← กลับไปหน้าบทความ
คู่มือ

แชทเก่าเป็นพัน ๆ ห้องใน LINE ไม่ใช่ขยะ — มันคือฐานแบ่งกลุ่มลูกค้าที่ร้านส่วนใหญ่ไม่เคยแตะ

02 ส.ค. 04:17 · อ่าน 1 นาที
แชทเก่าเป็นพัน ๆ ห้องใน LINE ไม่ใช่ขยะ — มันคือฐานแบ่งกลุ่มลูกค้าที่ร้านส่วนใหญ่ไม่เคยแตะ

สรุปสั้น ๆ

ห้องแชท LINE ที่คุณคุยกับลูกค้าทุกวันคือฐานข้อมูลลูกค้าที่มีค่าที่สุดที่ร้านมีอยู่แล้วโดยไม่รู้ตัว แค่แบ่งคนออกเป็น 3-4 กลุ่มตามพฤติกรรมซื้อ — ซื้อซ้ำ, ซื้อครั้งเดียว, แค่ถามแล้วเงียบ — ก็เปลี่ยนวิธีคุย วิธีทำโปร และวิธีใช้งบแอดได้ทันที

ลองสมมติร้านขายอาหารเสริมออนไลน์ชื่อ 'ร้านวิตซี' (ชื่อสมมติเพื่อยกตัวอย่าง) เจ้าของร้านมีห้องแชท LINE OA เก็บไว้เกือบสองพันห้อง ตอบลูกค้าทุกวันจนแอดมินจำหน้าคุยได้แทบทุกคน แต่พอถามว่า 'ลูกค้าที่ซื้อซ้ำมีกี่เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมด' เจ้าของร้านตอบไม่ได้เลยสักคน ทั้งที่คำตอบซ่อนอยู่ในห้องแชทเหล่านั้นทั้งหมดแล้ว

นี่คือสิ่งที่ผมเจอบ่อยมากเวลาคุยกับเจ้าของร้านที่ขายผ่านแชท — ข้อมูลลูกค้าที่ดีที่สุดที่มีอยู่แล้วในมือ กลับไม่เคยถูกจัดระเบียบให้ใช้งานได้ มันกองอยู่เฉย ๆ เป็นห้องแชทเรียงตามเวลาทัก ไม่ใช่เรียงตามคุณค่าของลูกค้าคนนั้น

บทความนี้ผมจะพาไล่ดูว่าจะแบ่งกลุ่มลูกค้าจากประวัติแชทแบบทำเองได้อย่างไร โดยไม่ต้องรอซื้อระบบ CRM แพง ๆ ก่อน แค่เริ่มจากตารางง่าย ๆ ที่ทุกร้านทำตามได้

ทำไมห้องแชทถึงเป็น 'ข้อมูลลูกค้า' ไม่ใช่แค่บทสนทนา

หลายคนมองห้องแชทเป็นแค่ที่ตอบคำถามแล้วจบ พอปิดการขายก็เลื่อนผ่านไปห้องถัดไป แต่ในความเป็นจริงแต่ละห้องแชทมีข้อมูลซ่อนอยู่เพียบ — เขาทักมาจากโฆษณาตัวไหน, ถามอะไรก่อนซื้อ, ซื้อกี่ครั้ง, ห่างกันกี่วัน, ตอนหลังเงียบไปเพราะอะไร ข้อมูลพวกนี้ไม่มีแพลตฟอร์มโฆษณาเจ้าไหนรู้ดีเท่าคุณ เพราะมันเกิดขึ้นในบทสนทนาของคุณเองทั้งหมด

ข้อมูลแบบนี้เรียกว่า first-party data คือข้อมูลที่ธุรกิจเก็บเองโดยตรงจากลูกค้า ไม่ต้องพึ่งพิกเซลของแพลตฟอร์มไหน และมันติดตัวคุณไปตลอดไม่ว่านโยบายติดตามผู้ใช้ของแพลตฟอร์มไหนจะเปลี่ยนไปยังไง

ปัญหาคือร้านส่วนใหญ่เก็บมันไว้แบบไม่มีโครงสร้าง แชทของคนซื้อซ้ำสิบครั้งกับแชทของคนที่ทักมาถามราคาแล้วหายไปเลย ถูกเก็บเรียงติดกันเหมือนมีค่าเท่ากัน ทั้งที่จริงสองคนนี้ควรได้รับการดูแลคนละแบบโดยสิ้นเชิง

แบ่งลูกค้าออกเป็น 3 กลุ่มหลักก่อน แล้วค่อยละเอียดทีหลัง

ไม่ต้องเริ่มซับซ้อน แค่ไล่ดูประวัติแชทแล้วแยกคนออกเป็นสามกลุ่มใหญ่ก่อนพอ:

  • ซื้อซ้ำ (Repeat) — คนที่มีประวัติสั่งซื้ออย่างน้อย 2 ครั้งขึ้นไป กลุ่มนี้คือสินทรัพย์ที่แพงที่สุดของร้าน เพราะต้นทุนในการทำให้ซื้อครั้งต่อไปต่ำกว่าคนใหม่มาก
  • ซื้อครั้งเดียว (One-time) — ซื้อไปแล้วหนึ่งครั้งแต่ยังไม่กลับมาซื้อซ้ำ กลุ่มนี้น่าสนใจที่สุดเพราะมีศักยภาพจะกลายเป็นกลุ่มแรกได้ ถ้ารู้จะกระตุ้นถูกจังหวะ
  • แค่ถาม (Browser) — ทักมาถามราคาหรือรายละเอียดแล้วไม่ได้ซื้อเลย กลุ่มนี้ยังไม่ใช่ลูกค้า แต่คือคนที่เคยสนใจซึ่งควรเก็บไว้ยิงข้อเสนอใหม่ในอนาคต ไม่ใช่ลบทิ้งไปเฉย ๆ

วิธีติดป้ายกลุ่มแบบทำมือ ไม่ต้องรอระบบอัตโนมัติ

ร้านขนาดเล็กที่ยังไม่มีระบบ CRM ก็แบ่งกลุ่มได้ เริ่มจากสิ่งที่มีอยู่แล้วคือ LINE OA และสมุดบัญชีหรือระบบออเดอร์ที่ใช้อยู่ วิธีที่ทำได้จริงในหนึ่งบ่ายวันเสาร์คือ:

  1. ไล่ดูประวัติออเดอร์ย้อนหลัง 3-6 เดือน แล้วนับว่าใครสั่งกี่ครั้ง จับคู่ชื่อ-เบอร์กับห้องแชทที่คุยด้วย
  2. ตั้งชื่อกลุ่ม (tag/note) ในระบบ LINE OA หรือสเปรดชีตง่าย ๆ ว่าห้องไหนอยู่กลุ่มไหน อัปเดตทุกครั้งที่มีการซื้อใหม่เกิดขึ้น
  3. สำหรับกลุ่มซื้อซ้ำ ลองไล่ดูว่าซื้อสินค้าหมวดไหนซ้ำบ่อยที่สุด เพราะนั่นคือสิ่งที่ควรบอกทีมแอดว่าใครคือ 'ลูกค้าในฝัน' ที่อยากได้เพิ่ม
  4. สำหรับกลุ่มแค่ถาม ให้ดูว่าคำถามที่พบบ่อยที่สุดคืออะไร เพราะข้อมูลนี้จะเอาไปใช้ต่อได้ทั้งการปรับข้อความแชทและการแก้ข้อโต้แย้งในโฆษณา

แบ่งกลุ่มแล้วเอาไปทำอะไรต่อ

การแบ่งกลุ่มไม่ใช่จุดจบ มันคือจุดเริ่มที่ทำให้คุณคุยกับลูกค้าแต่ละกลุ่มไม่เหมือนกันอีกต่อไป กลุ่มซื้อซ้ำควรได้รับข้อความแบบดูแลลูกค้าเก่า ไม่ใช่โปรลดราคาแบบเดียวกับที่ยิงหาคนใหม่ เพราะเขาซื้ออยู่แล้วโดยไม่ต้องจูงใจด้วยส่วนลด การลดราคาให้กลุ่มนี้บ่อยเกินไปมีแต่จะกัดกินกำไรฟรี ๆ การดูอัตราการกลับมาซื้อซ้ำของแต่ละกลุ่มอย่างต่อเนื่องด้วยการวิเคราะห์การคงอยู่ของลูกค้าจะช่วยให้เห็นว่ากลุ่มไหนกำลังหลุดมือไปเรื่อย ๆ

กลุ่มซื้อครั้งเดียวคือกลุ่มที่ควรได้ข้อความกระตุ้นแบบมีเหตุผลเฉพาะตัว เช่น แจ้งว่าสินค้าที่เคยซื้อใกล้หมดพอดี หรือมีของใหม่ในหมวดเดียวกัน ส่วนกลุ่มแค่ถามคือกลุ่มที่ต้องใช้ความอดทนมากที่สุด เพราะยังไม่มีความไว้ใจสะสม การยิงข้อความบ่อยเกินไปมีแต่จะทำให้เขารำคาญ การแบ่งกลุ่มแบบละเอียดขึ้นด้วยกรอบวิเคราะห์ RFMยังช่วยจัดลำดับความสำคัญได้แม่นกว่าแบ่งแค่สามกลุ่มใหญ่

