← กลับไปหน้าบทความ
กรณีศึกษาตามธุรกิจ

ยอดวิวปัง แต่ปิดแชทไม่ได้เลย คอนเทนต์ KOL ที่ดูดีที่สุดไม่ใช่ตัวที่ขายได้มากที่สุดเสมอไป

ทีมบรรณาธิการ linli12 ก.ค. 04:25อัปเดต 12 ก.ค. 04:25อ่าน 1 นาที
ยอดวิวปัง แต่ปิดแชทไม่ได้เลย คอนเทนต์ KOL ที่ดูดีที่สุดไม่ใช่ตัวที่ขายได้มากที่สุดเสมอไป
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

คลิปที่ยอดวิวสูงมักได้แรงจากอัลกอริทึมหรือความบันเทิงของคอนเทนต์ แต่ไม่ได้แปลว่าคนดูมีความตั้งใจซื้อสูงตามไปด้วย ในทางกลับกันคลิปที่ยอดวิวปานกลางแต่อธิบายสินค้าละเอียดและตรงกลุ่มเป้าหมาย มักมีอัตราปิดยอดในแชทต่อคนทักสูงกว่า การประเมินผล KOL จึงต้องดูสองตัวเลขคู่กันเสมอ

แบรนด์รองเท้าสมมติชื่อ ‘ก้าวเบา’ เคยจ้าง KOL คนเดียวกันทำคอนเทนต์สามแบบในเดือนเดียว คลิปแรกเป็นชาเลนจ์เต้นสนุก ๆ ที่ใส่รองเท้าเดินเข้าฉาก ยอดวิวขึ้นหลักแสนภายในสองวัน คลิปที่สองเป็นวิดีโอรีวิวจริงจังอธิบายเนื้อผ้าและการรองรับเท้า ยอดวิวหลักหมื่นต้น ๆ ส่วนคลิปที่สามเป็นไลฟ์ตอบคำถามลูกค้าแบบเจาะลึก ยอดวิวต่ำสุดในสามแบบ

ถ้าดูแค่ยอดวิว คลิปแรกชนะขาดลอย แต่พอเจ้าของแบรนด์ดึงข้อมูลคนทัก LINE และยอดปิดจริงของแต่ละคลิปมาเทียบกัน ภาพกลับพลิกทันที คลิปที่ยอดวิวต่ำสุดกลับมีอัตราปิดยอดต่อคนทักสูงที่สุด เพราะคนที่ดูจนจบและตัดสินใจทักเข้ามาคือคนที่มีคำถามเฉพาะเจาะจงอยู่แล้วในใจ พร้อมตัดสินใจซื้อเร็วกว่ากลุ่มที่มาจากความบันเทิง

บทความนี้จะพาดูกรอบเปรียบเทียบเนื้อหาสามแบบนี้ พร้อมตัวอย่างตัวเลขสมมติที่ใช้อธิบายแพทเทิร์นให้เห็นภาพชัดขึ้น

เนื้อหาสามแบบที่มักใช้เปรียบเทียบ

ประเภทเนื้อหายอดวิว (สมมติ)คนทัก LINE (สมมติ)อัตราปิดยอดต่อคนทัก (สมมติ)
คอนเทนต์บันเทิง/ชาเลนจ์120,000180 คน6%
รีวิวเจาะลึกสินค้า18,00095 คน19%
ไลฟ์ตอบคำถามลูกค้า6,50070 คน31%

ทำไมยอดวิวต่ำกลับปิดยอดได้ดีกว่า

คอนเทนต์บันเทิงดึงคนดูจำนวนมากเพราะอัลกอริทึมดันให้คนที่ไม่เคยสนใจแบรนด์เลยได้เห็นด้วย คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ดูเพื่อความบันเทิง ไม่ได้ตั้งใจหาข้อมูลซื้อสินค้า การทักเข้ามาบางส่วนจึงเป็นแค่ความอยากรู้ชั่ววูบ ไม่ใช่ความตั้งใจซื้อจริง

ในขณะที่คอนเทนต์รีวิวเจาะลึกหรือไลฟ์ตอบคำถาม ดึงดูดเฉพาะคนที่มีความสนใจในหมวดสินค้าอยู่แล้วและกำลังมองหาข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ คนกลุ่มนี้แม้จำนวนน้อยกว่า แต่มีความตั้งใจซื้อสูงกว่ามาก เมื่อทักเข้ามาในแชทจึงมักมีคำถามเฉพาะเจาะจงที่พร้อมปิดยอดได้เร็วถ้าแอดมินตอบตรงจุด

เอาข้อมูลนี้ไปใช้วางแผนคอนเทนต์ต่อยังไง

  • อย่าตัดคอนเทนต์บันเทิงออกทั้งหมด เพราะยังมีประโยชน์ในการสร้างการรับรู้แบรนด์ในวงกว้าง เพียงแต่ไม่ควรคาดหวังว่ามันจะเป็นตัวปิดยอดหลัก
  • ใช้คอนเทนต์บันเทิงเป็นจุดเริ่มดึงความสนใจ แล้วตามด้วยคอนเทนต์เจาะลึกในโพสต์ถัดไปเพื่อจับกลุ่มที่เริ่มสนใจจริงจังให้ทักเข้ามา คล้ายกับการออกแบบฟันเนลไลฟ์ที่ต้องมีหลายจุดสัมผัสไม่ใช่หวังผลจากคอนเทนต์ชิ้นเดียว
  • ให้ทีมแอดมินเตรียมสคริปต์ตอบที่ต่างกันตามประเภทคอนเทนต์ที่พาคนเข้ามา เพราะคนที่มาจากคอนเทนต์บันเทิงอาจต้องใช้เวลาอธิบายพื้นฐานมากกว่า ในขณะที่คนที่มาจากรีวิวเจาะลึกอาจแค่ต้องการยืนยันราคาและวิธีสั่งซื้อเท่านั้น
  • ติดตามข้อมูลนี้ต่อเนื่องหลายแคมเปญ เพื่อดูว่าแพทเทิร์นนี้เกิดขึ้นซ้ำกับ KOL คนอื่นด้วยไหม หรือเป็นเรื่องเฉพาะของ KOL คนนี้คนเดียว เพราะแต่ละคนมีสไตล์การดึงคนดูที่ต่างกัน

ข้อควรระวังในการอ่านข้อมูลแบบนี้

อย่าสรุปเร็วเกินไปว่าคอนเทนต์เจาะลึกดีกว่าคอนเทนต์บันเทิงเสมอ เพราะบางสินค้าที่ต้องอาศัยการรับรู้ในวงกว้างก่อน เช่น สินค้าใหม่ที่ยังไม่มีใครรู้จัก คอนเทนต์บันเทิงอาจจำเป็นในช่วงแรกเพื่อสร้างฐานคนรู้จักก่อน แล้วค่อยตามด้วยคอนเทนต์เจาะลึกในภายหลัง

การเปรียบเทียบที่ยุติธรรมควรทำในช่วงเวลาและกลุ่มเป้าหมายที่ใกล้เคียงกัน ไม่ใช่เทียบคอนเทนต์ที่โพสต์ต่างช่วงเวลาหรือต่างแพลตฟอร์มกัน เพราะปัจจัยแวดล้อมที่ต่างกันอาจส่งผลต่อตัวเลขได้เช่นกัน

สรุป

ยอดวิวเป็นตัวชี้วัดที่มองเห็นง่ายที่สุด จึงมักถูกใช้ตัดสินความสำเร็จของคอนเทนต์ KOL มากเกินไป ทั้งที่ตัวเลขที่สำคัญกว่าคืออัตราการเปลี่ยนคนดูให้กลายเป็นคนทักและคนที่ปิดยอดได้จริงในแชท

การเก็บข้อมูลแยกตามประเภทคอนเทนต์อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้เห็นแพทเทิร์นที่ใช้วางแผนแคมเปญต่อไปได้แม่นยำขึ้น แทนที่จะตัดสินใจจากความรู้สึกว่าคลิปไหน ‘ดูปัง’ ที่สุด

  • ยอดวิวสูงไม่ได้แปลว่าปิดยอดในแชทได้มากกว่าเสมอไป ต้องดูอัตราปิดยอดต่อคนทักควบคู่กัน
  • คอนเทนต์บันเทิงกับคอนเทนต์เจาะลึกมีบทบาทต่างกัน ใช้ร่วมกันตามจังหวะแคมเปญ
  • แยกลิงก์หรือรหัสตามประเภทคอนเทนต์ตั้งแต่ต้น เพื่อให้ข้อมูลเปรียบเทียบแม่นยำและไม่ต้องเดา

คำถามที่พบบ่อย

ควรเลิกทำคอนเทนต์บันเทิงเพราะปิดยอดได้น้อยกว่าไหม

ไม่ควรเลิก เพราะคอนเทนต์บันเทิงยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างการรับรู้แบรนด์และเข้าถึงคนกลุ่มใหม่ ควรมองว่าเป็นคนละบทบาทกับคอนเทนต์เจาะลึกที่เน้นปิดยอด ใช้ทั้งสองแบบร่วมกันตามจังหวะของแคมเปญ

ตัวเลขในบทความนี้ใช้เป็นมาตรฐานอ้างอิงได้ไหม

ไม่ควรใช้เป็นมาตรฐานตายตัว เพราะเป็นตัวเลขสมมติที่สร้างขึ้นเพื่ออธิบายแพทเทิร์นเท่านั้น แต่ละธุรกิจควรเก็บข้อมูลจริงของตัวเองแล้วเปรียบเทียบตามกรอบเดียวกันนี้ เพราะพฤติกรรมลูกค้าต่างกันไปตามหมวดสินค้า

จะรู้ได้ยังไงว่าคนที่ทักมาจากคอนเทนต์ไหนถ้าไม่ได้แยกลิงก์ไว้

ถ้าไม่ได้แยกลิงก์ ให้แอดมินถามที่มาแบบสั้น ๆ ตอนเริ่มบทสนทนา เช่น ‘เห็นจากคลิปไหนคะ’ แต่วิธีที่แม่นกว่าคือแยกลิงก์หรือรหัสตั้งแต่ต้นสำหรับแต่ละคอนเทนต์ เพื่อให้ข้อมูลแม่นยำไม่ต้องพึ่งความจำลูกค้า

อัตราปิดยอดสูงแต่จำนวนคนทักน้อย ยังคุ้มค่าจ้าง KOL ไหม

ต้องดูควบคู่กับต้นทุนการผลิตคอนเทนต์แต่ละแบบด้วย บางทีคอนเทนต์เจาะลึกที่ปิดยอดดีอาจใช้เวลาผลิตนานกว่าและมีต้นทุนสูงกว่า ควรคำนวณ ROI รวมทั้งสองด้านก่อนสรุปว่าคุ้มค่าหรือไม่

ควรให้ KOL ทำคอนเทนต์แบบไหนมากที่สุดถ้ามีงบจำกัด

ถ้าเป้าหมายคือปิดยอดในระยะสั้น ควรเน้นคอนเทนต์ที่อธิบายสินค้าเจาะลึกหรือตอบคำถามลูกค้าโดยตรง แต่ถ้าแบรนด์ยังใหม่และต้องการการรับรู้ก่อน อาจต้องเจียดงบส่วนหนึ่งไว้กับคอนเทนต์บันเทิงด้วย

การตอบแชทของแอดมินมีผลต่ออัตราปิดยอดมากแค่ไหนเทียบกับตัวคอนเทนต์เอง

มีผลมากไม่แพ้กัน เพราะต่อให้คอนเทนต์ดึงคนที่ตั้งใจซื้อเข้ามาได้ดีแค่ไหน ถ้าแอดมิน<a href="/blog/objection-handling-line">รับมือคำถามหรือข้อโต้แย้ง</a>ไม่ดี ก็ทำให้เสียโอกาสปิดยอดไปได้เหมือนกัน ควรมองทั้งสองปัจจัยควบคู่กันเสมอ

ลองตรวจด้วยตัวเอง

Required Leads Calculator

ใส่เป้ารายได้กับอัตราปิดการขาย แล้วดูว่าต้องมี Lead และคลิกเท่าไรถึงถือว่าพอ

คำนวณ Lead ที่ต้องมี →

ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก

ส่ง Purchase จริงกลับให้แอด ไม่ใช่แค่ Click

รู้ว่าลูกค้าที่ทัก LINE จากโฆษณากลายเป็นออเดอร์จริงกี่คน และมาจากแคมเปญไหน แล้วส่งยอดขายกลับให้ระบบโฆษณาเรียนรู้ เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ไม่ใช่แฮกเกอร์ภายนอก แต่เป็นแอดมินคนสนิท คนในทีมคือความเสี่ยงที่สุดจริงไหม

ไม่ใช่แฮกเกอร์ภายนอก แต่เป็นแอดมินคนสนิท คนในทีมคือความเสี่ยงที่สุดจริงไหม

ไม่ใช่ทุกครั้งที่ข้อมูลหลุดจะมาจากมิจฉาชีพภายนอก บางครั้งต้นตอคือคนในทีมเอง บทความนี้เล่าเคสสมมติและวางแนวสังเกต+ป้องกันความเสี่ยงจากคนในองค์กร
ลูกค้าทักมาบอกว่าเพิ่งโดนหลอกให้อ่าน OTP ทั้งที่คุยกับ 'ร้านคุณ' อยู่ เกิดขึ้นได้ยังไง

ลูกค้าทักมาบอกว่าเพิ่งโดนหลอกให้อ่าน OTP ทั้งที่คุยกับ 'ร้านคุณ' อยู่ เกิดขึ้นได้ยังไง

มิจฉาชีพบางรายใช้ข้อมูลออเดอร์จริงที่หลุดมาจากที่ไหนสักแห่ง โทรหรือทักหาลูกค้าโดยอ้างเป็นร้าน แล้วหลอกขอ OTP จนเงินหาย บทความนี้ชวนเข้าใจกลโกงและวางแนวป้องกันฝั่งร้าน
ภาพแคปแชทที่ 'ดูเหมือน' ร้านคุณพิมพ์จริง แต่ไม่เคยพิมพ์ รับมือยังไงเมื่อโดนปลอมแปลงหลักฐาน

ภาพแคปแชทที่ 'ดูเหมือน' ร้านคุณพิมพ์จริง แต่ไม่เคยพิมพ์ รับมือยังไงเมื่อโดนปลอมแปลงหลักฐาน

ไม่ใช่ทุกภาพแคปแชทที่แชร์กันในโซเชียลจะเป็นของจริง บางครั้งมีคนตัดต่อข้อความปลอมให้ดูเหมือนร้านพิมพ์เอง บทความนี้ว่าด้วยวิธีตรวจสอบและตอบโต้เมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้