ดูคลิปบันทึกการใช้งานจริง เพื่อหาว่าทำไมคนไม่กดปุ่ม LINE บนหน้าเว็บ
สรุปสั้น ๆ
Session recording เล่นซ้ำการเลื่อน การแตะ และโครงสร้างหน้าของผู้เข้าชมแต่ละคน ทำให้เห็นว่าคนที่ไม่กดปุ่ม LINE เห็นปุ่มหรือไม่ แตะผิดที่หรือไม่ หรือออกก่อนปุ่มโผล่ วิธีที่ได้ผลคือกรองเฉพาะคลิปที่เลื่อนลึกแต่ไม่กด ดูราวยี่สิบคลิปต่อรอบ แล้วแก้ปัญหาที่เจอซ้ำก่อนเริ่มทดสอบสีหรือคำบนปุ่มอีกรอบ
หน้าแลนดิ้งขายโซฟาแห่งหนึ่ง (สมมติ) มีคนเข้าวันละราว 1,000 คน และกดปุ่ม ‘ทักไลน์’ ราว 2 เปอร์เซ็นต์ เจ้าของเปลี่ยนปุ่มจากเขียวเป็นส้ม เปลี่ยนคำเป็น ‘ขอราคา’ แล้วย้ายตำแหน่งอีกครั้ง อัตราคลิกขยับไม่ถึงจุดทศนิยม
ลูกค้ารายหนึ่งที่ทักมาทีหลังพิมพ์ว่า ‘หาปุ่มไลน์ไม่เจอเลยค่ะ ต้องเลื่อนลงไปสุดเลยเหรอ’ ประโยคเดียวนี้บอกมากกว่ารายงานสามรอบ คลิปการใช้งานของคนจริงให้ประโยคแบบนี้ได้ในครึ่งชั่วโมง โดยไม่ต้องรอให้ลูกค้าบ่น
คลิปบันทึกการใช้งานบอกสิ่งที่ GA4 ไม่บอก
GA4 บอกว่ามีคนกดปุ่มกี่ครั้ง แต่ไม่บอกว่าคนที่ไม่กดเห็นปุ่มหรือไม่ เลื่อนผ่านไปเลยหรือแตะผิดที่ เครื่องมืออย่าง Microsoft Clarity หรือ Hotjar เก็บเหตุการณ์บนหน้า ได้แก่ การเลื่อน การแตะ การเคลื่อนเมาส์ และโครงสร้างหน้า แล้วเล่นซ้ำเป็นคลิป ซึ่งไม่ใช่การอัดวิดีโอหน้าจอจริงของผู้ใช้
Heatmap เฉลี่ยผู้ใช้ทุกคนเป็นภาพเดียว ส่วนคลิปให้ดูทีละคนตั้งแต่เข้าหน้าจนออก สองอย่างตอบคนละคำถาม heatmap บอกว่าจุดไหนโดนแตะบ่อย คลิปบอกว่าทำไมคนหนึ่งคนไม่แตะจุดที่ควรแตะ Clarity เปิดให้ใช้ฟรีในตอนที่ผมใช้ แต่เงื่อนไขของทุกเจ้าเปลี่ยนได้ ตรวจหน้าราคาล่าสุดก่อนตัดสินใจ
ตั้งค่าไม่ให้บันทึกข้อมูลที่ไม่ควรบันทึก
- ติดสคริปต์ผ่าน GTM หลังด่านความยินยอม ใช้หลักเดียวกับ การจัดการคุกกี้กับการวัดผลที่ลง LINE
- เปิดการปิดบังข้อความในช่องกรอก (masking) ให้เข้มที่สุดตั้งแต่แรก แล้วค่อยผ่อนเมื่อจำเป็นจริง
- ยกเว้นหน้าที่มีข้อมูลส่วนบุคคล เช่น หน้ากรอกที่อยู่ ชำระเงิน หรือหน้าสถานะออเดอร์
- เพิ่มข้อความในนโยบายความเป็นส่วนตัวว่าใช้เครื่องมือบันทึกพฤติกรรมการใช้งานหน้าเว็บ
- ตั้งอายุเก็บคลิปให้สั้นที่สุดเท่าที่เครื่องมือยอมให้ ดูเสร็จแล้วไม่ต้องเก็บ
เลือกคลิปที่ควรดู ไม่ต้องดูทุกคลิป
ดูแบบสุ่มเสียเวลา เครื่องมือกรองคลิปตามพฤติกรรมให้อยู่แล้ว ตัวกรองที่ผมเริ่มจากเสมอคือเลื่อนลงเกินครึ่งหน้าแต่ไม่แตะปุ่ม LINE เพราะคนกลุ่มนี้อ่านเนื้อหาจริงแล้วไปต่อไม่ถึง
