ข้อความแบบรูปแบ่งโซนกับการ์ดเลื่อน วัดการกดแยกตำแหน่งได้ไหม
สรุปสั้น ๆ
วัดได้ทั้งสองแบบ แต่กลไกต่างกัน Imagemap แยกการกดต่อโซนได้เมื่อแต่ละโซนเปิดลิงก์ที่มีรหัสของตัวเองหรือส่งข้อความรหัสของตัวเอง ส่วน Carousel วัดต่อการ์ดได้ละเอียดกว่า เพราะแต่ละปุ่มตั้งเป็น Postback ได้ สิ่งที่ต้องระวังคือคนไม่เลื่อนไปดูการ์ดท้าย ๆ จึงต้องแยกผลของตำแหน่งออกจากผลของเนื้อหา
ร้านเครื่องสำอางทำรูปโปรโมชันรูปเดียว แบ่งเป็นสี่ช่อง คือสกินแคร์ เมกอัป น้ำหอม และของแถม แล้วส่งเป็นข้อความรูปแบ่งโซน (Imagemap) ให้เพื่อน 4,000 คน ผู้จัดการถามกลับมาว่า ‘ช่องไหนคนกดเยอะสุด จะได้จัดวางใหม่รอบหน้า’ คำตอบที่ได้คือตัวเลขรวมของทั้งข้อความ
ถ้าหน้าสถิติของบัญชีคุณไม่แยกการกดตามโซน (ตรวจเองว่าแยกได้หรือไม่) ปัญหานี้แก้ได้จากฝั่งที่ตั้งค่าข้อความ ไม่ต้องรอแพลตฟอร์มเพิ่มฟีเจอร์ เพียงแต่ Imagemap กับ Carousel ต้องแก้คนละวิธี
Imagemap กับ Carousel ต่างกันตรงหน่วยของการกด
Imagemap คือรูปเดียวที่กำหนดพื้นที่กดด้วยพิกัด ส่วน Carousel คือชุดการ์ดที่เลื่อนไปทางข้าง ตารางด้านล่างสรุปความต่างที่กระทบการวัด ชนิด action ที่แต่ละแบบรองรับให้ตรวจกับสเปก Messaging API ฉบับล่าสุดก่อนออกแบบ เพราะแพลตฟอร์มปรับได้
| ชนิด | หน่วยของการกด | action ที่ใส่ได้ | ข้อจำกัดในการวัด |
|---|---|---|---|
| Imagemap | พื้นที่สี่เหลี่ยมบนรูปเดียว | เท่าที่ผมทราบรองรับเปิดลิงก์และส่งข้อความ ส่วน Postback ให้ตรวจสเปก | ไม่มีรหัสในตัวรูป ต้องยัดรหัสเข้าไปในลิงก์หรือข้อความ |
| Carousel แบบ Template | การ์ดและปุ่มบนการ์ด | Postback, URI, Message | รูปแบบการ์ดตายตัว ปรับหน้าตาได้จำกัด |
| Carousel แบบ Flex | องค์ประกอบที่จัดวางเอง | ใส่ action ได้ตามแต่ละองค์ประกอบ | ออกแบบอิสระจนเผลอใส่ปุ่มซ้ำซ้อนได้ |
Imagemap ให้แต่ละโซนมีรหัสของตัวเอง
หน้าตาในแชทเมื่อลูกค้ากดโซนเมกอัปจะเป็นแบบนี้ ลูกค้า: ‘สนใจเมกอัปค่ะ #z2’ แอดมิน: ‘สวัสดีค่ะ เมกอัปชุดไหนที่สนใจคะ มีลิปกับพาเลตต์เซตนี้ค่ะ’ รหัสท้ายข้อความคือสิ่งที่ทำให้เห็นว่าโซนไหนพาเขามา
- วาดผังโซนก่อนออกแบบรูป เขียนพิกัดและตั้งชื่อโซน z1 ถึง z4 ขนาดฐานภาพที่ LINE กำหนดให้ตรวจในเอกสาร อย่าเดาจากขนาดไฟล์ที่ดีไซเนอร์ส่งมา
- โซนที่พาไปเว็บ ใส่ลิงก์ต่างกันด้วยรหัสโซนใน utm_content เช่น z1 ถึง z4 วิธีตั้งชื่อให้ทีมอ่านตรงกันอยู่ในการสร้าง URL ติดตาม
- โซนที่พาเข้าแชท ให้ส่งข้อความที่มีรหัสแฝง เช่น ‘สนใจเมกอัปค่ะ #z2’ ข้อความนี้เข้า webhook เป็น message event ตามที่อธิบายในการติดตามข้อความผ่าน webhook ลูกค้าเห็นข้อความที่ถูกส่งในแชท จึงเขียนให้อ่านเป็นภาษาคน ไม่ใช่โค้ดล้วน
- ทดสอบกดทุกโซนด้วยมือถืออย่างน้อยสองรุ่นก่อนส่งจริง และตรวจว่าโซนไม่ทับกัน เพราะโซนที่ซ้อนกันทำให้ลิงก์เปิดผิดที่โดยไม่มีใครรู้
Carousel วัดต่อการ์ดและต่อปุ่มได้ละเอียดกว่า
ปุ่มบนการ์ดตั้งเป็น Postback ได้ จึงใส่ข้อมูลลำดับการ์ดและรหัสสินค้าลงใน data ของแต่ละปุ่ม แล้วนับรายคนได้ผ่าน webhook ตัวอย่างสมมติ ส่ง Carousel สี่การ์ดให้ 3,000 คน ผลการกดอาจออกมาแบบนี้
แยกผลของตำแหน่งออกจากผลของเนื้อหา
ตัวเลขข้างบนไม่ได้แปลว่าการ์ดแรกน่าสนใจที่สุด อาจเป็นเพราะคนส่วนใหญ่ไม่เลื่อนไปถึงการ์ดที่ 4 วิธีแยกคือส่งซ้ำอีกรอบกับผู้รับกลุ่มที่สอง โดยสลับลำดับการ์ด ถ้าการ์ดที่เคยอยู่ท้ายยังได้กดน้อยหลังย้ายมาอยู่หน้า แปลว่าเนื้อหาไม่ดึงดูด ถ้าได้กดสูงขึ้นมาก แปลว่าตำแหน่งเป็นตัวกำหนด รูปแบบการเปรียบเทียบ Carousel กับรูปเดียวอยู่ในcarousel เทียบรูปเดียว
- โซนของ Imagemap ที่ชิดกันเกินไปทำให้นิ้วกดข้ามโซนบนจอเล็ก เว้นช่องว่างระหว่างโซนไว้บ้าง
- ถ้ารูปไม่ส่งสัญญาณว่ากดได้ (ไม่มีกรอบปุ่มหรือไอคอน) ลูกค้าจะกดไม่ครบทุกโซน ผลคือโซนที่ดูเหมือนภาพประกอบถูกกดน้อยทั้งที่เนื้อหาดี
- ตัวเลขที่นับเป็นครั้งกด ไม่ใช่จำนวนคน คนหนึ่งกดห้าครั้งนับเป็นห้า ใช้ userId ตัดซ้ำก่อนสรุป
ต่อการกดเข้ากับยอดขายก่อนตัดสินใจจัดวางใหม่
จำนวนกดบอกแค่ความสนใจ ต้องดูต่อไปว่าคนที่กดโซนไหนปิดการขายได้จริง ตัวอย่างสมมติของ Imagemap สี่โซน แล้วเปรียบเทียบจากคนที่ทักด้วยรหัสโซนนั้นภายใน 7 วัน ใช้ตัวเลขนี้ตัดสินใจก่อนจะย้ายตำแหน่งโซน ถ้าต้องการรู้รายคนฝั่งเว็บ ให้ดูวิธีผ่านหน้า LIFF ในการวัดคลิกผ่าน LIFF
| โซน | ทักด้วยรหัส (คน) | ปิดได้ (คน) | ปิดต่อ 100 คนที่ทัก |
|---|---|---|---|
| z1 สกินแคร์ | 120 | 18 | 15 |
| z2 เมกอัป | 160 | 16 | 10 |
| z3 น้ำหอม | 40 | 8 | 20 |
| z4 ของแถม | 200 | 6 | 3 |
สรุป
เริ่มจากถามว่าต้องการรู้ระดับกลุ่มหรือรายคน ถ้าระดับกลุ่มพอ ใส่รหัสในลิงก์ของแต่ละโซนก็วัดได้แล้ว ถ้าต้องรู้รายคน ให้เลือกข้อความรหัสหรือ Postback และเก็บ userId เข้าตาราง
ก่อนย้ายตำแหน่งอะไรในรูปรอบหน้า ให้ดูยอดปิดต่อคนที่ทัก ไม่ใช่จำนวนกด เพราะโซนที่ถูกกดน้อยที่สุดอาจเป็นโซนที่ปิดได้ดีที่สุดก็ได้
- Imagemap วัดต่อโซนผ่านรหัสในลิงก์หรือข้อความ Carousel วัดต่อการ์ดผ่าน Postback
- ลำดับการ์ดมีผลต่อจำนวนกด ต้องสลับลำดับเพื่อแยกผลของตำแหน่งออกจากเนื้อหา
- ตัวเลขครั้งกดไม่เท่ากับจำนวนคน ตัดซ้ำด้วย userId ก่อนสรุป
- เทียบด้วยยอดปิดต่อคนที่ทัก ไม่ใช่ครั้งกด
คำถามที่พบบ่อย
วัดได้ไหมว่าใครกดโซนไหนใน Imagemap
ได้เมื่อโซนนั้นส่งข้อความเข้าแชท เพราะข้อความมี userId มาด้วย ถ้าโซนเปิดลิงก์ออกนอกแชท จะรู้ตัวคนก็ต่อเมื่อผ่านหน้า LIFF หรือหน้ากลางที่อ่านตัวตนได้ ส่วนลิงก์ปกติให้ข้อมูลระดับกลุ่มเท่านั้น
ใส่ Postback ในโซนของ Imagemap ได้ไหม
เท่าที่ผมทราบ Imagemap รองรับ action ไม่กี่ชนิดและยังไม่รวม Postback แต่สเปกเปลี่ยนได้ ให้ตรวจเอกสาร Messaging API ฉบับล่าสุด ถ้าจำเป็นต้องใช้ Postback ให้เปลี่ยนไปใช้ Flex Message แทน
การ์ดแรกของ Carousel ควรเป็นสินค้าอะไร
การ์ดแรกได้กดมากที่สุดเสมอ จึงควรเป็นสินค้าที่ต้องการให้ขายมากสุด ไม่ใช่ตัวที่กดมากอยู่แล้ว ทดสอบสลับลำดับเป็นระยะเพื่อไม่ให้ตัวเลขชี้นำตัวเอง
ควรใช้ Imagemap หรือ Carousel เมื่อมีสินค้าหลายตัว
ถ้าสินค้าไม่เกินสี่ชิ้นและอยากให้เห็นภาพรวมในรูปเดียว Imagemap อ่านง่าย ถ้ามีหลายชิ้นหรือต้องการวัดต่อสินค้า Carousel ที่ใช้ Postback ให้ข้อมูลละเอียดกว่า
ทำไมข้อความรหัสในโซน Imagemap ควรอ่านเป็นภาษาคน
เพราะข้อความถูกส่งออกในนามลูกค้าและเห็นกลางแชท รหัสล้วนอย่าง z2_btn ดูแปลกและทำให้แอดมินตอบไม่ถูกจังหวะ ใช้ประโยคจริงแล้วเติมรหัสสั้นต่อท้ายพอ
อ่านต่อแบบเจาะลึก
รู้ว่าโฆษณาเข้า LINE ทำยอดขายจริงแค่ไหน
linli ติดตามลูกค้าตั้งแต่คลิกโฆษณา กดเพิ่มเพื่อน ทักแชท จนปิดการขาย พร้อมส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มโฆษณา เริ่มฟรี 14 วัน
ทดลองใช้ฟรี 14 วัน