← กลับไปหน้าบทความ
เอเจนซี่

CPC 7 บาทได้แต่คนถามเล่น กับ CPC 22 บาทได้คนพร้อมโอน ราคาถูกไม่ได้แปลว่าคุ้มกว่าเสมอไป

ทีมบรรณาธิการ linli09 ก.ค. 14:13อัปเดต 09 ก.ค. 14:13อ่าน 1 นาที
CPC 7 บาทได้แต่คนถามเล่น กับ CPC 22 บาทได้คนพร้อมโอน ราคาถูกไม่ได้แปลว่าคุ้มกว่าเสมอไป
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

ค่าต่อคลิกที่ถูกกว่าดูน่าดึงดูดในหน้ารายงาน แต่ถ้าคนที่คลิกมาส่วนใหญ่เป็นคนที่แค่อยากรู้เฉย ๆ ไม่ได้ตั้งใจซื้อ ต้นทุนที่แท้จริงต่อการปิดการขายอาจแพงกว่าการเลือกกลุ่มเป้าหมายที่ CPC แพงกว่าแต่ปิดการขายได้ง่ายกว่า สิ่งที่ควรเทียบกันจริง ๆ คือต้นทุนต่อการปิดการขาย ไม่ใช่ต้นทุนต่อคลิก

ร้านขายคอร์สออนไลน์แห่งหนึ่ง (ชื่อสมมติว่า 'สมาร์ทสกิลอคาเดมี') เคยเล่าให้ผมฟังว่าทีมการตลาดของเขาภูมิใจมากที่ทำ CPC ได้ต่ำกว่าคู่แข่งในตลาดเดียวกัน แต่พอปลายเดือนมาดูยอดขายจริง กลับพบว่าทีมแชทต้องตอบคำถามคนที่ 'ถามเล่น ๆ' เยอะมาก จนแทบไม่มีเวลาไปดูแลคนที่ตั้งใจซื้อจริง

นี่คือกับดักคลาสสิกของคนที่โฟกัสแค่ตัวเลขต้นทุนต่อคลิกอย่างเดียว โดยลืมไปว่าคลิกแต่ละอันไม่ได้มีมูลค่าเท่ากัน คลิกที่ถูกกว่าอาจได้คนที่ไม่มีทางปิดการขายได้เลยมาให้ทีมแชทเสียเวลา ในขณะที่คลิกที่แพงกว่าอาจได้คนที่พร้อมโอนภายในวันเดียว

ทำไม CPC ถูกถึงเป็นภาพลวงตาได้ง่าย

CPC ที่ถูกมักมาจากกลุ่มเป้าหมายที่กว้างมาก หรือคำค้น/ครีเอทีฟที่ดึงคนคลิกง่ายแต่ไม่ได้คัดกรองความตั้งใจซื้อ เช่นโฆษณาที่ใช้คำว่า 'ฟรี' หรือรูปภาพที่ดึงดูดสายตาโดยไม่เกี่ยวกับสินค้าโดยตรง คนกลุ่มนี้คลิกง่ายเพราะไม่ได้ต้องใช้ความคิดอะไรมาก แต่พอเข้ามาคุยในแชทแล้วมักไม่มีความตั้งใจซื้อจริงรองรับ

ตรงข้ามกับกลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงกว่า หรือครีเอทีฟที่พูดตรงเรื่องราคา/ปัญหาที่สินค้าช่วยแก้ คนที่คลิกกลุ่มนี้มักผ่านการกลั่นกรองตัวเองมาระดับหนึ่งแล้วว่าเขาสนใจจริง ซึ่งเป็นสัญญาณเดียวกับที่คนค้นหาด้วยคำที่บ่งบอกความตั้งใจซื้อมักแสดงออก ต้นทุนต่อคลิกอาจแพงกว่าเพราะกลุ่มเป้าหมายแคบกว่า แต่สัดส่วนคนที่พร้อมคุยต่อจนปิดการขายมักสูงกว่ามาก

ลองคำนวณตัวอย่างสมมติให้เห็นภาพ

สมมติร้าน A ใช้ครีเอทีฟกว้าง ได้ CPC เฉลี่ย 7 บาท จาก 1,000 บาทได้คลิกประมาณ 140 ครั้ง แต่ในจำนวนนี้มีคนที่คุยต่อจนปิดการขายได้จริงเพียง 3 คน เท่ากับต้นทุนต่อการปิดการขายอยู่ที่ราว 333 บาท

ส่วนร้าน B ใช้ครีเอทีฟที่เจาะจงกว่า ได้ CPC เฉลี่ย 22 บาท จาก 1,000 บาทได้คลิกประมาณ 45 ครั้ง แต่ในจำนวนนี้มีคนปิดการขายได้จริงถึง 6 คน เท่ากับต้นทุนต่อการปิดการขายอยู่ที่ราว 167 บาท ถูกกว่าร้าน A เกือบครึ่งทั้งที่ CPC แพงกว่าสามเท่า

นี่เป็นตัวเลขสมมติเพื่ออธิบายหลักการเท่านั้น ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง แต่หลักการที่อยากให้จำคือ ต้นทุนต่อคลิกเป็นแค่ตัวเลขระหว่างทาง ตัวเลขที่ควรตัดสินใจจริงคือต้นทุนต่อการปิดการขายที่ปลายทาง

ต้นทุนที่มองไม่เห็นในรายงานโฆษณา: เวลาของทีมแชท

  • คนถามเล่น ๆ ก็กินเวลาทีมแชทเหมือนคนตั้งใจซื้อ — ทุกข้อความที่ต้องตอบใช้เวลาเท่ากัน ไม่ว่าคนพิมพ์มาจะซื้อจริงหรือแค่อยากรู้ ถ้าสัดส่วนคนถามเล่น ๆ สูง ทีมแชทจะเหนื่อยฟรีโดยไม่ได้ยอดตอบแทน
  • เวลาที่เสียไปกับคนไม่มีคุณภาพ คือเวลาที่ไม่ได้ใช้ตอบคนที่พร้อมซื้อจริงเร็วพอ ยิ่งทีมแชทยุ่งกับคำถามที่ไม่นำไปสู่การขาย ยิ่งเสี่ยงตอบคนที่พร้อมซื้อช้าลงตามไปด้วย
  • ถ้าคิดต้นทุนเป็นเงินเดือนแอดมินรวมเข้าไปด้วย คลิกที่ถูกแต่คุณภาพต่ำอาจไม่ได้ถูกจริงเมื่อคิดรวมกำไรต่อออเดอร์ที่หายไปกับเวลาที่ทีมงานต้องเสีย

ควรเลือกกลุ่มเป้าหมาย/ครีเอทีฟยังไงให้ได้คนที่พร้อมคุยจริง

  1. เก็บข้อมูลอัตราการปิดการขายแยกตามกลุ่มเป้าหมายหรือครีเอทีฟ ไม่ใช่ดูแค่ CPC รวมของทั้งแคมเปญ
  2. ลองเปรียบเทียบต้นทุนต่อการปิดการขายระหว่างกลุ่มที่ CPC ถูกกับกลุ่มที่ CPC แพงกว่า ก่อนตัดสินใจว่ากลุ่มไหนคุ้มกว่าจริง
  3. ถ้าพบว่ากลุ่ม CPC ถูกให้คนถามเล่น ๆ เยอะ ลองปรับข้อความโฆษณาให้ระบุราคาหรือเงื่อนไขชัดเจนขึ้น เพื่อกรองคนที่ไม่ตั้งใจซื้อออกตั้งแต่ก่อนคลิก
  4. ทดลองปรับงบไปทางกลุ่มที่ต้นทุนต่อการปิดการขายต่ำที่สุด แม้ CPC ของกลุ่มนั้นจะดูแพงกว่าในหน้ารายงานก็ตาม

สรุป

ตัวเลข CPC ที่ถูกกว่าในหน้ารายงานเป็นแค่จุดเริ่มต้นของเรื่องราว ไม่ใช่บทสรุป ต้นทุนที่แท้จริงต้องคิดต่อไปจนถึงปลายทางว่าคลิกเหล่านั้นเปลี่ยนเป็นการปิดการขายได้กี่เปอร์เซ็นต์

ครั้งหน้าเวลาเห็นรายงานโฆษณาที่ CPC ถูกลง อย่าเพิ่งดีใจจนกว่าจะเช็กว่าอัตราปิดการขายของกลุ่มนั้นเป็นยังไงด้วย เพราะบางทีค่าที่ถูกกว่าอาจแลกมาด้วยเวลาทีมแชทที่เสียไปฟรี ๆ

  • CPC ถูกไม่ได้แปลว่าคุ้มกว่าเสมอไป ถ้าคนที่คลิกส่วนใหญ่ไม่ตั้งใจซื้อ
  • ตัวเลขที่ควรตัดสินใจจริงคือต้นทุนต่อการปิดการขาย ไม่ใช่ต้นทุนต่อคลิก
  • เวลาของทีมแชทที่เสียไปกับคนถามเล่น ๆ ก็เป็นต้นทุนที่ต้องคิดรวมด้วย

คำถามที่พบบ่อย

แล้วควรดูตัวเลขไหนเป็นหลักแทน CPC

ควรดูต้นทุนต่อการปิดการขายจริงเป็นหลัก โดยผูกข้อมูลว่าใครทักมาจากกลุ่มเป้าหมายหรือครีเอทีฟไหนแล้วปิดการขายได้ แทนที่จะตัดสินใจจากค่าคลิกอย่างเดียว

ครีเอทีฟที่ระบุราคาชัดเจนจะทำให้คนคลิกน้อยลงไหม

อาจทำให้จำนวนคลิกรวมลดลงจริง แต่คนที่คลิกมักเป็นคนที่ผ่านการกลั่นกรองตัวเองมาระดับหนึ่งแล้วว่ารับราคานั้นได้ ทำให้สัดส่วนคนพร้อมซื้อสูงขึ้น

การมีคนถามเล่น ๆ มาบ้างเป็นเรื่องปกติไหม

ปกติและหลีกเลี่ยงไม่ได้ทั้งหมด ประเด็นอยู่ที่สัดส่วน ถ้าคนถามเล่น ๆ เป็นส่วนน้อยของทราฟฟิกทั้งหมดก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่ถ้าเป็นสัดส่วนหลักควรทบทวนกลุ่มเป้าหมายหรือครีเอทีฟ

จะรู้ได้ยังไงว่าคนที่คลิกมาคุยจริงจังแค่ไหน

ดูจากคำถามแรกที่เขาพิมพ์เข้ามา คนที่ถามราคา วิธีสั่งซื้อ หรือของพร้อมส่งไหม มักตั้งใจซื้อมากกว่าคนที่ถามกว้าง ๆ หรือถามข้อมูลที่มีอยู่แล้วในโฆษณา

ควรเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายทันทีถ้าเจอคนถามเล่น ๆ เยอะไหม

ควรเก็บข้อมูลอย่างน้อยหนึ่งถึงสองสัปดาห์ก่อนตัดสินใจเปลี่ยน เพราะบางครั้งเป็นแค่ช่วงที่ครีเอทีฟยังไม่นิ่งหรือระบบยังเรียนรู้ไม่พอ การเปลี่ยนเร็วเกินไปอาจตัดโอกาสที่ระบบกำลังจะปรับตัวดีขึ้น

ทีมแชทมีผลต่อการตัดสินใจเรื่องนี้ไหม

มีผลมาก เพราะทีมแชทคือคนที่รู้ดีที่สุดว่าคนที่ทักมาจากกลุ่มไหนมีคุณภาพแค่ไหน ควรให้ทีมแชทช่วยแท็กหรือให้ข้อมูลย้อนกลับเป็นประจำ ไม่ใช่ปล่อยให้ฝ่ายการตลาดตัดสินใจจากตัวเลข CPC เพียงอย่างเดียว

พิสูจน์ผลงานแอดเข้า LINE ให้ลูกค้าเห็นถึงยอดขาย

ดูแลลูกค้าหลายราย แต่ละรายมี LINE OA ของตัวเอง — linli แยกโปรเจกต์ แยก Tracking และส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มของแต่ละลูกค้า เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ลูกค้าพิมพ์ด่ายาวเป็นหน้ากระดาษใน LINE 6 นาทีแรกตัดสินว่าเรื่องจะจบในแชทหรือหลุดไปเฟซบุ๊ก

ลูกค้าพิมพ์ด่ายาวเป็นหน้ากระดาษใน LINE 6 นาทีแรกตัดสินว่าเรื่องจะจบในแชทหรือหลุดไปเฟซบุ๊ก

ก่อนดราม่าจะกลายเป็นโพสต์แฉบนโซเชียล มันมักเริ่มจากข้อความยาว ๆ ในแชท LINE ก่อนเสมอ บทความนี้เจาะจังหวะ 6 นาทีแรกที่ตัดสินว่าเรื่องจะจบเงียบหรือลุกลาม
แคปหน้าจอแอดมินตอบห้วนกำลังไวรัลในทวิตเตอร์ ขั้นตอนตั้งหลักฝั่งแชทก่อนเรื่องบานปลายกว่านี้

แคปหน้าจอแอดมินตอบห้วนกำลังไวรัลในทวิตเตอร์ ขั้นตอนตั้งหลักฝั่งแชทก่อนเรื่องบานปลายกว่านี้

ภาพแคปแชทที่แอดมินตอบห้วนหรือดูไม่สุภาพ อาจกลายเป็นไวรัลได้ในไม่กี่ชั่วโมง วางขั้นตอนตั้งหลักฝั่งแชทเมื่อเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่รอให้กระแสซาไปเอง
ซัพพลายเออร์ B2B ที่ปิดดีลใช้เวลาเฉลี่ย 47 วัน เคสย่นเหลือ 19 วันด้วยการจัดโครงสร้างแชทใหม่

ซัพพลายเออร์ B2B ที่ปิดดีลใช้เวลาเฉลี่ย 47 วัน เคสย่นเหลือ 19 วันด้วยการจัดโครงสร้างแชทใหม่

ซัพพลายเออร์วัสดุก่อสร้างสมมติที่ลีดเข้ามาสม่ำเสมอ แต่รอบการขายยาวจนงบดูเหมือนไม่คุ้ม จนพบว่าปัญหาคือการคุยไม่มีโครงสร้าง ทำให้ลีดเย็นลง