เงียบไปสามสัปดาห์แล้วอยากทักกลับ: พูดยังไงให้ไม่รู้สึกอึดอัดทั้งสองฝ่าย
สรุปสั้น ๆ
ยิ่งเงียบไปนาน การกลับไปทักยิ่งต้องระวังไม่ให้ฟังดูเหมือนขอโทษที่หายไปหรือแก้ตัวว่าทำไมเพิ่งทักกลับมา สิ่งที่ได้ผลคือเปิดด้วยเหตุผลใหม่ที่ไม่เกี่ยวกับการหายไป ให้ลูกค้ารู้สึกว่านี่คือบทสนทนาใหม่ ไม่ใช่การสานต่อความเงียบที่น่าอึดอัด
มีความแตกต่างทางความรู้สึกที่ชัดเจนระหว่างการตามลูกค้าที่เพิ่งเงียบไปหนึ่งวัน กับการกลับไปทักคนที่เงียบไปสามสัปดาห์หรือเป็นเดือน ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ทั้งสองฝ่ายยิ่งรู้สึกว่ามี 'ช่องว่าง' ที่ต้องอธิบาย ซึ่งเป็นความรู้สึกอึดอัดที่ทำให้หลายร้านเลือกที่จะไม่ทักกลับไปเลย ปล่อยให้รายชื่อนั้นตายไปเงียบ ๆ
แต่ลูกค้าที่เคยสนใจจริงจังพอที่จะทักแชทเข้ามา ไม่ได้หายมูลค่าไปพร้อมกับเวลาที่ผ่านไปเสมอไป หลายคนแค่มีเรื่องอื่นแทรกเข้ามาในชีวิตจนลืมกลับมาคุยต่อ บทความนี้จะพาดูวิธีเปิดบทสนทนาใหม่กับคนกลุ่มนี้ โดยไม่ทำให้ทั้งสองฝ่ายรู้สึกกระอักกระอ่วนกับช่องว่างของเวลาที่หายไป
อย่าเปิดด้วยการขอโทษหรือแก้ตัวเรื่องความเงียบ
สัญชาตญาณของหลายคนเมื่อจะทักกลับหาลูกค้าที่เงียบไปนาน คือเปิดด้วยประโยคที่พูดถึงความเงียบนั้นตรง ๆ เช่น 'ขอโทษที่หายไปนานนะคะ' หรือ 'พอดีไม่ได้ทักไปนานเลย' ประโยคแบบนี้ยิ่งทำให้ลูกค้านึกถึงช่องว่างของเวลาที่ผ่านไป และอาจทำให้เขารู้สึกผิดที่ไม่ได้ตอบกลับ ซึ่งความรู้สึกผิดมักนำไปสู่การเลี่ยงตอบมากกว่าการอยากคุยต่อ
วิธีที่ได้ผลกว่าคือเปิดบทสนทนาเหมือนไม่มีช่องว่างของเวลาเกิดขึ้นเลย โดยเริ่มด้วยเนื้อหาใหม่ทันที ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นบทสนทนาใหม่ที่เพิ่งเริ่ม ไม่ใช่การสานต่อความเงียบเก่าที่ค้างอยู่
ใช้เหตุผลใหม่เปิด ไม่ใช่หยิบเรื่องเก่ามาพูดซ้ำ
การกลับไปพูดถึงสิ่งที่คุยค้างไว้เมื่อสามสัปดาห์ก่อนตรง ๆ เช่น 'พี่คะ เรื่องที่คุยไว้เมื่อเดือนก่อนสนใจไหมคะ' มักได้ผลตอบรับต่ำ เพราะมันเรียกร้องให้ลูกค้าย้อนความจำ ซึ่งหลายคนอาจจำรายละเอียดไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ และรู้สึกเขินที่ต้องยอมรับว่าลืมไปแล้ว
การเปิดด้วยเหตุผลใหม่ เช่นสินค้าตัวใหม่ที่เข้ามา โปรโมชันที่เพิ่งมี หรือข้อมูลที่เพิ่งได้รับซึ่งเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เขาเคยสนใจ ทำงานได้ดีกว่ามาก เพราะมันให้เหตุผลที่ชัดเจนว่าทำไมถึงทักมาตอนนี้ ไม่ใช่แค่ 'นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ปิดยอด'
ลดแรงกดดันในการตอบกลับให้ต่ำที่สุด
คนที่เงียบไปนานมักมีกำแพงในใจอยู่บ้างเรื่องการกลับมาคุยต่อ อาจเพราะรู้สึกว่าต้องอธิบายว่าทำไมหายไป หรือกลัวว่ากลับมาแล้วจะโดนถามซ้ำเรื่องเดิมที่ยังไม่พร้อมตอบ ข้อความที่เปิดใหม่จึงควรออกแบบให้ตอบรับหรือไม่ตอบก็ได้โดยไม่รู้สึกผิด
ตัวอย่างเช่นปิดท้ายด้วย 'ถ้ายังไม่สะดวกตอนนี้ไม่เป็นไรเลยนะคะ พอดีมีของใหม่เลยอยากแจ้งให้ทราบก่อนใคร' ประโยคแบบนี้เปิดทางให้เขาไม่ต้องตอบก็ได้โดยไม่รู้สึกแย่ ซึ่งขัดกับสัญชาตญาณที่คิดว่ายิ่งกดดันยิ่งได้คำตอบ แต่ในทางจิตวิทยา การลดแรงกดดันกลับทำให้อัตราตอบกลับสูงขึ้นในหลายกรณี
ไม่ใช่ทุกคนที่ควรได้ข้อความแบบเดียวกัน
ลูกค้าเก่าที่เงียบไปนานไม่ได้อยู่ในสถานะเดียวกันหมด บางคนเงียบเพราะราคา บางคนเงียบเพราะยังไม่ถึงเวลาต้องใช้ บางคนเงียบเพราะไปซื้อที่อื่นแล้วเรียบร้อย การส่งข้อความเปิดใหม่แบบเดียวให้ทุกคนจึงมีโอกาสพลาดจุด
ถ้าพอจดจำได้ว่าลูกค้าคนไหนเงียบเพราะอะไร ให้ปรับเนื้อหาข้อความเปิดใหม่ให้สอดคล้อง เช่นคนที่เคยติดเรื่องราคาอาจได้ข้อความเกี่ยวกับตัวเลือกราคาย่อมกว่า ส่วนคนที่ยังไม่ถึงเวลาต้องใช้อาจได้ข้อความที่ไม่รีบเร่งเรื่องซื้อเลย ซึ่งต่างจากการยิงแอด Retargeting แบบกว้างที่ไม่รู้จักบุคคล ตรงที่นี่คือการทักแบบรู้จักกันเป็นรายคน
สรุป
ยิ่งลูกค้าเงียบไปนาน การกลับไปทักยิ่งต้องระวังไม่ให้เน้นย้ำช่องว่างของเวลาที่ผ่านไป การเปิดด้วยเหตุผลใหม่แทนการพูดถึงเรื่องเก่า และการลดแรงกดดันในการตอบกลับ คือสองหลักที่ช่วยให้บทสนทนาเปิดขึ้นใหม่ได้โดยไม่รู้สึกอึดอัดทั้งสองฝ่าย
ลองเลือกรายชื่อลูกค้าเก่าที่เงียบไปนานสักห้าคน แล้วลองเขียนข้อความเปิดใหม่ตามหลักนี้ดู สังเกตว่าอัตราตอบกลับต่างจากการทักแบบเดิมที่เคยใช้ไหม รายชื่อเหล่านี้คือโอกาสที่ค่าแอดจ่ายไปแล้วตั้งแต่ต้น การฟื้นกลับมาแม้เพียงบางส่วนก็คุ้มกว่าปล่อยทิ้ง
- อย่าเปิดด้วยการขอโทษหรือพูดถึงความเงียบตรง ๆ เพราะทำให้ลูกค้ารู้สึกผิดและเลี่ยงตอบ
- ใช้เหตุผลใหม่เปิดบทสนทนา ไม่ใช่หยิบเรื่องเก่าที่ค้างไว้มาพูดซ้ำ
- ลดแรงกดดันในการตอบกลับ ปิดท้ายให้ตอบหรือไม่ตอบก็ได้โดยไม่รู้สึกแย่
คำถามที่พบบ่อย
ควรรอนานแค่ไหนถึงเรียกว่าเงียบไปนานพอจะใช้วิธีนี้
ไม่มีตัวเลขตายตัว แต่โดยทั่วไปถ้าเกินสองสัปดาห์ขึ้นไปโดยไม่มีการติดต่อกันเลย มักเข้าข่ายที่ควรใช้วิธีเปิดบทสนทนาใหม่แทนการตามแบบปกติ
ถ้าลูกค้าไม่ตอบข้อความเปิดใหม่เลย ควรทักซ้ำอีกไหม
ควรเว้นระยะให้นานขึ้นกว่าการตามปกติ อาจเป็นเดือนถัดไปหรือเมื่อมีเหตุผลใหม่จริง ๆ เท่านั้น เพราะทักถี่เกินไปกับคนที่เงียบไปนานมีความเสี่ยงโดนบล็อกสูงกว่าคนที่เพิ่งเงียบไปไม่กี่วัน
การใช้โบรดแคสต์กับลูกค้าเก่าที่เงียบไปนานได้ผลเท่าทักส่วนตัวไหม
โดยทั่วไปการทักแบบรู้จักตัวตนของลูกค้าคนนั้นได้ผลดีกว่า เพราะให้ความรู้สึกว่าร้านจำเขาได้ ในขณะที่โบรดแคสต์ให้ความรู้สึกเหมือนข้อความกว้างที่ส่งเหมือนกันทุกคน
ควรใส่โปรโมชันในข้อความเปิดใหม่เลยไหม
ใส่ได้ถ้ามีจริง แต่ไม่ควรเป็นเหตุผลเดียวที่ใช้เปิด เพราะถ้าลูกค้ารู้สึกว่าทักมาแค่เพราะอยากขายของ ความรู้สึกกดดันจะกลับมาอีกครั้ง ควรผสมกับความรู้สึกว่าร้านนึกถึงเขาจริง ๆ ด้วย
ลูกค้าที่ไปซื้อที่อื่นแล้ว ยังควรทักกลับไปไหม
ยังควรทัก เพราะไม่มีทางรู้แน่ชัดว่าเขาซื้อที่อื่นไปแล้วจริงหรือไม่ และแม้ซื้อไปแล้ว การทักด้วยข้อความที่ไม่กดดันยังช่วยรักษาความสัมพันธ์ไว้สำหรับโอกาสถัดไปได้
บทความที่เกี่ยวข้อง


