ฟอร์มสำเร็จรูปใน TikTok กับลิงก์เข้า LINE เทียบต้นทุนต่อลีดที่คุยต่อได้
สรุปสั้น ๆ
บน TikTok คนเปิดแอปเพื่อดูคลิป Instant Form เติมข้อมูลให้ จึงส่งฟอร์มได้ด้วยการแตะไม่กี่ครั้งและได้รายชื่อถูก แต่คนที่ตอบข้อความแรกกลับมามีสัดส่วนต่ำ ให้เทียบด้วยต้นทุนต่อลีดที่คุยต่อได้ นิยามว่าตอบข้อความแรกตรงเรื่องภายใน 24 ชั่วโมง ไม่ใช่ต้นทุนต่อรายชื่อ
สมมติแอดคลิปสั้นของร้านสกินแคร์ได้รายชื่อจาก Instant Form 900 รายในเดือนเดียว ต้นทุนรายละ 40 บาท ทีมขายดีใจและส่งข้อความหาทุกราย ผ่านไปสองวันมีคนตอบ 135 ราย ที่เหลือเงียบ บางรายตอบกลับมาว่า ‘หนูไม่ได้สมัครอะไรนะคะ’
ความต่างระหว่างรายชื่อกับคนที่คุยต่อได้ คือเรื่องที่ตัวเลขใน TikTok Ads Manager ไม่เคยบอก ด้านล่างเทียบสองเส้นทางด้วยงบเท่ากัน และวางวิธีทดสอบที่ไม่ทำให้ผลเพี้ยนไปตั้งแต่ก่อนเริ่ม
คนบน TikTok มาดูคลิป และฟอร์มทำให้การกดพลาดง่ายมาก
ผู้ใช้ที่เลื่อนมาเจอแอดกำลังอยู่ในโหมดบันเทิง ไม่ได้อยู่ในโหมดหาของซื้อ Instant Form เติมข้อมูลบางช่องจากโปรไฟล์ให้ ผู้ใช้เลยส่งฟอร์มได้ด้วยการแตะสองสามครั้งโดยไม่ได้ตั้งใจเต็มร้อย รายชื่อที่ได้จึงถูกและเยอะ แต่ความตั้งใจซื้อของแต่ละรายต่างกันมาก
ลองอ่านหน้าจอแชทหลังร้านส่งข้อความหาลีดจากฟอร์ม แอดมิน: ‘สวัสดีค่ะ คุณมะลิลงทะเบียนรับโปรเซรั่มไว้ใช่ไหมคะ’ แล้วลูกค้าตอบกลับ ‘หนูกดดูเฉย ๆ ไม่ได้สมัครอะไรนะคะ น่าจะกดพลาด’ ลีดรายนี้มีในรายงาน นับเป็นหนึ่งผลลัพธ์ แต่ไม่ใช่คนที่ซื้อ
นิยามคำว่า ‘คุยต่อได้’ ก่อนเริ่มเทียบ
ถ้าไม่ตั้งนิยามไว้ก่อน แต่ละฝ่ายจะนับตามที่ตัวเองสะดวก ตั้งนิยามให้แคบและวัดได้จากข้อความจริง
- ลีดตอบข้อความแรกของร้านภายใน 24 ชั่วโมง
- คำตอบเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการที่เสนอ ไม่ใช่การถามกลับว่าใคร หรือปฏิเสธ
- นับจากเวลาที่ร้านส่งข้อความแรก ทั้งสองเส้นทางใช้ข้อความแรกที่เนื้อหาเท่ากัน ตอบภายในเวลาเท่ากัน
- คนที่ทักมาเองในเส้นทางลิงก์ นับเมื่อตอบข้อความแรกของแอดมินเช่นกัน ไม่นับแค่ข้อความที่ทักเข้ามา
เส้นทางลิงก์ก็ไม่ได้ฟรี คนหล่นทุกขั้นระหว่างทาง
ลิงก์ที่เปิดจาก TikTok ต้องผ่านเบราว์เซอร์ในแอป แล้วสลับไปแอป LINE แล้วกดเพิ่มเพื่อน แล้วพิมพ์ข้อความ ทุกขั้นมีคนหายไป ตัวเลขต่อไปนี้เป็นสมมติจาก 6,000 คลิกที่ใช้งบ 36,000 บาท (คลิกละ 6 บาท)
เทียบสองเส้นทางด้วยงบ 36,000 บาทเท่ากัน
ตารางนี้ใส่ตัวเลขสมมติทั้งหมด ฝั่งฟอร์มใช้ 900 ลีดและอัตราตอบกลับ 15% จากตัวอย่างต้นบทความ ฝั่งลิงก์ใช้ตัวเลขจากแผนภาพข้างบน
| รายการ | Instant Form | ลิงก์เข้า LINE |
|---|---|---|
| งบ | 36,000 บาท | 36,000 บาท |
| ต้นทุนต่อรายชื่อหรือแชท | 40 บาท | 120 บาท |
| รายชื่อหรือแชทที่ได้ | 900 | 300 |
| คุยต่อได้ใน 24 ชม. | 15% (135 ราย) | 70% (210 ราย) |
| ต้นทุนต่อลีดที่คุยต่อได้ | ประมาณ 267 บาท | ประมาณ 171 บาท |
ฟอร์มต้องมีคนตอบกลับกี่เปอร์เซ็นต์ถึงเสมอ
ฝั่งลิงก์ได้ 210 ราย เพื่อให้ฟอร์มเสมอต้องมีคนตอบกลับ 210 จาก 900 ซึ่งคือ 23% หรือราว 1.5 เท่าของ 15% ในตัวอย่าง สิ่งที่ดันอัตรานี้ขึ้นได้คือส่งข้อความภายในไม่กี่นาที ใช้ชื่อสินค้าที่เขากดดูในข้อความแรก และใช้ช่องทางที่เขาตอบง่าย ถ้าแก้ครบแล้วยังไม่ถึง 23% ลิงก์น่าจะคุ้มกว่า
อย่าลืมว่าตัวเลข 70% ของฝั่งลิงก์มาจากการที่ลูกค้าเดินเข้ามาคุยเอง ถ้าคุณตั้งข้อความต้อนรับอัตโนมัติยาวเกินไป ตัวเลขนี้ก็ตกได้ ปัญหาทราฟฟิกที่ไหลเข้า LINE แต่ไม่คุยต่อมีสาเหตุอธิบายไว้ในเรื่อง Ghost Traffic ของ TikTok
ออกแบบการทดสอบ 10 วันไม่ให้ผลเพี้ยน
- ใช้วิดีโอและกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน แยกเป็นสองกลุ่มโฆษณาที่ต่างกันแค่ปลายทาง งบต่อวันเท่ากัน
- ติดรหัสให้ทุกรายระบุได้ว่ามาจากเส้นทางไหน ฟอร์มใช้ชื่อแคมเปญใน CRM ลิงก์ใช้ UTM หรือรหัสอ้างอิงที่ฝังในข้อความ ดูวิธีผูกในเรื่องการติดตามคลิกที่ปิดยอดอีกอาทิตย์ถัดมา
- ใช้ทีมและกฎเวลาตอบเดียวกัน เช่นตอบภายใน 10 นาทีในเวลาทำการทั้งสองฝั่ง ถ้าตอบฝั่งหนึ่งเร็วกว่าอีกฝั่ง ผลจะเพี้ยนทันที
- รันจนครบ 10 วัน แล้วรออีก 7 วันนับคนที่ตอบช้า ก่อนเปิดตารางเทียบ
- เทียบที่ต้นทุนต่อลีดที่คุยต่อได้ก่อน ถ้าห่างกันไม่ถึง 20% ให้ต่อไปเทียบที่ต้นทุนต่อการปิด เพราะส่วนต่างเล็กขนาดนั้นอาจกลับด้านเมื่อคิดยอดขายจริง
ส่งคุณภาพกลับ TikTok ไม่ว่าเลือกเส้นทางไหน
ถ้าเลือกฟอร์ม ให้ส่งเหตุการณ์ว่าลีดรายไหนคุยต่อได้หรือปิดได้กลับไป เพื่อให้ระบบหาคนแบบนั้นแทนคนที่แตะพลาด ดูแนวทางในการส่งเหตุการณ์ลีดผ่าน Events API ถ้าเลือกลิงก์ ให้ส่งจากเซิร์ฟเวอร์เมื่อแชทผ่านเกณฑ์ตามที่ใช้ในการเชื่อม TikTok Ads กับ LINE Tracking สองเส้นทางใช้หลักเดียวกัน คือบอกระบบว่าผลลัพธ์ที่ดีคือคนที่คุยต่อ ไม่ใช่คนที่กด
สรุป
สิ่งที่ควรตัดสินใจหลังอ่านจบคือเลิกรายงานต้นทุนต่อรายชื่อเป็นตัวเลขหลักของ TikTok แล้วเปลี่ยนเป็นต้นทุนต่อลีดที่คุยต่อได้ ตัวเลขนี้ทำให้ฟอร์มกับลิงก์วางเทียบกันได้บนฐานเดียวกัน
จากนั้นรันทดสอบ 10 วันตามขั้นตอน ถ้าห่างกันไม่ถึง 20% ให้ไปต่อที่ต้นทุนต่อการปิด เพราะส่วนต่างเล็กมักกลับด้านเมื่อรวมยอดขายจริง
- ต้นทุนต่อรายชื่อบน TikTok ถูกเพราะกดพลาดง่าย ใช้เทียบกับลิงก์โดยตรงไม่ได้
- นิยามลีดที่คุยต่อได้คือตอบข้อความแรกตรงเรื่องภายใน 24 ชั่วโมง
- ในตัวอย่างสมมติ ฟอร์มต้องมีคนตอบกลับ 23% ถึงจะเสมอลิงก์ที่ 70%
- ทดสอบด้วยวิดีโอ งบ และกฎเวลาตอบเดียวกัน แล้วรอ 7 วันนับยอดตามมา
คำถามที่พบบ่อย
Instant Form ดีกว่าเมื่อไร
เมื่อคุณต้องการเบอร์โทรจริงสำหรับโทรนัดหมาย และทีมโทรหาได้เร็วภายในไม่กี่นาที เช่นบริการราคาสูงที่ต้องประเมินก่อน หรือเมื่อกลุ่มเป้าหมายไม่ใช้ LINE เป็นหลัก
ควรเพิ่มคำถามกรองในฟอร์มไหม
ควร อย่างน้อยหนึ่งข้อที่ต้องพิมพ์ตอบเอง เช่นเรื่องที่สนใจหรือช่วงงบ ข้อที่เป็นแค่ตัวเลือกกดได้ไม่ช่วยกรองคนกดพลาด เพราะคนแตะผ่านได้เร็วพอกัน
อัตราตอบกลับ 15% ในตัวอย่างเป็นค่ามาตรฐานไหม
ไม่ใช่ เป็นตัวเลขสมมติเพื่อให้คำนวณง่าย ค่าจริงขึ้นกับสินค้า ข้อความแรก และความเร็วที่ตอบ ให้วัดของคุณเองจากรายชื่อ 100 รายแรก
ต้องแจ้งอะไรกับลูกค้าก่อนเก็บเบอร์ผ่านฟอร์ม
แจ้งวัตถุประสงค์ที่ใช้ข้อมูลและช่องทางที่จะติดต่อ ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของคุณและเงื่อนไขของ TikTok ถ้าส่งข้อมูลกลับแพลตฟอร์ม ต้องมีฐานความยินยอมที่รองรับด้วย
ถ้ารันสองแบบพร้อมกัน จะแย่งกลุ่มเดียวกันไหม
มีโอกาสทับซ้อนกันบ้าง ทำให้คนเดียวเห็นทั้งสองแอด ใช้การเว้นกลุ่มเป้าหมายหรือแบ่งภูมิภาคเพื่อลดการทับ หรืออย่างน้อยบันทึกไว้ว่ามีการทับซ้อนตอนอ่านผล
ลองตรวจด้วยตัวเอง
Click-ID Inspector
วางลิงก์โฆษณา TikTok ของคุณ แล้วดูว่า ttclid กับ UTM อยู่ครบก่อนเข้า LINE หรือไม่
เช็กลิงก์ฟรีใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก
อ่านต่อแบบเจาะลึก
รู้ว่าโฆษณาเข้า LINE ทำยอดขายจริงแค่ไหน
linli ติดตามลูกค้าตั้งแต่คลิกโฆษณา กดเพิ่มเพื่อน ทักแชท จนปิดการขาย พร้อมส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มโฆษณา เริ่มฟรี 14 วัน
ทดลองใช้ฟรี 14 วัน