← กลับไปหน้าบทความ
เอเจนซี่

ลูกค้าใหม่มี LINE OA เก่าอยู่แล้ว: สี่จุดที่ต้องตรวจก่อนแตะระบบ ไม่ให้ยอดขายเดิมหาย

02 ส.ค. 04:18 · อ่าน 1 นาที
ลูกค้าใหม่มี LINE OA เก่าอยู่แล้ว: สี่จุดที่ต้องตรวจก่อนแตะระบบ ไม่ให้ยอดขายเดิมหาย

สรุปสั้น ๆ

ก่อนแตะ LINE OA ของลูกค้าใหม่ ให้สมมติไว้ก่อนเสมอว่า ‘มีคนอื่นวางอะไรไว้ก่อนหน้านี้แล้ว’ เพราะการรีบต่อ webhook หรือเปลี่ยนริชเมนูโดยไม่ตรวจก่อน คือสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้ยอดขายของลูกค้าหายไปในสัปดาห์แรกที่เอเจนซี่เข้าไปดูแล

ทีม Ops ของเอเจนซี่ Bluewave Media เคยรับลูกค้าใหม่รายหนึ่งคือร้านเครื่องสำอาง GlowUp เข้ามาในเดือนที่สองของปีนี้ วันแรกที่ได้รับสิทธิ์แอดมิน ทีมกะจะรีบต่อ webhook วัด conversion ให้เสร็จภายในบ่ายวันนั้นเพื่อให้ลูกค้าเห็นแดชบอร์ดไวที่สุด

โชคดีที่คนตรวจงานทันเห็นว่าในเมนูตั้งค่ามีออโต้รีพลายที่ผูกกับแท็กลูกค้าเก่าอยู่แล้ว ถ้าดันทำการเชื่อม webhook ใหม่ทับลงไปตรง ๆ ออโต้รีพลายชุดเดิมที่ลูกค้าใช้ปิดการขายมาสองปีจะหยุดทำงานทันที โดยไม่มีใครรู้จนกว่าจะมีคนทักเข้ามาแล้วเงียบหายเพราะไม่ได้รับข้อความตอบกลับ

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องแปลก มันเกิดกับเกือบทุกเอเจนซี่ที่รับลูกค้าเดิมที่เคยมีคนดูแลมาก่อน ปัญหาคือ LINE OA ของลูกค้าแทบทุกเจ้าไม่ได้เป็น ‘กระดาษเปล่า’ มันมักมีคนอื่นวางอะไรไว้แล้วเสมอ ไม่ว่าจะเป็นแอดมินคนเก่า เอเจนซี่เจ้าเก่า หรือแม้แต่ตัวเจ้าของร้านเองที่ตั้งค่าไว้ตอนกลางคืน

สิ่งที่มองไม่เห็นในวันแรกที่ได้บัญชีลูกค้า

ปัญหาของการรับบัญชี LINE OA คือสิทธิ์แอดมินไม่ได้บอกประวัติอะไรเลย คุณเห็นแค่หน้าตาปัจจุบัน ไม่เห็นว่าใครตั้งค่าอะไรไว้ตอนไหนด้วยเหตุผลอะไร ริชเมนูที่ดูเรียบง่ายอาจผูกอยู่กับสคริปต์ภายนอกที่ยิง ส่งข้อมูลกลับไปเซิร์ฟเวอร์เดิมของเจ้าเก่า โดยที่ไม่มีใครในทีมใหม่รู้เรื่อง

ยิ่งลูกค้าที่เคยใช้เอเจนซี่มาหลายเจ้า ความเสี่ยงยิ่งซ้อนกันหลายชั้น เพราะแต่ละเจ้าอาจทิ้งของไว้คนละจุด บางทีเจ้าแรกวางออโต้แท็ก เจ้าที่สองมาต่อคีย์เวิร์ดตอบอัตโนมัติทับ พอเจ้าที่สามคือเอเจนซี่คุณเข้าไป ภาพรวมจึงซับซ้อนกว่าที่เอกสารส่งมอบจะบอกได้หมด

สี่จุดที่ต้องตรวจก่อนแตะ LINE OA ของลูกค้าทุกครั้ง

  • Rich menu ปัจจุบัน — จดภาพหน้าจอและลิงก์ปลายทางของทุกปุ่มไว้ก่อนแก้ไขอะไร เผื่อภายหลังต้องย้อนกลับ
  • Webhook / API ที่ผูกอยู่ — เช็กในเมนู Messaging API ว่ามี endpoint อื่นรับข้อมูลอยู่แล้วหรือไม่ ถ้ามีต้องคุยกับลูกค้าก่อนว่าจะปิดหรือจะรันคู่ขนาน
  • กฎออโต้รีพลายและคีย์เวิร์ด — บางร้านมีคำตอบอัตโนมัติผูกกับคำเฉพาะที่ลูกค้าประจำคุ้นเคย ถ้าลบทิ้งเงียบ ๆ ลูกค้าประจำจะรู้สึกว่าเว็บพังทันที
  • แท็กและกลุ่มผู้ติดตามเดิม — ต้องรู้ว่าแท็กไหนใช้แยกคนที่มาจากแอดกับคนที่ทักเข้ามาเอง เพราะถ้าปนกัน ตัวเลขที่จะรายงานลูกค้าในเดือนแรกจะเพี้ยนทันที

เคส GlowUp: จุดที่เกือบพังก่อนจะจับได้ทัน

ย้อนกลับไปที่เคส GlowUp ทีม Ops พบว่าออโต้รีพลายเดิมผูกกับคำว่า ‘ราคา’ ซึ่งเป็นคำที่ลูกค้าประจำพิมพ์บ่อยที่สุด ถ้าทีมลบออโต้รีพลายทิ้งเพื่อแทนที่ด้วยระบบใหม่ตามที่วางแผนไว้ตอนแรก ลูกค้าเก่าที่พิมพ์คำนี้จะไม่ได้รับคำตอบใด ๆ เลยจนกว่าแอดมินจะว่าง

สิ่งที่ทีมทำแทนคือรันระบบใหม่คู่ขนานกับของเดิมเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ก่อนจะค่อย ๆ ย้ายออโต้รีพลายเข้ามาในระบบเดียวกันทีละคำ วิธีนี้ช้ากว่าแผนเดิมประมาณสามวัน แต่ไม่มีข้อความไหนของลูกค้าประจำหลุดหายไปเลยสักข้อความ

ทำเอกสารสรุปสถานะเดิม ก่อนเริ่มยิงแอดจริง

  1. ถ่ายภาพหน้าจอทุกเมนูตั้งค่าที่เกี่ยวกับริชเมนู ออโต้รีพลาย และแท็ก แล้วเก็บพร้อมวันที่ตรวจ
  2. ลิสต์ทุก endpoint ที่พบว่ามีการเชื่อมต่ออยู่ พร้อมสถานะว่าใช้งานจริงหรือเป็นของเก่าที่เลิกใช้แล้ว
  3. ส่งสรุปนี้ให้ลูกค้ายืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรว่าอะไรจะถูกปิด อะไรจะคงไว้ ก่อนเริ่มแก้ไขจริง
  4. เก็บเอกสารนี้ไว้ในระบบกลางของทีม ไม่ใช่ในแชทส่วนตัวหรือโน้ตของคนคนเดียว เผื่อวันหลังต้องส่งต่องาน

บางเคสต้องกล้าเลื่อนวันเริ่มยิงแอด

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือทีมกลัวลูกค้าไม่พอใจถ้าบอกว่าต้องขอเวลาตรวจระบบเดิมก่อน ทั้งที่ในความจริงลูกค้าส่วนใหญ่เข้าใจถ้าอธิบายเหตุผลตรง ๆ ว่าตรวจเพื่อไม่ให้ยอดขายเดิมของเขาสะดุด สิ่งที่ลูกค้ากลัวจริง ๆ ไม่ใช่ความล่าช้าสามวัน แต่คือการเสียลูกค้าประจำเพราะแชทเงียบไปดื้อ ๆ

การมีขั้นตอนตรวจก่อนแตะแบบนี้เป็นมาตรฐาน ยังช่วยให้เวลามีการส่งต่อบัญชีระหว่างทีมภายในภายหลัง คนที่มารับต่อมีจุดอ้างอิงว่าอะไรคือของเดิม อะไรคือของที่เอเจนซี่วางไว้เอง

