← กลับไปหน้าบทความ
แพลตฟอร์มโฆษณา

ตำแหน่งโฆษณาใน LINE แต่ละที่ให้คนทักต่างกันแค่ไหน

ทีมบรรณาธิการ linli01 พ.ย. 09:28อัปเดต 01 พ.ย. 09:28อ่าน 1 นาที
ตำแหน่งโฆษณาใน LINE แต่ละที่ให้คนทักต่างกันแค่ไหน
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

ตำแหน่งที่ถูกที่สุดต่อการกดมักไม่ใช่ตำแหน่งที่ได้คนทักที่ปิดการขายได้ วิธีเทียบที่ยุติธรรมคือดูต้นทุนต่อออเดอร์ของแต่ละตำแหน่ง ไม่ใช่ต้นทุนต่อคลิก ถ้ารายงานของบัญชีไม่แยกตำแหน่ง ให้แยกแอดกรุ๊ปต่อตำแหน่งพร้อมรหัสในลิงก์ รายการและชื่อตำแหน่งของ LINE Ads เปลี่ยนบ่อย จึงต้องตรวจตัวเลือกในหน้าสร้างแคมเปญก่อน

สมมติร้านใช้งบ 60,000 บาทต่อเดือนบน LINE Ads โดยเลือกตำแหน่งอัตโนมัติ ต้นทุนต่อคลิกต่ำลงเรื่อย ๆ แชทเข้ามา 300 แชท แต่ออเดอร์ปิดได้ไม่ถึง 10 แอดมินบ่นว่า ‘แชทเยอะแต่ไม่ใช่คนซื้อ’ ซึ่งตัวเลขในหน้าแอดไม่ได้บอกเลยว่าคนกลุ่มนั้นมาจากตำแหน่งไหน

ระบบเลือกตำแหน่งอัตโนมัติมักไหลงบไปหาที่ที่คลิกถูกที่สุด ซึ่งไม่ใช่ที่เดียวกับที่ได้คนซื้อ การแยกดูทีละตำแหน่งจึงเป็นงานแรกที่ควรทำเมื่อต้นทุนต่อคลิกดีแต่ยอดไม่ตาม

แบ่งตำแหน่งตามบริบทที่คนเห็นโฆษณา

ชื่อและความพร้อมใช้ของตำแหน่งใน LINE Ads เปลี่ยนตามช่วงเวลาและประเภทบัญชี ผมไม่ยืนยันรายชื่อจากในรีโป จึงแบ่งเป็นกลุ่มตามบริบท แล้วให้คุณจับคู่กับตัวเลือกจริงในหน้าสร้างแคมเปญ

  • ตำแหน่งใกล้รายการแชท คนเปิดแอปเพื่อคุยอยู่แล้ว โฆษณาอยู่ในบริบทของการสนทนา
  • ตำแหน่งในฟีดเนื้อหาและโซเชียล เช่น VOOM คนกำลังไถดู โฆษณาเป็นการขัดจังหวะ
  • ตำแหน่งในหน้าข่าวหรือคอนเทนต์ คนสนใจอ่านสิ่งอื่นอยู่ โฆษณาเป็นของแทรก
  • ตำแหน่งในบริการเชิงธุรกรรมหรือช้อปปิ้ง (ถ้ามีในบัญชีคุณ) คนมีโหมดซื้ออยู่แล้ว แต่เปรียบเทียบหลายร้าน
  • เครือข่ายพันธมิตรนอกแอป LINE (ถ้าเปิดให้เลือก) ปริมาณมากและราคาต่ำ แต่คุณควบคุมบริบทได้น้อยที่สุด

ทำไมคนทักจากแต่ละบริบทถึงไม่เหมือนกัน

ข้อนี้เป็นสมมติฐานจากการทำงาน ไม่ใช่ผลสำรวจ จึงต้องพิสูจน์ด้วยข้อมูลของคุณ ความคิดคือคลิกในบริบทที่คนอยู่โหมดคุยมีโอกาสเป็นความตั้งใจจริงมากกว่าคลิกที่เกิดตอนไถเล่นหรือกดพลาด ตัวอย่างข้อความแรกสมมติที่มักสะท้อนความต่าง: ‘ขอราคาชุดสามชิ้นหน่อยค่ะ ส่งเชียงใหม่ได้ไหม’ กับ ‘เห็นแอดค่ะ มีอะไรบ้างคะ’ อย่างแรกคือคนที่มีของในใจ อย่างหลังคือคนที่ยังไม่รู้ว่าจะซื้ออะไร

ถ้าสมมติฐานนี้จริงในบัญชีของคุณ สัดส่วนข้อความแรกที่ถามราคาหรือขอซื้อจะต่างกันชัดระหว่างกลุ่มตำแหน่ง ตัวเลขนี้อ่านได้เร็วกว่ารอผลปิดการขาย ดูตัวอย่างแนวคิดในคลิกถูกแต่ได้ลีดไม่มีคุณภาพ

วิธีเทียบตำแหน่งให้ยุติธรรม

  1. ตรึงตัวแปรอื่น ใช้ครีเอทีฟเดียว กลุ่มเป้าหมายเดียว และงบเท่ากันต่อกลุ่มตำแหน่ง
  2. ตรวจว่ารายงานของบัญชีแยกตามตำแหน่งได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ ให้สร้างแอดกรุ๊ปแยกต่อกลุ่มตำแหน่ง และใส่รหัสตำแหน่งใน utm_content ตามวิธีในการแยก ad set ด้วย UTM
  3. วัดสี่ขั้นต่อกลุ่ม คือคลิก แชท แชทที่ถามราคาหรือขอซื้อ และออเดอร์ โดยดึงแชทและออเดอร์จากฝั่ง OA ตามแนวทางในการวัดแชทจาก LINE Ads
  4. รอพ้นรอบปิดการขายก่อนสรุป และอย่าตัดสินจากกลุ่มที่มีแชทไม่ถึงราวสามสิบราย (เป็นกฎมือของผม ไม่ใช่การคำนวณทางสถิติ)

ตัวอย่างสมมติ สามกลุ่มตำแหน่ง งบกลุ่มละ 20,000 บาท

ตารางสมมตินี้ใช้ตัวเลขกลม ๆ เพื่อให้เห็นรูปแบบ ไม่ได้มาจากบัญชีใดจริง ต้นทุนต่อคลิกถูกที่สุดอยู่ที่กลุ่มสุดท้าย แต่ต้นทุนต่อออเดอร์แพงที่สุด ถ้าตัดสินด้วยต้นทุนต่อคลิกหรือจำนวนแชท จะดันงบไปผิดทาง

กลุ่มตำแหน่งต้นทุนต่อคลิก (บาท)แชทถามราคาหรือขอซื้อออเดอร์ต้นทุนต่อออเดอร์ (บาท)
ใกล้รายการแชท91807014ราว 1,430
ฟีดเนื้อหา52606082,500
เครือข่ายพันธมิตร33004045,000

เมื่อเห็นผลแล้วย้ายงบอย่างไร

อย่าตัดตำแหน่งที่แพงทิ้งทั้งหมดในครั้งเดียว ผมค่อย ๆ ย้ายราวหนึ่งในห้าของงบกลุ่มที่แย่ที่สุดไปกลุ่มที่ดีที่สุดต่อสัปดาห์ แล้วดูว่าต้นทุนต่อออเดอร์ของกลุ่มที่ดีนั้นยังดีอยู่หรือไม่ เพราะเมื่อใส่งบเพิ่ม ประสิทธิภาพมักลดลง

บางตำแหน่งแย่ในแง่ปิดการขายแต่ช่วยสร้างการรับรู้ให้การยิงซ้ำภายหลัง ถ้ามีการยิงซ้ำอยู่ ให้เทียบเส้นทางเต็มก่อนตัด ดูภาพรวมการวัดช่องว่างของกรวยในการวิเคราะห์ช่องว่างของ LINE Ads และลองเปรียบเทียบกับแอด VOOM ที่เป็นตำแหน่งแบบฟีด

สรุป

เมื่อต้นทุนต่อคลิกดีแต่ยอดไม่ตาม ให้สงสัยตำแหน่งก่อน เพราะต้นทุนต่อคลิกวัดความถูกของการกด ไม่ได้วัดคุณภาพของคนที่กด

การทดลองแรกที่ผมแนะนำคือแยกสองกลุ่มตำแหน่งด้วยครีเอทีฟเดียวกันสองสัปดาห์ แล้วเทียบต้นทุนต่อออเดอร์ ผลของบัญชีคุณเองจะตอบได้ตรงกว่าตารางตัวอย่างในบทความใด ๆ

  • ตำแหน่งที่คลิกถูกสุดไม่จำเป็นต้องปิดการขายดีสุด ให้เทียบด้วยต้นทุนต่อออเดอร์
  • ถ้ารายงานไม่แยกตำแหน่ง ให้แยกแอดกรุ๊ปและใส่รหัสในลิงก์ แล้วค่อย ๆ ย้ายงบ

คำถามที่พบบ่อย

ควรเลือกตำแหน่งอัตโนมัติหรือเลือกเอง

เริ่มจากอัตโนมัติเพื่อดูว่างบไหลไปที่ไหน แล้วแยกดูทีละกลุ่มตำแหน่ง ถ้าพบว่าบางกลุ่มต้นทุนต่อออเดอร์แย่ชัดเจน จึงเลือกเองหรือลดงบกลุ่มนั้น

ทำไมต้นทุนต่อคลิกถูกแต่ปิดการขายไม่ได้

คลิกที่ถูกมักเกิดจากการกดโดยไม่ตั้งใจหรือกดเพราะอยากรู้ ไม่ได้มีเจตนาซื้อ จึงเห็นแชทเยอะแต่คำถามเป็นแบบกว้าง ๆ เช่น ‘มีอะไรบ้าง’ ดูสัดส่วนข้อความแรกที่ถามราคาเพื่อกรอง

ถ้ารายงานของ LINE Ads ไม่แยกตำแหน่งต้องทำอย่างไร

สร้างแอดกรุ๊ปแยกต่อกลุ่มตำแหน่งที่เปิดให้เลือก แล้วใส่รหัสตำแหน่งในลิงก์ จะได้ข้อมูลระดับแอดกรุ๊ปที่ย้อนไปถึงออเดอร์ได้

ต้องใช้งบเท่าไหร่ถึงเทียบตำแหน่งได้

ไม่มีตัวเลขตายตัว ให้ดูจากจำนวนแชทที่ได้ต่อกลุ่ม ถ้ายังไม่ถึงราวสามสิบแชทต่อกลุ่ม ผลยังไม่นิ่งพอจะตัดสิน ให้ยืดเวลาแทนการเพิ่มกลุ่ม

ตำแหน่งที่ดีวันนี้จะดีตลอดไปไหม

ไม่ได้การันตี ราคาและพฤติกรรมคนเปลี่ยนตามช่วงเวลาและคู่แข่ง ควรทบทวนผลเทียบตำแหน่งทุกเดือนหรือเมื่อเปลี่ยนครีเอทีฟหลัก

รู้ว่าโฆษณาเข้า LINE ทำยอดขายจริงแค่ไหน

linli ติดตามลูกค้าตั้งแต่คลิกโฆษณา กดเพิ่มเพื่อน ทักแชท จนปิดการขาย พร้อมส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มโฆษณา เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตั้งราคาประมูลใน LINE Ads แบบอัตโนมัติหรือกำหนดเอง เมื่อเป้าหมายคือคนทัก

ตั้งราคาประมูลใน LINE Ads แบบอัตโนมัติหรือกำหนดเอง เมื่อเป้าหมายคือคนทัก

เป้าหมายคือคนทัก แต่ระบบประมูลมองเห็นแค่คลิกหรือการเพิ่มเพื่อน บทความนี้เทียบบิดอัตโนมัติกับกำหนดเอง พร้อมสูตรคำนวณเพดานราคาต่อคลิกจากกำไรต่อออเดอร์
Cross Targeting ใน LINE Ads ยิงถึงใคร และวัดผลได้ละเอียดแค่ไหน

Cross Targeting ใน LINE Ads ยิงถึงใคร และวัดผลได้ละเอียดแค่ไหน

Cross Targeting เล็งกลุ่มจากข้อมูลที่ LINE มีเอง คุณไม่เห็นว่าใครอยู่ในกลุ่ม จึงวัดได้ระดับกลุ่มเป้าหมายเท่านั้น บทความนี้ออกแบบการทดสอบที่ต่อไปถึงยอดขายได้
ทำโฆษณาสินค้าแบบไดนามิกใน LINE ต้องเตรียมฟีดและวัดผลยังไง

ทำโฆษณาสินค้าแบบไดนามิกใน LINE ต้องเตรียมฟีดและวัดผลยังไง

ร้านที่มีสินค้าหลายร้อยรายการทำแบนเนอร์ทีละชิ้นไม่ไหว โฆษณาแบบไดนามิกจึงต้องพึ่งฟีดที่สะอาด บทความนี้ไล่ตั้งแต่เตรียมฟีดจนวัดผลถึงออเดอร์ในแชท