| ตัวกรอง | สิ่งที่มักบอก | ดูอะไรในคลิป |
|---|---|---|
| เลื่อนเกินครึ่งหน้าแต่ไม่แตะปุ่ม LINE | เห็นเนื้อหาแล้ว แต่ปุ่มไม่เรียกให้กด | ปุ่มอยู่ในจอตอนเลื่อนผ่านไหม คำบนปุ่มตรงกับที่เพิ่งอ่านไหม |
| แตะซ้ำรัวที่จุดเดิม (rage click) | คนคิดว่าจุดนั้นกดได้ หรือกดแล้วไม่ตอบสนอง | องค์ประกอบนั้นเป็นลิงก์จริงหรือเป็นแค่รูป |
| แตะแล้วไม่เกิดอะไร (dead click) | สิ่งที่ดูเหมือนปุ่มแต่ไม่ใช่ลิงก์ | แตะโดนปุ่มจริงหรือโดนองค์ประกอบอื่นทับอยู่ |
| กลับหน้าเดิมภายในไม่กี่วินาที (quick back) | หน้าปลายทางไม่ตรงกับที่แอดสัญญา | ข้อความในแอดเทียบกับหัวข้อแรกของหน้า |
| มือถืออย่างเดียว จากแคมเปญเดียว | ปัญหาเฉพาะกลุ่ม เช่นขนาดจอหรือเบราว์เซอร์ในแอป | ขนาดจอ และหน้าโหลดเสร็จเมื่อไร |
รูปแบบที่เจอซ้ำบนหน้าที่ขายผ่าน LINE
- ปุ่มหลุดจอ บนมือถือจอเล็ก ปุ่มอยู่ใต้ส่วนแรกและไม่มีแถบติดล่าง คนเลื่อนผ่านตอนยังไม่พร้อมตัดสินใจและไม่เห็นอีก ดูการวางปุ่มตามช่วงของการตัดสินใจใน ตำแหน่ง CTA ตามขั้นของลูกค้า
- แถบติดล่างถูกบัง แบนเนอร์คุกกี้หรือปุ่มแชทของเครื่องมืออื่นวางทับ คนแตะแล้วโดนอย่างอื่น
- รูปที่ดูเหมือนปุ่ม ภาพ CTA ที่ฝ่ายออกแบบส่งมาแต่ไม่ได้ใส่ลิงก์ คนแตะแล้วไม่เกิดอะไร ซึ่งขึ้นเป็น dead click
- หน้าโหลดช้า ปุ่มโผล่หลังคนเลื่อนผ่านไปแล้ว หรือหน้าขยับตอนกำลังจะแตะ ดู ความเร็วหน้ากับการเข้า LINE
- คำบนปุ่มไม่ตรงกับที่เพิ่งอ่าน หน้าขายราคาแต่ปุ่มเขียนว่า ‘เพิ่มเพื่อน’ ลองเทียบกับแนวคำใน คำบนปุ่มเพิ่มเพื่อน
- ถูกเปิดในเบราว์เซอร์ของแอปอื่น บางเครื่องและบางแอปมีขั้นเด้งยืนยันก่อนเข้า LINE ให้ทดสอบด้วยเครื่องจริงแล้วเทียบกับคลิป
รอบดูคลิปครึ่งชั่วโมงที่ได้ข้อสรุปใช้งานได้
- กรองเหลือเฉพาะมือถือจากแคมเปญเดียว ที่เลื่อนเกินครึ่งหน้าแต่ไม่กดปุ่ม LINE แล้วเลือกยี่สิบคลิป
- ดูด้วยความเร็วสองเท่า หยุดตรงที่เห็นคนลังเล จดป้ายสั้น ๆ หนึ่งอันต่อคลิป เช่น ‘ปุ่มหลุดจอ’ หรือ ‘แตะรูป’
- นับป้าย ปัญหาที่เจอเกินห้าคลิปจากยี่สิบถือว่าคุ้มแก้ ตัวเลขนี้เป็นกฎมือของผม ไม่ใช่ค่าทางสถิติ ปัญหาที่เจอครั้งเดียวจดไว้เฉย ๆ
- แก้ทีละอย่าง แล้วตรวจว่าเหตุการณ์คลิกปุ่มยังถูกนับถูกต้องหลังแก้
- รอหนึ่งถึงสองสัปดาห์ แล้วสุ่มยี่สิบคลิปชุดใหม่ด้วยตัวกรองเดิมเพื่อเทียบว่าป้ายนั้นลดลงจริง
วัดผลหลังแก้ด้วยจำนวนแชทที่เริ่มและยอดขาย
ถ้าอัตราคลิกขึ้นแต่จำนวนแชทที่เริ่มจริงไม่ขึ้น แปลว่าปุ่มพาคนไปที่ที่ไม่ตรงกับสิ่งที่หน้าสัญญา คนกดแล้วเห็นหน้าเพิ่มเพื่อนที่ไม่รู้จะทักอะไรแล้วปิด ฝั่งปลายทางต้องรับต่อให้เนียน ดู การส่งต่อจากหน้าแลนดิ้งเข้าแชท
คลิปมองเห็นเฉพาะฝั่งเว็บ จบที่ตอนคนกดปุ่ม ส่วนที่ว่าคนนั้นซื้อหรือไม่ต้องไปดูจากข้อมูลแชทและยอดขาย อย่าตัดสินว่าการแก้ได้ผลจากคลิปเพียงอย่างเดียว
สรุป
ก่อนทดสอบ A/B ครั้งที่สี่ ให้ดูยี่สิบคลิปก่อน ถ้าเจอปัญหาโครงสร้างอย่างปุ่มหลุดจอหรือรูปที่ไม่มีลิงก์ ซ่อมก่อน การทดสอบสีปุ่มบนหน้าที่ปุ่มกดไม่ได้เป็นการเสียงบเปล่า
ตั้งรอบดูคลิปทุกครั้งที่เปลี่ยนหน้าแลนดิ้งหรือเปลี่ยนแคมเปญหลัก ใช้เวลาครึ่งชั่วโมงและมักได้ข้อแก้ที่คุ้มกว่าการเดา
- กรองเฉพาะคลิปที่เลื่อนลึกแต่ไม่กดปุ่ม LINE แล้วนับป้ายปัญหาที่ซ้ำ
- ตั้งการปิดบังช่องกรอกและยกเว้นหน้าที่มีข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มบันทึก
คำถามที่พบบ่อย
Clarity กับ Hotjar เลือกอันไหนดี
ฟังก์ชันหลักเหมือนกัน คือบันทึกคลิปและทำ heatmap ต่างที่ราคา ข้อจำกัดจำนวนคลิป และตัวกรองพฤติกรรม ซึ่งเปลี่ยนบ่อย ตรวจหน้าเงื่อนไขล่าสุด แล้วเลือกตัวที่ปิดบังช่องกรอกข้อมูลได้ละเอียดที่สุด
ต้องดูกี่คลิปถึงพอ
ผมใช้ยี่สิบคลิปต่อรอบต่อหนึ่งตัวกรอง ถ้าป้ายปัญหาซ้ำกันเร็ว ไม่จำเป็นต้องดูต่อ แต่ถ้าทุกคลิปเป็นเรื่องเฉพาะตัว แปลว่าตัวกรองกว้างเกินไป ให้แคบลงเป็นมือถือหรือแคมเปญเดียว
การบันทึกแบบนี้ขัด PDPA ไหม
ข้อมูลพฤติกรรมที่โยงถึงตัวบุคคลได้อาจนับเป็นข้อมูลส่วนบุคคล จึงต้องแจ้งในนโยบายความเป็นส่วนตัว ปิดบังช่องกรอก และวางสคริปต์ตามด่านความยินยอมที่เหมาะกับธุรกิจ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายสำหรับกรณีของคุณ
สคริปต์บันทึกทำให้เว็บช้าลงไหม
เพิ่มภาระเล็กน้อย ทดสอบความเร็วก่อนและหลังติดตั้ง โหลดผ่าน GTM และไม่ใส่ในหน้าที่ไม่ต้องดู จะลดผลกระทบได้
คลิปบอกได้ไหมว่าคนที่เราดูอยู่ซื้อของหรือไม่
ไม่ได้ คลิปอยู่ฝั่งเว็บและหยุดที่การกดปุ่ม ต้องผูกกับข้อมูลแชทและยอดขายอีกชั้นถึงจะรู้ว่าการแก้หน้าเพิ่มยอดจริง
อ่านต่อแบบเจาะลึก
ทดลองวัดผลโฆษณาเข้า LINE ฟรี 14 วัน
สมัครแล้วสร้างโปรเจกต์ เชื่อม LINE ติดตั้ง Tracking แล้วเริ่มเห็น Funnel จาก Click ถึง Purchase ได้ทันที ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
เริ่มทดลองใช้ฟรี 14 วัน