← กลับไปหน้าบทความ
คู่มือ

ตอนเจ้าของขายเอง ดูแค่ยอดขายรวมก็พอ พอมีทีมแล้วต้องดูอะไรเพิ่มถึงจะไม่หลงทาง

02 ส.ค. 04:18 · อ่าน 1 นาที
ตอนเจ้าของขายเอง ดูแค่ยอดขายรวมก็พอ พอมีทีมแล้วต้องดูอะไรเพิ่มถึงจะไม่หลงทาง

สรุปสั้น ๆ

ตอนเจ้าของร้านขายเองคนเดียว การดูยอดขายรวมรายวันก็เพียงพอเพราะทุกอย่างมาจากมือคนเดียว แต่พอมีทีมขายหลายคน ยอดรวมอย่างเดียวจะซ่อนปัญหาไว้ได้ง่ายมาก สิ่งที่ต้องเริ่มติดตามเพิ่มคือข้อมูลระดับรายคนและระดับที่มาของลูกค้า ไม่ใช่แค่ภาพรวมเหมือนเดิม

ตอนพี่แนนจากร้านผ้าห่ม (ที่เล่าไว้ในบทความอื่นของชุดนี้) ขายเองคนเดียว สิ่งที่เธอดูทุกคืนคือยอดขายรวมของวันนั้นกับจำนวนออเดอร์ ถ้าตัวเลขดีก็สบายใจ ถ้าตัวเลขแย่ก็รู้ทันทีว่าต้องปรับอะไรเพราะเธอเป็นคนคุยกับลูกค้าทุกคนเอง

พอร้านอื่นในชุดเรื่องนี้อย่างบลูมมี่สกินมีแอดมิน 3 คน เจ้าของร้านยังคงดูแค่ยอดขายรวมเหมือนเดิม จนวันหนึ่งพบว่ายอดรวมทรงตัวมาสามเดือนทั้งที่งบแอดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ กว่าจะรู้ว่าเป็นเพราะแอดมินคนหนึ่งปิดการขายได้แย่ลงเรื่อย ๆ มาสามเดือนแล้ว ก็เสียโอกาสไปมากพอสมควร

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เจ้าของร้านไม่สนใจตัวเลข แต่อยู่ที่ตัวเลขชุดเดิมที่เคยพอสำหรับตอนขายคนเดียว ไม่พอสำหรับตอนมีทีมแล้ว เพราะยอดรวมกลบรายละเอียดที่สำคัญไว้หมด

จุดบอดของการยังดูข้อมูลแบบตอนขายคนเดียว

เมื่อมีคนเดียวขาย ยอดขายรวมคือภาพสะท้อนฝีมือของคนคนเดียวโดยตรง ไม่มีความคลุมเครือ แต่พอมีทีม ยอดรวมกลายเป็นค่าเฉลี่ยที่ปิดบังทั้งคนที่ทำได้ดีมากและคนที่ทำได้แย่มากไว้ในตัวเลขเดียวกัน

ปัญหานี้อันตรายเพราะมันดูเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติในสายตาเจ้าของร้าน ตราบใดที่ยอดรวมยังไม่ตกฮวบ ทั้งที่ความจริงอาจมีปัญหาสะสมอยู่ในบางส่วนของทีมมานานแล้ว

ข้อมูลที่ต้องเริ่มติดตามเพิ่มเมื่อมีทีมขาย

  • อัตราปิดการขายรายคน — ไม่ใช่แค่ยอดขายรายคน เพราะคนที่ปิดยอดได้เยอะอาจแค่ได้รับแชทมากกว่า ไม่ได้แปลว่าเก่งกว่าจริง
  • ที่มาของลูกค้าต่อแอดมินแต่ละคน — เพื่อรู้ว่าใครถนัดปิดลูกค้าจากช่องทางไหน จะได้มอบหมายงานให้ตรงจุด
  • เวลาตอบแชทเฉลี่ยรายคน — เพราะความเร็วที่ตกลงมักเป็นสัญญาณเตือนก่อนที่อัตราการเสียลูกค้าจะตามมา
  • อัตราการซื้อซ้ำของลูกค้าที่แต่ละคนดูแล — บอกว่าใครสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวได้ดีกว่าแค่ปิดยอดครั้งเดียวจบ

สิ่งที่เคยพอตอนขายคนเดียว เทียบกับสิ่งที่ต้องมีเมื่อมีทีม

ช่วงธุรกิจข้อมูลที่ดูเป็นหลักความเสี่ยงถ้าดูแค่นี้
เจ้าของขายเองยอดขายรวมรายวันต่ำ เพราะมาจากคนคนเดียว
มีทีม 2-3 คนยอดขายรวม + อัตราปิดการขายรายคนปานกลาง ถ้าไม่ดูรายคนจะพลาดปัญหาสะสม
มีทีมเกิน 5 คนยอดรวม + รายคน + ที่มาของลูกค้า + เวลาตอบสูง ถ้าไม่มีข้อมูลชุดนี้จะบริหารทีมแบบเดาสุ่ม

จะเริ่มเปลี่ยนวิธีดูข้อมูลยังไงโดยไม่ต้องปฏิวัติทั้งระบบ

ไม่จำเป็นต้องมีระบบซับซ้อนตั้งแต่วันแรก เริ่มจากการให้แอดมินแต่ละคนบันทึกเองง่าย ๆ ว่าวันนี้ตอบกี่แชท ปิดกี่ออเดอร์ ก็พอเห็นแนวโน้มได้ระดับหนึ่งแล้ว จากนั้นค่อยพัฒนาไปสู่ระบบที่แยกข้อมูลลูกค้าได้ละเอียดขึ้นเมื่อทีมโตกว่านี้

สิ่งสำคัญที่สุดคือเริ่มเก็บข้อมูลรายคนตั้งแต่วันแรกที่มีทีม อย่ารอให้ทีมโตถึงสิบคนแล้วค่อยย้อนกลับไปหาว่าใครทำอะไรมาบ้าง เพราะข้อมูลย้อนหลังที่ไม่เคยถูกเก็บไว้ จะไม่มีวันตามเก็บย้อนหลังได้ครบ

สรุป

การเปลี่ยนจากขายคนเดียวมาเป็นทีมขาย ไม่ได้แค่เปลี่ยนที่จำนวนคน แต่เปลี่ยนที่วิธีมองข้อมูลทั้งหมด ยอดรวมที่เคยพอเพียงตอนคนเดียวจะเริ่มปิดบังปัญหาไว้ทันทีที่มีคนที่สองเข้ามาร่วมงาน

ถ้าธุรกิจของคุณเพิ่งเริ่มมีทีม ลองเริ่มเก็บข้อมูลรายคนตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่ทีมจะโตจนย้อนกลับไปแก้ไม่ทัน

  • ยอดขายรวมพอสำหรับตอนขายคนเดียว แต่ซ่อนปัญหาไว้ได้ทันทีที่มีทีม
  • เริ่มเก็บอัตราปิดการขายรายคนและเวลาตอบแชทรายคนตั้งแต่วันแรกที่มีทีม
  • อย่ารอให้ทีมโตแล้วค่อยย้อนกลับไปเก็บข้อมูล เพราะข้อมูลที่ไม่เคยเก็บจะตามเก็บย้อนหลังไม่ได้

คำถามที่พบบ่อย

จำเป็นต้องใช้ระบบซอฟต์แวร์เพื่อเก็บข้อมูลรายคนไหม

ไม่จำเป็นในช่วงแรก ตารางง่าย ๆ ที่แอดมินกรอกเองรายวันก็เพียงพอสำหรับทีมขนาดเล็ก ค่อยพิจารณาระบบเมื่อทีมโตจนตารางมือเริ่มจัดการไม่ไหว

ควรบอกทีมไหมว่าเริ่มวัดผลรายคนแล้ว

ควรบอกอย่างเปิดเผยและอธิบายเหตุผลว่าทำเพื่อพัฒนาทีม ไม่ใช่เพื่อจับผิด การแอบวัดโดยไม่บอกมักสร้างความไม่ไว้ใจเมื่อทีมรู้ทีหลัง

ถ้าเจ้าของร้านยังขายเองบางส่วนด้วย ควรนับตัวเองในข้อมูลนี้ไหม

ควรนับด้วย เพื่อให้เห็นภาพเปรียบเทียบที่เป็นธรรม และบางครั้งก็ช่วยให้เห็นว่าเทคนิคของเจ้าของร้านมีจุดไหนที่ทีมยังทำไม่ได้ระดับเดียวกัน

ข้อมูลชุดไหนควรเริ่มเก็บก่อนถ้าเวลาและทรัพยากรจำกัด

เริ่มจากอัตราปิดการขายรายคนก่อน เพราะเป็นตัวชี้วัดที่สะท้อนปัญหาได้ตรงและเร็วที่สุด ส่วนข้อมูลที่ละเอียดกว่านั้นค่อยเพิ่มทีหลังเมื่อมีเวลามากขึ้น

ทำไมยอดขายรวมยังสำคัญอยู่ไหมทั้งที่ต้องดูรายคนแล้ว

ยังสำคัญอยู่ในฐานะภาพรวม แต่ไม่ควรใช้เป็นตัวชี้วัดเดียวอีกต่อไป ควรใช้คู่กับข้อมูลรายคนเพื่อให้เห็นทั้งภาพใหญ่และรายละเอียดที่ซ่อนอยู่ในภาพนั้น

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง