← กลับไปหน้าบทความ
เอเจนซี่

CPC 7 บาทที่ได้แต่คนถามเล่น กับ CPC 22 บาทที่ได้คนพร้อมโอน: ราคาถูกไม่ได้แปลว่าคุ้มกว่าเสมอไป

02 ส.ค. 04:14 · อ่าน 1 นาที
CPC 7 บาทที่ได้แต่คนถามเล่น กับ CPC 22 บาทที่ได้คนพร้อมโอน: ราคาถูกไม่ได้แปลว่าคุ้มกว่าเสมอไป

สรุปสั้น ๆ

ค่าต่อคลิกที่ถูกกว่าดูน่าดึงดูดในหน้ารายงาน แต่ถ้าคนที่คลิกมาส่วนใหญ่เป็นคนที่แค่อยากรู้เฉย ๆ ไม่ได้ตั้งใจซื้อ ต้นทุนที่แท้จริงต่อการปิดการขายอาจแพงกว่าการเลือกกลุ่มเป้าหมายที่ CPC แพงกว่าแต่ปิดการขายได้ง่ายกว่า สิ่งที่ควรเทียบกันจริง ๆ คือต้นทุนต่อการปิดการขาย ไม่ใช่ต้นทุนต่อคลิก

ร้านขายคอร์สออนไลน์แห่งหนึ่ง (ชื่อสมมติว่า 'สมาร์ทสกิลอคาเดมี') เคยเล่าให้ผมฟังว่าทีมการตลาดของเขาภูมิใจมากที่ทำ CPC ได้ต่ำกว่าคู่แข่งในตลาดเดียวกัน แต่พอปลายเดือนมาดูยอดขายจริง กลับพบว่าทีมแชทต้องตอบคำถามคนที่ 'ถามเล่น ๆ' เยอะมาก จนแทบไม่มีเวลาไปดูแลคนที่ตั้งใจซื้อจริง

นี่คือกับดักคลาสสิกของคนที่โฟกัสแค่ตัวเลขต้นทุนต่อคลิกอย่างเดียว โดยลืมไปว่าคลิกแต่ละอันไม่ได้มีมูลค่าเท่ากัน คลิกที่ถูกกว่าอาจได้คนที่ไม่มีทางปิดการขายได้เลยมาให้ทีมแชทเสียเวลา ในขณะที่คลิกที่แพงกว่าอาจได้คนที่พร้อมโอนภายในวันเดียว

ทำไม CPC ถูกถึงเป็นภาพลวงตาได้ง่าย

CPC ที่ถูกมักมาจากกลุ่มเป้าหมายที่กว้างมาก หรือคำค้น/ครีเอทีฟที่ดึงคนคลิกง่ายแต่ไม่ได้คัดกรองความตั้งใจซื้อ เช่นโฆษณาที่ใช้คำว่า 'ฟรี' หรือรูปภาพที่ดึงดูดสายตาโดยไม่เกี่ยวกับสินค้าโดยตรง คนกลุ่มนี้คลิกง่ายเพราะไม่ได้ต้องใช้ความคิดอะไรมาก แต่พอเข้ามาคุยในแชทแล้วมักไม่มีความตั้งใจซื้อจริงรองรับ

ตรงข้ามกับกลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงกว่า หรือครีเอทีฟที่พูดตรงเรื่องราคา/ปัญหาที่สินค้าช่วยแก้ คนที่คลิกกลุ่มนี้มักผ่านการกลั่นกรองตัวเองมาระดับหนึ่งแล้วว่าเขาสนใจจริง ซึ่งเป็นสัญญาณเดียวกับที่คนค้นหาด้วยคำที่บ่งบอกความตั้งใจซื้อมักแสดงออก ต้นทุนต่อคลิกอาจแพงกว่าเพราะกลุ่มเป้าหมายแคบกว่า แต่สัดส่วนคนที่พร้อมคุยต่อจนปิดการขายมักสูงกว่ามาก

ลองคำนวณตัวอย่างสมมติให้เห็นภาพ

สมมติร้าน A ใช้ครีเอทีฟกว้าง ได้ CPC เฉลี่ย 7 บาท จาก 1,000 บาทได้คลิกประมาณ 140 ครั้ง แต่ในจำนวนนี้มีคนที่คุยต่อจนปิดการขายได้จริงเพียง 3 คน เท่ากับต้นทุนต่อการปิดการขายอยู่ที่ราว 333 บาท

ส่วนร้าน B ใช้ครีเอทีฟที่เจาะจงกว่า ได้ CPC เฉลี่ย 22 บาท จาก 1,000 บาทได้คลิกประมาณ 45 ครั้ง แต่ในจำนวนนี้มีคนปิดการขายได้จริงถึง 6 คน เท่ากับต้นทุนต่อการปิดการขายอยู่ที่ราว 167 บาท ถูกกว่าร้าน A เกือบครึ่งทั้งที่ CPC แพงกว่าสามเท่า

นี่เป็นตัวเลขสมมติเพื่ออธิบายหลักการเท่านั้น ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง แต่หลักการที่อยากให้จำคือ ต้นทุนต่อคลิกเป็นแค่ตัวเลขระหว่างทาง ตัวเลขที่ควรตัดสินใจจริงคือต้นทุนต่อการปิดการขายที่ปลายทาง

ต้นทุนที่มองไม่เห็นในรายงานโฆษณา: เวลาของทีมแชท

  • คนถามเล่น ๆ ก็กินเวลาทีมแชทเหมือนคนตั้งใจซื้อ — ทุกข้อความที่ต้องตอบใช้เวลาเท่ากัน ไม่ว่าคนพิมพ์มาจะซื้อจริงหรือแค่อยากรู้ ถ้าสัดส่วนคนถามเล่น ๆ สูง ทีมแชทจะเหนื่อยฟรีโดยไม่ได้ยอดตอบแทน
  • เวลาที่เสียไปกับคนไม่มีคุณภาพ คือเวลาที่ไม่ได้ใช้ตอบคนที่พร้อมซื้อจริงเร็วพอ ยิ่งทีมแชทยุ่งกับคำถามที่ไม่นำไปสู่การขาย ยิ่งเสี่ยงตอบคนที่พร้อมซื้อช้าลงตามไปด้วย
  • ถ้าคิดต้นทุนเป็นเงินเดือนแอดมินรวมเข้าไปด้วย คลิกที่ถูกแต่คุณภาพต่ำอาจไม่ได้ถูกจริงเมื่อคิดรวมกำไรต่อออเดอร์ที่หายไปกับเวลาที่ทีมงานต้องเสีย

ควรเลือกกลุ่มเป้าหมาย/ครีเอทีฟยังไงให้ได้คนที่พร้อมคุยจริง

  1. เก็บข้อมูลอัตราการปิดการขายแยกตามกลุ่มเป้าหมายหรือครีเอทีฟ ไม่ใช่ดูแค่ CPC รวมของทั้งแคมเปญ
  2. ลองเปรียบเทียบต้นทุนต่อการปิดการขายระหว่างกลุ่มที่ CPC ถูกกับกลุ่มที่ CPC แพงกว่า ก่อนตัดสินใจว่ากลุ่มไหนคุ้มกว่าจริง
  3. ถ้าพบว่ากลุ่ม CPC ถูกให้คนถามเล่น ๆ เยอะ ลองปรับข้อความโฆษณาให้ระบุราคาหรือเงื่อนไขชัดเจนขึ้น เพื่อกรองคนที่ไม่ตั้งใจซื้อออกตั้งแต่ก่อนคลิก
  4. ทดลองปรับงบไปทางกลุ่มที่ต้นทุนต่อการปิดการขายต่ำที่สุด แม้ CPC ของกลุ่มนั้นจะดูแพงกว่าในหน้ารายงานก็ตาม

สรุป

ตัวเลข CPC ที่ถูกกว่าในหน้ารายงานเป็นแค่จุดเริ่มต้นของเรื่องราว ไม่ใช่บทสรุป ต้นทุนที่แท้จริงต้องคิดต่อไปจนถึงปลายทางว่าคลิกเหล่านั้นเปลี่ยนเป็นการปิดการขายได้กี่เปอร์เซ็นต์

ครั้งหน้าเวลาเห็นรายงานโฆษณาที่ CPC ถูกลง อย่าเพิ่งดีใจจนกว่าจะเช็กว่าอัตราปิดการขายของกลุ่มนั้นเป็นยังไงด้วย เพราะบางทีค่าที่ถูกกว่าอาจแลกมาด้วยเวลาทีมแชทที่เสียไปฟรี ๆ

  • CPC ถูกไม่ได้แปลว่าคุ้มกว่าเสมอไป ถ้าคนที่คลิกส่วนใหญ่ไม่ตั้งใจซื้อ
  • ตัวเลขที่ควรตัดสินใจจริงคือต้นทุนต่อการปิดการขาย ไม่ใช่ต้นทุนต่อคลิก
  • เวลาของทีมแชทที่เสียไปกับคนถามเล่น ๆ ก็เป็นต้นทุนที่ต้องคิดรวมด้วย

คำถามที่พบบ่อย

แล้วควรดูตัวเลขไหนเป็นหลักแทน CPC

ควรดูต้นทุนต่อการปิดการขายจริงเป็นหลัก โดยผูกข้อมูลว่าใครทักมาจากกลุ่มเป้าหมายหรือครีเอทีฟไหนแล้วปิดการขายได้ แทนที่จะตัดสินใจจากค่าคลิกอย่างเดียว

ครีเอทีฟที่ระบุราคาชัดเจนจะทำให้คนคลิกน้อยลงไหม

อาจทำให้จำนวนคลิกรวมลดลงจริง แต่คนที่คลิกมักเป็นคนที่ผ่านการกลั่นกรองตัวเองมาระดับหนึ่งแล้วว่ารับราคานั้นได้ ทำให้สัดส่วนคนพร้อมซื้อสูงขึ้น

การมีคนถามเล่น ๆ มาบ้างเป็นเรื่องปกติไหม

ปกติและหลีกเลี่ยงไม่ได้ทั้งหมด ประเด็นอยู่ที่สัดส่วน ถ้าคนถามเล่น ๆ เป็นส่วนน้อยของทราฟฟิกทั้งหมดก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่ถ้าเป็นสัดส่วนหลักควรทบทวนกลุ่มเป้าหมายหรือครีเอทีฟ

จะรู้ได้ยังไงว่าคนที่คลิกมาคุยจริงจังแค่ไหน

ดูจากคำถามแรกที่เขาพิมพ์เข้ามา คนที่ถามราคา วิธีสั่งซื้อ หรือของพร้อมส่งไหม มักตั้งใจซื้อมากกว่าคนที่ถามกว้าง ๆ หรือถามข้อมูลที่มีอยู่แล้วในโฆษณา

ควรเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายทันทีถ้าเจอคนถามเล่น ๆ เยอะไหม

ควรเก็บข้อมูลอย่างน้อยหนึ่งถึงสองสัปดาห์ก่อนตัดสินใจเปลี่ยน เพราะบางครั้งเป็นแค่ช่วงที่ครีเอทีฟยังไม่นิ่งหรือระบบยังเรียนรู้ไม่พอ การเปลี่ยนเร็วเกินไปอาจตัดโอกาสที่ระบบกำลังจะปรับตัวดีขึ้น

ทีมแชทมีผลต่อการตัดสินใจเรื่องนี้ไหม

มีผลมาก เพราะทีมแชทคือคนที่รู้ดีที่สุดว่าคนที่ทักมาจากกลุ่มไหนมีคุณภาพแค่ไหน ควรให้ทีมแชทช่วยแท็กหรือให้ข้อมูลย้อนกลับเป็นประจำ ไม่ใช่ปล่อยให้ฝ่ายการตลาดตัดสินใจจากตัวเลข CPC เพียงอย่างเดียว

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง