← กลับไปหน้าบทความ
การเงิน & ROI

จ่ายค่าคอมมิชชั่น KOL ที่ปิดยอดผ่านแชท LINE อย่าลืมเรื่องหัก ณ ที่จ่าย

ทีมบรรณาธิการ linli12 ก.ค. 16:23อัปเดต 12 ก.ค. 16:23อ่าน 1 นาที
จ่ายค่าคอมมิชชั่น KOL ที่ปิดยอดผ่านแชท LINE อย่าลืมเรื่องหัก ณ ที่จ่าย
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

เนื้อหานี้เป็นกรอบปฏิบัติสำหรับจัดระบบบันทึกค่าคอมมิชชั่น KOL/affiliate ให้ฝ่ายบัญชีนำไปคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายได้ถูกต้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีที่เป็นทางการและไม่ระบุอัตราภาษีที่แน่นอน เพราะอัตราและเงื่อนไขขึ้นอยู่กับลักษณะของผู้รับเงินแต่ละราย ควรปรึกษานักบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนดำเนินการจริงเสมอ

แบรนด์เครื่องสำอางสมมติชื่อ 'พิกซี่กลาส' ทำแคมเปญร่วมกับ KOL สิบกว่าคน แต่ละคนมีลิงก์ทักแชทของตัวเองที่นำลูกค้าเข้าไปปิดการขายใน LINE OA ของแบรนด์ พอถึงสิ้นเดือน ฝ่ายการตลาดสรุปยอดขายที่แต่ละ KOL ทำได้ แล้วโอนค่าคอมมิชชั่นให้ตามเปอร์เซ็นต์ที่ตกลงกันไว้ ทุกอย่างดูราบรื่นจนกระทั่งฝ่ายบัญชีถามกลับมาว่า 'หัก ณ ที่จ่ายให้ KOL แต่ละคนหรือยัง มีเอกสารรองรับไหม'

คำถามนี้ทำให้ทีมการตลาดอึ้ง เพราะมองว่าค่าคอมมิชชั่นเป็นแค่ 'ค่าตอบแทนตามผลงาน' ไม่ใช่เงินเดือนที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเหมือนพนักงานประจำ แต่ในความเป็นจริง การจ่ายเงินให้บุคคลภายนอกในลักษณะนี้มักมีประเด็นภาษีหัก ณ ที่จ่ายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรตรวจสอบกับนักบัญชีให้ชัดเจนตามลักษณะของแต่ละกรณี

บทความนี้ไม่ได้จะบอกอัตราภาษีหรือเงื่อนไขทางกฎหมายที่แน่นอน เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่ต้องดูเป็นรายกรณี สิ่งที่จะพาไปดูคือ วิธีวางระบบบันทึกข้อมูลให้ชัดว่าคอมมิชชั่นก้อนไหนจ่ายให้ใคร มาจาก conversion อะไร เพื่อให้ฝ่ายบัญชีคำนวณและออกเอกสารได้ถูกคนถูกยอด แทนที่จะต้องมานั่งไล่ย้อนหลังตอนใกล้ปิดงบ

ทำไมเรื่องหัก ณ ที่จ่ายถึงถูกลืมง่ายในแคมเปญ KOL

เหตุผลหลักคือทีมที่ดูแลแคมเปญ KOL มักเป็นทีมการตลาด ไม่ใช่ทีมบัญชี ทีมการตลาดโฟกัสที่ยอดขายและผลงานของ KOL แต่ละคน ส่วนเรื่องเอกสารภาษีเป็นเรื่องที่คิดว่า 'ค่อยส่งให้บัญชีจัดการทีหลัง' ซึ่งพอถึงเวลาจริง ข้อมูลที่จำเป็นมักไม่ครบ

อีกเหตุผลคือค่าคอมมิชชั่นจ่ายกันหลายรูปแบบ บางทีโอนตรงจากบัญชีบริษัท บางทีจ่ายผ่านเอเจนซี่ตัวกลาง บางทีจ่ายเป็นสินค้าแทนเงินสด ทำให้ยากที่จะมีมาตรฐานเดียวว่าใครต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายเท่าไหร่ ยิ่งจำนวน KOL เยอะ ยิ่งบันทึกสับสน

และเพราะยอดขายที่ใช้คำนวณค่าคอมมักมาจากการแท็กยอดขายในแชทของแต่ละ KOL ซึ่งเป็นข้อมูลฝั่งการตลาด ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เชื่อมกับระบบบัญชีตั้งแต่แรก ช่องว่างตรงนี้จึงเป็นจุดที่ข้อมูลตกหล่นบ่อยที่สุด

ข้อมูลที่ควรบันทึกไว้สำหรับค่าคอมมิชชั่นแต่ละก้อน

  • ชื่อ-นามสกุลจริงและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของ KOL หรือ affiliate แต่ละคน ไม่ใช่แค่ชื่อบัญชี LINE หรือชื่อในโซเชียลมีเดีย
  • ยอดขายที่ปิดจริงในแชทที่ผูกกับลิงก์หรือโค้ดของ KOL คนนั้น พร้อมวันที่ปิดการขาย ไม่ใช่แค่ยอดคลิกหรือยอดเข้าชม
  • อัตราค่าคอมมิชชั่นที่ตกลงกันไว้เป็นลายลักษณ์อักษร (สัญญาหรือข้อความยืนยันในแชทก็นับได้ถ้าชัดเจนพอ) เพื่อคำนวณยอดที่ต้องจ่ายได้ตรงกัน
  • ช่องทางการจ่ายเงินและวันที่จ่ายจริง เพราะรอบภาษีมักอิงจากวันที่จ่ายเงิน ไม่ใช่วันที่ปิดการขาย
  • สถานะว่า KOL คนนั้นเป็นบุคคลธรรมดาหรือมีนิติบุคคล เพราะมีผลต่อวิธีคำนวณและเอกสารที่ต้องออกให้ ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ควรให้นักบัญชีเป็นคนตัดสินตามข้อมูลที่บันทึกไว้

วางขั้นตอนตั้งแต่ปิดแคมเปญจนถึงจ่ายเงิน

การมีขั้นตอนที่ชัดเจนช่วยลดปัญหาข้อมูลไม่ครบตอนถึงเวลาจ่ายเงินจริง ตารางนี้แสดงลำดับงานที่แนะนำ พร้อมทีมที่ควรรับผิดชอบแต่ละขั้น:

ขั้นตอนทีมที่รับผิดชอบสิ่งที่ต้องส่งต่อ
ปิดแคมเปญ สรุปยอดขายต่อ KOLทีมการตลาด/ทีมดูแลแคมเปญรายชื่อ KOL พร้อมยอดขายที่ผูกกับแต่ละคน
ตรวจสอบข้อมูลตัวตนและเลขผู้เสียภาษีของ KOLทีมการตลาดประสาน + ฝ่ายบัญชีข้อมูลตัวตนที่ครบและถูกต้อง ก่อนโอนเงิน
คำนวณยอดหัก ณ ที่จ่ายตามลักษณะของผู้รับเงินแต่ละคนฝ่ายบัญชี/นักบัญชียอดสุทธิที่ต้องโอนจริง และเอกสารประกอบ
โอนเงินและออกหนังสือรับรองการหักภาษีฝ่ายบัญชีหลักฐานส่งให้ KOL เก็บไว้ยื่นภาษีของตัวเอง

จุดพลาดที่พบบ่อยเมื่อธุรกิจขยายจำนวน KOL เร็ว

เมื่อแคมเปญโตจากมี KOL ไม่กี่คนเป็นหลักสิบหรือหลักร้อยคนพร้อมกัน (เช่นแคมเปญที่ผสมทั้ง micro และ macro influencer) ระบบบันทึกแบบที่เคยใช้ได้กับ KOL ไม่กี่คนมักเริ่มพังเพราะข้อมูลเยอะเกินจะไล่ด้วยมือ ยอดขายกับตัวตนของ KOL เริ่มจับคู่ผิด หรือบางคนถูกลืมไม่ได้จ่ายเลย

อีกจุดพลาดที่พบบ่อยคือแยกไม่ออกว่ายอดขายที่นับให้ KOL คนหนึ่งมาจากการปิดขายที่ยืนยันแล้วจริงหรือแค่ยอดคลิกลิงก์ที่ยังไม่ปิดดีล ถ้าเอายอดคลิกมาคำนวณค่าคอมโดยตรง ตัวเลขที่ส่งให้บัญชีคำนวณภาษีก็จะผิดตั้งแต่ต้นทาง

และสำหรับแคมเปญที่ขยายไปยังแพลตฟอร์มอื่นควบคู่กัน เช่น การผูกระบบติดตาม affiliate จาก TikTok เข้าแชท LINE ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้อมูลยอดขายจากทุกแพลตฟอร์มถูกรวมเข้าระบบบันทึกเดียวกัน ไม่ใช่แยกกันจนฝ่ายบัญชีต้องมานั่งรวมเองทีหลัง

กรณีพิเศษ ค่าคอมจากแคมเปญไลฟ์สดที่ปิดต่อในแชท

แคมเปญบางแบบใช้ไลฟ์สดแล้วนำลูกค้าเข้าแชทเพื่อปิดการขาย ทำให้ยอดขายที่นับให้ KOL มาจากสองขั้นตอนต่อกัน คือช่วงไลฟ์กับช่วงปิดแชท ธุรกิจควรตกลงกันตั้งแต่ต้นว่านับยอดตอนไหนเป็นยอดที่ใช้คำนวณค่าคอม เพื่อไม่ให้ตัวเลขที่ส่งให้ฝ่ายบัญชีคลุมเครือ

หากมีข้อสงสัยว่าโครงสร้างการจ่ายเงินแบบนี้ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายอย่างไร แนะนำให้นำตัวอย่างสัญญาหรือข้อตกลงจริงไปให้นักบัญชีดูโดยตรง เพราะรายละเอียดปลีกย่อยของแต่ละแคมเปญอาจมีผลต่อการคำนวณที่แตกต่างกันได้

สรุป

ค่าคอมมิชชั่นที่จ่ายให้ KOL หรือ affiliate ผ่านการปิดยอดในแชท LINE ไม่ใช่แค่เรื่องผลงานการตลาด แต่มีมิติทางภาษีที่ต้องดูแลควบคู่กันไป การมองข้ามเรื่องนี้เพราะคิดว่าเป็นแค่ 'ค่าคอม' อาจสร้างปัญหาเอกสารย้อนหลังที่แก้ไขยากกว่าการวางระบบไว้ตั้งแต่ต้น

จุดเริ่มต้นที่ทำได้ทันทีคือทำให้ทีมการตลาดกับฝ่ายบัญชีคุยกันตั้งแต่ก่อนเริ่มแคมเปญ ไม่ใช่ต่อเมื่อถึงเวลาต้องโอนเงินแล้วเท่านั้น เพราะข้อมูลที่บันทึกไว้ตั้งแต่ต้นทางจะช่วยให้ทุกขั้นตอนหลังจากนั้นเร็วและถูกต้องกว่ามาก

  • ค่าคอม KOL/affiliate มีมิติภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ต้องดูแล ไม่ใช่แค่เรื่องการตลาด
  • บันทึกตัวตน ยอดขายที่ปิดจริง และอัตราค่าคอมให้ครบตั้งแต่ต้นแคมเปญ
  • อัตราภาษีและเงื่อนไขที่แน่นอน ต้องให้นักบัญชีเป็นคนยืนยันตามลักษณะแต่ละกรณี

คำถามที่พบบ่อย

ค่าคอมมิชชั่น KOL ทุกกรณีต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเหมือนกันหมดไหม

ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันหมด ขึ้นอยู่กับลักษณะของผู้รับเงินและรูปแบบการจ่ายเงินแต่ละกรณี ควรให้นักบัญชีตรวจสอบตามข้อมูลจริงมากกว่าใช้มาตรฐานเดียวกับทุกคน

ถ้าจ่ายค่าคอมเป็นสินค้าแทนเงินสด ยังต้องคิดเรื่องนี้ไหม

เป็นประเด็นที่ควรปรึกษานักบัญชีเช่นกัน เพราะมูลค่าที่ให้เป็นสินค้าอาจถูกพิจารณาต่างจากการจ่ายเงินสดตรง การบันทึกมูลค่าสินค้าที่ให้ไว้ให้ชัดเจนจะช่วยให้ฝ่ายบัญชีประเมินได้ง่ายขึ้น

KOL ที่ไม่มีนิติบุคคล เป็นแค่บุคคลทั่วไป ต้องบันทึกข้อมูลอะไรเพิ่มไหม

ควรบันทึกข้อมูลตัวตนและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีให้ครบเช่นเดียวกับกรณีอื่น เพราะฝ่ายบัญชีต้องใช้ข้อมูลนี้ในการออกเอกสารหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ถูกต้องไม่ว่าผู้รับเงินจะเป็นบุคคลหรือมีนิติบุคคลก็ตาม

ถ้าแคมเปญมี KOL หลายสิบคน ควรเริ่มจัดระบบตรงไหนก่อน

เริ่มจากทำแบบฟอร์มเก็บข้อมูลตัวตนและบัญชีรับเงินของ KOL ทุกคนก่อนเริ่มแคมเปญ แทนที่จะไปตามเก็บทีหลังตอนใกล้จ่ายเงิน เพราะการตามทีหลังมักทำให้บางคนถูกลืมหรือข้อมูลไม่ครบ

ยอดขายที่ใช้คำนวณค่าคอม ต้องเป็นยอดที่ปิดแล้วจริงเท่านั้นหรือ

ควรเป็นยอดขายที่ยืนยันปิดจริงแล้ว ไม่ใช่แค่ยอดคลิกลิงก์หรือยอดที่ยังไม่ชำระเงิน เพราะถ้าคำนวณจากยอดที่ยังไม่ปิดดีล อาจต้องมาแก้ไขย้อนหลังซึ่งยุ่งยากกว่าการรอให้ยืนยันก่อน

linli ช่วยเรื่องการติดตามยอดขายของแต่ละ KOL ได้อย่างไร

ช่วยผูกยอดขายที่ปิดจริงในแชทเข้ากับลิงก์หรือแท็กของ KOL แต่ละคนให้เห็นเป็นตัวเลขชัดเจน ซึ่งเป็นข้อมูลตั้งต้นที่ส่งต่อให้ฝ่ายบัญชีคำนวณได้ง่ายขึ้น แต่การคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายจริงยังต้องผ่านนักบัญชีเสมอ

ส่ง Purchase จริงกลับให้แอด ไม่ใช่แค่ Click

รู้ว่าลูกค้าที่ทัก LINE จากโฆษณากลายเป็นออเดอร์จริงกี่คน และมาจากแคมเปญไหน แล้วส่งยอดขายกลับให้ระบบโฆษณาเรียนรู้ เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตัวเลข Conversion บนแดชบอร์ดโฆษณา กับรายได้ที่ต้องเสียภาษี ไม่ใช่ตัวเลขเดียวกัน

ตัวเลข Conversion บนแดชบอร์ดโฆษณา กับรายได้ที่ต้องเสียภาษี ไม่ใช่ตัวเลขเดียวกัน

มูลค่า conversion ที่ Meta หรือ Google รายงาน กับรายได้ที่ต้องเสียภาษีจริง เป็นคนละนิยามกัน เอาไปกรอกยื่นภาษีตรง ๆ ไม่ได้ บทความนี้อธิบายว่าทำไมต้องมีขั้นตอนแปลงตัวเลขก่อน
ปิดดีลในแชทวันสุดท้ายของเดือน แต่ออกเอกสารเดือนถัดไป นับรอบภาษีเดือนไหนกันแน่

ปิดดีลในแชทวันสุดท้ายของเดือน แต่ออกเอกสารเดือนถัดไป นับรอบภาษีเดือนไหนกันแน่

เมื่อแอดมินปิดดีลวันสุดท้ายของเดือนแต่ออกใบกำกับภาษีเดือนถัดไป เกิดคำถามว่าควรอยู่รอบภาษีเดือนไหน บทความนี้ชวนวางกฎภายในทีมให้ชัดว่าเหตุการณ์ไหนคือจุดตัดรอบเดือน
สร้างแผนการตลาดรายปีจากข้อมูล Conversion ใน LINE เพลย์บุ๊กของซีเอ็มโอที่ไม่ได้เดางบ

สร้างแผนการตลาดรายปีจากข้อมูล Conversion ใน LINE เพลย์บุ๊กของซีเอ็มโอที่ไม่ได้เดางบ

แผนรายปีที่ตั้งงบตามความรู้สึกมักพังกลางปี บทความนี้เล่าขั้นตอนที่ซีเอ็มโอใช้ข้อมูล Conversion จริงจากแชทมาวางแผนงบทั้งปีให้ยืดหยุ่นและตรวจสอบได้