← กลับไปหน้าบทความ
LINE Tracking

ให้ลูกค้าแชร์ต่อจากใน LIFF แล้ววัดว่ายอดที่ตามมาเกิดจากใคร

ทีมบรรณาธิการ linli01 พ.ย. 09:28อัปเดต 01 พ.ย. 09:28อ่าน 2 นาที
ให้ลูกค้าแชร์ต่อจากใน LIFF แล้ววัดว่ายอดที่ตามมาเกิดจากใคร
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

liff.shareTargetPicker() ให้ผู้ใช้เลือกเพื่อนหรือกลุ่มแล้วส่งข้อความที่คุณกำหนด แต่ผลที่คืนมาบอกแค่ว่าส่งแล้วหรือปิดหน้าต่าง ไม่บอกว่าส่งให้ใคร ต้องแนบรหัสแชร์ในลิงก์ของข้อความ เก็บจำนวนคนที่เปิดต่อรหัส และต่อสายถึงออเดอร์ในแชท จึงตอบได้ว่ายอดมาจากผู้แชร์คนไหน

สมมติร้านหนึ่งทำโปรชวนเพื่อน ลูกค้ากดปุ่ม “ส่งให้เพื่อน” ในหน้า LIFF ระบบนับได้ 200 ครั้ง สัปดาห์เดียวกันมีออเดอร์ใหม่ 30 ออเดอร์ เจ้าของร้านถามว่า 30 ออเดอร์นี้มาจากการแชร์เท่าไหร่ และผู้แชร์ควรได้ค่าตอบแทนเท่าไหร่ ทีมตอบไม่ได้ เพราะตัวเลขที่มีคือจำนวนครั้งที่กดปุ่ม ยังไม่ใช่ลูกโซ่ที่ตามมา

การแชร์ต่อวัดได้ แต่ต้องออกแบบก่อนข้อความถูกส่ง เพราะหลังส่งแล้ว LINE ไม่บอกเราว่าข้อความไปถึงใคร บทความนี้ไล่ลูกโซ่ตั้งแต่ปุ่มแชร์จนถึงออเดอร์ แยกให้เห็นว่าส่วนไหนวัดได้ ส่วนไหนต้องยอมรับว่ามองไม่เห็น เงื่อนไขของเมธอดอ้างจากเอกสาร LIFF ให้ตรวจซ้ำกับเวอร์ชันล่าสุดก่อนใช้

shareTargetPicker คืนอะไรให้เรา

เมธอดนี้เปิดหน้าต่างเลือกเพื่อนหรือกลุ่มของผู้ใช้ แล้วส่งข้อความที่เราประกอบไว้ (ข้อความธรรมดาหรือ Flex Message ตามเงื่อนไขในเอกสาร) ก่อนใช้ควรตรวจด้วย liff.isApiAvailable('shareTargetPicker') เพราะไม่ใช่ทุกสภาพแวดล้อมจะรองรับ

สิ่งที่เรารู้หลังเรียกมีอย่างเดียว คือผู้ใช้ส่งข้อความสำเร็จหรือปิดหน้าต่างไปเฉย ๆ (ตรวจรูปแบบค่าที่คืนจากเวอร์ชันที่ใช้) เราไม่รู้ว่าเลือกส่งให้กี่คน คนไหน หรือส่งเข้ากลุ่มที่มีสมาชิกเท่าไหร่ จึงต้องวัดจากอีกฝั่ง คือฝั่งคนที่เปิดลิงก์

ลูกโซ่ที่ต้องต่อให้ครบหกข้อ

  1. ผู้แชร์เปิด LIFF และล็อกอินแล้ว ระบบสร้างรหัสแชร์ (share_id) เก็บคู่กับ userId ผู้แชร์ เวลา และแคมเปญ
  2. ก่อนเรียก picker ประกอบข้อความที่ปุ่มหรือลิงก์เป็นลิงก์ถาวรของ LIFF ต่อท้ายด้วย ?s= ตามด้วย share_id (วิธีพารามิเตอร์ให้รอดดูได้ที่บทความลิงก์ถาวรของ LIFF)
  3. ผู้ใช้เลือกผู้รับและกดส่ง ระบบบันทึก share_sent หรือ share_cancelled ตามผลที่ API คืนมา
  4. ผู้รับแตะลิงก์ หน้า LIFF อ่าน s ล็อกอิน แล้วบันทึก share_open พร้อม userId ของผู้รับ
  5. ผู้รับเพิ่มเพื่อนหรือทักแชท ระบบผูก userId ผู้รับกับ share_id ที่พาเขาเข้ามา ขั้นนี้ใช้หลักเดียวกับ ผูก LINE User ID กับ UTM
  6. ออเดอร์ปิดในแชทของผู้รับ ยอดย้อนกลับไปหา share_id แล้วไปถึงผู้แชร์

ตัวเลขที่ได้จากลูกโซ่หนึ่งสัปดาห์

ตัวเลขข้างบนอ่านได้หลายชั้น ส่งสำเร็จ 150 ครั้ง มีคนเปิดลิงก์ 420 คน เฉลี่ย 2.8 คนต่อการแชร์ เพราะบางครั้งผู้แชร์ส่งเข้ากลุ่ม ผู้รับที่ทักแล้วปิดได้ 30 จาก 90 หรือหนึ่งในสาม ถ้าออเดอร์เฉลี่ย 800 บาท ลูกโซ่นี้สร้างยอด 24,000 บาท หรือ 160 บาทต่อการแชร์ที่ส่งสำเร็จ

ตัวเลข 160 บาทนี้คือเพดานที่คุณจ่ายค่าตอบแทนได้ก่อนเริ่มขาดทุน ก่อนหักต้นทุนสินค้า ถ้ากำไรขั้นต้นต่อออเดอร์อยู่ที่ 40% เพดานจริงเหลือราว 64 บาทต่อการแชร์ (คิดสมมติ) แล้วค่อยแบ่งว่าจะให้ผู้แชร์เท่าไหร่ ดูวิธีคิดเทียบกับ โปรแกรมชวนเพื่อนบน LINE

สมมติ: แคมเปญชวนเพื่อน 1 สัปดาห์
กดปุ่มแชร์200
ส่งสำเร็จ150
ผู้รับเปิดลิงก์ (ไม่ซ้ำ)420
เพิ่มเพื่อนหรือทักแชท90
ออเดอร์ที่ปิดในแชท30

จุดบอดที่ต้องยอมรับและจัดการ

  • ตัวหารที่ไม่มีวันรู้: เราไม่รู้ว่าข้อความไปถึงกี่คน จึงคำนวณอัตราเปิดต่อผู้รับจริงไม่ได้ ใช้ได้แค่เปิดต่อการแชร์
  • ข้อความที่ถูกส่งต่อ: ผู้รับส่งต่อให้คนที่สาม ลิงก์ยังพก s ของผู้แชร์คนแรก ยอดจึงตกที่คนแรก ตัดสินใจล่วงหน้าว่าจะยอมรับกฎนี้หรือไม่
  • ผู้แชร์เปิดลิงก์ตัวเอง: กรอง userId ของผู้แชร์ออกจาก share_open ไม่งั้นการทดสอบของเขาถูกนับเป็นผู้รับ
  • ผู้รับที่เป็นลูกค้าอยู่แล้ว: ถ้าเขาซื้อกับร้านอยู่แล้ว ออเดอร์นี้ไม่ได้เกิดจากการแชร์ ตรวจสถานะลูกค้าเก่าก่อนจ่ายค่าตอบแทน
  • หลายผู้แชร์ต่อหนึ่งผู้รับ: ผู้รับเดียวกันอาจได้ลิงก์จากเพื่อนสองคน เลือกกฎ first-touch หรือ last-touch แล้วใช้เหมือนกันทุกแคมเปญ

จะจ่ายค่าตอบแทนตอนไหนถึงปั่นยากที่สุด

ผมเอนไปทางจ่ายเมื่อออเดอร์ยืนยันและพ้นช่วงคืนสินค้า แม้ผู้แชร์จะรอนานขึ้น เพราะทุกจุดก่อนหน้านั้นเปิดช่องให้ปั่น แนวคิดป้องกันการปั่นอ่านเพิ่มได้ใน ตรวจคลิกปลอมของ Affiliate และเรื่องการผูกยอดกับลิงก์ใน Affiliate Link ในแชท

จุดที่จ่ายปั่นง่ายแค่ไหนความเห็น
ตอนกดปุ่มแชร์ง่ายมาก กดซ้ำได้เองไม่ควรจ่าย
ตอนผู้รับเปิดลิงก์ง่าย ใช้บัญชีเสริมเปิดได้จ่ายได้เฉพาะรางวัลเล็กมาก
ตอนผู้รับเพิ่มเพื่อนปานกลางพอรับได้ถ้าจำกัดสิทธิ์ต่อคน
ตอนออเดอร์ยืนยันในแชทยากช้ากว่า แต่เป็นจุดเดียวที่ผูกกับเงินจริง

ข้อมูลของผู้รับอยู่ตรงไหนของเส้น

จนกว่าผู้รับจะเปิดลิงก์และล็อกอิน คุณไม่มีข้อมูลของเขาเลย และไม่ควรให้ผู้แชร์ส่งรายชื่อหรือเบอร์เพื่อนมาให้ เพราะเพื่อนไม่ได้ให้ความยินยอมอะไรกับคุณ ข้อมูลของผู้รับเริ่มต้นเมื่อเขาเปิดหน้าที่คุณแจ้งวัตถุประสงค์ไว้ ให้เขียนในหน้าแรกของ LIFF ว่าเก็บอะไรและเพื่ออะไร

สรุป

ก่อนเปิดปุ่มแชร์ให้ลูกค้า ตัดสินใจสามอย่างให้เสร็จบนกระดาษ คือกฎแบ่งเครดิตเมื่อมีหลายผู้แชร์ จุดจ่ายค่าตอบแทน และเพดานต่อการแชร์ที่ส่งสำเร็จ ถ้ายังไม่มีสามข้อนี้ ตัวเลขที่ระบบรวบรวมมาจะถูกถกเถียงทุกครั้งที่ถึงเวลาจ่ายเงิน

ส่วนที่ต้องยอมรับ คือจำนวนผู้รับจริงจะไม่มีวันรู้ ให้ตั้งตัวชี้วัดจากออเดอร์ต่อการแชร์ที่ส่งสำเร็จ ซึ่งนับได้จริงทั้งสองตัว

  • API บอกแค่ว่าส่งหรือไม่ส่ง รหัสแชร์ในลิงก์คือสิ่งที่ผูกยอดกลับมาหาผู้แชร์
  • ต่อลูกโซ่ครบหกข้อตั้งแต่ปุ่มแชร์ถึงออเดอร์ในแชท
  • ยอมรับจุดบอด 5 ข้อและตั้งกฎล่วงหน้า
  • จ่ายค่าตอบแทนเมื่อออเดอร์ยืนยันแล้วเท่านั้น
  • ผู้รับเริ่มมีข้อมูลกับเราเมื่อเขาเปิดลิงก์เองเท่านั้น

คำถามที่พบบ่อย

shareTargetPicker ใช้ในเบราว์เซอร์ปกติได้ไหม?

เอกสาร LIFF ระบุเงื่อนไขการใช้งานแยกตามสภาพแวดล้อมและเวอร์ชัน ให้เรียก liff.isApiAvailable ก่อนแสดงปุ่มเสมอ ถ้าใช้ไม่ได้ให้มีทางสำรอง เช่นปุ่มคัดลอกลิงก์ที่มีรหัสแชร์ติดอยู่

รู้ไหมว่าผู้แชร์เลือกส่งให้ใคร?

