← กลับไปหน้าบทความ
เอเจนซี่

ติวเตอร์ภาษาโปรตุเกสธุรกิจคนเดียว ตั้งความคาดหวังยอดปิดเดือนแรกให้สมจริงก่อนเสียกำลังใจ

ทีมบรรณาธิการ linli10 ก.ค. 12:13อัปเดต 10 ก.ค. 12:13อ่าน 1 นาที
ติวเตอร์ภาษาโปรตุเกสธุรกิจคนเดียว ตั้งความคาดหวังยอดปิดเดือนแรกให้สมจริงก่อนเสียกำลังใจ
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

บริการเฉพาะทางระดับคนเดียวอย่างติวเตอร์ภาษาที่มีคนใช้จริงจำนวนจำกัดในไทย ไม่ควรตั้งเป้ายอดปิดเดือนแรกแบบเดียวกับธุรกิจที่ฐานลูกค้ากว้าง เพราะรอบการตัดสินใจของผู้เรียนยาวกว่า และจำนวนคนที่ต้องการบริการนี้จริงมีจำกัดตามธรรมชาติ

พี่หนึ่งเป็นติวเตอร์สอนภาษาโปรตุเกสธุรกิจแบบตัวต่อตัว ลูกค้าหลักคือพนักงานบริษัทที่กำลังจะย้ายไปประจำสาขาที่บราซิลหรือโปรตุเกส เป็นบริการที่เฉพาะทางมากจนแทบไม่มีคู่แข่งตรง ๆ ในตลาดไทย แต่ก็แปลว่าฐานลูกค้าที่มีความต้องการจริงก็แคบมากเช่นกัน

เดือนแรกที่ยิงแอด พี่หนึ่งตั้งเป้าไว้ว่าอยากได้ลูกค้าใหม่ 10 คน แต่พอครบเดือนกลับได้แค่ 2 คน ทั้งที่มีคนทักเข้ามาถึง 15 คน พี่หนึ่งรู้สึกว่าตัวเองล้มเหลว ทั้งที่ในความเป็นจริงตัวเลขนี้อาจจะไม่ได้แย่เลยสำหรับบริการแบบนี้

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ผลลัพธ์ แต่อยู่ที่การตั้งเป้าหมายตั้งแต่แรกโดยไม่เข้าใจธรรมชาติของตลาดที่ตัวเองอยู่ บทความนี้จะชวนคิดว่าควรตั้งความคาดหวังยังไงให้สมจริงสำหรับบริการเฉพาะทางระดับคนเดียว

ทำไมฐานลูกค้าแคบถึงทำให้ยอดปิดเดือนแรกดูน้อยกว่าที่คาด

คนที่ต้องเรียนภาษาโปรตุเกสธุรกิจจริงจังในไทยมีไม่มาก ส่วนใหญ่มาจากพนักงานบริษัทข้ามชาติไม่กี่แห่งที่มีสาขาในประเทศที่พูดโปรตุเกส เมื่อฐานคนที่มีความต้องการจริงแคบขนาดนี้ การได้คนทักเข้ามา 15 คนในหนึ่งเดือนถือว่าไม่น้อยเลยด้วยซ้ำเมื่อเทียบกับขนาดตลาด

อีกปัจจัยคือรอบการตัดสินใจของผู้เรียนภาษาเฉพาะทางแบบนี้ยาวกว่าสินค้าทั่วไปมาก เพราะเขาต้องรอความชัดเจนเรื่องการย้ายงานหรือวันเดินทางก่อน บางคนทักมาถามข้อมูลไว้ล่วงหน้าสามถึงสี่เดือนก่อนจะตัดสินใจสมัครเรียนจริง การตัดสินใจแบบด่วนภายในเดือนเดียวจึงเกิดขึ้นได้ยากกว่าธุรกิจทั่วไป

15 คนที่ทักมา บอกอะไรได้บ้างแม้จะปิดแค่ 2

แทนที่จะมองว่า 2 จาก 15 คือความล้มเหลว ลองแยกดูว่า 13 คนที่ยังไม่สมัครอยู่ในสถานะไหน จากที่พี่หนึ่งไล่ดูอีกครั้ง พบว่า 5 คนบอกชัดเจนว่ากำลังรอวันที่บริษัทยืนยันการย้ายงาน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีโอกาสสูงมากที่จะกลับมาสมัครในอีกสองสามเดือนข้างหน้า

อีก 4 คนถามราคาแล้วเงียบไปโดยไม่ให้เหตุผล ซึ่งอาจเป็นกลุ่มที่ราคาไม่ตรงกับที่คาดหรือแค่สำรวจตลาด ส่วนที่เหลืออีก 4 คนถามรายละเอียดหลักสูตรแต่ยังไม่ตัดสินใจ นี่คือข้อมูลที่มีค่ามากกว่าตัวเลข 2 คนที่ปิดได้ เพราะมันบอกว่าตลาดมีอยู่จริง แค่รอบการตัดสินใจยาวกว่าที่พี่หนึ่งคาดไว้ตอนแรก

กรอบเวลาที่สมจริงกว่าสำหรับบริการเฉพาะทางระดับคนเดียว

ช่วงเวลาสิ่งที่ควรวัดอย่าเพิ่งวัด
เดือนที่ 1จำนวนคนทักและคำถามที่พบบ่อยยอดปิดการขายเป็นตัวชี้วัดหลัก
เดือนที่ 2-3อัตราคุยจริงและเหตุผลที่ยังไม่ตัดสินใจROAS เทียบกับธุรกิจทั่วไป
เดือนที่ 4-6อัตราปิดการขายสะสมและการกลับมาของกลุ่มที่เคยรอ-

จัดการกลุ่ม 'รอความชัดเจน' ยังไงไม่ให้หลุดมือ

  1. แท็กคนที่บอกว่า'รอความชัดเจนก่อน'แยกออกจากกลุ่มที่เงียบไปเฉย ๆ เพราะสองกลุ่มนี้ต้องการการติดตามคนละแบบ
  2. นัดวันติดตามคร่าว ๆ กับลูกค้ากลุ่มนี้โดยตรง เช่น ถามว่า 'พอจะทราบวันที่ชัดเจนช่วงไหนคะ เดี๋ยวจะติดต่อกลับตอนนั้น' แทนที่จะปล่อยไว้เฉย ๆ
  3. ส่งเนื้อหาที่มีประโยชน์ให้เป็นระยะระหว่างรอ เช่น เกร็ดภาษาหรือวัฒนธรรมธุรกิจของประเทศปลายทาง เพื่อรักษาความสัมพันธ์ไว้จนกว่าเขาจะพร้อมตัดสินใจ
  4. อย่าตีความว่าเขาปฏิเสธเพียงเพราะไม่ปิดการขายในเดือนแรก เพราะบริการเฉพาะทางแบบนี้อัตราการกลับมาสมัครหลังจากรออาจสูงกว่าธุรกิจทั่วไปมาก

สรุป

บริการเฉพาะทางระดับคนเดียวที่ฐานลูกค้าแคบ ไม่ควรตั้งเป้ายอดปิดเดือนแรกแบบเดียวกับธุรกิจทั่วไป เพราะทั้งขนาดตลาดและรอบการตัดสินใจต่างกันโดยพื้นฐาน

การอ่านสถานะของคนที่ยังไม่ปิดการขายให้ละเอียด แล้วติดตามอย่างมีจังหวะ มักให้ผลลัพธ์ระยะยาวที่ดีกว่าการตั้งเป้าตัวเลขสูงเกินจริงตั้งแต่เดือนแรก

  • ตลาดแคบมีรอบการตัดสินใจยาวกว่า อย่าเทียบยอดปิดเดือนแรกกับธุรกิจทั่วไป
  • แยกกลุ่ม 'รอความชัดเจน' ออกจากกลุ่มเงียบจริง เพื่อติดตามให้ถูกวิธี
  • ตัวเลขคนทักและคุณภาพบทสนทนาสำคัญกว่ายอดปิดในเดือนแรก

คำถามที่พบบ่อย

ควรตั้งเป้ายอดปิดเดือนแรกยังไงสำหรับบริการเฉพาะทางระดับคนเดียว

ควรตั้งเป้าจากจำนวนคนทักและคุณภาพของบทสนทนามากกว่ายอดปิดตรง ๆ เพราะรอบการตัดสินใจของบริการเฉพาะทางมักยาวกว่าธุรกิจทั่วไป การตั้งเป้ายอดปิดสูงตั้งแต่เดือนแรกมักนำไปสู่ความผิดหวังที่ไม่จำเป็น

ทำยังไงถ้ารู้สึกท้อเพราะยอดปิดน้อยกว่าที่คาดมาก

ลองแยกดูสถานะของคนที่ยังไม่ปิดแต่ละคนแทนที่จะดูแค่ตัวเลขรวม บ่อยครั้งจะพบว่ามีกลุ่มที่สนใจจริงแต่ยังรอความพร้อม ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่ตัวเลขยอดปิดเพียงอย่างเดียวไม่ได้บอก

ควรตามลูกค้าที่บอกว่า 'รอความชัดเจนก่อน' บ่อยแค่ไหน

ไม่ควรตามถี่เกินไปจนดูตื๊อ ให้ถามกรอบเวลาคร่าว ๆ จากเขาโดยตรงแล้วนัดติดตามตามนั้น จะดูเป็นมืออาชีพมากกว่าการทักไปถามซ้ำ ๆ โดยไม่มีจังหวะ

ธุรกิจตลาดแคบแบบนี้ควรลงทุนงบโฆษณาเท่าไหร่ในช่วงเริ่มต้น

ควรเริ่มจากงบน้อยแล้วดูคุณภาพของคนที่ทักเข้ามาก่อน เพราะตลาดที่แคบมากยิงงบสูงเกินไปอาจไม่ได้ผลตอบแทนที่ดีขึ้นตามสัดส่วน เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายจริงมีจำกัดอยู่แล้ว

จะรู้ได้ยังไงว่าคนที่เงียบไปคือไม่สนใจจริงหรือแค่รอ

สังเกตจากคำตอบสุดท้ายก่อนเงียบ ถ้าเขาให้เหตุผลชัดเจนว่ารอเรื่องอะไร มักเป็นกลุ่มที่ยังสนใจจริง แต่ถ้าเงียบไปทันทีโดยไม่ให้เหตุผลเลย อาจเป็นกลุ่มที่ไม่ตรงกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่ต้น

มีเครื่องมือช่วยติดตามลูกค้ากลุ่ม 'รอความชัดเจน' ไหม

สำหรับธุรกิจคนเดียวการจดบันทึกในสเปรดชีตง่าย ๆ ก็เพียงพอในช่วงแรก แต่ถ้าจำนวนลูกค้าที่ต้องติดตามเริ่มเยอะขึ้นจนจำไม่ไหว ระบบอย่าง linli ที่เก็บประวัติแชทผูกกับที่มาของแอดจะช่วยไม่ให้หลุดคนที่เคยสนใจไปได้

พิสูจน์ผลงานแอดเข้า LINE ให้ลูกค้าเห็นถึงยอดขาย

ดูแลลูกค้าหลายราย แต่ละรายมี LINE OA ของตัวเอง — linli แยกโปรเจกต์ แยก Tracking และส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มของแต่ละลูกค้า เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใช้กรอบตรวจโครงสร้างเว็บหาหน้าลอย ลิงก์อ่อน และจุดที่ควรมีปุ่มแชทแต่ไม่มี

ใช้กรอบตรวจโครงสร้างเว็บหาหน้าลอย ลิงก์อ่อน และจุดที่ควรมีปุ่มแชทแต่ไม่มี

เว็บที่สะสมบทความมาหลายปีมักมีจุดรั่วที่มองไม่เห็น เช่น หน้าลอยที่ไม่มีใครเจอ หรือหน้าดังที่ไม่มีปุ่มแชท บทความนี้เสนอกรอบตรวจแบบเป็นระบบที่เอเจนซี่ใช้ได้กับลูกค้าทุกราย
ลูกค้าใหม่มี LINE OA เก่าอยู่แล้ว มีสี่จุดที่ต้องตรวจก่อนแตะระบบ ไม่ให้ยอดขายเดิมหาย

ลูกค้าใหม่มี LINE OA เก่าอยู่แล้ว มีสี่จุดที่ต้องตรวจก่อนแตะระบบ ไม่ให้ยอดขายเดิมหาย

ลูกค้าใหม่แทบทุกเจ้ามี LINE OA ที่มีคนอื่นวางระบบไว้ก่อนแล้ว บทความนี้เล่าสี่จุดที่ทีมต้องตรวจก่อนแตะ ไม่ให้ริชเมนูหรือแชทบอทเดิมพังจนลูกค้าเสียยอด
AM ลาออกกะทันหัน มาตรฐานส่งต่อดูแลระบบวัดผล LINE ที่ทำให้ลูกค้าไม่รู้สึกถึงรอยต่อ

AM ลาออกกะทันหัน มาตรฐานส่งต่อดูแลระบบวัดผล LINE ที่ทำให้ลูกค้าไม่รู้สึกถึงรอยต่อ

เมื่อ account manager ที่ดูแลระบบวัดผล LINE ลาออกกะทันหัน สิ่งที่ตัดสินว่าลูกค้าจะรู้สึกถึงรอยต่อหรือไม่ คือมาตรฐานส่งต่องานที่วางไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่ความจำของคนคนเดียว