ร้านที่ปิดการขายในแชท ควรทำฟีดสินค้าเข้า Merchant Center ไหม
สรุปสั้น ๆ
ฟีดสินค้าเหมาะกับร้านที่มีสินค้าหลายรายการ ราคากับสต็อกนิ่งพอให้หน้าสินค้าแสดงตัวเลขตรงฟีดได้ทุกวัน ร้านที่ต้องคุยราคาในแชทหรือรับสั่งทำเฉพาะราย ฟีดมักสร้างปัญหามากกว่ายอดขาย ถ้าตัดสินใจทำ ต้องเก็บ gclid ก่อนลูกค้ากดไป LINE แล้วส่งยอดที่ปิดในแชทกลับเป็น offline conversion ไม่อย่างนั้นแคมเปญ Shopping จะดูเหมือนไม่เคยขายได้เลย
เจ้าของร้านเครื่องใช้ในครัวคนหนึ่งเล่าให้ผมฟังว่า ทุกครั้งที่พิมพ์ชื่อสินค้าตัวเองใน Google จะเห็นคู่แข่งขึ้นรูปสินค้าพร้อมราคาอยู่เหนือผลค้นหา ส่วนร้านเขามีแต่แอดข้อความที่เขียนว่า ‘ทักไลน์สอบถามราคา’ เขาเลยถามว่าควรทำฟีดเข้า Merchant Center บ้างไหม ทั้งที่ลูกค้าเกือบทุกคนปิดกันในแชท
คำตอบขึ้นกับว่าสินค้าของคุณทนการประกาศราคาต่อสาธารณะได้แค่ไหน ฟีดบังคับให้คุณประกาศราคา สต็อก และลิงก์หน้าสินค้าให้ตรงกันทุกวัน แต่ร้านที่ปิดในแชทจำนวนมากเลือกปิดในแชทก็เพราะราคาไม่เคยนิ่งตั้งแต่แรก ซึ่งสองอย่างนี้ชนกันตรง ๆ
ฟีดบังคับให้ร้านประกาศอะไรบ้าง
Merchant Center คือที่รวมข้อมูลสินค้าของร้าน ได้แก่ ชื่อ รูป ราคา สถานะสต็อก รหัสสินค้า และลิงก์หน้าสินค้า Google เอาข้อมูลชุดนี้ไปทำแอด Shopping และแคมเปญที่ดึงฟีดไปใช้ เช่น Performance Max
สิ่งที่ร้านแชทมักไม่ทันคิดคือ Google จะเปิดหน้าสินค้าบนเว็บมาเทียบกับฟีด ถ้าราคาไม่ตรงหรือบอกว่ามีของแต่หน้าเว็บบอกหมด สินค้านั้นจะถูกระงับ ร้านที่ปิดในแชทมักเจอสามอาการนี้ ราคาบนเว็บเป็นราคาตั้งแต่ในแชทลดตามจำนวนชิ้น มีแต่อัลบั้มรูปไม่มีหน้าสินค้ารายตัว และไม่มีตะกร้าให้ชำระเงิน
เรื่องตะกร้า ผมไม่ขอตัดสินแทน Google นโยบายเรื่องการสั่งซื้อและชำระเงินบนเว็บของ Merchant Center มีการปรับอยู่เรื่อย ๆ ร้านที่ไม่มีตะกร้าควรเปิดนโยบายล่าสุดอ่านก่อนลงแรงทำฟีด เพราะถ้าติดเงื่อนไขตั้งแต่ต้น งานที่ทำมาทั้งหมดไม่ได้ใช้
ลักษณะร้านแบบไหนควรทำฟีดก่อน
ผมใช้ตารางนี้ตัดสินใจเบื้องต้นกับร้านที่ปรึกษา ไม่ใช่กฎตายตัว แต่ถ้าร้านคุณตกฝั่ง ‘ไม่ควร’ หลายแถว ให้เก็บงบไว้กับแอดข้อความไปก่อน
| ลักษณะร้าน | ควรทำฟีดไหม | เหตุผล |
|---|---|---|
| สินค้ามาตรฐาน 50 รายการขึ้นไป ราคาตั้งชัด | ควร | ฟีดแจกแจงสินค้าให้ Google จับคู่คำค้นได้เอง |
| สินค้าแบรนด์ที่คนค้นด้วยชื่อรุ่น | ควร | คนที่ค้นชื่อรุ่นใกล้ซื้อและเทียบราคาอยู่แล้ว |
| ราคาต่อรองตามจำนวนหรือตามลูกค้า | ยังไม่ควร | ราคาในฟีดกับในแชทจะไม่เคยตรงกัน |
| สั่งทำเฉพาะราย ประเมินราคาจากแบบ | ไม่ควร | ไม่มีสินค้าตายตัวให้ใส่ในฟีด |
| สต็อกเปลี่ยนรายชั่วโมง แต่อัปเดตมือ | ยังไม่ควร | ฟีดค้างจะทำให้สินค้าโดนระงับซ้ำ |
ฟีดเปลี่ยนบทสนทนาแรกในแชทยังไง
คนที่มาจากแอดข้อความมักทักว่า ‘ราคาเท่าไหร่คะ’ แต่คนที่มาจากฟีดเห็นราคาแล้วก่อนกดเข้ามา ข้อความแรกจึงข้ามไปอีกขั้น เช่น ‘หม้อทอดไร้น้ำมัน 5 ลิตรรุ่นที่ในเว็บ 3,290 ยังมีสีดำไหมคะ ส่งกรุงเทพฯ กี่วัน’
แชทแบบนี้ปิดง่ายกว่าเพราะราคาตัดสินไปแล้ว แต่แอดมินต่อรองยากขึ้น เพราะลูกค้าถือตัวเลขจากหน้าเว็บมาอ้างได้ และลูกค้าสายนี้มักเปิดแชทหลายร้านเทียบกันพร้อมกัน ซึ่ง บทความเรื่องลูกค้าเทียบราคาหลายร้านในแชท เล่าไว้แล้ว ความเร็วในการตอบจึงมีผลต่อยอดมากกว่าตอนใช้แอดข้อความ
เก็บ gclid ก่อนกดไป LINE ไม่อย่างนั้น Shopping จะไม่เห็นยอดขาย
ฟีดพาคนเข้าหน้าสินค้า แต่การปิดเกิดในแชท ถ้าไม่มีอะไรเชื่อมสองจุดนี้ Google Ads จะเห็นแค่คลิก ไม่เห็นยอดขาย ระบบประมูลอัตโนมัติจึงไม่มีสัญญาณว่าสินค้าไหนขายได้จริง ขั้นตอนที่ใช้ได้จริงมีดังนี้
- หน้าสินค้าอ่านค่า gclid จาก URL ทันทีที่โหลด แล้วเก็บไว้ใน cookie ของโดเมนตัวเอง วิธีตั้งอยู่ใน บทความเรื่อง GTM เก็บ gclid ก่อนเข้า LINE
- ตอนลูกค้ากดปุ่ม LINE ให้ผูกรหัสที่เก็บไว้กับข้อความตั้งต้น หรือกับหน้าที่ฝั่งเซิร์ฟเวอร์บันทึกไว้ก่อนส่งต่อ
- เมื่อแอดมินปิดการขาย บันทึกเลขออเดอร์ ยอดเงิน และรหัสสินค้าไว้ในแถวเดียวกับรหัสคลิก
- ส่งยอดกลับเป็น offline conversion ตามรูปแบบใน บทความเรื่อง Google Ads Offline Conversion โดยดูกรอบเวลาอัปโหลดล่าสุดจากเอกสารของ Google
ตัวเลขที่ต้องดูหลังเปิดฟีด ไม่ใช่แค่ต้นทุนต่อคลิก
ฟีดทำให้คลิกถูกลงได้ แต่คลิกที่ถูกไม่ได้แปลว่ายอดถูก ให้ดูตัวเลขตามลำดับของเส้นทาง ตัวอย่างสมมติด้านล่างใช้เลขกลม เพื่อให้เห็นว่าจุดไหนรั่ว
- คลิกเยอะแต่กดปุ่ม LINE น้อย ปัญหาอยู่ที่หน้าสินค้า ไม่ใช่ฟีด
- ทักเยอะแต่ปิดน้อย ให้ฟังแชทว่าลูกค้าแย้งเรื่องราคาที่เห็นในฟีดหรือเปล่า
ทดลองเล็ก ๆ ก่อนยกทั้งร้านเข้าฟีด
เลือกสินค้าขายดีที่ราคานิ่งที่สุดประมาณ 20 รายการ ใส่เฉพาะที่มีของจริง ตั้งงบแยกก้อนเล็ก กำหนดเส้นตายไว้ก่อนเริ่ม เช่น หกสัปดาห์ แล้วเทียบต้นทุนต่อออเดอร์ที่ปิดในแชทกับแอดข้อความที่ใช้อยู่ ถ้าแคมเปญดึงฟีดผ่าน Performance Max ให้อ่าน เรื่องคุณภาพ Lead ของ PMax ควบกัน เพราะมันหาคนที่ ‘ทัก’ ได้ง่ายกว่าคนที่ ‘ซื้อ’ ถ้าไม่ส่งยอดจริงกลับไป
สรุป
ถ้าต้องตัดสินใจวันนี้ ให้ถามตัวเองข้อเดียวก่อนทำอะไรต่อ ราคาที่คุณอยากโชว์ในหน้าสาธารณะ เป็นราคาที่คุณพร้อมขายจริงทุกออเดอร์หรือเปล่า ถ้าใช่ ทำฟีดชุดเล็กพร้อมระบบเก็บ gclid ได้เลย ถ้าไม่ใช่ ให้แก้เรื่องราคาก่อน ฟีดจะแค่ขยายปัญหาที่มีอยู่
- ฟีดเหมาะกับสินค้ามาตรฐานที่ราคาและสต็อกนิ่ง ไม่เหมาะกับสินค้าต่อรองรายออเดอร์
- ต้องมีหน้าสินค้ารายตัวที่ตัวเลขตรงฟีด และตรวจนโยบายการชำระเงินล่าสุดก่อนเริ่ม
- เก็บ gclid ก่อนกดไป LINE แล้วส่งยอดปิดกลับเป็น offline conversion
- เริ่มจากสินค้า 20 รายการ กำหนดเส้นตายหกสัปดาห์ แล้วเทียบต้นทุนต่อออเดอร์ที่ปิดจริง
คำถามที่พบบ่อย
ต้องมีเว็บที่มีตะกร้าชำระเงินก่อนไหมถึงจะทำ Merchant Center ได้
ทุกหน้าสินค้าต้องมีลิงก์ที่เปิดได้จริงและแสดงราคากับสถานะสต็อกตรงกับฟีด ส่วนเงื่อนไขเรื่องการชำระเงินบนเว็บของแต่ละประเทศ Google ปรับเป็นระยะ ควรอ่านนโยบายล่าสุดใน Merchant Center ก่อนตัดสินใจ
ถ้าในแชทลดราคาให้ลูกค้า ผิดกับราคาในฟีดไหม
นโยบายตรวจที่หน้าสินค้าเทียบกับฟีด ไม่ได้ตรวจบทสนทนาของคุณ แต่ถ้าส่วนลดเกิดกับทุกออเดอร์ แปลว่าราคาจริงคือราคาหลังลด ให้แก้ราคาบนเว็บและฟีดให้ตรงกับราคานั้นแทนการลดทีหลังทุกครั้ง
ฟีด Google กับ Catalog ของ Meta ใช้ไฟล์เดียวกันได้ไหม
ข้อมูลสินค้าชุดเดียวกันใช้เป็นต้นทางได้ แต่ชื่อคอลัมน์และข้อกำหนดของแต่ละแพลตฟอร์มต่างกัน มักต้องมีขั้นตอนแปลงไฟล์ ตรวจสเปกล่าสุดของทั้งสองฝั่งก่อนออกแบบ
ควรอัปเดตฟีดบ่อยแค่ไหน
บ่อยพอที่ราคากับสต็อกบนฟีดจะไม่ต่างจากหน้าเว็บ ถ้าตัวเลขเปลี่ยนรายวัน ให้ตั้งการดึงฟีดอัตโนมัติจากระบบสต็อก อย่าอัปโหลดมือ ตารางเวลาที่รองรับดูได้จากหน้าตั้งค่าฟีดของ Merchant Center
ยอดที่ปิดในแชทส่งกลับ Shopping ได้ทุกออเดอร์ไหม
ส่งได้เฉพาะออเดอร์ที่ยังมีรหัสคลิกติดอยู่ ถ้าลูกค้าทักเองโดยไม่ผ่านปุ่มบนหน้าสินค้า หรือล้างข้อมูลเบราว์เซอร์ก่อน รหัสจะหาย คาดไว้ว่าจะส่งกลับได้เป็นสัดส่วนหนึ่งของออเดอร์ ไม่ใช่ทั้งหมด
อ่านต่อแบบเจาะลึก
รู้ว่าโฆษณาเข้า LINE ทำยอดขายจริงแค่ไหน
linli ติดตามลูกค้าตั้งแต่คลิกโฆษณา กดเพิ่มเพื่อน ทักแชท จนปิดการขาย พร้อมส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มโฆษณา เริ่มฟรี 14 วัน
ทดลองใช้ฟรี 14 วัน