ตั้งราคาประมูลใน LINE Ads แบบอัตโนมัติหรือกำหนดเอง เมื่อเป้าหมายคือคนทัก
สรุปสั้น ๆ
ระบบประมูลปรับราคาตามสิ่งที่มันมองเห็น คือคลิก การเพิ่มเพื่อน หรืออีเวนต์จาก LINE Tag ไม่ใช่แชทหรือยอดขาย บิดอัตโนมัติจึงเหมาะเมื่อมีสัญญาณมากพอและเป้าหมายใกล้กับผลลัพธ์จริง ส่วนบิดกำหนดเองเหมาะเมื่อสัญญาณน้อยหรืออยากคุมเพดาน สูตรตั้งเพดานคือ กำไรต่อออเดอร์ x อัตราปิดการขาย x อัตราที่คลิกกลายเป็นแชท แล้วเผื่อส่วนปลอดภัยไว้
สมมติร้านตั้งเป้าหมายแคมเปญเป็นการเพิ่มเพื่อน ปล่อยบิดอัตโนมัติ สองสัปดาห์ผ่านไป ต้นทุนต่อเพื่อนใหม่ลดลงสวยงาม แต่แชทที่พร้อมซื้อไม่เพิ่มตาม ระบบทำสิ่งที่ถูกสั่งได้ดีมาก คือหาเพื่อนใหม่ราคาถูก ไม่ใช่หาคนที่จะซื้อ
นี่คือหัวใจของคำถามเรื่องบิด เมื่อเป้าหมายจริงคือคนทัก ปัญหาไม่ใช่การเลือกอัตโนมัติหรือกำหนดเองเพียงอย่างเดียว แต่คือระบบรู้จักผลลัพธ์ที่คุณอยากได้แค่ไหน
ระบบประมูลเห็นอะไร และไม่เห็นอะไร
ตัวเลือกวัตถุประสงค์และรูปแบบการคิดเงินของ LINE Ads (เช่นต่อคลิก ต่อการแสดงผล หรือต่อเพื่อนใหม่) เปลี่ยนได้ ผมไม่ยืนยันรายการล่าสุดจากในรีโป ให้ตรวจในหน้าสร้างแคมเปญของบัญชีคุณ หลักคือระบบเห็นเฉพาะเหตุการณ์ที่ส่งเข้าไปให้มัน เช่นคลิก การเพิ่มเพื่อน หรืออีเวนต์จาก LINE Tag บนเว็บ
การทักแชทเกิดในฝั่ง OA ซึ่งระบบโฆษณาไม่เห็นเองโดยตรง ถ้าไม่ส่งสัญญาณกลับ ให้ตรวจว่าบัญชีคุณมีช่องทางส่งอีเวนต์จากฝั่งเซิร์ฟเวอร์หรือไม่ และดูการตั้งค่าอีเวนต์ในหน้าการติดตาม conversion ของ LINE Ads
บิดอัตโนมัติกับกำหนดเอง ต่างกันตรงไหน
| หัวข้อ | อัตโนมัติ | กำหนดเอง |
|---|---|---|
| เหมาะเมื่อ | มีสัญญาณมาก และเป้าหมายใกล้ผลลัพธ์จริง | สัญญาณน้อย หรืออยากคุมเพดานต้นทุน |
| ความเสี่ยงหลัก | ไล่ตามสิ่งที่ระบบเห็น เช่นคลิกหรือเพื่อนใหม่ราคาถูก | ตั้งต่ำเกินจนไม่ได้ปริมาณ หรือสูงเกินจนจ่ายเกินคุ้ม |
| สิ่งที่คุณคุม | งบรวม กลุ่มเป้าหมาย ครีเอทีฟ | เพิ่มราคาประมูลต่อหน่วย |
| งานดูแล | น้อย แต่ต้องตรวจคุณภาพแชทเสมอ | ต้องปรับตามฤดูกาลและคู่แข่ง |
คำนวณเพดานราคาต่อคลิกจากกำไรต่อออเดอร์
ตัวเลขทั้งหมดเป็นสมมติแบบกลม ๆ ใส่ของคุณเองแทน และถ้ายังไม่มีอัตราคลิกเป็นแชทกับอัตราปิด ให้ใช้ช่วงทดลองสองสัปดาห์เก็บตัวเลขก่อนค่อยกำหนดเพดาน ดูวิธีนับแชทจากแอดในการวัดแชทจาก LINE Ads
- หากำไรต่อออเดอร์ สมมติ 800 บาท (ราคาขายหักต้นทุนสินค้าและค่าจัดส่งแล้ว)
- หาอัตราปิดการขายจากแชท สมมติปิดได้ 10 ใน 100 แชท จะได้กำไรเฉลี่ยต่อแชท 800 x 0.10 = 80 บาท
- หาอัตราที่คลิกกลายเป็นแชท สมมติ 25 ใน 100 คลิกกลายเป็นแชท จะได้กำไรเฉลี่ยต่อคลิก 80 x 0.25 = 20 บาท นี่คือจุดคุ้มทุนต่อคลิก จ่ายเกินนี้แล้วขาดทุน
- เผื่อส่วนปลอดภัย ผมตั้งเพดานที่ราว 60% ของจุดคุ้มทุน คือ 12 บาทต่อคลิก ส่วนที่เหลือเป็นกำไรและเผื่อตัวเลขที่ประเมินพลาด วิธีคิดจุดคุ้มทุนฝั่ง ROAS ดูในจุดคุ้มทุน ROAS
ลำดับที่ผมใช้ เริ่มอัตโนมัติเพื่อเรียนรู้ แล้วค่อยล็อกเพดาน
ช่วงแรกประมาณสองสัปดาห์ ใช้บิดอัตโนมัติด้วยงบเล็ก จดต้นทุนต่อคลิกที่ได้จริงและคุณภาพแชท LINE อาจกำหนดช่วงเรียนรู้หรือปริมาณขั้นต่ำก่อนที่บิดอัตโนมัติจะนิ่ง ตรวจในคู่มือของแพลตฟอร์ม ช่วงที่สองเปลี่ยนเป็นกำหนดเอง โดยตั้งเพดานที่ค่าต่ำกว่าระหว่างต้นทุนต่อคลิกที่ได้จริงกับ 60% ของจุดคุ้มทุน ช่วงที่สามคือดูทุกสัปดาห์ว่าปริมาณตกหรือต้นทุนต่อออเดอร์เกินกำไรหรือไม่
อย่าเปิดอัตโนมัติและกำหนดเองบนกลุ่มเป้าหมายเดียวกันในเวลาเดียวกัน เพราะสองแอดกรุ๊ปจะแย่งแสดงผลกันเอง ผลเทียบจึงปนกันจนอ่านไม่ได้ ปัญหานี้อธิบายไว้ในad set ซ้อนกัน
สัญญาณที่บอกว่าเพดานตั้งผิด
- ปริมาณตกต่อเนื่องหลายวัน แปลว่าเพดานต่ำกว่าราคาที่ตลาดประมูลกันอยู่ ผลคือโฆษณาแทบไม่ถูกแสดง
- ต้นทุนต่อออเดอร์สูงกว่ากำไรต่อออเดอร์ แปลว่าเพดานสูงเกิน หรืออัตราปิดต่ำกว่าที่ประเมินไว้
- งบหมดภายในไม่กี่ชั่วโมงแรกของวัน แปลว่าเพดานสูงจนซื้อทุกการแสดงผลทันที ลองดูเรื่องการกระจายงบในการกระจายงบรายวัน
- ช่วงเทศกาลที่คู่แข่งขึ้นราคาประมูล เพดานเดิมอาจทำให้ปริมาณตกฮวบ ให้ตัดสินจากต้นทุนต่อออเดอร์ ไม่ใช่ฝืนไล่ราคา
สรุป
การเลือกบิดไม่ใช่ศรัทธาในระบบอัตโนมัติหรือในมือของคน แต่คือถามว่าสิ่งที่ระบบมองเห็นตรงกับสิ่งที่คุณอยากได้หรือเปล่า ถ้าไม่ตรง ให้ใช้เพดานจากกำไรของคุณเองเป็นตัวกั้น
สัปดาห์นี้ลองคำนวณจุดคุ้มทุนต่อคลิกของสินค้าหลักตัวเดียวด้วยสี่ขั้นข้างบน แล้วเทียบกับต้นทุนต่อคลิกที่จ่ายอยู่จริง ผลต่างนั้นบอกว่ามีช่องให้ปรับหรือต้องแก้ที่การปิดการขายก่อน
- ระบบประมูลเห็นแค่คลิก เพื่อนใหม่ หรืออีเวนต์จากเว็บ ไม่เห็นแชทและยอดขายโดยตรง
- เพดานต่อคลิก = กำไรต่อออเดอร์ x อัตราปิด x อัตราคลิกเป็นแชท แล้วเหลือส่วนปลอดภัย
- เริ่มอัตโนมัติด้วยงบเล็กเพื่อเรียนรู้ แล้วค่อยล็อกเพดาน
- อย่าเปิดสองโหมดบนกลุ่มเป้าหมายเดียวกันพร้อมกัน
- ปริมาณตกหรือต้นทุนต่อออเดอร์เกินกำไร คือสัญญาณว่าเพดานต้องปรับ
คำถามที่พบบ่อย
เป้าหมายคนทักควรเลือกวัตถุประสงค์อะไรในแคมเปญ
ตัวเลือกเปลี่ยนตามช่วงเวลา ให้เลือกเป้าหมายที่ใกล้การทักที่สุดเท่าที่ระบบมองเห็น เช่นคลิกไปแชทหรืออีเวนต์จาก LINE Tag แล้วใช้รหัสในลิงก์วัดแชทจริง ไม่ควรเลือกเพียงเพราะราคาต่อหน่วยถูก
บิดอัตโนมัติเสี่ยงกว่าบิดกำหนดเองไหม
เสี่ยงคนละแบบ อัตโนมัติเสี่ยงไล่ตามสิ่งที่ระบบเห็นแต่ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ กำหนดเองเสี่ยงที่เรากำหนดผิดและไม่ได้ปริมาณ ทางที่ดีคือเก็บตัวเลขของบัญชีเองก่อนแล้วจึงเลือก
ต้องมีข้อมูลกี่แชทก่อนตั้งเพดาน
ยิ่งมากยิ่งดี แต่อย่างน้อยต้องมีแชทพอให้เห็นอัตราปิดที่นิ่งระดับหนึ่ง ถ้าแชทน้อยกว่าราวสามสิบรายยังไม่ควรเชื่ออัตราปิด ให้ใช้ช่วงสมมติแล้วเก็บข้อมูลเพิ่ม
เพดานที่คำนวณได้ต่ำกว่าราคาตลาดมาก ทำอย่างไร
แปลว่าสินค้าหรือกระบวนการปิดการขายยังไม่รองรับต้นทุนโฆษณาช่องทางนี้ ทางแก้คือเพิ่มอัตราปิด เพิ่มกำไรต่อออเดอร์ หรือเปลี่ยนไปใช้ตำแหน่งที่ราคาถูกกว่า ไม่ใช่ฝืนตั้งเพดานให้สูงเกินกำไร
ปรับราคาบิดบ่อยแค่ไหนถึงเหมาะ
ปรับไม่ถี่เกินไป อย่างน้อยให้เวลาพอให้ระบบมีข้อมูลหลังการเปลี่ยนแต่ละครั้ง ผมดูสัปดาห์ละครั้ง และปรับเฉพาะเมื่อตัวชี้วัดต้นทุนต่อออเดอร์ขยับเกินขอบเขตที่ตั้งไว้
อ่านต่อแบบเจาะลึก
รู้ว่าโฆษณาเข้า LINE ทำยอดขายจริงแค่ไหน
linli ติดตามลูกค้าตั้งแต่คลิกโฆษณา กดเพิ่มเพื่อน ทักแชท จนปิดการขาย พร้อมส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มโฆษณา เริ่มฟรี 14 วัน
ทดลองใช้ฟรี 14 วัน