← กลับไปหน้าบทความ
แพลตฟอร์มโฆษณา

โฆษณากดแล้วเด้งเข้าไลน์ทันที แต่คนเปิดแชทแล้วหายเงียบ ควรแก้จุดไหนก่อน

ทีมบรรณาธิการ linli12 ส.ค. 04:53อัปเดต 12 ส.ค. 04:53อ่าน 2 นาที
โฆษณากดแล้วเด้งเข้าไลน์ทันที แต่คนเปิดแชทแล้วหายเงียบ ควรแก้จุดไหนก่อน
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

Click to Message Ads คือรูปแบบโฆษณาบน Facebook, Instagram หรือ Google ที่เมื่อกดแล้วจะพาผู้ใช้เข้าสู่แอปแชทโดยตรง เช่น LINE หรือ Messenger แทนที่จะพาไปหน้าเว็บไซต์ ปัญหาที่พบบ่อยคือคนกดโฆษณาและเปิดหน้าต่างแชทขึ้นมาแล้ว แต่ไม่พิมพ์ข้อความอะไรต่อเลย ซึ่งอาจเกิดจากหลายจุด ตั้งแต่ข้อความต้อนรับที่ไม่ชวนคุยต่อ ไปจนถึงความไม่แน่ใจว่าเปิดแชทถูกร้านหรือเปล่า การวินิจฉัยต้องแยกให้ออกว่าปัญหาอยู่ที่ขั้นตอนไหนก่อนจะแก้

เจ้าของร้านขายอุปกรณ์ออกกำลังกายคนหนึ่งเปิดแคมเปญ Click to Message Ads บน Facebook เป็นครั้งแรก ตั้งใจให้คนกดโฆษณาแล้วเด้งเข้าไลน์ทันทีเพื่อคุยกับแอดมิน ผลลัพธ์ที่เห็นในหลังบ้านของ Facebook คือมีคนคลิกเข้าไลน์กว่า 300 คนในสัปดาห์แรก ตัวเลขนี้ทำให้เขาตื่นเต้นมาก คิดว่ายอดขายจะพุ่งตาม

แต่พอไปดูในไลน์จริง กลับพบว่ามีคนพิมพ์ทักข้อความแรกเข้ามาแค่ประมาณ 80 คนจาก 300 คนที่คลิก ที่เหลืออีกกว่า 200 คนเปิดหน้าต่างแชทขึ้นมาแล้วปิดไปเฉย ๆ โดยไม่พิมพ์อะไรเลย เขางงว่าทำไมคนถึงกดเข้ามาแล้วไม่คุยต่อ ทั้งที่ตั้งใจดูสินค้าและกดโฆษณาด้วยตัวเองแท้ ๆ

ช่องว่างระหว่าง 'คลิกเข้าแชท' กับ 'พิมพ์ข้อความแรก' นี้เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยมากในธุรกิจที่เพิ่งเริ่มใช้ Click to Message Ads บทความนี้จะอธิบายว่ารูปแบบโฆษณานี้ทำงานอย่างไร ทำไมคนถึงเปิดแชทแล้วหายเงียบ และควรแก้จุดไหนก่อนตามลำดับความสำคัญ

Click to Message Ads คืออะไร

Click to Message Ads คือรูปแบบโฆษณาที่แพลตฟอร์มอย่าง Facebook, Instagram หรือ Google ออกแบบมาให้ปุ่มกดของโฆษณาพาผู้ใช้เข้าสู่แอปแชทโดยตรง เช่น LINE, Messenger หรือ WhatsApp แทนที่จะพาไปยังหน้าเว็บไซต์หรือหน้า Landing Page เหมือนโฆษณาทั่วไป

จุดประสงค์หลักของรูปแบบโฆษณานี้คือลดขั้นตอนระหว่างการเห็นโฆษณากับการเริ่มบทสนทนากับธุรกิจ เพราะแทนที่ลูกค้าจะต้องเข้าเว็บไซต์ หาเบอร์ติดต่อ หรือค้นหาชื่อร้านในแอปแชทเอง ระบบจะพาไปยังหน้าต่างแชทให้ทันทีเพียงกดปุ่มเดียว ซึ่งเหมาะกับธุรกิจที่ปิดการขายผ่านการพูดคุยเป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม การที่คนกดปุ่มและถูกพาไปยังหน้าต่างแชทสำเร็จ ไม่ได้แปลว่าคนนั้นจะพิมพ์ข้อความต่อเสมอไป เพราะขั้นตอนนี้ยังเป็นแค่ 'การมาถึง' ไม่ใช่ 'การเริ่มบทสนทนา' ซึ่งเป็นสองเหตุการณ์ที่ต่างกัน และธุรกิจจำนวนมากมักสับสนโดยเข้าใจว่าตัวเลขคลิกที่แพลตฟอร์มรายงานคือจำนวนคนที่ทักเข้ามาจริง

ขั้นตอนทางเทคนิคตั้งแต่กดโฆษณาจนถึงเปิดแชท

เพื่อเข้าใจว่าปัญหาอาจเกิดขึ้นตรงไหน ควรรู้ก่อนว่าขั้นตอนทางเทคนิคของ Click to Message Ads มีอะไรบ้าง:

  • Ad Impression คือผู้ใช้เห็นโฆษณาบนหน้าฟีดหรือสตอรี่
  • Ad Click คือผู้ใช้กดปุ่มโฆษณา ซึ่งแพลตฟอร์มจะนับเป็น Click และมักนับเป็น Conversion หลักของแคมเปญประเภทนี้ทันที
  • App Redirect คือระบบพาผู้ใช้ออกจากแอป Facebook หรือ Instagram ไปเปิดแอปแชทเป้าหมาย ซึ่งขั้นตอนนี้อาจมีความหน่วงหรือล้มเหลวได้หากอุปกรณ์ไม่ได้ติดตั้งแอปแชทนั้นไว้
  • Chat Window Opened คือหน้าต่างแชทกับบัญชีธุรกิจเปิดขึ้นมา ผู้ใช้เห็นชื่อร้านและอาจเห็นข้อความต้อนรับอัตโนมัติถ้าตั้งไว้
  • First Message Sent คือผู้ใช้พิมพ์ข้อความแรกส่งเข้ามาจริง ซึ่งเป็นจุดที่ธุรกิจส่วนใหญ่ควรใช้เป็นตัวชี้วัดหลัก ไม่ใช่ตัวเลข Click จากแพลตฟอร์มโฆษณา

ทำไมคนเปิดแชทแล้วไม่พิมพ์อะไรต่อ

มีหลายสาเหตุที่ทำให้คนกดเข้าแชทสำเร็จแล้วแต่ไม่พิมพ์ข้อความต่อ สาเหตุแรกคือความไม่แน่ใจว่าเปิดแชทถูกร้านหรือเปล่า โดยเฉพาะถ้าชื่อบัญชีหรือรูปโปรไฟล์ของ LINE OA ไม่ตรงกับที่เห็นในโฆษณา ทำให้ผู้ใช้ลังเลและปิดหน้าต่างไปโดยไม่พิมพ์อะไร

สาเหตุที่สองคือข้อความต้อนรับอัตโนมัติที่ไม่ชวนให้คุยต่อ เช่น ข้อความที่ยาวเกินไป เป็นทางการเกินไป หรือไม่ตอบคำถามที่ผู้ใช้กำลังสงสัยจากโฆษณาที่เพิ่งเห็น ทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าต้องพิมพ์อธิบายใหม่ตั้งแต่ต้นแทนที่จะรู้สึกว่าบทสนทนากำลังดำเนินต่อจากโฆษณาอย่างต่อเนื่อง

สาเหตุที่สามคือปัญหาทางเทคนิคของการเปลี่ยนแอป เช่น ผู้ใช้ที่ไม่ได้ติดตั้งแอป LINE ไว้ในเครื่อง หรือระบบพาไปเปิดหน้าเว็บแทนแอปเพราะปัญหาการตั้งค่า Deep Link ทำให้ผู้ใช้เจอหน้าที่ไม่คุ้นเคยและเลือกที่จะปิดไปแทนที่จะพยายามต่อ

สาเหตุที่สี่ที่พบได้บ่อยเช่นกันคือผู้ใช้บางส่วนกดโฆษณาด้วยความอยากรู้อยากเห็นชั่ววูบ ไม่ได้ตั้งใจจะซื้อสินค้าจริงจัง พอเห็นว่าต้องเปิดแอปแชทและอาจต้องคุยกับคนจริง ก็เปลี่ยนใจไม่อยากเสียเวลาต่อ ซึ่งเป็นพฤติกรรมปกติที่เกิดขึ้นกับโฆษณาแทบทุกรูปแบบ ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะของ Click to Message Ads

วิธีวินิจฉัยว่าปัญหาอยู่ตรงจุดไหนของขั้นตอน

ก่อนจะแก้อะไร ควรวินิจฉัยให้ชัดก่อนว่าช่องว่างระหว่าง Click กับ First Message เกิดจากจุดไหน โดยทำตามลำดับนี้:

  1. เปรียบเทียบตัวเลข Click จากแพลตฟอร์มโฆษณากับจำนวนบทสนทนาใหม่ที่เปิดขึ้นจริงใน LINE OA เพื่อคำนวณอัตราการหายไปว่าห่างกันมากน้อยแค่ไหน
  2. ทดลองกดโฆษณาด้วยตัวเองจากอุปกรณ์หลายแบบ ทั้งที่ติดตั้งแอป LINE ไว้แล้วและยังไม่ได้ติดตั้ง เพื่อดูว่าประสบการณ์การเปลี่ยนแอปราบรื่นหรือมีจุดสะดุดตรงไหน
  3. ตรวจสอบว่าชื่อบัญชีและรูปโปรไฟล์ของ LINE OA ตรงกับที่ปรากฏในโฆษณาหรือไม่ เพื่อลดความสับสนของผู้ใช้ว่าเปิดแชทถูกร้าน
  4. อ่านข้อความต้อนรับอัตโนมัติที่ตั้งไว้อีกครั้งในมุมมองของคนที่เพิ่งเห็นโฆษณา แล้วถามตัวเองว่าข้อความนี้ตอบคำถามที่คนกำลังสงสัยหรือไม่ หรือแค่เป็นข้อความทั่วไปที่ใช้ได้กับทุกสถานการณ์

ควรแก้จุดไหนก่อน เรียงตามลำดับความคุ้มค่า

ถ้าตรวจพบว่ามีหลายจุดที่มีปัญหาพร้อมกัน แนะนำให้แก้ตามลำดับนี้ เพราะแต่ละจุดใช้ความพยายามและงบประมาณไม่เท่ากัน

อันดับแรกคือแก้ข้อความต้อนรับอัตโนมัติ เพราะทำได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้งบเพิ่ม ควรเขียนข้อความที่เชื่อมโยงกับสิ่งที่คนเพิ่งเห็นในโฆษณา เช่น พูดถึงชื่อสินค้าหรือโปรโมชันที่ใช้ในแคมเปญนั้น พร้อมตั้งคำถามสั้น ๆ ที่ชวนให้ผู้ใช้พิมพ์ตอบทันที แทนที่จะเป็นข้อความยาวที่ต้องอ่านหลายบรรทัดก่อนจะรู้ว่าต้องทำอะไรต่อ

อันดับที่สองคือตรวจและแก้ความไม่ตรงกันของชื่อบัญชีหรือรูปโปรไฟล์ เพราะเป็นเรื่องที่ทำครั้งเดียวแล้วส่งผลระยะยาว ช่วยลดความลังเลของผู้ใช้ในการเริ่มพิมพ์ข้อความแรก

อันดับที่สามคือตรวจปัญหาทางเทคนิคของ Deep Link และการเปลี่ยนแอป ซึ่งอาจต้องประสานกับทีมเทคนิคหรือทีมโฆษณาเพื่อตรวจการตั้งค่า ใช้เวลามากกว่าสองอันดับแรกแต่มีผลกับผู้ใช้ที่ยังไม่ได้ติดตั้งแอปแชทไว้

ตารางเทียบ Click to Message Ads กับโฆษณาแบบ Traffic to Website

สรุปความต่างของสองรูปแบบโฆษณาเพื่อให้เห็นว่าจุดที่ต้องระวังต่างกันอย่างไร:

มิติClick to Message AdsTraffic to Website
ปลายทางหลังคลิกหน้าต่างแชทแอป เช่น LINEหน้าเว็บไซต์หรือ Landing Page
ตัวชี้วัดที่ควรใช้จริงFirst Message Sent ไม่ใช่แค่ ClickSession/Conversion บนเว็บไซต์
จุดเสี่ยงหลักแอปไม่ได้ติดตั้ง/Deep Link พัง/ข้อความต้อนรับไม่ชวนคุยหน้าเว็บโหลดช้า/ฟอร์มยาวเกินไป
ความต่อเนื่องของประสบการณ์ต้องเปลี่ยนแอป มีจุดสะดุดได้มากกว่าอยู่ในเบราว์เซอร์เดิม ต่อเนื่องกว่า
สิ่งที่แก้ได้เร็วที่สุดข้อความต้อนรับอัตโนมัติหัวข้อและปุ่ม Call to Action บนหน้าเว็บ

ตัวอย่างสมมติ: ร้านอุปกรณ์ออกกำลังกายที่แก้ข้อความต้อนรับแล้วอัตราตอบกลับดีขึ้น

กลับมาที่ร้านขายอุปกรณ์ออกกำลังกายจากต้นบทความ หลังตรวจสอบตามขั้นตอนข้างต้น พบว่าปัญหาหลักคือข้อความต้อนรับอัตโนมัติเป็นข้อความทางการยาวสี่บรรทัด ไม่มีคำถามชวนคุยต่อ และไม่ได้พูดถึงสินค้าที่ใช้ในโฆษณาเลย (ข้อมูลสมมติเพื่อประกอบการอธิบาย)

ร้านจึงเปลี่ยนข้อความต้อนรับใหม่เป็นข้อความสั้น ๆ ที่กล่าวถึงชื่อสินค้าที่กำลังโปรโมท พร้อมถามคำถามปิดท้ายว่าลูกค้าสนใจไซซ์ไหนหรือมีคำถามอะไรเกี่ยวกับสินค้าตัวนี้ หลังปรับใช้สองสัปดาห์ อัตราการพิมพ์ข้อความแรกหลังเปิดแชทเพิ่มขึ้นจากประมาณ 27% เป็น 46% ของจำนวนคลิกทั้งหมด แม้จำนวนคลิกจากโฆษณาจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก

บทเรียนจากกรณีนี้คือปัญหา 'คนเปิดแชทแล้วหายเงียบ' หลายครั้งไม่ได้เกิดจากคุณภาพของโฆษณาหรือกลุ่มเป้าหมายเลย แต่เกิดจากจุดเล็ก ๆ อย่างข้อความต้อนรับที่ไม่ได้ต่อเนื่องกับสิ่งที่ลูกค้าเพิ่งเห็น การแก้จุดนี้ก่อนมักให้ผลตอบแทนคุ้มค่ากว่าการปรับงบโฆษณาหรือเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายในช่วงแรก

ทำแบบนี้แล้วพัง: ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยกับ Click to Message Ads

ข้อผิดพลาดแรกคือใช้ตัวเลข Click จากแพลตฟอร์มโฆษณาเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จโดยตรง ทั้งที่ Click ไม่ได้แปลว่ามีคนทักเข้ามาจริง ทำให้ประเมินผลของแคมเปญคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง

ข้อผิดพลาดที่สองคือปล่อยข้อความต้อนรับอัตโนมัติเป็นข้อความมาตรฐานที่ใช้กับทุกแคมเปญเหมือนกันหมด โดยไม่เชื่อมโยงกับเนื้อหาของโฆษณาแต่ละตัวที่พาคนเข้ามา ทำให้เสียโอกาสในการต่อยอดบทสนทนาจากสิ่งที่ลูกค้าเพิ่งสนใจ

ข้อผิดพลาดที่สามคือรีบเพิ่มงบโฆษณาทันทีที่เห็นว่าอัตราตอบกลับต่ำ โดยไม่ได้ตรวจก่อนว่าปัญหาอยู่ที่คุณภาพกลุ่มเป้าหมายหรืออยู่ที่ประสบการณ์หลังคลิก ถ้าปัญหาจริงอยู่ที่ข้อความต้อนรับ การเพิ่มงบจะยิ่งทำให้เสียเงินไปกับปัญหาเดิมมากขึ้นเท่านั้น

ข้อผิดพลาดที่สี่คือไม่ได้ทดลองกดโฆษณาด้วยตัวเองเป็นระยะเพื่อดูประสบการณ์จริงของผู้ใช้ ทำให้ไม่รู้ว่ามีปัญหาทางเทคนิค เช่น Deep Link พังหรือระบบพาไปหน้าเว็บแทนแอปในบางอุปกรณ์ ซึ่งเป็นปัญหาที่ตรวจพบได้ง่ายถ้าลองใช้งานเองเป็นประจำ

สิ่งที่ต้องตรวจก่อนสรุปว่าแคมเปญ Click to Message Ads ได้ผล

ก่อนสรุปว่าแคมเปญนี้ทำงานได้ดีหรือควรปรับ ควรตรวจสิ่งเหล่านี้ก่อน:

  • อัตรา First Message ต่อ Click อยู่ที่เท่าไหร่ และเปลี่ยนแปลงอย่างไรเมื่อแก้ข้อความต้อนรับหรือรูปโปรไฟล์แล้ว
  • อุปกรณ์และเบราว์เซอร์ที่กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ใช้ รองรับการเปิด Deep Link ไปยังแอปแชทได้ราบรื่นหรือไม่
  • ข้อความต้อนรับอัตโนมัติเชื่อมโยงกับเนื้อหาของโฆษณาแต่ละตัวจริงหรือใช้ข้อความเดียวกันทุกแคมเปญ
  • จำนวนบทสนทนาที่เปิดขึ้นจริงถูกนับแยกจากจำนวน Click ในรายงานหรือไม่ เพื่อไม่ให้สับสนระหว่างสองตัวเลขนี้เวลารายงานผลให้ทีมหรือผู้บริหาร

สรุป

ช่องว่างระหว่างจำนวน Click กับจำนวนคนที่พิมพ์ข้อความแรกจริง เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นกับ Click to Message Ads แทบทุกแคมเปญ แต่ขนาดของช่องว่างนี้บอกได้ว่ามีจุดที่ควรปรับปรุงอยู่ตรงไหน ตั้งแต่ข้อความต้อนรับไปจนถึงปัญหาทางเทคนิคของการเปลี่ยนแอป

สิ่งที่ควรทำต่อคือกลับไปดูข้อความต้อนรับอัตโนมัติของตัวเองในมุมมองของคนที่เพิ่งเห็นโฆษณา แล้วถามว่ามันชวนให้พิมพ์ตอบทันทีหรือทำให้ต้องคิดก่อนว่าจะเริ่มคุยยังไงดี ก่อนจะไปปรับงบหรือกลุ่มเป้าหมายของแคมเปญ

  • Click to Message Ads พาคนเข้าแชทโดยตรง แต่ตัวเลข Click ไม่เท่ากับจำนวนคนที่ทักเข้ามาจริง
  • สาเหตุที่คนเปิดแชทแล้วเงียบมีได้หลายจุด ตั้งแต่ข้อความต้อนรับไปจนถึงปัญหา Deep Link
  • แก้ข้อความต้อนรับก่อนเป็นอันดับแรกเสมอ เพราะทำได้เร็วและมักให้ผลตอบแทนคุ้มค่าที่สุด

คำถามที่พบบ่อย

Click to Message Ads ต่างจากการยิงแอดแล้วให้กดปุ่มไปเว็บไซต์อย่างไร

Click to Message Ads พาผู้ใช้เข้าสู่แอปแชทโดยตรงเพื่อเริ่มบทสนทนา ในขณะที่โฆษณาแบบ Traffic to Website พาไปหน้าเว็บไซต์ที่ผู้ใช้ต้องดูข้อมูลหรือกรอกฟอร์มเอง ความเสี่ยงและจุดที่ต้องแก้ของแต่ละรูปแบบจึงต่างกัน ตามที่สรุปไว้ในตารางเปรียบเทียบด้านบน

ทำไมตัวเลข Click ใน Ads Manager ถึงมากกว่าจำนวนแชทที่เปิดจริงใน LINE OA

เพราะ Click ที่แพลตฟอร์มนับรวมถึงคนที่กดปุ่มแต่ยังไปไม่ถึงหน้าต่างแชทสำเร็จ เช่น อุปกรณ์ไม่ได้ติดตั้งแอป หรือกดผิดพลาดแล้วปิดไปก่อน รวมถึงบางแพลตฟอร์มอาจนับ Click ซ้ำจากคนคนเดียวที่กดหลายครั้งในสัปดาห์เดียวกันด้วย

ควรตั้งข้อความต้อนรับอัตโนมัติแบบเดียวกันทุกแคมเปญได้ไหม

ทำได้ถ้ายังไม่มีทรัพยากรพอจะแยกข้อความตามแคมเปญ แต่แนะนำให้ปรับข้อความให้เชื่อมโยงกับโฆษณาแต่ละตัวเมื่อเป็นไปได้ เพราะข้อความที่ต่อเนื่องจากสิ่งที่ลูกค้าเพิ่งเห็นมักช่วยเพิ่มอัตราการพิมพ์ข้อความแรกได้มากกว่าข้อความทั่วไปที่ใช้ซ้ำทุกแคมเปญ

ปัญหา Deep Link พังเกิดจากอะไรได้บ้าง

อาจเกิดจากการตั้งค่าลิงก์ผิด เวอร์ชันแอปที่ผู้ใช้ใช้อยู่ไม่รองรับ หรือระบบปฏิบัติการบางรุ่นที่มีข้อจำกัดในการเปิดแอปจากลิงก์ภายนอก ควรทดลองกดโฆษณาจากอุปกรณ์หลายรุ่นเป็นระยะเพื่อตรวจว่ายังทำงานปกติอยู่หรือไม่

อัตรา First Message ต่อ Click ควรอยู่ที่เท่าไหร่ถึงจะถือว่าดี

ไม่มีตัวเลขมาตรฐานที่ใช้ได้ทุกธุรกิจ เพราะขึ้นอยู่กับกลุ่มเป้าหมาย เนื้อหาโฆษณา และความชัดเจนของข้อเสนอ วิธีที่แม่นกว่าคือดูแนวโน้มของตัวเองก่อนและหลังปรับข้อความต้อนรับ แล้วใช้ตัวเลขนั้นเป็นเกณฑ์เทียบกับแคมเปญถัดไป

จะรู้ได้อย่างไรว่าปัญหาอยู่ที่กลุ่มเป้าหมายไม่ใช่ประสบการณ์หลังคลิก

ให้ลองแก้จุดที่ควบคุมได้ง่ายก่อน เช่น ข้อความต้อนรับและความตรงกันของโปรไฟล์ ถ้าแก้แล้วอัตราตอบกลับยังไม่ขยับเลย ค่อยพิจารณาว่ากลุ่มเป้าหมายอาจไม่ตรงกับสินค้า ระบบอย่าง linli ช่วยแยกตัวเลข Click จากจำนวนบทสนทนาที่เกิดขึ้นจริงให้เห็นชัดเจนขึ้น ทำให้วินิจฉัยปัญหาได้ตรงจุดกว่าดูแค่รายงานจากแพลตฟอร์มโฆษณาอย่างเดียว

รู้ว่าโฆษณาเข้า LINE ทำยอดขายจริงแค่ไหน

linli ติดตามลูกค้าตั้งแต่คลิกโฆษณา กดเพิ่มเพื่อน ทักแชท จนปิดการขาย พร้อมส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มโฆษณา เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

วัดยอดขายจาก Social ด้วย Pixel หน้าเว็บอย่างเดียว กับที่เชื่อมถึงแชทจริง ต่างกันตรงไหน

วัดยอดขายจาก Social ด้วย Pixel หน้าเว็บอย่างเดียว กับที่เชื่อมถึงแชทจริง ต่างกันตรงไหน

Social Commerce Attribution มีสองแนวทางหลักที่ให้ผลต่างกันมาก แบบแรกวัดแค่ Event บนหน้าเว็บผ่าน Pixel แบบที่สองเชื่อมข้อมูลไปถึงบทสนทนาใน LINE และยอดขายจริง บทความนี้เทียบให้เห็นว่าธุรกิจที่ขายผ่านแชทควรเลือกทางไหนเป็นหลัก
เซลส์คุยกับลูกค้าทางไลน์ทั้งวัน แต่ระบบโฆษณากลับไม่รู้เลยว่าใครจ่ายเงินจริง

เซลส์คุยกับลูกค้าทางไลน์ทั้งวัน แต่ระบบโฆษณากลับไม่รู้เลยว่าใครจ่ายเงินจริง

ส่ง Conversion กลับไปแล้วแต่แพลตฟอร์มโฆษณากลับไม่นับ หรือไม่เอาไปใช้ Optimize เท่าที่ควร ปัญหานี้มักเกี่ยวข้องกับ Event Match Quality คะแนนที่บอกว่าข้อมูลที่ส่งไปจับคู่กับผู้ใช้บนแพลตฟอร์มได้แม่นแค่ไหน
Engaged View Conversion: ตัวเลขคนดูจบคลิปที่ไม่เท่ากับคนสนใจซื้อ

Engaged View Conversion: ตัวเลขคนดูจบคลิปที่ไม่เท่ากับคนสนใจซื้อ

แคมเปญวิดีโอบน YouTube มักมีคอลัมน์ Engaged View Conversion ที่นับคนดูคลิปจนถึงเกณฑ์ที่กำหนดแล้วกลับมาทำรายการทีหลัง ตัวเลขนี้บอกเรื่องความสนใจได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้แปลว่าคนดูคลิปจบแล้วจะทักเข้า LINE จริง