← กลับไปหน้าบทความ
แพลตฟอร์มโฆษณา

ทำโฆษณาสินค้าแบบไดนามิกใน LINE ต้องเตรียมฟีดและวัดผลยังไง

ทีมบรรณาธิการ linli01 พ.ย. 09:28อัปเดต 01 พ.ย. 09:28อ่าน 1 นาที
ทำโฆษณาสินค้าแบบไดนามิกใน LINE ต้องเตรียมฟีดและวัดผลยังไง
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

โฆษณาสินค้าแบบไดนามิกดึงชื่อ ราคา และรูปจากฟีดมาประกอบเป็นแอดให้เอง จึงทำงานได้ก็ต่อเมื่อรหัสสินค้าในฟีดตรงกับรหัสที่ส่งกลับตอนคนดูสินค้า ส่วนการวัดผลต้องไปต่ออีกขั้น คือผูกรหัสสินค้ากับออเดอร์ที่ปิดในแชท ไม่หยุดที่ยอดคลิก ชื่อฟิลด์และฟอร์แมตฟีดให้ตรวจกับเอกสาร LINE Ads ฉบับล่าสุดก่อนเริ่ม

ร้านเครื่องเขียนออนไลน์แห่งหนึ่งมีสินค้า 420 รายการ ทีมครีเอทีฟทำแบนเนอร์ได้เดือนละสิบกว่าชิ้น ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างสมมติ แต่ผลลัพธ์จริงที่ร้านหลายสินค้าเจอเหมือนกันคือ สินค้าส่วนใหญ่ไม่เคยได้ขึ้นโฆษณา ส่วนตัวที่ได้ขึ้นก็ขึ้นซ้ำจนคนเห็นแล้วเบื่อ

โฆษณาแบบไดนามิกแก้ตรงนี้ด้วยการให้ระบบหยิบสินค้าจากฟีดมาประกอบแอดเอง แต่ฟีดไม่ใช่ไฟล์ที่อัปครั้งเดียวแล้วจบ ฟีดที่รหัสไม่ตรง ราคาเก่า หรือสต็อกหมดไปแล้ว จะพาคนมาทักถามของที่ไม่มีขาย ซึ่งแย่กว่าไม่ยิงเลย รูปแบบโฆษณาและชื่อฟิลด์ของฟีดอาจเปลี่ยนได้ ให้ตรวจเอกสารล่าสุดของ LINE Ads และเช็กก่อนว่าบัญชีของคุณเปิดใช้ฟีเจอร์นี้ได้

ร้านแบบไหนคุ้มที่จะทำ และแบบไหนยังไม่ต้อง

ไม่มีตัวเลขสากลที่บอกว่าสินค้ากี่รายการถึงควรใช้ฟีด เกณฑ์ต่อไปนี้เป็นความเห็นของผมเอง ไม่ใช่เงื่อนไขของ LINE ถ้าคุณมีสินค้าไม่กี่สิบรายการและขายตัวเดิมทั้งปี ครีเอทีฟทำมือยังคุมคุณภาพได้ดีกว่า

ฟีดเริ่มคุ้มเมื่อสินค้าเปลี่ยนบ่อย ราคาปรับรายสัปดาห์ หรือมีรุ่นย่อยเยอะจนทีมครีเอทีฟทำไม่ทัน แต่ถ้าหน้าบ้านของคุณยังไม่มีรหัสสินค้าที่เป็นระเบียบ ให้จัดระเบียบหลังบ้านก่อน เพราะฟีดจะเอาความรกนั้นไปแสดงให้ลูกค้าเห็นทุกวัน

ฟีดต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง และตรงไหนที่พลาดบ่อย

ตารางนี้เป็นฟิลด์ในเชิงแนวคิดที่แพลตฟอร์มโฆษณาสินค้าแทบทุกเจ้าต้องการ ชื่อคอลัมน์จริงและกฎฟอร์แมตของ LINE ให้ตรวจในเอกสารฉบับล่าสุด อย่าลอกจากบทความนี้

ข้อมูลทำไมต้องมีจุดที่พลาดบ่อย
รหัสสินค้าเป็นกุญแจให้ระบบจับคู่คนที่ดูสินค้ากับสินค้าในแอดฟีดใช้ 102 แต่เว็บส่ง A-102 กลับมา
ชื่อสินค้าข้อความที่ลูกค้าเห็นบนแอดใส่คำโปรยยาวจนถูกตัด
ราคาลูกค้าเทียบกับราคาที่แอดมินตอบในแชทฟีดยังเป็นราคาก่อนลด
ลิงก์ปลายทางปลายทางที่คนกดแล้วไปต่อลิงก์เก่าที่เด้งไปหน้าแรก
รูปสินค้าตัวหลักของแอดรูปมีข้อความหรือโลโก้ซ้อนทับ
สถานะสต็อกกันไม่ให้โฆษณาของที่หมดไม่มีฟิลด์นี้ ระบบจึงไม่รู้ว่าหมด

ลำดับเตรียมฟีดก่อนส่งเข้าระบบ

  1. ล็อกรหัสสินค้าหนึ่งแบบให้ใช้เหมือนกันทั้งหลังบ้าน หน้าเว็บ ฟีด และใบสั่งซื้อ ห้ามให้ฝ่ายหนึ่งตัดขีดอีกฝ่ายเติมศูนย์
  2. ล้างชื่อสินค้า เอาคำโปรย ตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งประโยค และสัญลักษณ์ตกแต่งออก เหลือชื่อที่ลูกค้าพิมพ์ถามในแชทได้จริง
  3. ตั้งลิงก์ปลายทางให้ไปหน้าสินค้าตัวนั้นโดยตรง และหาทางให้คนที่สนใจทักต่อได้ใน ปุ่มทักที่วางไว้ในตำแหน่งที่นิ้วแตะถึง แทนที่จะให้เขาหาเอง
  4. ผูกสต็อกเข้ากับฟีดให้ตัดสินค้าที่หมดออกอัตโนมัติ วิธีคิดแบบเดียวกับที่เล่าไว้ใน การซิงก์สต็อกกับแอด
  5. ตั้งรอบอัปเดตฟีดให้ถี่กว่ารอบที่คุณแก้ราคา ถ้าแก้ราคาตอนเช้าแต่ฟีดอัปตอนเที่ยงคืน ลูกค้าจะเห็นสองราคาในวันเดียวกัน

รหัสที่ยิงกลับจากหน้าสินค้าต้องตรงกับรหัสในฟีด

ฟีดเป็นแค่ครึ่งเดียวของระบบ อีกครึ่งคือเหตุการณ์ที่ส่งกลับตอนคนดูสินค้า ใส่ตะกร้า หรือเริ่มสั่งซื้อ ซึ่งต้องพ่วงรหัสสินค้าไปด้วย ระบบจึงรู้ว่าควรเอาสินค้าตัวไหนไปโชว์ให้คนนั้นดูอีกครั้ง ถ้ารหัสสองฝั่งไม่ตรงกัน กลุ่มเป้าหมายจะว่างหรือจับคู่ผิดตัว โดยหน้าจอไม่เตือนอะไรเลย

วิธีตรวจที่ง่ายที่สุดคือเปิดหน้าสินค้าสามตัว ดูค่ารหัสที่ถูกส่งออกไปจริงด้วยเครื่องมือดีบั๊ก แล้วเอาไปเทียบกับแถวเดียวกันในฟีด วิธีติดตั้งและตรวจเหตุการณ์ฝั่งเว็บอยู่ใน เรื่อง LINE Tag กับ remarketing

วัดผลให้ถึงออเดอร์ที่ปิดในแชท

ร้านที่ปิดการขายในแชทมักเห็นแค่คลิกกับยอดทักในรายงานแอด แต่คนที่เห็นแอดสินค้าตัวหนึ่งมักทักมาพร้อมประโยคอย่าง ‘เอารุ่นตามแอดค่ะ สีเขียว’ ซึ่งแอดมินต้องรู้ว่าแอดไหน รุ่นไหน ถ้าไม่มีรหัสในข้อความ ข้อมูลจะหายตรงนี้

ทางแก้คือให้ลิงก์ปลายทางพ่วงรหัสสินค้าไปกับข้อความทักที่เติมไว้ล่วงหน้า หรือให้แอดมินแท็กสินค้าที่ถามในแชททุกราย แล้วนำรหัสสินค้ากับเลขออเดอร์มาผูกกันตามหลักใน การผูกเลขออเดอร์กับแหล่งที่มา จากนั้นจึงจะตอบได้ว่ารุ่นไหนปิดจริง ไม่ใช่รุ่นไหนคนกดเยอะ

ตัวอย่างสมมติ ลูกค้า 100 คนที่คลิกแอดสินค้าตัวหนึ่ง
คลิกจากแอด100
ทักเข้า OA22
ถามถึงสินค้าตัวนั้นตรง ๆ15
โอนเงินสั่งซื้อ5

สี่อาการที่ฟีดอัปแล้วแอดไม่ขึ้นหรือขึ้นผิด

  • แอดขึ้นสินค้าที่หมดสต็อก เพราะฟีดไม่มีสถานะสต็อกหรืออัปช้ากว่าหลังบ้าน ลูกค้าทักมาแล้วต้องบอกว่าของหมด
  • ราคาบนแอดไม่ตรงกับราคาที่แอดมินตอบ ลูกค้าจับผิดได้ทันทีและความเชื่อใจหายตั้งแต่ประโยคแรก
  • รูปสินค้าไม่ผ่านการตรวจเพราะมีข้อความหรือโลโก้ซ้อน เกณฑ์ละเอียดให้ดูหน้านโยบายล่าสุด และถ้าติดบ่อยให้อ่านแนวทางใน ครีเอทีฟถูกปฏิเสธซ้ำ
  • รหัสสินค้าสองฝั่งต่างกัน กลุ่มคนที่เคยดูสินค้าจึงว่างเปล่า สังเกตได้จากจำนวนคนในกลุ่มที่ต่ำผิดปกติเมื่อเทียบกับทราฟฟิกหน้าสินค้า

สรุป

ถ้าตัดสินใจจะทำ ให้เริ่มจากสินค้าห้าถึงสิบตัวที่ขายดีและราคาไม่ผันผวน ตรวจจนมั่นใจว่ารหัสสองฝั่งตรงกัน แล้วค่อยขยายไปทั้งแคตตาล็อก

ส่วนการวัดผล ตั้งกฎกับแอดมินตั้งแต่วันแรกว่าทุกบทสนทนาที่เริ่มจากแอดสินค้า ต้องมีรหัสสินค้าติดป้ายไว้ เพราะข้อมูลย้อนหลังที่ไม่ได้บันทึกไว้เก็บคืนไม่ได้

  • รหัสสินค้าในฟีด หน้าเว็บ และใบสั่งซื้อต้องเป็นรูปแบบเดียวกัน
  • ผูกสต็อกกับฟีด และอัปให้ถี่กว่ารอบที่แก้ราคา
  • แท็กสินค้าที่ลูกค้าถามในแชททุกราย เพื่อวัดถึงออเดอร์ได้
  • เริ่มจากสินค้าไม่กี่ตัว ตรวจให้ผ่านก่อนขยายทั้งแคตตาล็อก

คำถามที่พบบ่อย

ต้องมีเว็บไซต์ก่อนไหมถึงจะทำโฆษณาแบบไดนามิกได้

โดยทั่วไปฟีดต้องชี้ไปยังหน้าสินค้าที่เปิดได้จริง ส่วนเงื่อนไขว่า LINE รองรับปลายทางเป็นอะไรบ้าง ให้ตรวจในเอกสารฉบับล่าสุด ร้านที่ขายผ่านแชทอย่างเดียวควรทำหน้าสินค้าง่าย ๆ ไว้เป็นปลายทางก่อน

ฟีดควรอัปเดตบ่อยแค่ไหน

ให้ถี่กว่ารอบที่คุณเปลี่ยนราคาหรือสต็อก ร้านที่ปรับราคาทุกวันควรอัปทุกวัน ส่วนความถี่ขั้นต่ำที่ระบบรองรับให้ดูในเอกสารของ LINE Ads

สินค้ารุ่นเดียวกันแต่ต่างสีต่างไซส์ ควรแยกเป็นหลายแถวไหม

ถ้าลูกค้าตัดสินใจจากสีหรือไซส์ที่เห็นในรูป การแยกแถวช่วยให้แอดตรงกับที่เขาดู แต่ต้องแยกรหัสให้ชัดและส่งรหัสตัวเดียวกันกลับจากหน้าเว็บ ไม่เช่นนั้นจะจับคู่เพี้ยน

ต้องเปลี่ยนวิธีตอบแชทไหม เมื่อมีลูกค้าจากแอดไดนามิก

ควรเปลี่ยน เพราะลูกค้ากลุ่มนี้เห็นสินค้าตัวเฉพาะมาแล้ว แอดมินควรเปิดบทสนทนาด้วยสินค้านั้นเลย แทนที่จะถามกว้าง ๆ ว่าสนใจอะไร ซึ่งเป็นสาเหตุให้คนเงียบหายง่าย

จะรู้ได้ยังไงว่าแอดไดนามิกดีกว่าแบนเนอร์ที่ทำมือ

ดูต้นทุนต่อออเดอร์ที่ปิดจริงของสินค้าชุดเดียวกัน ไม่ใช่ต้นทุนต่อคลิก ทดลองสองสัปดาห์โดยไม่เปลี่ยนงบและข้อเสนออย่างอื่น แล้วเทียบยอดที่ผูกกับรหัสสินค้าได้

ลองตรวจด้วยตัวเอง

ตรวจ Tracking โฆษณาเข้า LINE

ใส่ URL หน้า Landing ของคุณ แล้วดูว่าเส้นทาง Ads → LINE ของคุณวัดผลได้จริงหรือขาดตรงไหน

ตรวจ Tracking ฟรี

ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก

รู้ว่าโฆษณาเข้า LINE ทำยอดขายจริงแค่ไหน

linli ติดตามลูกค้าตั้งแต่คลิกโฆษณา กดเพิ่มเพื่อน ทักแชท จนปิดการขาย พร้อมส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มโฆษณา เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ครีเอทีฟถูกปฏิเสธใน LINE Ads ซ้ำ ๆ อ่านเกณฑ์ให้ออกก่อนส่งรอบใหม่

ครีเอทีฟถูกปฏิเสธใน LINE Ads ซ้ำ ๆ อ่านเกณฑ์ให้ออกก่อนส่งรอบใหม่

ส่งครีเอทีฟใหม่ซ้ำสามรอบแต่ยังไม่ผ่านเพราะแก้โดยไม่รู้ว่าติดเรื่องอะไร บทความนี้ให้วิธีบันทึก จัดหมวด และส่งรอบใหม่ให้เสียรอบน้อยที่สุด
ขายใน Lazada แล้วอยากดึงลูกค้ามาอยู่ใน LINE เริ่มจากตรงไหนและวัดยังไง

ขายใน Lazada แล้วอยากดึงลูกค้ามาอยู่ใน LINE เริ่มจากตรงไหนและวัดยังไง

ร้านที่ขายใน Lazada ส่วนใหญ่ไม่มีรายชื่อลูกค้าเป็นของตัวเอง บทความนี้เริ่มจากการเช็กกติกา เลือกจุดสัมผัสที่ลูกค้าได้ประโยชน์ แล้ววัดว่าคุ้มหรือไม่
คนทักจาก Google Business Profile แล้วย้ายไปคุยใน LINE จะตามรอยยังไง

คนทักจาก Google Business Profile แล้วย้ายไปคุยใน LINE จะตามรอยยังไง

ลูกค้าที่เจอร้านจาก Google Maps แล้วกดไปทัก LINE มักถูกนับเป็นคนทักตรงทั้งหมด วิธีติด UTM แยกลิงก์และรับสายโทรให้ย้อนกลับมาที่โปรไฟล์ได้