บทความ linli
เคล็ดลับวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขายจริง

โฆษณากดแล้วเด้งเข้าไลน์ทันที แต่คนเปิดแชทแล้วหายเงียบ ควรแก้จุดไหนก่อน
Click to Message Ads คือโฆษณาที่พาคนกดเข้าแชทโดยตรงโดยไม่ผ่านหน้าเว็บ แต่หลายร้านเจอปัญหาคนเปิดแชทแล้วไม่พิมพ์อะไรต่อ บทความนี้อธิบายว่าปัญหานี้เกิดจากอะไรได้บ้าง และควรแก้จุดไหนก่อนตามลำดับ

ตามรอยบทสนทนาที่จบด้วยการซื้อ ตั้งแต่ข้อความแรกจนถึงยอดโอนเงิน
Conversation to Purchase คือการย้อนดูว่าบทสนทนาแบบไหนในแชทมักจบด้วยออร์เดอร์จริง ไม่ใช่แค่นับว่าใครทักเข้ามา บทความนี้อธิบายว่าต้องเก็บข้อมูลอะไรในแชท และแท็กอย่างไรถึงจะเห็นรูปแบบที่ใช้ปรับปรุงได้จริง

แอดมินคุยกับลูกค้าทั้งวันในไลน์ แล้วรู้ได้ยังไงว่าใครกำลังจะซื้อจริง
Chat Commerce คือการขายที่แอดมินต้องคุยกับคนหลายสิบคนพร้อมกันในแต่ละวัน แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ทักมาจะพร้อมซื้อจริง บทความนี้ชี้สัญญาณในบทสนทนาที่แยกคนพร้อมซื้อออกจากคนถามเล่น ๆ และวิธีจัดลำดับความสำคัญเมื่อแชทล้นมือ

ตอบแชทไวขึ้น ปิดออร์เดอร์เร็วขึ้น แต่ยอดขายรวมทั้งเดือนกลับไม่ขยับ
Conversational Commerce คือการซื้อขายที่จบในบทสนทนา ไม่ใช่บนหน้าเว็บ ตัวชี้วัดแบบ E-commerce จึงใช้วัดผลตรง ๆ ไม่ได้ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจที่ขายผ่านแชทควรวัด Funnel แบบไหนถึงจะเห็นภาพจริง

งบโฆษณาเดือนละแสนกว่าบาท แต่ไม่มีใครในทีมตอบได้ว่าถ้าหยุดยิงยอดขายจะลดจริงไหม
หลายธุรกิจใช้งบโฆษณาต่อเนื่องทุกเดือนโดยไม่เคยพิสูจน์ว่าถ้าหยุดยิงจริง ยอดขายจะลดลงมากน้อยแค่ไหน Holdout Test คือวิธีออกแบบการทดลองที่กันกลุ่มเป้าหมายบางส่วนไม่ให้เห็นโฆษณา แล้วเทียบผลลัพธ์อย่างเป็นระบบ แทนที่จะเดาจากความรู้สึก

ธุรกิจขนาดเล็กที่ออเดอร์ยังไม่ถึงหลักร้อยต่อเดือน ควรเริ่มดู Marginal ROAS เมื่อไหร่
ROAS เฉลี่ยที่เห็นในแดชบอร์ดบอกแค่ผลรวม แต่ Marginal ROAS บอกว่าเงินบาทถัดไปที่จะเพิ่มงบ จะได้ผลตอบแทนเท่าเดิมหรือลดลง บทความนี้อธิบายหลักการและชี้ว่าธุรกิจแบบไหนควรเริ่มใช้แนวคิดนี้ แบบไหนยังไม่จำเป็น

Attribution vs Incrementality: ตัวไหนควรใช้ตัดสินใจเพิ่มหรือลดงบโฆษณา
Attribution บอกว่าใครควรได้เครดิต ส่วน Incrementality บอกว่าถ้าไม่ยิงแอดตัวนั้นเลย ยอดขายจะหายไปจริงไหม สองคำนี้ตอบคนละคำถาม บทความนี้แยกให้ชัดว่าธุรกิจที่ขายผ่าน LINE ควรใช้ตัวไหนตอนตัดสินใจเรื่องงบ

ทีมขายปิดออเดอร์ทุกวัน แต่ผู้บริหารยังไม่รู้ว่างบโฆษณาก้อนไหนสร้างยอดจริง
Marketing Mix Modeling มองภาพรวมระยะยาวจากยอดขายทุกช่องทาง ส่วน Attribution ไล่ตาม Journey รายบุคคล สองเครื่องมือนี้ไม่ได้แข่งกัน แต่ทีมที่ขายผ่าน LINE ต้องรู้ว่าเมื่อไรควรใช้ตัวไหนเป็นหลัก

ปิดแอดสักพักแล้วยอดขายยังเท่าเดิม แปลว่าแอดไม่ได้ช่วยอะไรเลยหรือเปล่า
เจ้าของร้านบางคนเคยลองปิดแอดสักสัปดาห์แล้วพบว่ายอดขายไม่ได้ลดฮวบตามที่กลัว คำถามที่ตามมาคือแอดที่จ่ายเงินไปตลอดนี้ช่วยอะไรจริงหรือเปล่า Incrementality Testing คือวิธีตอบคำถามนี้อย่างเป็นระบบ ไม่ใช่แค่ลองปิดดูเฉย ๆ

แคมเปญนี้ยอดขายพุ่งพรวดแต่ทีมไม่แน่ใจว่าเพราะแอดหรือเพราะโปรโมชันคู่กัน จะแยกยังไง
สัปดาห์ที่ยอดขายพุ่งพอดีเป็นสัปดาห์ที่ทั้งยิงแอดหนักและมีโปรโมชันลดราคาคู่กัน ทีมมาร์เก็ตติ้งเลยตอบไม่ได้ว่าตัวไหนคือตัวขับเคลื่อนจริง Conversion Lift คือแนวคิดที่ช่วยแยกผลสองเรื่องนี้ออกจากกันอย่างมีหลักการ

Lead เยอะขึ้นทุกเดือน แต่ยอดปิดเท่าเดิม MMM ช่วยตอบคำถามนี้ได้ไหม
ทีมมาร์เก็ตติ้งรายงานว่า Lead เพิ่มขึ้นทุกเดือน แต่ยอดขายจริงกลับทรงตัว MMM (Marketing Mix Modeling) คือหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยมองภาพว่าปัญหาอยู่ที่ช่องทางไหน หรืออยู่ที่ขั้นตอนหลังจากนั้น

ร้านที่เพิ่งเปิดยิงแอดได้ไม่ถึงปี ยังไม่ถึงเวลาต้องทำ Marketing Mix Modeling
ได้ยินคำว่า Marketing Mix Modeling จากงานสัมมนาแล้วอยากเอามาใช้ทันที แต่ก่อนจะลงทุนเรื่องนี้จริงจัง ควรรู้ก่อนว่าธุรกิจแบบไหนถึงจะได้ประโยชน์ และแบบไหนที่ควรเก็บข้อมูลให้พร้อมก่อนค่อยเริ่ม
หน้า 11 จาก 177 · ทั้งหมด 2122 บทความ