัปเดตแบบใกล้เรียลไทม์ ส่วนธุรกิจที่ใช้เวลาตัดสินใจนานอาจอัปเดตเป็นรอบรายวันก็เพียงพอ สำคัญคือต้องสม่ำเสมอ ไม่ใช่อัปเดตบางวันแล้วขาดหายบางวัน

ข้อมูลจากฝั่งแชทกับฝั่งเว็บ นับซ้ำกันไหมถ้าคนคนเดียวกันมีทั้งสองพฤติกรรม

ถ้าออกแบบ Event Taxonomy ให้ชัดว่าแต่ละ Event หมายถึงอะไรและมี Identifier เดียวกันผูกไว้ ระบบฝั่งรับควรจัดการ Deduplication ให้ แต่ต้องตรวจสอบเป็นระยะว่าค่า Identifier ที่ส่งมาจากทั้งสองทางตรงกันจริง ไม่งั้นอาจเห็น Conversion เดียวกันถูกนับสองครั้ง

ลองตรวจด้วยตัวเอง

LINE Tag Checker

ใส่ URL เว็บไซต์ แล้วตรวจว่า LINE Tag ติดอยู่จริง ติดซ้ำ หรือโหลดผิดลำดับหรือไม่

ตรวจ LINE Tag ฟรี

ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก

รู้ว่าโฆษณาเข้า LINE ทำยอดขายจริงแค่ไหน

linli ติดตามลูกค้าตั้งแต่คลิกโฆษณา กดเพิ่มเพื่อน ทักแชท จนปิดการขาย พร้อมส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มโฆษณา เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ยิงแอดเข้า LINE แล้วรู้ได้ยังไงว่า Lead แต่ละคนมาจากแคมเปญไหน

ยิงแอดเข้า LINE แล้วรู้ได้ยังไงว่า Lead แต่ละคนมาจากแคมเปญไหน

หลายทีมยิงแอดหลายแคมเปญพร้อมกันแต่ตอบคำถามนี้ไม่ได้ชัด บทความนี้อธิบายวิธีจับที่มาของ Lead ตั้งแต่คลิกแอดจนถึงบันทึกใน CRM และเหตุผลที่ยอดใน Ads Manager กับ CRM มักไม่ตรงกัน
จัดการ LINE Tag ผ่าน Google Tag Manager กับฝังโค้ดตรงในเว็บ ใครควรเลือกแบบไหน

จัดการ LINE Tag ผ่าน Google Tag Manager กับฝังโค้ดตรงในเว็บ ใครควรเลือกแบบไหน

ทีมที่ไม่มีนักพัฒนาประจำ กับทีมที่มีนักพัฒนาคอยดูแล ควรเลือกวิธีจัดการ LINE Tag ต่างกัน บทความนี้เทียบข้อดีข้อเสียของ Google Tag Manager กับการฝังโค้ดตรง และข้อมูลขั้นต่ำที่ควรเก็บตั้งแต่วันแรก
ทำไมเชื่อม CRM กับ LINE OA แล้วยังหาแคมเปญต้นทางของยอดขายไม่เจอ

ทำไมเชื่อม CRM กับ LINE OA แล้วยังหาแคมเปญต้นทางของยอดขายไม่เจอ

หลายทีมเชื่อม CRM กับ LINE OA แล้วคิดว่าจบ แต่พอถามว่ายอดขายก้อนนี้มาจากแคมเปญไหน กลับตอบไม่ได้ ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่การเชื่อมต่อ แต่อยู่ที่ฟิลด์ข้อมูลที่ขาดหายตั้งแต่ต้นทาง