สรุป

ห้องแชทที่กองอยู่เป็นพันห้องใน LINE OA ไม่ใช่แค่ประวัติการตอบคำถาม มันคือฐานข้อมูลลูกค้าที่มีค่าที่สุดที่ร้านมีอยู่แล้วโดยไม่ต้องเสียเงินซื้อเพิ่ม สิ่งที่ขาดไปมักไม่ใช่ข้อมูล แต่คือการจัดระเบียบให้มันใช้งานได้

เริ่มจากแบ่งสามกลุ่มง่าย ๆ ก่อน แล้วสังเกตว่าแต่ละกลุ่มตอบสนองกับข้อความแบบไหน จากนั้นค่อยแตกกลุ่มย่อยตามพฤติกรรมที่เจอจริง งานนี้ไม่ต้องทำทีเดียวเสร็จ แต่ยิ่งเริ่มเร็วยิ่งเห็นภาพลูกค้าชัดเร็ว

  • ประวัติแชท LINE คือ first-party data ที่มีค่า ไม่ต้องพึ่งพิกเซลของแพลตฟอร์มไหน
  • แบ่งลูกค้าเป็นซื้อซ้ำ/ซื้อครั้งเดียว/แค่ถาม แล้วดูแลแต่ละกลุ่มต่างกัน
  • เริ่มด้วยสเปรดชีตธรรมดาได้ ไม่ต้องรอระบบ CRM ราคาแพง

คำถามที่พบบ่อย

ร้านเล็กมีลูกค้าไม่กี่ร้อยคน ยังจำเป็นต้องแบ่งกลุ่มไหม

จำเป็นยิ่งกว่าร้านใหญ่ด้วยซ้ำ เพราะร้านเล็กงบจำกัด การรู้ว่าใครคือลูกค้าซื้อซ้ำทำให้ใช้เวลาและงบดูแลคนถูกกลุ่มได้แม่นกว่า ไม่ต้องยิงข้อความเดียวกันหาทุกคนแบบเหวี่ยงแห

ต้องใช้ระบบ CRM แพง ๆ ไหมถึงจะเริ่มได้

ไม่จำเป็นเลยในช่วงแรก สเปรดชีตธรรมดาที่บันทึกชื่อ จำนวนครั้งที่ซื้อ และวันที่ซื้อล่าสุด ก็เพียงพอให้เริ่มแบ่งกลุ่มได้แล้ว ค่อยขยับไปใช้ระบบที่ซับซ้อนขึ้นเมื่อฐานลูกค้าโตจนสเปรดชีตตามไม่ทัน

แบ่งกลุ่มแล้วต้องอัปเดตบ่อยแค่ไหน

ควรอัปเดตทุกครั้งที่มีคำสั่งซื้อใหม่เกิดขึ้น หรืออย่างน้อยเดือนละครั้งถ้าปริมาณออเดอร์ไม่เยอะมาก เพราะสถานะลูกค้าเปลี่ยนได้เสมอ คนที่เคยเป็นกลุ่มแค่ถามอาจกลายเป็นซื้อซ้ำได้ถ้าดูแลถูกจังหวะ

กลุ่มที่ทักมาแล้วเงียบไปนานมาก ยังนับเป็นข้อมูลที่ใช้ได้อยู่ไหม

ยังใช้ได้ เพียงแต่ต้องแยกไว้เป็นกลุ่มย่อยว่าห่างไปนานเท่าไหร่ เพราะข้อความที่ใช้กระตุ้นคนที่เงียบไปหนึ่งเดือนกับคนที่เงียบไปเป็นปี ควรต่างกัน ยิ่งห่างนานยิ่งต้องมีเหตุผลใหม่ที่แรงพอให้เขากลับมาสนใจอีกครั้ง

ข้อมูลจากแชทกับข้อมูลจากระบบยิงแอด ใช้แทนกันได้ไหม

ใช้แทนกันไม่ได้ แต่ควรใช้เสริมกัน ข้อมูลแอดบอกว่าใครคลิกเข้ามา ส่วนข้อมูลแชทบอกว่าใครคุยจริงและซื้อจริง การเอาสองฝั่งมาต่อกันจะให้ภาพที่ครบกว่าฝั่งใดฝั่งหนึ่งเดียว

มีระบบช่วยผูกที่มาของแอดกับประวัติการซื้อแบบนี้ไหม

มี เช่น linli ที่ผูกที่มาของแอดเข้ากับบทสนทนาไว้ตั้งแต่ต้น ทำให้รู้ได้ง่ายขึ้นว่าลูกค้าคนไหนมาจากแคมเปญไหนและซื้อกี่ครั้ง ซึ่งช่วยลดงานไล่จับคู่ข้อมูลด้วยมือได้พอสมควร

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง