← กลับไปหน้าบทความ
ทีมแอดมิน

มี 5 แบรนด์ 5 LINE OA จะรวมศูนย์ดูข้อมูลยังไงโดยไม่ทำให้แต่ละแบรนด์เสียความเป็นตัวเอง

ทีมบรรณาธิการ linli09 ก.ค. 14:13อัปเดต 09 ก.ค. 14:13อ่าน 1 นาที
มี 5 แบรนด์ 5 LINE OA จะรวมศูนย์ดูข้อมูลยังไงโดยไม่ทำให้แต่ละแบรนด์เสียความเป็นตัวเอง
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

การมีหลาย LINE OA สำหรับหลายแบรนด์ไม่ใช่ปัญหาในตัวมันเอง ปัญหาคือไม่มีชั้นข้อมูลกลางที่รวบรวมผลลัพธ์จากทุกบัญชีมาให้ผู้บริหารดูพร้อมกัน การแก้คือแยกชั้น ‘การดำเนินงาน’ (แต่ละแบรนด์คุมเอง) ออกจากชั้น ‘การรายงาน’ (รวมศูนย์ที่เดียว)

กลุ่มธุรกิจความงามแห่งหนึ่งที่ผมเคยให้คำปรึกษา มีแบรนด์ย่อยในเครือ 5 แบรนด์ แต่ละแบรนด์เปิด LINE OA ของตัวเองและมีทีมแอดมินแยกกันโดยสิ้นเชิง ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องในแง่การตลาด เพราะแต่ละแบรนด์มีกลุ่มลูกค้าและโทนการสื่อสารต่างกัน การยุบรวมเป็น LINE OA เดียวจะทำลายอัตลักษณ์ที่แต่ละแบรนด์สร้างมา

แต่ปัญหาเกิดขึ้นที่ระดับผู้บริหารกลุ่ม ซึ่งต้องการเห็นภาพรวมว่าทั้ง 5 แบรนด์ทำผลงานเป็นยังไงเทียบกัน แบรนด์ไหนใช้งบโฆษณาคุ้มที่สุด แบรนด์ไหนกำลังมีปัญหาอัตราปิดการขายตก แต่ข้อมูลกระจัดกระจายอยู่ใน 5 บัญชีที่ไม่มีใครรวมให้ดูพร้อมกันได้ง่าย ๆ ทุกไตรมาสต้องรอให้แต่ละแบรนด์ส่งสรุปมาเอง ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็ทำรายงานคนละฟอร์แมตกันอีก

บทความนี้จะเล่าโครงสร้างที่ใช้แก้ปัญหานี้ โดยไม่บังคับให้แบรนด์ต้องเสียความเป็นตัวเองเพื่อแลกกับการรายงานที่รวมศูนย์

แยกชั้น ‘ดำเนินงาน’ ออกจากชั้น ‘รายงาน’

หัวใจของการแก้ปัญหานี้คือเข้าใจว่าความต้องการของทีมแบรนด์กับทีมผู้บริหารกลุ่มไม่เหมือนกัน ทีมแบรนด์ต้องการควบคุมการสนทนา โทนเสียง และจังหวะการตอบลูกค้าของตัวเองแบบเต็มที่ ส่วนผู้บริหารกลุ่มไม่ได้สนใจรายละเอียดบทสนทนาเลย เขาต้องการแค่ตัวเลขสรุปเทียบกันได้ระหว่างแบรนด์

ทางแก้คือไม่ยุบรวม LINE OA แต่สร้างชั้นข้อมูลกลางที่ดึงตัวเลขสรุป (ไม่ใช่บทสนทนา) จากทุกบัญชีมารวมไว้ที่เดียว แต่ละแบรนด์ยังคงดำเนินงานอิสระในระบบของตัวเอง ขณะที่ผู้บริหารเปิดแดชบอร์ดเดียวแล้วเห็นทุกแบรนด์เทียบกันได้ทันที แนวคิดนี้คล้ายกับการวางสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลตามบทบาทของแต่ละแผนก เพียงแต่ในกรณีนี้หน่วยที่แยกกันคือแบรนด์ ไม่ใช่แผนก

ก่อนรวมข้อมูล ต้องมาตรฐานตัวชี้วัดให้ตรงกันก่อน

ปัญหาที่พบบ่อยกว่าที่คิดคือแต่ละแบรนด์นิยามตัวชี้วัดเดียวกันไม่เหมือนกัน แบรนด์หนึ่งนับ ‘อัตราปิดการขาย’ จากจำนวนคนทักทั้งหมด อีกแบรนด์นับจากเฉพาะคนที่แอดมินตอบแล้ว ตัวเลขที่ได้จึงเทียบกันไม่ได้เลยแม้จะเรียกชื่อเดียวกัน

ก่อนจะรวมข้อมูลจากหลาย LINE OA เข้าแดชบอร์ดกลาง ต้องมีการประชุมตกลงนิยามตัวชี้วัดร่วมกันทุกแบรนด์ก่อน เช่น วิธีคำนวณต้นทุนต่อลูกค้าที่ปิดได้ต้องใช้สูตรเดียวกันหมด ไม่งั้นแดชบอร์ดกลางจะกลายเป็นตัวเลขที่ผู้บริหารเชื่อถือไม่ได้ ทั้งที่หน้าตาดูรวมศูนย์แล้วก็ตาม ปัญหานี้คล้ายกับตอนที่หลายฝ่ายเข้าถึงข้อมูลชุดเดียวกันแต่ตีความไม่ตรงกัน เพียงแต่ในที่นี้คือหลายแบรนด์แทนหลายแผนก

ใครควรมีอำนาจตัดสินใจอะไรในโมเดลนี้

ระดับอำนาจตัดสินใจตัวอย่าง
ทีมแบรนด์การดำเนินงานรายวัน สคริปต์แชท โปรโมชันปรับข้อความตอบลูกค้า ตั้งแคมเปญของแบรนด์ตัวเอง
ทีมกลาง (Marketing Ops)มาตรฐานตัวชี้วัด และการรวมข้อมูลเข้าแดชบอร์ดกำหนดสูตรคำนวณ ดูแลการซิงก์ข้อมูลจากทุกบัญชี
ผู้บริหารกลุ่มการจัดสรรงบข้ามแบรนด์ตามผลงานตัดสินใจเพิ่ม/ลดงบให้แบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งตามข้อมูลรวม

ข้อแนะนำเมื่อเริ่มทำจริงกับหลายแบรนด์พร้อมกัน

  • อย่าเริ่มทำทั้ง 5 แบรนด์พร้อมกัน ให้เลือกแบรนด์ที่มีข้อมูลเป็นระบบดีที่สุดเป็นต้นแบบก่อน 1 แบรนด์ แล้วค่อยขยาย เพราะจะเจอปัญหาที่ไม่คาดคิดระหว่างทางแน่นอน
  • ให้แต่ละแบรนด์เห็นประโยชน์ของตัวเองด้วย ไม่ใช่แค่ทำเพื่อผู้บริหารกลุ่ม เช่น แดชบอร์ดกลางควรมีมุมมองที่แบรนด์ใช้เทียบผลงานตัวเองย้อนหลังได้ ไม่ใช่มีประโยชน์แค่กับคนข้างบน
  • กำหนดความถี่การอัปเดตข้อมูลให้ตรงกันทุกแบรนด์ ถ้าแบรนด์หนึ่งอัปเดตรายวันแต่อีกแบรนด์อัปเดตรายสัปดาห์ การเทียบผลงานระหว่างแบรนด์จะไม่แฟร์และทำให้เกิดความเข้าใจผิด

สรุป

การมีหลาย LINE OA สำหรับหลายแบรนด์ไม่ใช่ความผิดพลาดขององค์กร แต่เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องในแง่รักษาอัตลักษณ์แบรนด์ ปัญหาที่แท้จริงอยู่ที่การไม่มีชั้นข้อมูลกลางมารวมผลลัพธ์ให้ผู้บริหารเห็นภาพรวมได้ ไม่ใช่ตัวจำนวนบัญชีที่มากเกินไป

ทางออกที่ยั่งยืนคือแยกชั้นการดำเนินงานให้แต่ละแบรนด์คุมเองอย่างอิสระ แล้วรวมศูนย์เฉพาะชั้นการรายงานที่มีมาตรฐานตัวชี้วัดตรงกัน วิธีนี้ทำให้ทั้งแบรนด์และผู้บริหารกลุ่มได้สิ่งที่ต้องการ โดยไม่ต้องแลกอย่างใดอย่างหนึ่งทิ้งไป

  • แยกชั้นการดำเนินงาน (แต่ละแบรนด์คุมเอง) ออกจากชั้นการรายงาน (รวมศูนย์)
  • ตกลงนิยามตัวชี้วัดร่วมกันทุกแบรนด์ก่อนรวมข้อมูล ไม่งั้นตัวเลขเทียบกันไม่ได้
  • เริ่มจากแบรนด์ต้นแบบ 1 แบรนด์ก่อนขยายทั้งกลุ่ม อย่าทำทุกแบรนด์พร้อมกัน

คำถามที่พบบ่อย

ควรยุบรวมเป็น LINE OA เดียวไหมถ้าอยากดูข้อมูลรวมง่ายขึ้น

ไม่แนะนำถ้าแต่ละแบรนด์มีกลุ่มลูกค้าและอัตลักษณ์ต่างกันชัดเจน การยุบรวมจะทำให้ลูกค้าสับสนและเสียความเป็นแบรนด์ ทางที่ดีกว่าคือรวมศูนย์แค่ชั้นการรายงาน ไม่ใช่รวมบัญชีจริง

ถ้าแต่ละแบรนด์ใช้เครื่องมือ tracking คนละตัวกัน จะรวมข้อมูลยังไง

จะยากกว่ากรณีใช้เครื่องมือเดียวกันทุกแบรนด์ เพราะต้องดึงข้อมูลจากหลายระบบที่มีโครงสร้างต่างกันมาแปลงให้ตรงมาตรฐานเดียวกันก่อน แนะนำให้พิจารณาย้ายมาใช้เครื่องมือเดียวกันทุกแบรนด์ในระยะยาว จะลดความซับซ้อนของการรวมข้อมูลได้มาก

ทีมกลางที่ดูแลมาตรฐานตัวชี้วัดควรมีกี่คน

ไม่จำเป็นต้องเป็นทีมใหญ่ องค์กรขนาดกลางหลายแห่งใช้แค่ 1-2 คนที่ดูแล Marketing Ops ก็เพียงพอ ตราบใดที่มีอำนาจสั่งการให้ทุกแบรนด์ทำตามมาตรฐานเดียวกันได้จริง

ผู้บริหารกลุ่มควรเห็นข้อมูลบทสนทนาของแต่ละแบรนด์ไหม

โดยทั่วไปไม่จำเป็น ผู้บริหารกลุ่มควรเห็นตัวเลขสรุประดับแคมเปญและแบรนด์ ไม่ใช่เนื้อหาการสนทนารายบุคคล ซึ่งควรเป็นระดับที่ทีมแบรนด์และทีมขายดูแลกันเอง

การรวมข้อมูลแบบนี้ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเห็นผล

ถ้าเริ่มจากแบรนด์ต้นแบบ 1 แบรนด์ก่อน มักเห็นแดชบอร์ดที่ใช้งานได้จริงภายในไม่กี่สัปดาห์ แต่การขยายให้ครบทุกแบรนด์และตกลงมาตรฐานตัวชี้วัดร่วมกันมักใช้เวลาเป็นเดือน เพราะต้องอาศัยการประสานงานข้ามทีมมากกว่าเรื่องเทคนิค

ส่ง Purchase จริงกลับให้แอด ไม่ใช่แค่ Click

รู้ว่าลูกค้าที่ทัก LINE จากโฆษณากลายเป็นออเดอร์จริงกี่คน และมาจากแคมเปญไหน แล้วส่งยอดขายกลับให้ระบบโฆษณาเรียนรู้ เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลแชท LINE เป็นของใครกันแน่ระหว่าง IT การตลาด หรือเอเจนซี่ คำถามที่ต้องตอบก่อนเริ่มโปรเจกต์ tracking

ข้อมูลแชท LINE เป็นของใครกันแน่ระหว่าง IT การตลาด หรือเอเจนซี่ คำถามที่ต้องตอบก่อนเริ่มโปรเจกต์ tracking

ก่อนวางระบบ tracking LINE ในองค์กร คำถามที่มักถูกข้ามคือใครเป็นเจ้าของข้อมูลนี้จริง บทความนี้ชวนคิดเรื่อง data governance ระหว่าง IT ฝ่ายการตลาด และเอเจนซี่ภายนอก
แอดมินคนเดียวที่รู้ทุกสคริปต์ลาออกกะทันหัน จุดที่สายพานปิดการขายจะพังก่อนใครรู้ตัว

แอดมินคนเดียวที่รู้ทุกสคริปต์ลาออกกะทันหัน จุดที่สายพานปิดการขายจะพังก่อนใครรู้ตัว

หลายร้านมีแอดมินหนึ่งคนที่รู้ทุกสคริปต์ ทุกลูกค้าประจำ ทุกทางลัดในหัว วันที่คนนั้นลาออกกะทันหัน คือวันที่ร้านค้นพบว่าไม่มีอะไรถูกจดไว้เป็นระบบเลย
แอดมินเปลี่ยนกะกลางบทสนทนา ให้ AI สรุปแชทยาวให้ไม่หลุดบริบท

แอดมินเปลี่ยนกะกลางบทสนทนา ให้ AI สรุปแชทยาวให้ไม่หลุดบริบท

ปัญหาคลาสสิกของทีมแอดมินหลายกะคือ ลูกค้าต้องเล่าเรื่องเดิมซ้ำทุกครั้งที่เปลี่ยนคนตอบ เครื่องมือสรุปแชทด้วย AI ช่วยแก้ปัญหานี้ได้ แต่ต้องตั้งกฎการใช้งานให้ถูก ไม่งั้นสรุปพลาดจุดสำคัญไปเงียบ ๆ