สรุป

การรับลูกค้าใหม่ที่มี LINE OA เดิมอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่งานติดตั้งระบบวัดผล แต่เป็นงานสืบสวนสั้น ๆ ก่อนแตะอะไรทั้งสิ้น ทีมที่ข้ามขั้นตอนนี้ไปมักต้องกลับมาแก้ไฟหลังบ้านทีหลัง ซึ่งเสียเวลามากกว่าการตรวจล่วงหน้าหลายเท่า

สิ่งที่ทีม Ops ของ Bluewave Media เรียนรู้จากเคส GlowUp คือความรอบคอบสามวันแรกไม่ใช่ความล่าช้า แต่คือการป้องกันความเสียหายที่แก้คืนไม่ได้ เพราะแชทที่หายไปเงียบ ๆ มักไม่มีใครแจ้งกลับมาเลยสักคน

  • สมมติไว้ก่อนเสมอว่า LINE OA ของลูกค้ามีคนอื่นวางระบบไว้ก่อนแล้ว
  • ตรวจริชเมนู webhook ออโต้รีพลาย และแท็ก ก่อนแตะอะไรทั้งสิ้น
  • รันคู่ขนานแล้วค่อยย้ายทีละส่วน ดีกว่าปิดของเดิมทันทีทั้งหมด

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าลูกค้าไม่มีเอกสารระบบเดิมให้เลย ควรทำยังไง

ต้องตรวจเองจากสิทธิ์แอดมินที่ได้รับ โดยเริ่มจากริชเมนู ออโต้รีพลาย และเมนู Messaging API เพื่อดูว่ามี endpoint อื่นผูกอยู่หรือไม่ อย่าเชื่อคำบอกเล่าปากเปล่าอย่างเดียวว่า ‘ไม่มีอะไรผูกอยู่แล้ว’

ควรใช้เวลากี่วันในการตรวจระบบเดิมก่อนเริ่มงาน

ขึ้นกับความซับซ้อน บัญชีที่เคยผ่านมือเอเจนซี่มาหลายเจ้าอาจต้องใช้สามถึงห้าวันทำการ ส่วนบัญชีที่เพิ่งเปิดใหม่และยังไม่มีใครแตะอาจใช้แค่ครึ่งวัน

ทำไมต้องรันระบบใหม่คู่ขนานกับของเดิม ไม่ปิดของเดิมไปเลย

เพราะถ้าของเดิมมีลูกค้าประจำผูกอยู่ การปิดทันทีเสี่ยงทำให้แชทที่เคยได้คำตอบอัตโนมัติกลายเป็นเงียบสนิท การรันคู่ขนานช่วงสั้น ๆ ให้เวลาทีมย้ายกฎทีละส่วนโดยไม่มีช่วงที่ระบบว่างเปล่า

ลูกค้าจะไม่หงุดหงิดเหรอ ถ้าบอกว่าต้องขอเวลาตรวจก่อน

ส่วนใหญ่ไม่หงุดหงิดถ้าอธิบายเหตุผลตรง ๆ ลูกค้าที่กังวลมากที่สุดคือกลัวยอดขายเดิมสะดุด การบอกว่ากำลังตรวจเพื่อป้องกันเรื่องนี้กลับสร้างความมั่นใจมากกว่า

ถ้าพบว่ามีเอเจนซี่เก่ายังเชื่อมต่อ API อยู่ ควรทำอย่างไร

แจ้งลูกค้าให้ทราบก่อนเสมอ อย่าตัดการเชื่อมต่อเองโดยไม่ถาม เพราะบางครั้งลูกค้าอาจยังใช้งานอยู่คู่ขนานโดยไม่รู้ตัวว่าเป็นของเก่า การคุยให้ชัดก่อนช่วยป้องกันปัญหาความเข้าใจผิดภายหลัง

ต้องเก็บเอกสารตรวจระบบเดิมไว้นานแค่ไหน

แนะนำให้เก็บไว้ตลอดอายุสัญญากับลูกค้ารายนั้น เพราะเวลามีการเปลี่ยนทีมดูแลหรือลูกค้าถามย้อนหลังว่าทำไมค่าบางอย่างถึงเปลี่ยน เอกสารนี้คือหลักฐานอ้างอิงที่ตรงที่สุด

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง