ยิงแอดจากโพสต์ของ KOL ในชื่อแบรนด์ แล้ววัดยอดที่ปิดใน LINE
สรุปสั้น ๆ
การยิงแอดจากโพสต์ KOL คือการขอสิทธิ์จากเจ้าของโพสต์ให้แบรนด์เอาโพสต์นั้นไปทำเป็นโฆษณาในชื่อบัญชีของ KOL โดยแบรนด์จ่ายค่าแอด ข้อควรจำคือสิทธิ์นี้มีระยะเวลาและค่าใช้สิทธิ์แยกจากค่าโพสต์ และต้องมีสองรหัสคือรหัส KOL กับรหัสแอด ไม่อย่างนั้นยอดที่ปิดใน LINE จะแยกไม่ออกว่ามาจากโพสต์ธรรมชาติหรือจากงบแอดที่ใส่เพิ่ม
แบรนด์ครีมกันแดดแห่งหนึ่งจ่ายค่าโพสต์ให้ KOL คนหนึ่ง 30,000 บาท โพสต์ติดดีมาก ยอดวิวสองแสน คนทักแชทเกือบร้อย สองวันถัดมากระแสเริ่มแผ่ว ทีมการตลาดเลยถามว่า ‘ยิงแอดต่อจากโพสต์เดิมได้ไหม’ KOL ตอบว่า ‘ได้ แต่ค่าใช้สิทธิ์อีกก้อนนะคะ’ เป็นจังหวะที่หลายแบรนด์พบว่าสัญญาเดิมไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้เลย
สิ่งที่ตามมาคือสองคำถาม คือจะตกลงอะไรกับ KOL ก่อนขอสิทธิ์ และเมื่อโพสต์เดียวกันมีทั้งแรงจากธรรมชาติและแรงจากงบแอด จะวัดยอดที่ปิดใน LINE แยกกันได้ยังไง
ยิงแอดจากโพสต์ KOL ต่างจากแอดที่แบรนด์ทำเองตรงไหน
บน Meta ฟีเจอร์นี้เรียกว่า partnership ads (เดิมเรียก branded content ads) ส่วนบน TikTok คือ Spark Ads ที่ใช้รหัสอนุญาตจากเจ้าของวิดีโอ ชื่อฟีเจอร์และขั้นตอนอนุมัติเปลี่ยนบ่อย ให้ตรวจศูนย์ช่วยเหลือของแต่ละแพลตฟอร์มก่อนลงมือ หลักการคือแอดจะแสดงในชื่อบัญชีของ KOL ยอดไลก์และคอมเมนต์สะสมอยู่ที่โพสต์ต้นทางต่อไป ส่วนแบรนด์จ่ายค่าแอดและเห็นข้อมูลระดับแอดจากบัญชีโฆษณาของตัวเอง
แบรนด์แก้เนื้อหาในโพสต์ไม่ได้ และเหตุผลที่แบรนด์เลือกวิธีนี้ก็คือครีเอทีฟไม่ดูเหมือนโฆษณา คอมเมนต์ใต้โพสต์ก็เป็นของจริงที่คนอื่นอ่านแล้วเชื่อ
ข้อตกลงที่ต้องเขียนก่อนขอสิทธิ์ยิงแอด
| ข้อตกลง | ถ้าไม่เขียน จะเจออะไร |
|---|---|
| ระยะเวลาสิทธิ์ เช่น 30 หรือ 90 วัน | แอดหยุดกลางแคมเปญหรือ KOL ถอนสิทธิ์ตอนยอดกำลังดี |
| ค่าใช้สิทธิ์แยกจากค่าโพสต์ | ต้องต่อรองใหม่ตอนอยากยิงต่อ ซึ่งราคาสูงกว่าตอนรวมแพ็กเกจ |
| โพสต์ไหนใช้ได้ และแก้ข้อความประกอบแอดได้แค่ไหน | ทะเลาะกันเรื่องแคปชันและปุ่ม call to action |
| เพดานงบแอดและใครถือบัญชีโฆษณา | งบบานโดยไม่มีใครรับผิดชอบ |
| ข้อห้ามเรื่องคำโฆษณาสินค้ากลุ่มสุขภาพความงาม | ตัวโพสต์ผ่านได้ในฐานะรีวิว แต่พอยิงเป็นแอดอาจผิดนโยบายแพลตฟอร์มหรือกฎหมายโฆษณา |
ขั้นตอนตั้งแอดจากโพสต์ที่ได้สิทธิ์
- ให้ KOL ลงโพสต์แบบธรรมชาติก่อน แล้วรอ 3 ถึง 7 วันเพื่อดูว่าโพสต์ไหนพาคนทักจริง ไม่ใช่ดูแค่ยอดวิว เหตุผลเดียวกับที่ โพสต์ที่วิวสูงสุดไม่ใช่โพสต์ที่ปิดการขายได้มากสุด
- ขอสิทธิ์ผ่านเครื่องมือของแพลตฟอร์ม โดยให้ KOL เป็นฝ่ายอนุมัติในบัญชีตัวเอง ไม่ต้องส่งรหัสผ่านให้ใคร
- สร้างแอดจากโพสต์ที่ได้สิทธิ์ ปลายทางพาไปหน้าบนโดเมนของแบรนด์ที่ใส่ UTM รหัส KOL และรหัสแอด ก่อนส่งต่อเข้า LINE
- เริ่มงบเล็ก 3 วัน ดูจำนวนแชทต่อรหัสก่อนเติมงบ
- ครบสัญญาแล้วให้ KOL เพิกถอนสิทธิ์ และบันทึกวันที่ไว้ในเอกสารของแบรนด์
นับยอดที่ปิดใน LINE เมื่อแอดขึ้นในชื่อ KOL
คนที่เห็นแอดจากบัญชี KOL แล้วทักมา มักไม่รู้ตัวว่าตัวเองมาจากแอด เขาจะบอกว่า ‘เห็นคลิปพี่แพรว’ ซึ่งตรงกับทั้งโพสต์ธรรมชาติและแอด ดังนั้นต้องมีสองรหัสแยกกัน รหัสแรกบอกว่าใครพาคนมา อีกรหัสบอกว่าเข้ามาทางโพสต์ธรรมชาติหรือทางแอดตัวไหน ข้อความตั้งต้นที่ลิงก์ใส่ให้อาจเป็น ‘ทักจากคลิปพี่แพรว รหัส PRAEW-AD1’
ฝั่งข้อมูลระดับแอด ให้ใช้วิธีที่อธิบายไว้ใน เรื่อง attribution ระดับแอด ส่วนการแท็กแชทตามรหัส KOL เพื่อคำนวณ ROI รายคน ดูต่อใน เรื่องวัด ROI KOL ด้วยแท็กในแชท ถ้า KOL ได้ค่าคอมตามยอด ต้องมีเอกสารแนบเรื่องภาษีหัก ณ ที่จ่ายด้วย ตามที่เขียนไว้ใน เรื่องภาษีค่าคอม KOL
แยกอ่านผลโพสต์ธรรมชาติกับผลช่วงที่ใส่งบแอด
ตัวอย่างสมมติ ค่าโพสต์ 30,000 บาท ได้แชท 80 ราย ปิดได้ 12 ออเดอร์ หลังจากนั้นจ่ายค่าใช้สิทธิ์ 15,000 บาทกับงบแอด 40,000 บาท ได้แชทเพิ่ม 260 ราย ปิดได้ 31 ออเดอร์
- ถ้าเอาแต่ดูต้นทุนช่วงแอด จะรู้สึกว่าคุ้มกว่าโพสต์ธรรมชาติเกือบหนึ่งในสาม แต่แอดใช้แรงส่งที่โพสต์ธรรมชาติสร้างไว้ก่อน แยกกันโทษหรือยกเครดิตให้ฝั่งใดฝั่งหนึ่งไม่ได้
- ตัวเลขที่ใช้ตัดสินรอบหน้าคือต้นทุนรวมทั้งแคมเปญต่อออเดอร์ที่ปิดจริง
| ช่วง | ต้นทุนรวม (บาท) | ออเดอร์ | ต้นทุนต่อออเดอร์ (บาท) |
|---|---|---|---|
| โพสต์ธรรมชาติ | 30,000 | 12 | 2,500 |
| ช่วงใส่งบแอด (ค่าใช้สิทธิ์ + งบแอด) | 55,000 | 31 | ราว 1,774 |
| รวมทั้งแคมเปญ | 85,000 | 43 | ราว 1,977 |
จุดที่ทำให้วัดแอด KOL เพี้ยน
- ลูกค้าถามราคาในคอมเมนต์ใต้โพสต์แล้วค่อยทัก LINE ทีหลัง ไม่มีรหัสติดมา ให้ตอบคอมเมนต์พร้อมลิงก์ที่มีรหัส
- KOL ใส่ลิงก์ LINE ของตัวเองในไบโอ ปนกับลิงก์ในแอด ตกลงว่าลิงก์ในไบโอต้องใช้รหัสชุดเดียวกัน
- ใช้โพสต์เดียวยิงหลายกลุ่มเป้าหมายในแอดเซตเดียว ทำให้แยกไม่ออกว่ากลุ่มไหนทัก
- KOL ตอบแชทลูกค้าแทนแบรนด์เอง ทั้งที่แชทไม่ได้เข้ากล่องของแบรนด์ ยอดจึงไม่ถูกนับ
สรุป
ถ้าจะทดลองครั้งแรก ให้ซื้อสิทธิ์ยิงแอดเฉพาะโพสต์ที่พิสูจน์แล้วว่าพาคนทักได้ในช่วงธรรมชาติ และตกลงรหัสสองชั้นกับ KOL ก่อนเซ็นสัญญา ไม่ใช่ตอนที่แอดขึ้นไปแล้ว
ตัวเลขที่ควรรายงานเจ้านายคือต้นทุนต่อออเดอร์ที่ปิดจริงของทั้งแคมเปญ ไม่ใช่ยอดวิวและไม่ใช่ต้นทุนต่อคลิก
- สิทธิ์ยิงแอดมีระยะเวลาและค่าใช้สิทธิ์แยกจากค่าโพสต์ เขียนให้ชัดตั้งแต่ใบเสนอราคา
- ใช้สองรหัส คือรหัส KOL กับรหัสแอด ฝังไว้ในข้อความตั้งต้นของลิงก์
- เลือกโพสต์ที่พาคนทักจริงมายิงต่อ ไม่เลือกจากยอดวิว
- รายงานต้นทุนต่อออเดอร์ของทั้งแคมเปญ อย่าแยกโทษหรือยกเครดิตให้ธรรมชาติกับแอดฝั่งเดียว
คำถามที่พบบ่อย
ขอสิทธิ์ยิงแอดทีหลังจากโพสต์ไปแล้วได้ไหม
ได้ถ้า KOL อนุมัติ แต่ควรตกลงเรื่องค่าใช้สิทธิ์ตั้งแต่ก่อนโพสต์ เพราะหลังโพสต์ติดแล้ว KOL ตั้งราคาได้สูงกว่า
สิทธิ์ยิงแอดมักมีอายุกี่วัน
ขึ้นกับการตกลงและตัวเลือกของแต่ละแพลตฟอร์ม ตรวจตัวเลือกล่าสุดก่อนเขียนสัญญา แล้วใส่วันเริ่มและวันสิ้นสุดเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง
ค่าใช้สิทธิ์ควรคิดเท่าไรเมื่อเทียบกับค่าโพสต์
ไม่มีสูตรกลางที่ผมอ้างได้ ผู้ทำงานนี้ตั้งราคาต่างกันมาก ให้ขอราคาแยกบรรทัดตั้งแต่ใบเสนอราคาแรก และเทียบกับผลที่โพสต์ธรรมชาติทำได้จริง
ถ้า KOL ลบโพสต์ แอดจะเป็นยังไง
ปกติแอดที่อ้างโพสต์นั้นจะหยุดแสดง ควรมีข้อตกลงห้ามลบหรือซ่อนโพสต์ตลอดระยะสิทธิ์
สินค้าอาหารเสริมหรือเครื่องสำอางยิงแอดจากรีวิว KOL ได้ไหม
ขึ้นกับนโยบายของแพลตฟอร์มและกฎหมายโฆษณาของสินค้ากลุ่มนั้น คำรีวิวที่ผ่านในโพสต์ธรรมชาติอาจไม่ผ่านเมื่อยิงเป็นแอด ควรให้ฝ่ายกฎหมายหรือผู้รับผิดชอบสินค้าตรวจข้อความก่อน
ลองตรวจด้วยตัวเอง
ตรวจ Tracking โฆษณาเข้า LINE
ใส่ URL หน้า Landing ของคุณ แล้วดูว่าเส้นทาง Ads → LINE ของคุณวัดผลได้จริงหรือขาดตรงไหน
ตรวจ Tracking ฟรีใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก
อ่านต่อแบบเจาะลึก
รู้ว่าโฆษณาเข้า LINE ทำยอดขายจริงแค่ไหน
linli ติดตามลูกค้าตั้งแต่คลิกโฆษณา กดเพิ่มเพื่อน ทักแชท จนปิดการขาย พร้อมส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มโฆษณา เริ่มฟรี 14 วัน
ทดลองใช้ฟรี 14 วัน