← กลับไปหน้าบทความ
ขั้นสูง (MarTech)

LINE VOOM: หากลุ่มที่เคยไลก์ แล้วดึงมาซื้อใน MyShop

02 ส.ค. 04:06 · อ่าน 2 นาที
LINE VOOM: หากลุ่มที่เคยไลก์ แล้วดึงมาซื้อใน MyShop

สรุปสั้น ๆ

LINE VOOM คือพื้นที่คอนเทนต์ที่คนเลื่อนดูฟรี ส่วน MyShop คือหน้าร้านที่ปิดการขายได้ งานคือทำคอนเทนต์ใน VOOM ที่ดึงคนที่ 'สนใจแต่ยังไม่ซื้อ' แล้วค่อย ๆ พาเขาข้ามมาที่ MyShop โดยไม่ยัดขายตั้งแต่คลิปแรก เพราะคนใน VOOM มาดู ไม่ได้มาซื้อ

หลายคนมอง LINE VOOM ว่าเป็นพื้นที่ทิ้งคลิปที่ไม่มีใครดู เลยไม่ค่อยใส่ใจ ผมเข้าใจความรู้สึกนั้น เพราะยอดวิวมันไม่หวือหวาเหมือนแพลตฟอร์มอื่น แต่ถ้ามองแค่ยอดวิว คุณจะพลาดจุดสำคัญของมันไป

จุดที่ VOOM ได้เปรียบคือ คนที่ดูคลิปคุณใน VOOM ส่วนใหญ่เป็นคนที่อยู่ในระบบ LINE ของคุณอยู่แล้ว หรือเป็นคนที่ LINE คัดมาว่าน่าจะสนใจ พอเขากดไลก์ กดดู กดแชร์ นั่นคือสัญญาณความสนใจที่คุณได้มา 'ฟรี' ไม่ต้องจ่ายค่าแอดเลย

ปัญหาคือความสนใจฟรีนี้มักถูกปล่อยทิ้ง คนดูคลิปแล้วก็เลื่อนผ่าน ไม่มีสะพานพาเขาไปสู่การซื้อ บทความนี้จะเล่าว่าจะสร้างสะพานจาก VOOM ไป MyShop ยังไง ให้คนที่แค่ดูกลายเป็นคนที่ซื้อ โดยไม่ทำลายความรู้สึกดี ๆ ที่เขามีตอนดูคอนเทนต์

เข้าใจก่อนว่าคนใน VOOM มาดู ไม่ได้มาซื้อ

ความผิดพลาดแรกที่คนทำคือเอา VOOM ไปยัดขายเหมือนหน้าโฆษณา ทำคลิปที่ขึ้นต้นด้วย 'ลดพิเศษวันนี้เท่านั้น' แล้วสงสัยว่าทำไมไม่มีคนดู เพราะคนเลื่อน VOOM อยู่ในโหมดพักผ่อน หาความบันเทิงหรือความรู้ ไม่ได้อยู่ในโหมดช้อปปิ้ง

คิดง่าย ๆ ว่า VOOM คือช่วงที่คุณสร้างความสัมพันธ์ ส่วน MyShop คือช่วงที่คุณปิดการขาย ถ้าคุณรีบขายตั้งแต่ยังไม่สร้างความสัมพันธ์ คนจะเลื่อนหนี แต่ถ้าคุณให้คุณค่าก่อน — ความรู้ ความบันเทิง ความจริงใจ — คนจะเริ่มเชื่อใจ และความเชื่อใจนั่นแหละที่แปลงเป็นยอดได้ในภายหลัง

นี่คือหลักการเดียวกับการเล่าเรื่องแทนการยัดขาย คือให้คนอินกับเนื้อหาก่อน แล้วค่อยพาไปสู่สิ่งที่คุณอยากให้เขาทำ ยิ่งคุณอดทนสร้างความสัมพันธ์ในช่วง VOOM ได้ดี การปิดที่ MyShop ก็ยิ่งง่าย

คอนเทนต์แบบไหนใน VOOM ที่ดึงคนแล้วปิดได้

ไม่ใช่ทุกคลิปทำหน้าที่เดียวกัน คลิปที่ดึงคนแปลกหน้า กับคลิปที่ปิดการขาย ควรเป็นคนละแบบ ตารางนี้คือประเภทคอนเทนต์ที่ผมเห็นว่าทำงานได้จริงใน VOOM แยกตามหน้าที่:

ประเภทคลิปหน้าที่ควรจบด้วยอะไร
ให้ความรู้/เคล็ดลับสั้นดึงคนใหม่ สร้างความเชื่อใจชวนติดตาม ไม่ต้องขาย
รีวิว/ก่อน-หลังจริงลดข้อกังวลคนลังเลบอกว่าดูของจริงได้ที่ไหน
เบื้องหลัง/เรื่องร้านสร้างความผูกพันชวนคุยในคอมเมนต์
ของใหม่/ของหมดเร็วกระตุ้นคนที่พร้อมซื้อลิงก์ไป MyShop ตรง ๆ

สร้างสะพานจาก VOOM ไป MyShop ให้เนียน

จุดที่คนพลาดคือทำคลิปดีแต่ไม่มีทางให้คนไปต่อ คนดูจบแล้วประทับใจ แต่ไม่รู้จะซื้อยังไง สุดท้ายก็เลื่อนผ่าน ความประทับใจที่ไม่มีปลายทางคือความสูญเปล่า นี่คือวิธีต่อสะพาน:

  1. จบคลิปด้วยการบอกขั้นตอนถัดไปที่ชัดและง่าย ไม่ใช่แค่ 'สนใจทักมาได้' แต่บอกเลยว่า 'กดลิงก์ใต้คลิปดูสินค้าตัวเต็มได้เลย' ยิ่งลดขั้นตอนยิ่งดี
  2. วางลิงก์ไป MyShop หรือหน้าสินค้าที่เกี่ยวกับคลิปนั้นโดยตรง อย่าส่งคนไปหน้าแรกรวม ๆ ให้เขาไปเจอสิ่งที่เพิ่งดูทันที ความต่อเนื่องช่วยให้เขาไม่หลุด
  3. ใช้คอมเมนต์ให้เป็นประโยชน์ คนที่ถามในคอมเมนต์คือคนที่สนใจจริง ตอบให้ดีและชวนเขาไปคุยต่อในแชทเพื่อปิดการขาย อย่าปล่อยคอมเมนต์ทิ้งไว้เฉย ๆ
  4. ติดแท็กคนที่กดจากคลิปหรือทักมาจาก VOOM ไว้ เพื่อให้คุณตามไปเสนอของที่เกี่ยวข้องได้ในภายหลัง คนที่เคยสนใจคลิปหนึ่งมักสนใจของกลุ่มเดียวกัน

วัดผลให้ถึงยอด ไม่ใช่หยุดที่ยอดไลก์

กับดักใหญ่ของ VOOM คือการหลงยอดวิวและยอดไลก์ ตัวเลขพวกนี้ดูดีแต่ไม่ใช่เงิน คลิปที่มีล้านวิวแต่ไม่มีใครซื้อ สู้คลิปที่มีพันวิวแต่พาคนมาปิดการขายได้สิบคนไม่ได้ อย่าให้ตัวเลขหน้าฉากหลอกคุณ

สิ่งที่ควรวัดคือ คลิปไหนพาคนไป MyShop แล้วเกิดยอดจริง วิธีที่ตรงคือเชื่อมคลิกจากคลิปกับคนที่ซื้อให้ได้ พอรู้ว่าคลิปแบบไหนไม่ใช่แค่ดูสนุกแต่ปิดได้จริง คุณก็จะเลิกทำคลิปเอาไลก์ แล้วหันมาทำคลิปที่ทำเงิน ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน

สรุป

LINE VOOM คือแหล่งความสนใจฟรีที่หลายร้านมองข้าม เพราะไปหลงกับยอดวิวที่ไม่หวือหวา แต่คนที่ดูและกดไลก์คลิปคุณคือคนที่สนใจโดยไม่ต้องจ่ายค่าแอด สิ่งที่ขาดคือสะพานพาเขาจากการดู ไปสู่การซื้อ

กุญแจคือเข้าใจว่าคนใน VOOM มาดู ไม่ได้มาซื้อ ให้คุณค่าก่อน สร้างความเชื่อใจ แล้วค่อยต่อสะพานไป MyShop ด้วยขั้นตอนที่ง่ายและต่อเนื่อง สุดท้ายอย่าวัดแค่ยอดไลก์ แต่วัดถึงยอดขายจริง เพื่อจะได้ทำคลิปที่ทำเงิน ไม่ใช่แค่คลิปที่ดูสนุก

  • คนใน VOOM อยู่ในโหมดดู ไม่ใช่โหมดซื้อ ให้คุณค่าก่อนขาย
  • ต่อสะพานไป MyShop ด้วยลิงก์ที่ตรงกับคลิปและขั้นตอนที่ง่าย
  • วัดถึงยอดขายจริง ไม่หยุดที่ยอดวิว/ไลก์

คำถามที่พบบ่อย

LINE VOOM ต่างจากการโพสต์ในหน้าเพจ Facebook ยังไง

VOOM อยู่ในระบบ LINE ซึ่งคนที่ดูส่วนใหญ่เป็นคนที่ใกล้ชิดกับแบรนด์คุณอยู่แล้ว หรือ LINE คัดมาว่าน่าสนใจ ทำให้พาไปปิดการขายในระบบเดียวกันได้ราบรื่น ต่างจากแพลตฟอร์มอื่นที่ต้องดึงคนออกไปอีกที ข้อดีคือทั้งดูคอนเทนต์และซื้อจบใน LINE ได้เลย

ต้องลงคลิปบ่อยแค่ไหนถึงจะเห็นผลใน VOOM

ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าความถี่ ลงน้อยแต่คุณภาพดีและสม่ำเสมอ ดีกว่าลงถี่แล้วหายไปเป็นเดือน คนต้องเห็นคุณบ่อยพอที่จะจำได้ แต่ไม่ต้องถึงกับลงทุกวัน เริ่มจากความถี่ที่คุณทำได้จริงต่อเนื่อง แล้วค่อยเพิ่มเมื่อเห็นว่าแบบไหนได้ผล

คลิปแบบไหนที่คนใน VOOM ชอบเลื่อนผ่านทันที

คลิปที่ขึ้นต้นด้วยการขายตรง ๆ อย่างประกาศลดราคาหรือโชว์สินค้าเฉย ๆ โดยไม่มีเหตุผลให้ดูต่อ คนใน VOOM อยู่ในโหมดหาความบันเทิงหรือความรู้ ถ้าสามวินาทีแรกไม่มีอะไรน่าสนใจ เขาเลื่อนทันที ลองเริ่มด้วยคำถาม เรื่องเล่า หรือเคล็ดลับที่เขาอยากรู้ก่อน

ควรใส่ลิงก์ขายในทุกคลิปเลยไหม

ไม่ควร คลิปที่ทำหน้าที่สร้างความเชื่อใจไม่จำเป็นต้องมีลิงก์ขาย เพราะจุดประสงค์คือให้คนอินก่อน ส่วนคลิปที่โชว์ของหรือรีวิวค่อยใส่ลิงก์ไป MyShop การขายทุกคลิปทำให้คนรู้สึกว่าคุณสนใจแต่เงิน สลับกันระหว่างให้คุณค่ากับขายจะรักษาความสัมพันธ์ได้ดีกว่า

คนดูเยอะแต่ไม่มีใครกดไป MyShop เลย ควรแก้ตรงไหน

มักเป็นเพราะสองอย่าง หนึ่งคือคลิปสนุกแต่ไม่เกี่ยวกับของที่ขาย คนดูเพลินแล้วจบ สองคือไม่มีทางให้ไปต่อที่ชัดพอ ลองทำให้เนื้อคลิปเชื่อมกับสินค้ามากขึ้น และจบด้วยขั้นตอนถัดไปที่ง่าย พร้อมลิงก์ตรงไปหน้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่หน้ารวม

จะรู้ได้ยังไงว่าคลิปไหนพาคนมาซื้อจริง

ต้องวัดถึงยอด ไม่ใช่แค่ยอดวิวหรือไลก์ โดยเชื่อมการกดลิงก์จากแต่ละคลิปกับคนที่ปิดการขายจริงในแชทหรือ MyShop ระบบที่ผูกที่มาของคนกับยอดขายได้ อย่างที่ linli ทำ จะช่วยให้เห็นว่าคลิปแบบไหนทำเงิน ไม่ใช่แค่คลิปที่ดูสนุก

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง