← กลับไปหน้าบทความ
เอเจนซี่

จ้างแอดมินคนที่สองแล้วยอดปิดกลับแย่ลง เทรนทีมแชทยังไงไม่ให้ทำลายอัตราปิดการขาย

ทีมบรรณาธิการ linli10 ก.ค. 11:47อัปเดต 10 ก.ค. 11:47อ่าน 1 นาที
จ้างแอดมินคนที่สองแล้วยอดปิดกลับแย่ลง เทรนทีมแชทยังไงไม่ให้ทำลายอัตราปิดการขาย
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

การจ้างแอดมินคนที่สองไม่ได้แปลว่ายอดขายจะเพิ่มเป็นสองเท่าโดยอัตโนมัติ เพราะสิ่งที่เจ้าของร้านทำได้เองด้วยสัญชาตญาณ คนใหม่ทำไม่ได้ถ้าไม่มีระบบสอน บทความนี้เล่าว่าทำไมทีมที่โตเร็วมักปิดการขายแย่ลง และวางระบบเทรนแบบไหนที่กันเรื่องนี้ได้

ร้านเครื่องสำอาง ‘บลูมมี่สกิน’ (นามสมมติ) เคยมีเจ้าของคนเดียวปิดการขายได้ราว 35% ของคนที่ทักเข้ามา พอออเดอร์เยอะขึ้นจึงจ้างแอดมินเพิ่มอีกสองคน คาดว่ายอดขายจะโตตามจำนวนคน แต่พอผ่านไปเดือนแรก อัตราปิดการขายรวมกลับตกเหลือ 22%

เจ้าของร้านงงมากเพราะทีมมีมากขึ้น เวลาที่ใช้ต่อคนก็ไม่ได้น้อยลง แต่ปิดได้น้อยลง สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ แอดมินใหม่ไม่มีสัญชาตญาณแบบเจ้าของร้านที่สั่งสมมาสองปี และไม่มีใครสอนให้เขารู้ว่าเมื่อลูกค้าพูดแบบนี้ควรตอบแบบไหน

เรื่องแบบนี้เกิดซ้ำบ่อยมากในร้านแชทที่โตเร็ว เพราะการจ้างคนแก้ปัญหาเรื่อง ‘ปริมาณ’ ได้ แต่ไม่ได้แก้ปัญหาเรื่อง ‘คุณภาพการปิดการขาย’ ให้อัตโนมัติ ถ้าไม่มีระบบเทรนที่ดีพอ

ทำไมทีมโตแล้วอัตราปิดการขายถึงตกลง

เจ้าของร้านมักไม่รู้ตัวว่าตัวเองมี ‘คลังความรู้’ อยู่ในหัวมหาศาล รู้ว่าลูกค้าที่ถามแบบนี้กำลังกังวลเรื่องอะไร รู้ว่าเมื่อไหร่ควรลดราคา เมื่อไหร่ไม่ควร รู้จังหวะเงียบที่เหมาะจะตามต่อ ความรู้พวกนี้ไม่เคยถูกเขียนออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะไม่เคยต้องสอนใคร

พอมีคนใหม่เข้ามา สิ่งที่เขาได้รับมักเป็นแค่ ‘ราคาสินค้า’ กับ ‘วิธีปิดออเดอร์ในระบบ’ ส่วนศิลปะการอ่านใจลูกค้าที่รับมือกับข้อโต้แย้งหรือรู้จังหวะปิดการขาย เขาต้องลองผิดลองถูกเอง ซึ่งระหว่างที่ลองผิด ลูกค้าจริงคือคนที่จ่ายราคาให้กับการเรียนรู้นั้น

สิ่งที่ต้องเขียนออกมาก่อนจ้างคนที่สอง

  • คำถามที่ลูกค้าถามบ่อยที่สุด 10-15 ข้อ พร้อมคำตอบมาตรฐานที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าปิดได้
  • สัญญาณที่บอกว่าลูกค้ากำลัง ‘พร้อมซื้อ’ กับสัญญาณที่บอกว่าเขายังลังเลอยู่ เพื่อให้แอดมินใหม่แยกออก
  • กรณีที่ห้ามลดราคาเอง และกรณีที่อนุญาตให้ลดได้ในกรอบเท่าไหร่
  • ตัวอย่างบทสนทนาจริงที่ปิดสำเร็จ อย่างน้อย 5-10 เคส ให้แอดมินใหม่อ่านเป็นแบบอย่าง ไม่ใช่แค่ท่องสคริปต์

แผนเทรนแอดมินใหม่ใน 2 สัปดาห์แรก

  1. สัปดาห์แรก วันที่ 1-3: ให้อ่านคลังคำถาม-คำตอบและบทสนทนาตัวอย่าง แล้วให้ตอบแชทแบบมีพี่เลี้ยงตรวจก่อนส่งทุกข้อความ
  2. วันที่ 4-7: เริ่มตอบเองได้ในเคสง่าย แต่เคสที่ลูกค้าต่อรองราคาหรือแสดงความไม่พอใจ ยังต้องส่งให้พี่เลี้ยงดูก่อน
  3. สัปดาห์ที่สอง: ให้ตอบเองได้เต็มรูปแบบ แต่สุ่มตรวจบทสนทนาย้อนหลังทุกวัน โดยเทียบอัตราปิดการขายของคนนี้กับค่าเฉลี่ยทีม
  4. หลังสองสัปดาห์: ถ้าอัตราปิดการขายยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทีมเกิน 30% ให้กลับไปทบทวนจุดที่พลาดร่วมกัน ไม่ใช่ปล่อยให้เขาทำต่อไปเรื่อย ๆ

อย่าวัดแค่ยอดรวมทีม ให้วัดแยกเป็นรายคน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือดูแค่ ‘ยอดขายรวมของทีม’ ซึ่งซ่อนปัญหาไว้ได้ง่าย ถ้าแอดมินคนเก่งปิดได้เยอะ อาจกลบตัวเลขที่แอดมินใหม่ปิดได้แย่จนมองไม่เห็น การแยกวัดอัตราปิดการขายเป็นรายคนทำให้รู้ว่าใครต้องได้รับการเทรนเพิ่ม และใครพร้อมรับเคสยากขึ้น

ถ้าร้านมีระบบที่ผูกพฤติกรรมลูกค้าเข้ากับแชทแต่ละคน จะยิ่งเห็นชัดว่าแอดมินคนไหนถนัดปิดลูกค้ากลุ่มไหน แล้วมอบหมายงานให้ตรงจุดถนัดได้

สรุป

การจ้างคนเพิ่มแก้ปัญหาเรื่องปริมาณได้ แต่ไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องคุณภาพการปิดการขายให้อัตโนมัติ ถ้าความรู้ที่เจ้าของร้านสั่งสมมายังอยู่แค่ในหัว คนใหม่ก็ต้องเริ่มจากศูนย์ทุกครั้ง

งานที่สำคัญที่สุดก่อนจ้างคนที่สองจึงไม่ใช่การหาคน แต่คือการเขียนสิ่งที่รู้อยู่แล้วออกมาให้คนอื่นเรียนต่อได้ เพื่อให้ทีมโตโดยที่คุณภาพไม่ต้องถอยหลัง

  • ทีมโตเร็วมักปิดการขายแย่ลงเพราะความรู้ยังไม่ถูกถ่ายทอดเป็นระบบ
  • เขียนคำถามที่พบบ่อยและเคสปิดสำเร็จไว้ล่วงหน้าก่อนจ้างคนที่สอง
  • วัดอัตราปิดการขายแยกรายคน อย่าดูแค่ยอดรวมทีม

คำถามที่พบบ่อย

จ้างแอดมินใหม่กี่คนถึงจะพอดีกับปริมาณแชทที่เพิ่มขึ้น

ไม่มีตัวเลขตายตัว ขึ้นกับความซับซ้อนของสินค้า แต่หลักคร่าว ๆ คือดูจากเวลาที่ใช้ตอบต่อแชทคูณกับจำนวนแชทต่อวัน แล้วเทียบกับชั่วโมงทำงานที่มีจริงของทีม

ควรให้แอดมินใหม่ท่องสคริปต์คำต่อคำไหม

ไม่แนะนำให้ท่องคำต่อคำเพราะจะฟังดูแข็งและไม่เป็นธรรมชาติ ควรให้เข้าใจหลักการและตัวอย่างสถานการณ์ แล้วปรับคำพูดเป็นสไตล์ตัวเองภายใต้กรอบเดียวกัน

อัตราปิดการขายของแอดมินแต่ละคนต่างกันมากถือว่าผิดปกติไหม

ต่างกันได้บ้างตามธรรมชาติ แต่ถ้าต่างกันเกิน 30-40% ระหว่างคนที่ดีสุดกับแย่สุด ควรตรวจว่าคนที่ทำได้แย่กว่าขาดความรู้เรื่องไหน แล้วเติมให้ตรงจุด

ควรให้แอดมินใหม่ดูแลลูกค้าเก่าหรือลูกค้าใหม่ก่อน

แนะนำให้เริ่มจากลูกค้าใหม่ที่เพิ่งทักเข้ามาก่อน เพราะความเสี่ยงต่ำกว่า ส่วนลูกค้าเก่าที่มีประวัติซื้อซ้ำควรให้แอดมินที่ช่ำชองดูแลต่อ เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่สร้างมา

ถ้างบไม่พอจ้างพี่เลี้ยงมาคอยตรวจแชท ควรทำยังไง

อย่างน้อยให้เจ้าของร้านสุ่มอ่านบทสนทนาของแอดมินใหม่วันละ 10-15 นาทีในช่วงสองสัปดาห์แรก แม้ไม่ใช่พี่เลี้ยงเต็มเวลา แต่การให้ฟีดแบ็กสม่ำเสมอช่วยลดความผิดพลาดได้เยอะ

ลองตรวจด้วยตัวเอง

Required Leads Calculator

ใส่เป้ารายได้กับอัตราปิดการขาย แล้วดูว่าต้องมี Lead และคลิกเท่าไรถึงถือว่าพอ

คำนวณ Lead ที่ต้องมี

ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก

พิสูจน์ผลงานแอดเข้า LINE ให้ลูกค้าเห็นถึงยอดขาย

ดูแลลูกค้าหลายราย แต่ละรายมี LINE OA ของตัวเอง — linli แยกโปรเจกต์ แยก Tracking และส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มของแต่ละลูกค้า เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ติวเตอร์ภาษาโปรตุเกสธุรกิจคนเดียว ตั้งความคาดหวังยอดปิดเดือนแรกให้สมจริงก่อนเสียกำลังใจ

ติวเตอร์ภาษาโปรตุเกสธุรกิจคนเดียว ตั้งความคาดหวังยอดปิดเดือนแรกให้สมจริงก่อนเสียกำลังใจ

ผู้ให้บริการเฉพาะทางแบบคนเดียวมักตั้งเป้ายอดปิดเดือนแรกสูงเกินจริงเพราะเทียบกับธุรกิจทั่วไป บทความนี้ชวนคิดใหม่ผ่านเคสสมมติติวเตอร์ภาษาโปรตุเกสธุรกิจ
ใช้กรอบตรวจโครงสร้างเว็บหาหน้าลอย ลิงก์อ่อน และจุดที่ควรมีปุ่มแชทแต่ไม่มี

ใช้กรอบตรวจโครงสร้างเว็บหาหน้าลอย ลิงก์อ่อน และจุดที่ควรมีปุ่มแชทแต่ไม่มี

เว็บที่สะสมบทความมาหลายปีมักมีจุดรั่วที่มองไม่เห็น เช่น หน้าลอยที่ไม่มีใครเจอ หรือหน้าดังที่ไม่มีปุ่มแชท บทความนี้เสนอกรอบตรวจแบบเป็นระบบที่เอเจนซี่ใช้ได้กับลูกค้าทุกราย
ลูกค้าใหม่มี LINE OA เก่าอยู่แล้ว มีสี่จุดที่ต้องตรวจก่อนแตะระบบ ไม่ให้ยอดขายเดิมหาย

ลูกค้าใหม่มี LINE OA เก่าอยู่แล้ว มีสี่จุดที่ต้องตรวจก่อนแตะระบบ ไม่ให้ยอดขายเดิมหาย

ลูกค้าใหม่แทบทุกเจ้ามี LINE OA ที่มีคนอื่นวางระบบไว้ก่อนแล้ว บทความนี้เล่าสี่จุดที่ทีมต้องตรวจก่อนแตะ ไม่ให้ริชเมนูหรือแชทบอทเดิมพังจนลูกค้าเสียยอด