← กลับไปหน้าบทความ
เอเจนซี่

จ้างแอดมินคนที่สองแล้วยอดปิดกลับแย่ลง: วิธีเทรนทีมแชทให้ไม่ทำลายอัตราปิดการขาย

02 ส.ค. 04:17 · อ่าน 1 นาที
จ้างแอดมินคนที่สองแล้วยอดปิดกลับแย่ลง: วิธีเทรนทีมแชทให้ไม่ทำลายอัตราปิดการขาย

สรุปสั้น ๆ

การจ้างแอดมินคนที่สองไม่ได้แปลว่ายอดขายจะเพิ่มเป็นสองเท่าโดยอัตโนมัติ เพราะสิ่งที่เจ้าของร้านทำได้เองด้วยสัญชาตญาณ คนใหม่ทำไม่ได้ถ้าไม่มีระบบสอน บทความนี้เล่าว่าทำไมทีมที่โตเร็วมักปิดการขายแย่ลง และวางระบบเทรนแบบไหนที่กันเรื่องนี้ได้

ร้านเครื่องสำอาง ‘บลูมมี่สกิน’ (นามสมมติ) เคยมีเจ้าของคนเดียวปิดการขายได้ราว 35% ของคนที่ทักเข้ามา พอออเดอร์เยอะขึ้นจึงจ้างแอดมินเพิ่มอีกสองคน คาดว่ายอดขายจะโตตามจำนวนคน แต่พอผ่านไปเดือนแรก อัตราปิดการขายรวมกลับตกเหลือ 22%

เจ้าของร้านงงมากเพราะทีมมีมากขึ้น เวลาที่ใช้ต่อคนก็ไม่ได้น้อยลง แต่ปิดได้น้อยลง สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ แอดมินใหม่ไม่มีสัญชาตญาณแบบเจ้าของร้านที่สั่งสมมาสองปี และไม่มีใครสอนให้เขารู้ว่าเมื่อลูกค้าพูดแบบนี้ควรตอบแบบไหน

เรื่องแบบนี้เกิดซ้ำบ่อยมากในร้านแชทที่โตเร็ว เพราะการจ้างคนแก้ปัญหาเรื่อง ‘ปริมาณ’ ได้ แต่ไม่ได้แก้ปัญหาเรื่อง ‘คุณภาพการปิดการขาย’ ให้อัตโนมัติ ถ้าไม่มีระบบเทรนที่ดีพอ

ทำไมทีมโตแล้วอัตราปิดการขายถึงตกลง

เจ้าของร้านมักไม่รู้ตัวว่าตัวเองมี ‘คลังความรู้’ อยู่ในหัวมหาศาล รู้ว่าลูกค้าที่ถามแบบนี้กำลังกังวลเรื่องอะไร รู้ว่าเมื่อไหร่ควรลดราคา เมื่อไหร่ไม่ควร รู้จังหวะเงียบที่เหมาะจะตามต่อ ความรู้พวกนี้ไม่เคยถูกเขียนออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะไม่เคยต้องสอนใคร

พอมีคนใหม่เข้ามา สิ่งที่เขาได้รับมักเป็นแค่ ‘ราคาสินค้า’ กับ ‘วิธีปิดออเดอร์ในระบบ’ ส่วนศิลปะการอ่านใจลูกค้าที่รับมือกับข้อโต้แย้งหรือรู้จังหวะปิดการขาย เขาต้องลองผิดลองถูกเอง ซึ่งระหว่างที่ลองผิด ลูกค้าจริงคือคนที่จ่ายราคาให้กับการเรียนรู้นั้น

สิ่งที่ต้องเขียนออกมาก่อนจ้างคนที่สอง

  • คำถามที่ลูกค้าถามบ่อยที่สุด 10-15 ข้อ พร้อมคำตอบมาตรฐานที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าปิดได้
  • สัญญาณที่บอกว่าลูกค้ากำลัง ‘พร้อมซื้อ’ กับสัญญาณที่บอกว่าเขายังลังเลอยู่ เพื่อให้แอดมินใหม่แยกออก
  • กรณีที่ห้ามลดราคาเอง และกรณีที่อนุญาตให้ลดได้ในกรอบเท่าไหร่
  • ตัวอย่างบทสนทนาจริงที่ปิดสำเร็จ อย่างน้อย 5-10 เคส ให้แอดมินใหม่อ่านเป็นแบบอย่าง ไม่ใช่แค่ท่องสคริปต์