ไม่รู้ API ไม่คืนรายชื่อผู้รับ เรารู้เฉพาะคนที่เปิดลิงก์แล้วล็อกอิน ซึ่งเป็นเหตุผลที่ต้องแนบรหัสแชร์ไปกับลิงก์ตั้งแต่ก่อนส่ง

ต้องใช้ Flex Message ไหม หรือข้อความธรรมดาก็พอ?

ข้อความธรรมดาที่มีลิงก์ก็วัดได้เท่ากัน ความต่างอยู่ที่หน้าตา Flex Message มีปุ่มและรูปจึงชวนกดกว่า แต่อย่าลืมว่าลิงก์ต้องมีรหัสแชร์ในทุกจุดที่กดได้

ควรจำกัดจำนวนครั้งที่แชร์ต่อคนไหม?

ควรจำกัดจำนวนครั้งที่ได้รับค่าตอบแทนต่อคน ไม่ใช่จำกัดการแชร์ เพราะการแชร์เองไม่มีต้นทุน ส่วนค่าตอบแทนมีต้นทุน และเป็นจุดที่คนอยากปั่นมากที่สุด

ถ้าผู้รับเปิดลิงก์แต่ยังไม่ล็อกอินจะนับยังไง?

นับเป็นการเปิดแบบไม่ระบุตัวตน เก็บ visitor id ชั่วคราวพร้อม share_id ไว้ แล้วผูกกับ userId ภายหลังถ้าเขาล็อกอินใน session เดียวกัน ถ้าไม่ล็อกอินเลยก็นับได้แค่ยอดเปิด ไม่ผูกไปถึงออเดอร์

ลองตรวจด้วยตัวเอง

LIFF Campaign Parameter Lab

ทดสอบว่า UTM และพารามิเตอร์แคมเปญของคุณรอดผ่าน liff.state เข้าแอปหรือหายกลางทาง

ทดสอบ LIFF URL

ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก

รู้ว่าโฆษณาเข้า LINE ทำยอดขายจริงแค่ไหน

linli ติดตามลูกค้าตั้งแต่คลิกโฆษณา กดเพิ่มเพื่อน ทักแชท จนปิดการขาย พร้อมส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มโฆษณา เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ติด LINE Tag บนหน้า LIFF ได้ไหม และนับ Conversion ตรงหรือเปล่า

ติด LINE Tag บนหน้า LIFF ได้ไหม และนับ Conversion ตรงหรือเปล่า

LINE Tag เป็น JavaScript ธรรมดา จึงยิงบนหน้า LIFF ได้ แต่จะจับคู่กับคลิกโฆษณาได้ก็ต่อเมื่อเส้นทางเข้ามีคลิกนั้นติดมา บทความนี้แยกกรณีที่นับตรงกับที่ไม่ตรง
ส่งแบบ Narrowcast แยกกลุ่ม แล้ววัดว่ากลุ่มไหนสร้างยอดจริง

ส่งแบบ Narrowcast แยกกลุ่ม แล้ววัดว่ากลุ่มไหนสร้างยอดจริง

Narrowcast ส่งเฉพาะกลุ่ม แต่รายงานของ LINE ไม่บอกยอดขาย ต้องใส่รหัสกลุ่มในลิงก์ กันกลุ่มควบคุม แล้วเทียบอัตราออเดอร์จึงรู้ว่ากลุ่มไหนสร้างยอดจริง
Audience ใน LINE OA มีหลายแบบ เลือกแบบไหนไปยิงซ้ำให้คุ้มที่สุด

Audience ใน LINE OA มีหลายแบบ เลือกแบบไหนไปยิงซ้ำให้คุ้มที่สุด

Audience จากการเปิดอ่าน การกดลิงก์ แท็กแชท และรายชื่อลูกค้าเก่า อยู่ห่างจากการจ่ายเงินไม่เท่ากัน บทความนี้จัดลำดับว่ากลุ่มไหนควรได้งบยิงซ้ำก่อน