แผนเทรนแอดมินใหม่ใน 2 สัปดาห์แรก

  1. สัปดาห์แรก วันที่ 1-3: ให้อ่านคลังคำถาม-คำตอบและบทสนทนาตัวอย่าง แล้วให้ตอบแชทแบบมีพี่เลี้ยงตรวจก่อนส่งทุกข้อความ
  2. วันที่ 4-7: เริ่มตอบเองได้ในเคสง่าย แต่เคสที่ลูกค้าต่อรองราคาหรือแสดงความไม่พอใจ ยังต้องส่งให้พี่เลี้ยงดูก่อน
  3. สัปดาห์ที่สอง: ให้ตอบเองได้เต็มรูปแบบ แต่สุ่มตรวจบทสนทนาย้อนหลังทุกวัน โดยเทียบอัตราปิดการขายของคนนี้กับค่าเฉลี่ยทีม
  4. หลังสองสัปดาห์: ถ้าอัตราปิดการขายยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทีมเกิน 30% ให้กลับไปทบทวนจุดที่พลาดร่วมกัน ไม่ใช่ปล่อยให้เขาทำต่อไปเรื่อย ๆ

อย่าวัดแค่ยอดรวมทีม ให้วัดแยกเป็นรายคน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือดูแค่ ‘ยอดขายรวมของทีม’ ซึ่งซ่อนปัญหาไว้ได้ง่าย ถ้าแอดมินคนเก่งปิดได้เยอะ อาจกลบตัวเลขที่แอดมินใหม่ปิดได้แย่จนมองไม่เห็น การแยกวัดอัตราปิดการขายเป็นรายคนทำให้รู้ว่าใครต้องได้รับการเทรนเพิ่ม และใครพร้อมรับเคสยากขึ้น

ถ้าร้านมีระบบที่ผูกพฤติกรรมลูกค้าเข้ากับแชทแต่ละคน จะยิ่งเห็นชัดว่าแอดมินคนไหนถนัดปิดลูกค้ากลุ่มไหน แล้วมอบหมายงานให้ตรงจุดถนัดได้

สรุป

การจ้างคนเพิ่มแก้ปัญหาเรื่องปริมาณได้ แต่ไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องคุณภาพการปิดการขายให้อัตโนมัติ ถ้าความรู้ที่เจ้าของร้านสั่งสมมายังอยู่แค่ในหัว คนใหม่ก็ต้องเริ่มจากศูนย์ทุกครั้ง

งานที่สำคัญที่สุดก่อนจ้างคนที่สองจึงไม่ใช่การหาคน แต่คือการเขียนสิ่งที่รู้อยู่แล้วออกมาให้คนอื่นเรียนต่อได้ เพื่อให้ทีมโตโดยที่คุณภาพไม่ต้องถอยหลัง

  • ทีมโตเร็วมักปิดการขายแย่ลงเพราะความรู้ยังไม่ถูกถ่ายทอดเป็นระบบ
  • เขียนคำถามที่พบบ่อยและเคสปิดสำเร็จไว้ล่วงหน้าก่อนจ้างคนที่สอง
  • วัดอัตราปิดการขายแยกรายคน อย่าดูแค่ยอดรวมทีม

คำถามที่พบบ่อย

จ้างแอดมินใหม่กี่คนถึงจะพอดีกับปริมาณแชทที่เพิ่มขึ้น

ไม่มีตัวเลขตายตัว ขึ้นกับความซับซ้อนของสินค้า แต่หลักคร่าว ๆ คือดูจากเวลาที่ใช้ตอบต่อแชทคูณกับจำนวนแชทต่อวัน แล้วเทียบกับชั่วโมงทำงานที่มีจริงของทีม

ควรให้แอดมินใหม่ท่องสคริปต์คำต่อคำไหม

ไม่แนะนำให้ท่องคำต่อคำเพราะจะฟังดูแข็งและไม่เป็นธรรมชาติ ควรให้เข้าใจหลักการและตัวอย่างสถานการณ์ แล้วปรับคำพูดเป็นสไตล์ตัวเองภายใต้กรอบเดียวกัน

อัตราปิดการขายของแอดมินแต่ละคนต่างกันมากถือว่าผิดปกติไหม

ต่างกันได้บ้างตามธรรมชาติ แต่ถ้าต่างกันเกิน 30-40% ระหว่างคนที่ดีสุดกับแย่สุด ควรตรวจว่าคนที่ทำได้แย่กว่าขาดความรู้เรื่องไหน แล้วเติมให้ตรงจุด

ควรให้แอดมินใหม่ดูแลลูกค้าเก่าหรือลูกค้าใหม่ก่อน

แนะนำให้เริ่มจากลูกค้าใหม่ที่เพิ่งทักเข้ามาก่อน เพราะความเสี่ยงต่ำกว่า ส่วนลูกค้าเก่าที่มีประวัติซื้อซ้ำควรให้แอดมินที่ช่ำชองดูแลต่อ เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่สร้างมา

ถ้างบไม่พอจ้างพี่เลี้ยงมาคอยตรวจแชท ควรทำยังไง

อย่างน้อยให้เจ้าของร้านสุ่มอ่านบทสนทนาของแอดมินใหม่วันละ 10-15 นาทีในช่วงสองสัปดาห์แรก แม้ไม่ใช่พี่เลี้ยงเต็มเวลา แต่การให้ฟีดแบ็กสม่ำเสมอช่วยลดความผิดพลาดได้เยอะ

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง